ตอนที่ 22 ความโกรธ
ตอนที่ 22 ความโกรธ“ใช่แล้ว ใช่แล้ว” มีบัตรทองสองใบอยู่ในมือ หลินเหยาที่อุ้มหยกเจไดต์น้ำแข็งไว้ในอ้อมแขน ใบหน้าที่ตื่นเต้นของเธอนั้นแดงก่ำ เมื่อมองดูแล้วมันน่ารักมาก ดูไปแล้วคล้ายกับเป็นแววตาที่ต้องการที่จะทำให้เกิดความวินาศไปทั้งโลกก็มิปาน : “หากเขากล้ามาละก็ จะทำให้เขาไปแล้วไม่กลับมาอีกเลย”หลังจากที่พูดจบประโยคนี้จบแล้ว หลินเหยาก็ใช้สายตาที่เหมือนมองสมบัติมองไปที่เซิงห่าวแล้วกล่าวว่า : “เซิงห่าว นายมีตาทิพย์เหรอ นายรู้ได้ยังไงว่ามีว่ามันมีหยกเจไดต์น้ําแข็งอยู่ในนั้น?”เมื่อเธอพึ่งจะพูดถึงหยกเจไดต์น้ําแข็ง คิดไม่ถึงว่าเซิงห่าวจะหามันออกมาได้ นี่คือหยกเจไดต์น้ําแข็งเลยนะ! ถือโอกาสนี้ทำเงินได้จำนวนมากสําหรับเธอแล้ว เงินที่ชนะมาสิบล้านหยวนยังมีมูลค่าไม่เท่าหยกเจไดต์น้ําแข็งก้อนนี้เลยหยกเจไดต์ปินโจวช่างสวยงามมากจริงๆ“ถ้าหากฉันมีตาทิพย์แล้วละก็......” คิ้วเซิงห่าวของกระตุกครั้งหนึ่ง มองไปที่หัวจรดเท้าของหลินเหยาอย่างมีเจตนาที่ไม่ดี และพร้อมกับทำเสียงจุ๊ๆไปด้วยสองครั้งมันง่ายสําหรับผู้ชายที่จะเข้าใจสิ่งที่เขาหมายถึง ถ้าเขามีตาทิพย์แล้วละก็เขาคงจะมองไปหลินเหยาอย่างทะลุปรุโปร่งไปหมดแล้วในตอนแรกนั้นหลินเหยาก็ยังไม่เข้าใจว่าเขากำลังหมายถึงอะไร แต่ทว่าเธอก็ไม่ใช่สาวน้อยที่มีอายุแค่อายุสามขวบ หลังจากนั้นเธอก็มีปฏิกิริยาตอบสนองกลับมาอย่างรวดเร็ว กระแสความตื่นเต้นก็ได้ก็เปลี่ยนเป็นความโกรธไปในทันที : "เซิงห่าว นายนายนาย! ถ้านายกล้านายได้ตายจริงๆแน่" เซิงห่าวแสร้งทําท่าทางเป็นฟังไม่เข้าใจ พูดออกมาอย่างไร้เดียงสาว่า: "ฉันกล้าอะไร"“พอแล้วพวกเธอทั้งสองคน” เธอเตือนสติและลากหลินเหยาออกมาอย่างจนปัญญา ทำให้เธอคลายความโกรธลง ได้พูดกับทั้งสองด้วยเสียงอันเบาว่า “ทุกคนจ้องมองกันใหญ่แล้ว”อันดับแรกเขาได้เปิดเป็นออกมาฝูลู่โซ่วสี่ก่อน ต่อมาก็เป็นหยกเจไดต์น้ําแข็ง เซิงห่าวได้กลายเป็นจุดสนใจของผู้ชมทั้งงานมานานแล้ว สายตาเกือบทุกสายตาต่างจ้องเขม็งมาที่เขา ราวกับหมาป่าที่กำลังเฝ้าดูลูกแกะอย่างไงอย่างนั้นเลยหลินเหยาจ้องมองไปทางเซิงห่าว อุทานเสียงพอใจไปหนึ่งครั้ง แล้วก็หันกลับไป หลังจากนั้นก็ยังคงมองไปที่หยกเมล็ดน้ำแข็งในอ้อมแขนของเธอต่อไปเซิงห่าวมองไปเห็นสายตาของผู้คนรอบๆ เขาได้แต่ถูจมูกเล็กน้อย หากว่าเขาสามารถเปิดได้หยกเจไดต์คุณภาพดีเยี่ยมอีกครั้งละก็ เขาเชื่อว่าพวกคนกลุ่มนี้จะต้องกินเขาเข้าไปอย่างแน่นอนอืม ต้องทำให้ตัวเองเป็นจุดสนใจน้อยที่สุดทั้งสามคนยังคงเดินไปข้างหน้าต่อไปเฉิงจื่อหาวที่เดินออกจากประตู เขารู้สึกว่าตัวเองอยู่ในสภาพที่น่าสังเวชกันเกินไปแล้ว แม้แต่เขาเองก็ไม่คาดคิดว่าเซิงห่าวจะมีโชคที่ดีมากอย่างไม่คาดคิดขนาดนี้ แม้แต่หยกเจไดต์คุณภาพสูงขนาดนั้นยังเปิดออกมาได้ติดต่อกันถึงสองครั้งน่ารังเกียจ! แกอย่าภูมิใจในตัวเองนานเกินไปนัก ฉันจะไม่ปล่อยให้แกมีชีวิตที่ดีแน่! กล้าดียังไงมาล่วงเกินฉัน แกตายแน่!เขากลับไปขึ้นรถของตัวเอง เฉิงจื่อหาวปล่อยคำสบถออกมากอย่างรุนแรง เเทบอดใจไม่ไหวมองที่พื้นเบื่องหน้ายังเป็นหน้าของเซิงห่าว แล้วเขาก็ถ่มน้ำลายลงไปบนพื้นนั้น“ออกรถ!”เฉิงจื่อหาวเหลือบมองไปในทิศทางของงานประชุมผู้ประเมินอย่างไม่สบอารมณ์นัก ดวงตาของเขาเต็มเปี่ยมไปด้วยความอาฆาตแค้น เขาไม่เคยเสียใบหน้ามากถึงขนาดนี้มาก่อนในชีวิตของเขาเงินสิบล้านหยวนนั้นมันไม่มีความหมายอะไรกับเขา แต่ว่าครั้งนี้แม้แต่บัตรเชิญงานประชุมผู้ประเมินครั้งนี้ก็ยังพนันแพ้ไปด้วย อีกทั้งยังอยู่ในสายตาของผู้คนมากมายมากมายขนาดนี้ ความโกรธของเขานี้ไม่ว่ายังไงเขาก็ไม่สามารถกล้ำกลืนมันลงไปได้“นายน้อย ท่านจะไปโกรธเพื่อคนแบบนั้นแค่คนเดียวไปทำไมกัน คุณคือนายน้อยของตระกูลเฉิง มีสถานะสูงส่งอย่างหาที่เปรียบมิได้อยู่แล้ว” คนที่อยู่ข้างๆนั้นกล่าวขึ้นด้วยเสียงอันแผ่วเบาคำยกย่อง ไม่ว่าใครเมื่อได้ยินก็ต้องถูกชักชวนให้เต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข เฉิงจื่อหาวก็ไม่มีข้อยกเว้นแต่ตอนนี้ใจเขากําลังคิดถึงเรื่องที่น่าอับอายขายหน้าที่พึ่งจะเดิมพันไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแสดงออกของทุกคนที่ดูคนดูอยู่รอบ ๆ เขาในเวลานั้น“แกไสหัวไปอยู่บนรถคันอื่นไป!” เฉิงจื่อหาวกล่าวอย่างเย็นชา แล้วก็ไม่สนใจด้วยว่าตอนนี้กําลังขับรถอยู่บนทางหลวง และได้เตะคนคนนั้นลงไปบนถนนเมื่อได้เห็นคนนั้นกลิ้งลงไปบนพื้นถนน ความโกรธในใจของเฉิงจื่อหาวก็ได้ถูกระบายออกมาเขาหยิบโทรศัพท์มือถือออกมา ได้ค้นหาหมายเลขโทรศัพท์เลขหนึ่งแล้วกดโทรออก