วันพรุ่งนี้เป็วันงานประจำปีป้อมอัศวิน ป้ายประกาศโฆษณาต่าง ๆ ถูกติดตามบอร์ดโรงเรียน เพื่อยั่วน้ำลายนักเรียนต่างป้อมผู้เป็ ‘ลูกค้าหลัก’
ซุ้มกิจกรรมของแต่ละชั้นปีถูกจัดขึ้นกระจัดกระจายไปทั่วบริเวณโรงเรียน ถูกจัดขึ้นอย่างเร่งรีบเพื่อให้ทันวันงาน
เช่นเดียวกับป้อมอัศวินปีหนึ่ง สามสาวนางฟ้ากำลังเข็นเขี่ยวงานเหล่าทโมนและหัวหน้าชั้นปีที่ไม่นิยมการใช้สมองอีกสองคนอย่างนัก เพื่อตกแต่ง เนรมิตสวนหลังป้อมให้กลายเป็ ‘คอฟฟี่ช๊อป’ สไตล์นิยามโรมัน
เฟริน คิล ถูกสลัดมาดนักฆ่าและหัวขโมย ไปทำหน้าที่ ‘ลิงจำเป็’ เพื่อตกแต่งเพดานซุ้ม ส่วนเหล่าทโมนที่เหลือก็ช่วยกันจัดแต่งส่วนข้างล่างอย่างขะมักเขม้นเพราะเกรงไม้คทาพิฆาต กับฝ่ามืออรหันจากสองสาวนางฟ้าของป้อม โดยมีการทะเลาะของลิงทั้งสองเป็ระยะ
“เฮ้ย~ ไอนักฆ่าปัญญาอ่อน ติดให้ตรงสิว่ะ เบี้ยวหมด” เฟรินโวยจากเสาต้นหนึ่ง
“ว่าใครปัญญาอ่อนว่ะ ไอหัวขโมยกระจอก” คิลสวนกลับอย่างมีน้ำโห จากเสาอีกต้น
“ว่าใครกระจอก หา~ ไอนักฆ่าติ๊งต๊อง” เฟรินทำท่าลิงหลอกเ้าอีกด้านหนึ่ง สร้างความปวดหัวให้สองนางฟ้าที่คุมอยู่ข้างล่าง จะขึ้นไปตีกระบาลหนา ๆ ก็ไม่ได้ เพราะเ้าลิงบ้าสองตัวนั้นดันอยู่ข้างบน
“ไอเฟริน” คิละโอย่างอารมณ์เสีย ขว้างมีดสั้นประจำตระกูลใส่ เฟรินยิ้มยั่วโดดจากเสาต้นหนึ่งไปยังเสาต้นหนึ่ง เหมือนลิงไม่มีผิด
เหล่าทโมนข้างล่างได้แต่ส่ายหัวอย่างระอา ตอนแรกก็สนุกอยู่หรอก แต่พอพวกมันทะเลาะกันบ่อย ๆ ชักจะปวดหัว
โรร่ายเวทย์กันความเสียหาย มองเ้าลิงสองตัวที่โดดไล่กันข้างบนอย่างระอา ไม่อยากนึกว่าถ้า อีกสองสาวหัวหน้าชั้นปีมามันจะเป็อย่างไร
ผ่าง...
