บทที่ 29 อย่าให้ดวงตาของท่านแม่ต้องแปดเปื้อน
เจียงเหลียนจูให้ลูกจ้างขับรถม้าของร้านเสื้อผ้ามาส่งของที่ประตูหลังบ้าน ต้าเป่ารีบไปปิดประตูรั้วบ้านด้วยความเต็มใจเพื่อไม่ให้คนอื่นเข้ามามุงดู
เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้คนเกิดความริษยา
หลังจากลงของเสร็จ สองแม่ลูกช่วยกันขนย้ายข้าวของที่มีค่าทั้งหมด เสื้อผ้าและผ้าห่มนำไปไว้ในห้องด้านใน ส่วนข้าวสาร แป้ง ธัญพืช และน้ำมันนำไปไว้ในห้องครัว เมื่อลงกลอนประตูเรียบร้อยแล้วจึงให้รถม้าขับออกไป
ในเวลานี้ ชาวบ้านที่มามุงดูยังคงอยู่และถามเจียงเหลียนจูด้วยความอยากรู้อยากเห็นว่า "เกิดอะไรขึ้นกัน! ทำไมถึงมีรถม้ามาส่งพวกเ้าแม่ลูกเล่า ไปร่ำรวยมาจากที่ไหนกัน"
"ได้ยินว่าวันนี้พวกเ้าขายชิวหลีเกาในตลาด ขายได้ตั้งตำลึงหนึ่งกว่า ๆ จริงหรือเปล่า"
"เหอะ ต้องเป็เื่จริงแน่นอน ไม่อย่างนั้นจะจ้างรถม้ามาส่งพวกนางกลับบ้านได้หรือ การจ้างรถม้าน่ะราคาไม่ถูกเลยนะ อย่างน้อยต้องเสียเงินถึงร้อยอีแปะเชียว"
...
มีคนตาไวมองผ่านช่องประตูรั้วเข้าไปเห็นในลานบ้านว่ามีหม้อ ไห และเครื่องครัวเพิ่มขึ้นมา รวมถึงข้าวของจิปาถะอีกกองโต
"เจียงซื่อ เ้าซื้อของพวกนี้ไปทำอะไรหรือ"
เจียงเหลียนจูไม่ได้ปิดบัง "เอาไว้ทำชิวหลีเกาเ้าค่ะ วันนี้ข้าไปขายชิวหลีเกามาจริง ๆ ชิวหลีเกาก็ทำมาจากสาลี่ป่าที่ข้าเก็บมาจากในเขานั่นแหละเ้าค่ะ"
มีคนหน้าหนาคนหนึ่งกลอกตาแล้วถามว่า "แล้วมันทำอย่างไรล่ะ! บอกพวกเราหน่อยได้หรือไม่"
จากนั้นนางถูกท่านยายหลูที่อยู่ในกลุ่มคนด่าเข้าให้ "ข้าว่านะแม่นางเลี่ยว เ้าช่างหน้าหนานักของที่นางทำขายได้เงิน เื่ลับแบบนั้นเขาจะบอกเ้าได้อย่างไร ทำไมเ้าไม่บอกให้เขาเอาเงินให้เ้าไปเลยล่ะ?"
นางเลี่ยวหน้าแดงก่ำ "เชอะ ข้าก็แค่ถามดูเฉย ๆ นั่นแหละ การเอาสาลี่ป่ามาทำของ ใครบ้างทำไม่เป็ ข้าจะเข้าป่าไปเก็บลูกสาลีมาทำชิวหลีเกาเดี๋ยวนี้แหละ"
เมื่อทุกคนได้ยินนางพูดเช่นนั้น ผู้คนที่มุงดูอยู่หน้าประตูส่วนใหญ่จึงเริ่มแยกย้ายกันไป
เพียงครู่เดียว ทุกคนต่างหิ้วตะกร้าใบใหญ่และสะพายตะกร้าหลังมุ่งหน้าเข้าป่าไป
เอ้อร์เป่าเห็นดังนั้นก็เริ่มร้อนใจ เขาอยากจะไปเก็บสาลี่ป่าเช่นกัน
ทว่าถูกเจียงเหลียนจูดึงตัวไว้ "พวกเรายังไม่ได้กินข้าวเลยไม่ต้องรีบหรอกลูกรัก"
