ตอนที่ 3 สงสัยและสับสน ไร้ทั้งความงามและความสามารถงั้นหรือ
คราบเืบนหน้าผากของนางแห้งกรัง
เวลานี้นางฟื้นแล้ว ในดวงตาดำขาวคู่นั้นมีความระแวดระวังเล็กน้อย
ชายหนุ่มผู้หล่อเหลาและสง่างามละสายตาจากใบหน้าของเว่ยเย่ว์อู่ วางสายตาลงบนหนังสือในมือของตน สั่งการผู้ติดตามอย่างไม่ใส่ใจว่า “เพิ่มความเร็วรถม้าสักหน่อย จอดพักในเมืองข้างหน้า”
เกิดเสียงดังมาจากนอกม่านรถม้า ความเร็วของรถม้าเพิ่มขึ้น ในที่สุดเว่ยเย่ว์อู่ก็ถอนหายใจโล่งอก ตราบใดที่นางไปถึงในเมือง ก็สามารถขอให้เขาช่วยนางหาหมอและยาต่างๆ ได้
ภายใต้ความอบอุ่น นางหมดสติไปอีกครั้ง
หลังจากเข้าพักที่โรงเตี๊ยมแล้ว ชายหนุ่มก็เรียกหมอมาตรวจเว่ยเย่ว์อู่ จัดเทียบยาและทำความสะอาดแผลบนหน้าผากของนาง ทว่าเพราะาเ็หนักเกินไป เว่ยเย่ว์อู่จึงนอนหลับสนิทอยู่ตลอดไม่ได้ตื่นขึ้นมา
ชายหนุ่มเข้าพักที่ห้องถัดจากเว่ยเย่ว์อู่ เขาสวมเสื้อคลุมตัวใหญ่อย่างลวกๆ เอนกายลงบนเตียง ฟังผู้ใต้บังคับบัญชารายงานสถานการณ์ให้ฟัง
“ที่แท้จิ้งหย่วนโหวโม่หฺวาถิงก็อยู่ในเมืองนี้ด้วยหรือ” เขาลืมตาขึ้น ดวงตาสีหมึกดำขลับราวกับดวงดาว บนใบหน้าปรากฏรอยยิ้มจางๆ ถามออกไปอย่างสบายๆ
ในหน่วยสืบราชการลับของเขา โม่หฺวาถิงเป็ตัวละครพิเศษ...
“พ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมได้ยินว่าเขามารับบุตรสาวของหฺวาหยางโหวคู่หมั้นของเขา แต่ในยามนี้ต่างมีข่าวลือว่าบุตรสาวของหฺวาหยางโหวผู้นี้ถูกฆ่าตายคืนวานนี้ ถูกดาบตอกอยู่กับรถม้า ผู้ที่เดินทางไปด้วยไม่มีใครรอดชีวิต!” องครักษ์คุกเข่าลงกับพื้นด้วยความเคารพ ก้มศีรษะตอบ
“บุตรสาวของหฺวาหยางโหวงั้นหรือ” บนใบหน้างามสง่าดุจหยกนี้ ที่มุมปากค่อยๆ เผยรอยยิ้มเกียจคร้านดูสบายๆ พานให้ผู้คนรู้สึกถึงความสบาย ดั่งปุยเมฆสีขาวบนท้องนภา
“เช่นนั้นก็ไปสืบเื่บุตรสาวหฺวาหยางโหวผู้นี้เถอะ” ภายใต้แพขนตายาว ดวงตาของเขาเป็ประกาย น้ำเสียงอันอบอุ่นคล้ายไม่ใส่ใจใดๆ
บุตรสาวของหฺวาหยางโหวผู้นี้ เขารู้จัก แต่ไม่เคยให้ผู้ใดสืบเื่ของนางมาก่อน นึกไม่ถึงว่าเด็กสาวผู้อ่อนแอและบอบบางคนนี้กลับมาปรากฏตัวต่อหน้าตนในลักษณะที่ต่างออกไป
ช่างเป็โชคชะตาเสียจริง!
