ชีวิตมันเริ่มผิดพลาดมาจากตรงไหนในอดีตใคร ๆ ต่างชื่นชมเธอว่าเป็คนเรียนเก่งอนาคตไกลจบปริญญาตรีมาก็ได้เกียรตินิยมได้เข้าทำงานในบริษัทใหญ่มีชื่อเสียงบุคลิกรูปร่างหน้าตา รึ! ก็ไม่ได้ขี้ริ้วขี้เหร่ ถึงขนาดเคยมีคนมาทาบทามให้เข้าวงการบันเทิงด้วยซ้ำ!
แล้วดูชีวิตตอนนี้สิ!เธอกลับกลายเป็ป้าแก่วัย สี่สิบห้าที่มีรูปร่างอ้วนฉุใบหน้าอันแสนยับย่นล้วนเต็มไปด้วยฝ้ากระริ้วรอยตีนกาหากไม่เคยรู้จักกันมาก่อนแล้วอนุมานจากหนังหน้าคงนึกว่าปาไปหกสิบ
กราฟชีวิตคู่เริ่มดิ่งลงเรื่อย ๆเมื่อสามีเป็โรคพิษสุราเรื้อรังติดเหล้าอย่างหนักถึงขั้นต้องดื่มทุกวันหากวันไหนไม่ได้ดื่มหรือดื่มมากจนเกินไปมักเกิดอาการทางประสาทคลุ้มคลั่งถือมีดวิ่งไล่แทงคนอื่นไม่เว้นแม้กระทั่งคนในครอบครัวบ้านทั้งบ้านจึงร้อนรุ่มลุกเป็ไฟเดือดระอุอยู่แทบทุกวันนอกจากปัญหาโรคพิษสุราเรื้อรังแล้ว สามียังสวมเขาให้เธออีกต่างหากซึ่งผู้หญิงคนนั้นก็ไม่ใช่คนอื่นคนไกลเป็คนที่พักอาศัยอยู่ในซอยเดียวกันรู้จักกันจากการแนะนำของบรรดาเพื่อนฝูงในวงเหล้า กินเหล้าไปกินเหล้ามาสุดท้ายเลยหันมากินกันเองแถมยังกินกันแบบ รอบวงอีกต่างหากจึงทำให้สามีมีเื่ชกต่อยกับคนในวงเหล้าด้วยแรงหึงหวง
ถ้าเป็คนทั่วไปที่มีรอยหยักในสมองผู้หญิงผ่านศึกโชกโชนมาขนาดนี้แถมยังพร้อมหลับนอนกับใครก็ได้ที่สามารถหยิบยื่นเงินทองให้...เขาคงไม่คิดจริงจังแต่สามีผู้โง่เขลาที่มีรอยหยักในสมองน้อยแถมยังสมองเสื่อมจากฤทธิ์สุรากัดกร่อนกลับยกย่องผู้หญิงคนนั้นอย่างออกหน้าออกตากอดจูบลูบคลำนั่งตักโชว์คนในซอยเที่ยวประกาศตัวบอกใครต่อใครอย่างภาคภูมิใจว่า…
“นี่เมียกู!”
นอกจากติดเหล้ามีชู้แล้วแน่นอนเงินทองย่อมไม่เหลือ…เพราะรักชู้คลั่งชู้หลงชู้ปานจะแหกก้นดมสามีจึงไม่เคยให้เงินลูกเมียใช้แถมยังพาลหาเื่ทะเลาะเบาะแว้งไล่ออกจากบ้านทุกวี่ทุกวันรายได้ทุกบาททุกสตางค์ล้วนถูกประเคนสู่คู่สวาทราวกับทาสรักผู้ซื่อสัตย์ภักดีแถมยังปรนนิบัติพัดวีนวดตีนคู่ขาโชว์เพื่อนบ้านประหนึ่งทั้งโลกมีเพียงพวกมันสองคนไม่ว่าชู้รักอยากได้อะไร สามีก็พร้อมปรนเปรอให้ทุกอย่างไม่ว่าชู้จะยุแยงเป่าหูสิ่งใดสามีก็พร้อมจะเชื่ออย่างไม่มีข้อกังขาถึงขนาดแล่นมาด่าลูกเมียตนเองอย่างสาดเสียเทเสียก็บ่อยครั้ง
ผิดกับเธอ…ที่จู่ ๆ ก็ถูกยัดเยียดตำแหน่งเมียหลวง แม้นอยู่กินกับเขามายี่สิบกว่าปีเงินสักบาทที่จะให้เข้าร้านเสริมสวยรึ ? สามีไม่เคยหยิบยื่นให้ซ้ำร้ายพอลูกเกิดมามีความบกพร่อง คนสารเลวกลับปล่อยให้เธอดูแลลูกอยู่ฝ่ายเดียวไม่เคยสนใจไยดีลูก ด้วยความรักและทุ่มเทแม่อย่างเธอจึงยอมลาออกจากงานประจำเพื่อจะได้มีเวลาฝึกฝนพัฒนาการของลูกน้อยเบนเข็มมาทำการค้าแทนแต่เหมือนถูกเวรซ้ำกรรมซัดไม่ว่าหยิบจับธุรกิจอะไรดันเจ๊งมันทุกกิจการจากที่พอมีเงินเก็บอยู่บ้างก็พลันสลายละลายหายไปราวกับอากาศธาตุแถมยังได้หนี้กลับมาอีกก้อนโต