ท่านยายหลูที่อยู่ด้านข้างด่าคนเ่าั้ว่า "พวกใจแคบเห็นแก่ได้ เจียงซื่อ เ้าอย่าไปใส่ใจเลย ในป่ามีสาลี่ป่าตั้งเยอะ พวกเขาเก็บไม่หมดหรอก ปกติแม้แต่หมูยังไม่กินแต่พอเ้าทำแบบนี้ทุกคนกลับแห่กันไปเก็บ ข้าบอกเลยว่าเก็บมาก็ไม่มีประโยชน์ พวกเขาจะทำชิวหลีเกาเป็ได้อย่างไร ทำไม่ได้หรอก ถ้าทำเป็ป่านนี้คงทำมานานแล้วไม่ใช่หรือ"
เมื่อด่าจนถึงตรงนี้ นางก็ถามเจียงซื่อว่า "เ้าทำเป็ได้อย่างไร"
"ตอนที่ข้ายังอยู่ที่บ้านเดิม เคยได้ยินมาจากผู้เฒ่าผู้แก่เ้าค่ะ แต่ก่อนหน้านี้ไม่เห็นสาลี่ป่าเลยไม่ได้นึกถึง เมื่อวานเข้าป่าไปเห็นต้นสาลี่ป่าอยู่หลายเนินเขา จึงนึกขึ้นได้เลยกลับมาลองทำดู ไม่นึกว่าจะสำเร็จเ้าค่ะ" เจียงเหลียนจูเตรียมคำพูดไว้เรียบร้อยแล้ว
ท่านยายหลูพยักหน้า "เจียงซื่อ เ้าเป็คนฉลาด ตอนนี้เ้าเปลี่ยนนิสัยแล้ว โชคก็เริ่มดีขึ้น ต่อไปต้องได้ใช้ชีวิตที่ดีแน่นอน เ้าไม่ต้องกลัวว่าพวกเขาจะเก็บลูกสาลีจนหมดหรอก คนในบ้านเ้าน้อย ลูก ๆ ก็ยังเล็ก เ้าเก็บสู้พวกเขาไม่ได้หรอก เดี๋ยวข้าจะกลับไปบอกหลานชายคนโตของข้าให้ ่บ่ายพวกเขาไม่ต้องออกไปทำนา จะให้พวกเขาไปช่วยเ้าเก็บมาเยอะ ๆ"
"เช่นนั้นขอบพระคุณท่านยายหลูมากเ้าค่ะ"
"ขอบคุณท่านยายหลูขอรับ" ต้าเป่ากล่าวขึ้นด้วย
หลานชายตัวโตของท่านยายหลูหลายคนอายุเกินสิบขวบแล้ว กำลังอยู่ในวัยคึกคะนองเหมือนลิงปีนต้นไม้สามารถเก็บได้เร็วกว่าผู้ใหญ่เสียอีก
หลังจากคุยเสร็จ เจียงเหลียนจูก็จะเข้าบ้านไปทำมื้อเที่ยงให้เด็ก ๆ
"ท่านยายหลู ท่านกินข้าวหรือยังเ้าคะ หรือจะอยู่กินมื้อเที่ยงที่บ้านพวกเราด้วย วันนี้พวกเราซื้อเนื้อกลับมาตั้งใจจะทำหมูสามชั้นน้ำแดงกินกันเ้าค่ะ"
ท่านยายหลูรีบบอกว่า "กินแล้ว กินแล้ว พวกเ้ากินเถอะ"
แต่ถึงจะพูดเช่นนั้น นางก็ยังไม่ยอมจากไป
ท่าทางเหมือนมีบางอย่างจะพูดแต่แล้วก็ชะงักไว้
"ท่านยายหลูยังมีธุระอะไรอีกหรือเ้าคะ"
ท่านยายหลูมองซ้ายมองขวา เมื่อเห็นว่าไม่มีใครจึงลดเสียงต่ำลงแล้วกล่าวว่า "เจียงซื่อ ตอนที่พวกเ้าไปตลาดข้านึกว่าในบ้านเ้ายังมีเนื้ออยู่ ข้าเลยช่วยเฝ้าประตูให้ไม่ยอมให้ใครเข้าบ้าน ข้าเห็นคนบ้านตระกูลหวังทำท่าลับ ๆ ล่อ ๆ มาฝังของบางอย่างไว้รอบบ้านพวกเ้า ไม่รู้ว่าฝังอะไรไว้"
เจียงเหลียนจูขมวดคิ้ว "ขอบคุณท่านมากจริง ๆ เ้าค่ะที่ช่วยเฝ้าบ้านให้ พวกเขาจะฝังอะไรพวกเราไม่กลัวพวกเขาหรอกเ้าค่ะ"
หรือว่าจะฝังพวกงู ตะขาบ หนู เพื่อข่มขู่พวกนางแม่ลูก?
ซึ่งเห็นได้ชัดว่าไม่ได้ผลเลยสักนิด!