ผู้มาใหม่สามคนมองไปยังเสียงเอะอะ้าพวกเขา คาโลกรอกตาอย่างระอา คาลิน่ามองเครียด ๆ เฟลิโอน่ายิ้มเย็น ๆ รังสีอาฆาตถูกปล่อยออกไปอย่างรุนแรง
สองลิงจำเป็ยิ้มแหย ๆ มองผู้มาใหม่ ก่อนจะรีบตกแต่งเพดานให้เสร็จอย่างรวดเร็ว โดยไม่ต้องให้สองสาวออกคำสั่งแม้แต่คำเดียว ส่วนเหล่าทโมนทั้งหลายถอนหายใจอย่างโล่งหู
“เฟรินลงมาพักได้” คาลิน่าเอ่ยด้วยน้ำเสียงทรงอำนาจ เฟรินะโโหนตัว ตกลงข้าง ๆ หญิงสาว แถมยังยืนยิ้มแป๊นอย่างเอาใจหญิงสาว
“ยังไม่หายดี ยังจะซ่าอีก” หญิงสาวเอาเื่ชายหนุ่มที่ไม่ได้ดูสังขารตัวเอง ดันไปหาเื่ใส่ตัวได้ไม่เว้นวัน ก่อนจะรักษาแผลที่ต้นคอของชายหนุ่มที่ทำหน้าที่ ลิงจำเป็
“โอ๊ย เจ็บจ๊ะ เจ็บ” เสียงโอดครวญดังลั่นของเฟรินดังขึ้นทันที เพราะถูกเ้าหญิงคนงามกดแผลอย่างแรง คาลินที่ตอนนี้ต้องมานั่งทำแผลให้เฟริน จนเหมือนกับเป็หน้าที่ประจำไปแล้ว แกล้งกดแผลด้วยความหมั่นไส้ในหัวขโมย ที่หาเื่ให้ได้แผลได้ทุกวัน แล้วเธอก็ต้องเป็คนทำแผลให้ทุกที
“เจ็บสิดี จะได้จำ” คาลินพูดขึ้นอย่างหมั่นไส้ แต่ก็ทำแผลที่แก้มอย่างเบามือ
“ใจร้าย” เฟรินบ่นอุบอิบเบา แล้วก็ต้องหยุดทันทีที่เห็นสายตาพิฆาตที่มองมา หัวหน้าชั้นปีอีกสามคนที่หันมาเห็นพอดี ได้แต่หัวเราะอย่างถูกใจ ที่เห็นหัวขโมยตัวแสบสิ้นฤทธิ์ ให้เฟรินหันไปแยกเขี้ยวอย่างหมั่นไส้
เหล่าเพื่อน ๆ ที่มองอยู่ ก็ได้แต่ส่งสายตาอิจฉามาเป็ระยะๆ ที่ไอหัวขโมยบ้านั้นมีสาวงามทำแผลให้ แถมท่าทางจะทำบ่อยเสียด้วย สังเกตจากท่าทางของคาโลที่มองมันด้วยสายตาเรียบเฉย แต่ไม่พูดอะไร แถมไม่แผ่ไอเย็นเหมือนทุกครั้งที่มีใครมามองหรือเกาะแกะน้องสาวให้ตนเห็น
เพราะคาลิน่านั้นค่อนข้างถือตัวไม่ชอบข้องเกี่ยวกับคนที่ไม่รู้จักเหมือนกับคาโลที่มักจะเงียบตลอดเวลา แถมดีกรีความหวงของพี่ชายเข้าไปอีกทำให้เข้าถึงยากเข้าไปใหญ่ ไม่เหมือนกับเฟลิโอน่าที่จะสนิทกับคนในป้อมมากกว่า
“เล่นอะไรแพลง ๆ อยู่เรื่อยนายนี่” เฟลิโอน่าร่วมเทศนาอีกคน จนคนโดนเทศน์เบ้หน้า
“เออ... คุณคิลก็ลงมาได้แล้วค่ะ ข้างบนเรียบร้อยแล้ว” เรนอนที่ไหวตัวก่อน ะโบอกชายหนุ่มที่อยู่ข้างบน ก่อนจะกรี๊ดร้องอย่างใเมื่อคนที่เธอเรียกะโลงมายืนข้าง ๆ เธอ โดยไม่กลัวขาหัก