เมื่อเว่ยเย่ว์อู่ลืมตาขึ้น ก็เป็เช้าวันรุ่งขึ้นแล้ว
นางมีพื้นฐานร่างกายที่แข็งแรง หลังจากใช้ยาและพักฟื้นในสถานที่อบอุ่นทั้งคืนก็ถือว่าฟื้นตัวขึ้นมาก
เมื่อฟื้นขึ้นมา เว่ยเย่ว์อู่ถามกับองครักษ์เกี่ยวกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น จากนั้นก็ลุกขึ้นด้วยความยากลำบาก อยากจะไปเข้าพบผู้มีพระคุณที่ช่วยชีวิต
นางหวีผมแล้วสวมใส่อาภรณ์หยาบๆ ที่เถ้าแก่เนี้ยเตรียมไว้ให้ สีหน้าของนางยังดูไม่ดีนัก ใบหน้าเหลืองซีด ร่างกายผอมบาง ประกอบกับหน้าผากสั้น ทำให้ดูไม่โดดเด่นเป็อย่างยิ่ง แต่หากสังเกตดีๆ จะมองเห็นคิ้วเรียวงามคู่หนึ่ง
หลังฉากบังลม ชายหนุ่มกำลังอ่านหนังสืออยู่ในห้อง
ครั้นมองเห็นเว่ยเย่ว์อู่ ก็ไม่มีท่าทางประหลาดใจใดๆ ดวงตาเฟิ่งหวง[1] มืดมิดดั่งสีหมึกมีรอยยิ้มวาบผ่าน เขาชี้ไปที่เก้าอี้ด้านข้างส่งสัญญาณให้นางนั่งลง
เว่ยเย่ว์อู่ไม่ได้นั่งลงแต่อย่างใด แต่น้อมคำนับ “ผู้น้อยมาเพื่อขอบคุณคุณชายที่ช่วยชีวิตเอาไว้!”
เขายิ้มมุมปาก รอให้เว่ยเย่ว์อู่คำนับเสร็จและนั่งลง ชายหนุ่มจึงกล่าวว่า “เ้าเป็บุตรสาวของหฺวาหยางโหว!”
นี่ไม่ใช่คำถามแต่คือการยืนยัน
เว่ยเย่ว์อู่ใจกระตุก นางจ้องมองชายหนุ่ม “เ้าค่ะ”
“บุตรสาวของหฺวาหยางโหว ซึ่งผู้เป็มารดาจากไปเร็ว อายุหกปีก็ถูกส่งไปเลี้ยงดูในจวนของท่านตาที่อยู่ห่างไกล กล่าวกันว่าไม่เพียงแต่กิริยาแข็งกระด้างหยาบกร้าน ยังไร้ความสามารถอีกด้วย แต่เพราะตอนนั้นมารดาของนางเป็เพื่อนกับมารดาของจิ้งหย่วนโหว จึงได้มีการตกลงหมั้นหมายกับจิ้งหย่วนโหว ผู้ที่อายุน้อยแต่มีผลงานเป็ที่ประจักษ์ไว้นานแล้ว ด้วยเหตุนี้ทุกคนจึงคิดว่าบุตรสาวของหฺวาหยางโหวไม่คู่ควรกับจิ้งหย่วนโหวเอาเสียเลย อีกทั้งครานี้จิ้งหย่วนโหวยังเดินทางหลายพันลี้[2] เพื่อมาต้อนรับคู่หมั้นของเขา…”
น้ำเสียงหล่อเหลาเอ่ยพร้อมถอนหายใจเบาๆ หากแต่ดูเหมือนไม่มีสิ่งใดแว่วเข้าหูของเว่ยเย่ว์อู่แม้แต่น้อย มือของนางที่ซ่อนอยู่ใต้แขนเสื้อกำหมัดแน่น
คืนวานนี้เป็โม่หฺวาถิงจริงๆ ด้วย!
“อยากรู้หรือไม่ ว่าเหตุใดเขาจึงทำเช่นนี้”
เชิงอรรถ
^ เฟิ่งหวง แปลว่า นกฟีนิกซ์^ ลี้ เป็นหน่วยวัดของจีน 1 ลี้ = 500 เมตร