นางเจียงเหลียนจูไม่ใช่คนที่กลัวของพวกนี้ ต้าเป่า เอ้อร์เป่า และซานเป่ายิ่งไม่ต้องพูดถึง เอ้อร์เป่าจับตะขาบได้อย่างสนุกสนาน ซานเป่าตัวแค่นี้ยังกล้าเหยียบหนู เื่พวกนี้สำหรับพวกนางแม่ลูกแล้วเป็เื่เล็กน้อยมาก
โดยที่เจียงเหลียนจูยังไม่ทันสั่งต้าเป่าและเอ้อร์เป่าสองพี่น้องก็แยกย้ายกันไปหาทันทีโดยไม่ต้องสั่งความ
ท่านยายหลูพูดสิ่งที่ควรพูดจนหมดแล้วจึงขอตัวกลับไปทำงานบ้าน "ขอบคุณอะไรกัน เป็คนบ้านเดียวกันทั้งนั้น เ้าอายุเพียงสิบเจ็ดสิบแปดปี อีกทั้งไร้บุรุษเป็หัวหน้าครอบครัว เลี้ยงลูกสามคนมันลำบากจริง ๆ ข้าช่วยเื่เล็กน้อยแค่นี้ไม่เป็ไรหรอก แต่อย่างไรก็ระวังตัวด้วยนะ ดูเหมือนบ้านตระกูลหวังจะคิดไม่ซื่อ"
"เ้าค่ะ ขอบคุณมากเ้าค่ะ"
ท่านยายหลูจากไปแล้ว
ต้าเป่าและเอ้อร์เป่าก็กลับมาอย่างรวดเร็ว
สีหน้าของต้าเป่าดูบึ้งตึง เจียงเหลียนจูเพิ่งเคยเห็นสีหน้าแบบนี้ของต้าเป่าั้แ่วันแรกที่นางทะลุมิติมา เป็อารมณ์ที่ไม่พอใจอย่างยิ่ง
"ต้าเป่า เป็อะไรไปลูก?"
"เข้าไปคุยข้างในเถอะขอรับ" ต้าเป่าลุกขึ้นปิดประตูรั้วบ้านทันที
"ตกลงเกิดอะไรขึ้น ฝังแมลงพิษน่าขยะแขยงอะไรไว้หรือเปล่า" เจียงเหลียนจูซักไซ้
"ท่านแม่ คนบ้านตระกูลหวังบ้าไปแล้วหรือไง! ถึงกับเอาของอัปมงคลแบบนี้มาเสียบไว้ตามร่องกำแพงรอบบ้านเรา" เอ้อร์เป่าโกรธจัด เขาแบมือออกเผยให้เห็นกระดาษยันต์สีเหลืองหลายแผ่นในฝ่ามือ
บนกระดาษยันต์สีเหลืองมีรูปวาดอักขระยันต์ประเภทภูตผี
ต้าเป่ารีบแย่งกระดาษไปขยำเป็ก้อนไม่ยอมให้เจียงเหลียนจูดู
"อย่าให้ทำให้ดวงตาของท่านแม่ต้องแปดเปื้อนเลยขอรับ รีบเอาไปเผาทิ้งเถอะ"
เจียงเหลียนจูกล่าวว่า "เดี๋ยวก่อน ลูกจะโกรธไปทำไม ปกติไม่ใช่คนใจร้อนนี่นา ทำไมตอนนี้ถึงรีบร้อนนัก เอามาให้แม่ดูยันต์พวกนี้หน่อยว่าพวกเขาคิดจะทำอะไร"
ต้าเป่ายืนกรานไม่ให้ดู "ท่านแม่ ท่านอย่าให้ดวงตาแปดเปื้อนเลย ข้าจะเอาไปเผาทิ้งในห้องครัวเองขอรับ"
เจียงเหลียนจูเริ่มคิดขึ้นได้
ต้าเป่าไม่ยอมให้นางดูซ้ำแล้วซ้ำเล่า เพราะคิดว่านางเป็ผีพรายน้ำ จึงกลัวว่ายันต์เหล่านี้จะส่งผลร้ายต่อนางหรือ?
ในขณะนั้นเอง ประตูบ้านด้านนอกก็ถูกทุบดัง ‘ปัง ปัง’
มีเสียงกลุ่มคนะโเรียก "เปิดประตู เจียงซื่อ เปิดประตู! ข้ารู้ว่าพวกเ้ากลับมาแล้ว"
นี่คือเสียงของคนบ้านตระกูลหวัง
ต้าเป่าและเอ้อร์เป่าเปลี่ยนสีหน้าพร้อมกัน
โดยเฉพาะต้าเป่าที่ดูประหม่าอย่างมาก
เจียงเหลียนจูไม่พอใจจึงะโเสียงดัง "พวกเ้าคิดจะทำอะไร? ทุบประตูบ้านข้าแรงขนาดนี้ ถ้าทุบจนพังข้าไม่เอาพวกเ้าไว้แน่"
คนด้านนอกกล่าวว่า "เปิดประตู! เมื่อวานเ้าทำให้ท่านแม่ของข้าโกรธจนเป็ลม แต่วันนี้ยังเงียบกริบไม่ยอมปริปากสักคำ! พวกข้ามาเพื่อฟังคำอธิบาย!"