“ทำอะไรบ้า ๆ คุณคิลล่ะก็” เรนอนติ่งชายหนุ่มที่เกาท้ายทอยแก้เลี่ยน ไหวไหล่ไม่สนใจซะอย่างงั้นแหละ จนเฟรินมองเพื่อนซี้นักฆ่าอย่างไม่เข้าใจ เพราะทุกที่ถ้าเป็เขา มันได้เถียงเขากลับไปนานแล้ว
“อ่ะ ยา” เฟรินยู่หน้า แก้มป่องเหมือนเด็ก ๆ จนคนมองทั้งหลายในซุ้มต้องหัวเราะ ส่วนคนยื่นก็แกล้งยื่นเข้าไปใกล้อีกเหมือนจงใจ
“ขม”
“ยานั้น เฟลิโอน่าชง ไม่ใช่ฉัน” คาโลเอ่ยอย่างขัดใจ ก่อนจะลงไปนั่งที่โต๊ะน้ำชาตัวหนึ่ง
“ใช่ กิน ๆ ไปเถอะน่า ไม่ขมหรอก ฉันชงเองแหละ รับรอง” เฟลิโอน่าเอ่ยสำทับอีกคนก่อนจะนั่งที่เก้าอี้อีกตัว
เฟรินบ่นอุบอิบ อิดออดไม่ยอมทานยาอยู่นาน จนคาลิน่าทนไม่ไหวส่งไอเย็นนิด ๆ ให้ชายหนุ่มยิ้มแหย ๆ แล้วรีบทานยาอย่างรวดเร็ว เพราะเกรงฤทธิ์สาวเ้า สวยก็สวยหรอก แต่เวลาโมโห บรื้อ...ไม่อยากคิด
คาลิน่าเดินไปนั่งข้าง ๆ เฟลิโอน่าที่หัวเราะน้อย ๆ กับท่าทีของหัวขโมยที่หมดฤทธิ์เพราะเพื่อนสาวของเธอ
“ไง เฟรี่ หายดีแล้วหรอ” เสียงขี้เล่นดังขึ้นก่อนประตูซุ้มจะเปิดออก เผยให้เห็น สองเสนาคนสำคัญ และสองผู้คุมกฎที่มักแวะเวียนมาหาพวกเขาเป็ประจำ
“ไม่หายก็ต้องหายล่ะ พี่ลูคัส ก็มันมีพยาบาลดีนี่” คิลเอ่ยแกล้งเพื่อนที่ยังนั่งยิ้มหน้าบาน ส่วนพยาบาลสาวก็ยังหน้าเรียบเหมือนเดิม
ยุไม่ขึ้นจริง ๆ สองคนนี่… คิลคิด
“หึ ๆ เอาล่ะ ๆ แล้วงานไปถึงไหนแล้วล่ะ” ปรินซ์โรเวนเ้าของงานเอ่ยถาม พรางขยับลงนั่งเก้าอี้ตัวหนึ่งข้างหัวขโมย
“สถานที่เรียบร้อยแล้วล่ะค่ะ เหลือก็แต่...” มาทิลด้าเหลือบมามองหัวขโมยที่นั่งลอยชาย “เื่ขนม น้ำชา แล้วก็ชุดบริกรและสาวเสริ์ฟค่ะ”
โรเวนเลิกคิ้ว “แล้วใครรับผิดชอบล่ะ คาโล เฟลิโอน่า คาลิน่า” โรเวนหันไปถามสามผู้คุม แต่ก็ต้องฉงนเพราะเ้าหัวขโมยข้าง ๆ คาลิน่ายกมือขึ้น
“ผมเองฮะ”
“หือ? เฟรี่ดูแลน้ำชา และอาหารหรอกหรอ จะไหวหรอเนี่ย จริงป่ะลอรี่” ลูคัสหันไปถามลอเรนซ์ ก่อนจะหันหลบมีดบินแทบไม่ทัน
“เฟรินดูแลน่ะแหละ ถูกแล้ว” คำตอบของนักบวชทำให้ทุกคนคิ้วขมวด มองเ้าหัวขโมยที่นั่งยิ้ม จิบน้ำชาหน้าตาย