ทันทีที่ปลายสายรับสายของเขาก็สั่งออกไปอย่างห้วนๆว่า : “ฉันมีบางอย่างที่จะให้พวกแกต้องทำ คุณหนูบ้านหลิน หลินเหยา พวกแกไปหาวิธีที่จับตัวเธอมาให้ฉัน ฉันไม่สนว่าพวกแกจะจับมาด้วยวิธีไหนเพียงแต่ว่าอย่าทิ้งร่องรอยอะไรเอาไว้ก็พอ”หลังจากพูดเรื่องนี้จบ เขาก็วางสายโทรศัพท์ไป ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยรอยยิ้มที่โหดเหี้ยมและเย็นชา คนขับรถที่อยู่ข้างหน้าได้แอบขยับกระจกรถดู เขาก็ก้มหัวลงเล็กน้อย ทำราวกับว่าเขาไม่ได้ยินหรือไม่ได้เห็นอะไรทั้งนั้นและคนที่โชคร้ายที่โดนเตะตกลงไปจากรถ ประสบความสำเร็จในการก่อให้เกิดการจราจรติดขัด เขาเกือบที่จะถูกรถที่วิ่งอยู่บนถนนชนแล้วกลายเป็นวิญญาณเร่ร่อนไปแล้วจริงๆเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วเป็นเวลาสองวัน ก่อนและหลังที่เซิงห่าวได้มอบของขวัญเป็นหยกเจไดต์ก็ได้รับการพูดถึงอย่างสนุกสนานจากผู้คนมากมาย และทุกครั้งที่เฉิงจื่อหาวได้ยินข่าวเกี่ยวกับเซิงห่าว ภายในใจเขาก็แทบจะทนอีกต่อไปไม่ไหวแล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่ง เรื่องที่เขาพนันแพ้และเสียบัตรเชิญงานประชุมการประเมินไป เขาแทบจะกลายเป็นตัวตลกในสายตาของทุกคน เมื่อเข้าร่วมงานสาธารณะ ยิ่งไปกว่านั้นบางครั้งตัวเองก็ถูกตักเตือนว่าเป็นคนทำไม่ถูกต้อง ทำให้เขารู้สึกอับอายอย่างไม่มีที่สิ้นสุดยังดี ที่หมายเลขที่เขาโทรออกในวันนั้นเพียงไม่นานก็ได้ข่าวคราว"ฮ่าฮ่าฮ่า ไป!" หลังจากวางโทรศัพท์แล้ว เฉิงจื่อหาวก็ตะโกนเรียกคนอื่นหลายคนอย่างอดทนรอต่อไปอีกไม่ไหว นั้งรถไปยังพื้นที่ห่างไกลที่เงียบสงบแถวแทบชานเมืองเมื่อรถมาถึงโรงงานเก่าที่ถูกทิ้งร้างไว้แห่งหนึ่ง ที่หน้าประตูโรงงานเก่านั้นมีชายอันธพาลอยู่หลายคนที่แต่ละคนนั้นมีผมทั้งสีแดงสีเขียวและคนผมสีแดงก็กําลังหาวอยู่ในขณะที่กำลังทำการลาดตระเวนเมื่ออันธพาลเหล่านั้นเห็นรถ จึงค่อยได้ฝืนปลุกปลอบความตื่นตัวขึ้น ชายคนหนึ่งได้วิ่งเข้าไปในโรงงานเก่า ดูจากท่าทางแล้วเขาน่าจะเข้าไปข้างในเพื่อแจ้งให้คนข้างในรู้เฉิงจื่อหาวที่พึ่งจะลงมาจากรถ ก็ได้เห็นชายที่ร่างกายกำยำใหญ่โตที่สวมเสื้อผ้ารัดรูปแบบสบายๆคนหนึ่งเดินออกมา เมื่อเขาได้เห็นดวงตาของเฉิงจื่อหาวที่เป็นประกาย