“แม่คะ คืนนี้พวกเราจะไปนอนที่ไหนกันคะ?”แม้นเด็กน้อยมีพัฒนาการล่าช้าแต่ยังพอมีความเข้าใจเื่พื้นฐานของการใช้ชีวิตจึงถามขึ้นอย่างไร้เดียงสาเมื่อเห็นมารดายืนเหม่อลอย
สองแม่ลูกเตร็ดเตร่อยู่ข้างถนนจนฟ้ามืดจากที่มีผู้คนเดินสวนไปมาคลาคล่ำก็เริ่มบางตาลง วันนี้เธอพึ่งถูกสามีกับเมียใหม่รุมตบตีไล่ออกจากบ้านเหมือนหมูเหมือนหมามีเพียงกระเป๋าเป้ใบใหญ่ที่บรรจุเสื้อผ้าแบกใส่หลังเพียงใบเดียวเธอไม่มีของมีค่าหรือของสะสมอะไรมีเพียงเงินทองติดตัวมาเล็กน้อยส่วนลูกสาวก็สะพายเป้ใบเล็กที่มีของใช้ส่วนตัวเด็กน้อยอยู่แค่ไม่กี่ชิ้น
ความมืดมิดยามราตรีที่คืบคลานเข้ามาก็มิต่างอะไรกับชีวิตอันมืดมนยามอ่อนล้าโรยแรง ชั่วขณะหนึ่งเคยมีเสียงความคิดแวบเข้ามาในหัวสั่งให้เธออุ้มลูกะโน้ำฆ่าตัวตายให้มันรู้แล้วรู้รอดเสียจะได้หมดสิ้นพ้นเวรพ้นกรรมในชาตินี้กันไปสักที
ครั้นจะบากหน้าไปขอความช่วยเหลือจากใครก็ไม่มีที่ให้พึ่งพิงเพราะถูกทางบ้านตัดขาดั้แ่เลือกผู้ชายคนนี้ พ่อกับแม่คงมองเห็นความเลวร้ายบางอย่างในตัวของเขาจึงพากันคัดค้านอย่างหัวชนฝา แถมยังชิงตัดไฟเสียแต่ต้นลมเฝ้าเฟ้นหาคนมาดูตัวนัดบอดให้พบเจอกันอีกต่างหาก เธอรู้เพียงข้อมูลคร่าว ๆเกี่ยวกับชื่อของเขาและรู้ว่าทำงานอยู่ในต่างประเทศเท่านั้นแต่สุดท้ายเธอก็เบี้ยวนัดเพราะนิสัยอันดื้อดึงทำให้พวกท่านโมโหเป็อย่างมาก
อนิจจา… ความรักมักทำให้คนตาบอดเธอเองก็เช่นกัน เธอหลงงมงายในคำหวานอย่างไม่ลืมหูลืมตา ไม่ฟังคำทัดทานจากใครมองไม่เห็นแม้กระทั่งความรักความหวังดีของผู้ให้กำเนิดตัดสินใจใช้ชีวิตคู่อยู่กับผู้ชายจน ๆ ที่เรียนไม่จบแม้กระทั่งปริญญาตรีเพื่อพิสูจน์รักแท้พอวันหนึ่งมันปีกกล้าขาแข็งเธอกลับถูกถีบหัวส่งถูกทรยศหักหลังเหมือนเป็ขยะที่ไร้ค่าอย่าว่าแต่เธอเลย… แม้แต่ลูกสาวในไส้มันยังไม่เคยเหลียวแล
ส่วนเพื่อนฝูงน่ะเหรอ ?ั้แ่แต่งงานมาเธอแทบไม่ได้ติดต่อเพื่อนคนไหนเลย ยิ่งลูกมีความบกพร่องยิ่งยกทั้งชีวิตอุทิศให้ลูกแบบร้อยเปอร์เซ็นต์ครั้นจะเอ่ยปากขอความช่วยเหลือก็นึกละอายใจเพราะร้อยวันพันปีแทบไม่เคยมีปฏิสัมพันธ์กันเลย
“ถ้าลุงไม่รังเกียจก็ทานซาลาเปากับน้ำนี่นะคะ”ปิยะลักษณ์แบ่งอาหารที่ซื้อมาจากร้านสะดวกซื้อวางไว้ตรงหน้าชายชราเร่ร่อนข้างถนนสภาพเนื้อตัวของเขาขะมุกขะมอมผมเผ้าพันกันรุงรังทำให้หญิงม่ายหมาด ๆอย่างเธออดรู้สึกเวทนาสงสารไม่ได้
“ขอบใจนะนังหนู”น้ำเสียงนั้นทรงพลังจนหญิงม่ายนึกสะดุดใจแต่เธอมีเื่สำคัญมากกว่าให้ต้องขบคิดจึงจูงลูกเดินจากมาคืนนี้คงต้องหาโรงแรมหรือห้องเช่ารายวันราคาถูกสักแห่งอาศัยหลับนอนไปก่อนไว้พรุ่งนี้เช้าค่อยว่ากันอีกที
“เดี๋ยวสิ! นังหนู!เอ็งเชื่อเื่ปาฏิหาริย์รึเปล่า?”ชายชราเร่ร่อนส่งเสียงดังตามหลังสองแม่ลูกมา ทำให้ปิยะลักษณ์กับลูกต้องหยุดเดินหันหลังกลับไปมองลุงอีกครั้ง…
•✡°・*.☆° .:*❅❀❅*:. °☆. *・°✡•
ฟินจิกหมอนก่อนใครไม่ต้องรอนาน!
กับ E-BOOK ที่ Meb