“แล้ว ไหนล่ะ น้ำชา เ้าตัวดี” ไธนอลเอ่ยถามขึ้นบ้าง เฟรินยิ้มกว้าง
“ไอโกโดมโว้ย มานี่หน่อย” เฟรินะโเรียก ก่อนร่างเล็ก ๆ เท่าฝ่ามือ มีเขาใหญ่เกินตัวจะปรากฏขึ้นบนโต๊ะสร้างความฉงนให้กับผู้เห็นเหตุการณ์ทั้งหมด
“โอ้... องค์... ง่า ท่านเฟริน มีอะไรให้กระหม่อมรับใช้หรอ พะย่ะค่ะ”
“ช่วยเรียกของที่ให้เตรียมไปไว้ตรงนู่น (ชี้ไปทางห้องครัว) แล้วก็เรียกป้ามาเรีย มาด้วย” เฟรินสั่ง ร่างเล็ก ๆ รีบทำตามพระประสงค์อย่างเร่งด่วนกลัวองค์ชายในคราบหัวขโมยทรงพิโรธ จากนั้นร่างเล็ก ๆ ก็หายไปเหลือหญิงสาววัยเลยกลางคนนิด ๆ แทน
“ป้ามาเรีย” เฟลิโอน่าะโเข้าสู่อ้อมกอดของหญิงชราที่อ้าอ้อมแขนรับแทบไม่ทัน
“ง่า... ป้ามาเรียลืมผมแล้วหรอเนี่ย” เฟรินเอ่ยอย่างน้อยอกน้อยใจ เรียกเสียงหัวเราะเบา ๆ จากคนในซุ้ม
“ใครจะไปลืมล่ะค่ะ ท่านเฟรินไม่อยู่ วังเหงาไปเยอะ” เฟรินและเฟลิโอน่ารับคำยิ้ม ๆ
“ว่าแต่ เรียกป้ามามีอะไรหรือค่ะ”
“เื่ชุดที่ผมให้จัดการน่ะฮะ เสร็จแล้วใช่ไหมฮะ พรุ่งนี้ช่วยแต่งตัวให้สาว ๆ หน่อยน่ะฮะ” เฟรินเอ่ยอย่างออดอ้อน หญิงชรายิ้มให้หญิงสาวอย่างรู้ทันก่อนจะอ้าแขนออกรับชายหนุ่มอีกคน จนคนมองเริ่มสงสัยถึงความสัมพันธ์
“ป้ามาเรียเป็แม่นมฉันเอง แล้วเฟรินก็ไปมาที่วังั้แ่เด็ก ป้ามาเรียก็เลยเอ็นดูเหมือนฉันอีกคนน่ะ” เฟลิโอน่าเอ่ยแก้ตัวให้พี่ชายตัวเอง เพราะพี่ชายมั่วแต่ออดอ้อนป้ามาเรียเหมือนเด็ก ๆ
ทุกคนพยักหน้าเข้าใจ มองหัวขโมยที่กอดกับหญิงชราอย่างออดอ้อน มันอ้อนแบบนี้ทีไร ใคร ๆ ก็ยอมมันทุกที ขนาดคาลิน่าที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็ เ้าหญิงน้ำแข็งยังยอมมันเลย
“แล้วนี่สองแม่ลูกจะกอดกันอีกนานไมค่ะ” เฟลิโอน่าเอ่ยขำ ๆ เมื่อเห็นเฟรินไม่ยอมปล่อยจากแม่นมเธอสักที เรียกเสียงหัวเราะจากทุกคน แล้วจากการจัดซุ้มที่ทำให้เหนื่อยอ่อน ทุกคนจึงหันมาชิมขนมและน้ำชา ที่เฟรินแสดงฝีมือให้ทานกัน แล้วพวกเขาก็อดยอมรับไม่ได้ว่า ฝีมือมันแน่จริง ๆ ขนาดพวกเขาเป็ผู้ชายยังหลงมันเลย แล้วนี่ถ้าสาว ๆ มาทาน หึ ๆ รับรอง งานนี้เสร็จ ไอเฟรินเป็แน่
.........................................