เขารีบก็เดินเข้าไปหา เขาพูดเสียงงึมงำๆด้วยความหงุดหงิดว่า: “นายน้อยเฉิง คนอยู่ข้างในครับ”"ดีมาก" เมื่อได้ยินข่าวนั้น สีหน้าของเฉิงจื่อหาวดีขึ้นเล็กน้อย แต่เมื่อดวงตาได้หันไปเห็นพวกอันธพาลไม่กี่คนพวกนั้น ใบหน้าของเขาก็กลับมืดมนลงอีกครั้งชายตัวใหญ่แม้จะกำยำแต่กลับมีดวงตาแหลมเล็ก แต่กลับเฉียบคมเป็นอย่างยิ่ง ได้อธิบายอย่างรีบร้อนว่า : “ช่วงนี้คนของเราไม่ค่อยพอ คนพวกนี้คือคนที่รับสมัครมาใหม่ อย่าพึ่งมองว่าพวกเขาดูไม่มีอะไร คนเหล่านั้นมีฝีมือที่ไม่เลวเลยครับ”เมื่อเฉิงห่าวได้ยินอย่างนั้นก็ตอบรับออกมาอย่างหงุดหงิด "พวกแกเฝ้าที่นี่ไว้ให้ฉัน" พูดจบเขาก็เดินตรงเข้าไปข้างใน ชายร่างกํายําคนนั้นได้ตบอันธพาลสองสามคนอย่างดุดัน ทําให้พวกเขารู้สึกตื่นตัวขึ้นมาในทันทีณ ภายในโรงงานเก่าที่ถูกทิ้งร้างนั้น มือและเท้าของหลินเหยาได้ถูกมัดไว้ คนทั้งคนถูกโยนลงบนพื้นเหมือนสินค้าที่ไม่มีเคลื่อนไหว ดวงตาทั้งสองข้างถูกผิดไว้ด้วยเศษผ้าสีฟ้าหนึ่งผืนเมื่อเฉิงจื่อหาวเข้ามาเขาเห็นสภาพนี้ ในใจนั้นก็รู้สึกว่าได้ใจเป็นอย่างมาก เขาเดินไปอยู่ข้างตัวของหลินเหยา รู้ว่าตอนนี้เธอนั้นอยู่ในอาการที่กำลังหมดสติอยู่“หลินเหยาอ่าหลินเหยา เมื่อตอนที่เธอยื่นมือออกมาอย่างภูมิใจร้องแต่จะเอาเงินของพี่ชายคนนี้ เคยคิดบ้างไหม ว่าวันนี้เธอสามารถตกมาอยู่ในกำมือของพี่ชายคนนี้ได้? ดูเธอโตมาอย่างดี อย่างนั้นก็ถือว่าเงินสิบล้านหยวนเป็นค่าที่ให้เธอมาเป็นของเล่นให้พี่ชายคนนี้ก็แล้วกัน ” เฉิงจื่อหาวกล่าวด้วยรอยยิ้มที่เย็นชาเขาได้ทำตามแผนเรียบร้อยแล้วเรื่องการลักพาตัวครั้งนี้ แทบจะไม่เหลือร่องรอยอะไรไว้เลย ไม่มีใครสามารถที่จะมาสงสัยเขาได้ และก็จะไม่สงสัยในตัวเขาแน่นอน เพราะรู้ว่าเขาเป็นคนของบ้านตระกูลเฉิงสำหรับเซิงห่าวนั้นเขาไม่เคยคิดที่จะปล่อยไป ยังไงก็ตามคุณหนูหลินคนนี้ เธอไม่มีทางรู้ว่าใครเป็นคนลักพาตัวเธอมา แต่เขาก็เล่นตรงนี้มามากพอแล้ว หลังจากนั้นก็หาใครสักคน ทำเบาะแสบางอย่าง หลังจากนั้นก็ส่งเป็นสินค้าไปให้เซิงห่าว มันยอดเยี่ยมมากเลยไม่ใช่เหรอฮึ เซิงห่าว แกต้องการจะสู้กับฉัน ก็ไม่ยอมดูด้วยว่าฉันเป็นใคร ฉันคือนายน้อยของตระกลูเฉิง แกกล้าที่จะทำให้ฉันอับอายขายหน้า แกควรจะเตรียมพร้อมที่จะแบกรับความโกรธของฉัน!...