ณ วังไท่หยวน
“ ท่านหมอเทวะ “
“ ท่านจักรพรรดิ ไม่ทราบว่า หนิงซวนไปอยู่ที่ใด” เวลานี้เทียนแปลงร่างเป็นซูเทียน มาถึงวังก็ถามหา ลูกศิษย์ทันที
“ เวลานี้หนิงซวน กับ รัชทายาทไท่เหอ เดินทางไปชายแดนระหว่างจักรวรรดิของเรา กับ จักรวรรดิต้าฉิน เมื่อเจ็ดวันก่อนเกิดแผ่นดินไหว และภูเขาไฟระเบิด ผู้คนบาดเจ็บล้มตายกันเป็นจำนวนมาก และที่สำคัญคือ มีคนเห็นกระดูกวิญญาณสัตว์ล้านปี ของนกฟีนิกซ์ ปรากฏขึ้นมาจาก ปล่องภูเขาไฟ ที่ระเบิด ทำให้ทุกจักรวรรดิไปรวมตัวกันที่นั้น เพื่อแย่งชิง กระดูกฟีนิกซ์ล้านปี ส่วนหนิงซวนไปก็เพื่อจะรักษาคนที่บาดเจ็บจาก มหันตภัยแผ่นดินไหวครั้งนี้” จักรพรรดิกล่าวโดยสรุป
“ ถ้าเช่นนั้นข้าต้องขอตัวลา”
“ เดี๋ยวก่อน ท่านหมอเทวะ ข้ามีเรื่องบอกต่อท่าน”
“ เรื่องอะไร”
“ เมื่อสามวันก่อน องค์ชายหยุนชิง ได้ส่งคนเข้าทาบทาม หนิงซวนอีกครั้ง แต่ข้าปฏิเสธไปแล้ว แต่ว่า ข้ายังอดห่วงไม่ได้ เพราะครั้งนี้ องค์ชายหยุนชิง พาใครบางคนมาด้วย ซึ่งแม้แต่ข้าเอง ยังมองไม่ออกว่าคนผู้นี้มีพลังยุทธ์ระดับใด ถ้าหากมีพลังจักรพรรดิยุทธ์ ข้าต้องดูออกแน่ๆ แต่นี่ไม่ใช่ ข้าฝากท่านดูแลหนิงซวนด้วย เพราะองค์ชายหยุนชิง แสดงออกมาท่าทางไม่พอใจหนิงซวนเป็นอย่างยิ่ง”
จักรพรรดิเอ่ยด้วยความเป็นห่วง
“ ท่านวางใจ หนิงซวนเป็นศิษย์ของข้า ไม่มีใครทำอะไรเธอได้อย่างแน่นอน”
เทียนเอ่ยจบก็หายวับไป กลายเป็นลมพัดหายไป เทียนมาปรากฏตัวที่ชายแดน ที่เกิดแผ่นดินไหว พบภูเขาไฟยังมีไฟปะทุออกมาอย่างต่อเนื่องยังไม่หยุด เทียนได้กลิ่นควันพิษ ออกมาจากปล่องภูเขาไฟ แล้วมีกระดูกนกยักษ์สีทองโผล่ออกมา จากภูเขาไฟ มีคนมารอภูเขาไฟดับ เพื่อจะขึ้นไปแย่งชิงกันอยู่หลายพันคน แต่ละคนมีผ้าปิดหน้ากันควันพิษกันทุกคน เทียนรู้สึกว่าพิษที่ลอยมาในอากาศคือพิษหญ้าภูเขาไฟ ถ้าหากสูดดมเข้าไปปริมาณมากอาจถึงตายได้ หากขี้เถ้าถูกผิวหนัง ก็ทำให้เกิดผื่นแดง ปล่อยเอาไว้ไม่รักษา อาจทำให้เกิดแผลติดเชื้อได้ง่าย
เทียนเห็นคนจากจักรวรรดิทั้ง หก มาก่อกระโจมปักธงเอาไว้ ทางขึ้นภูเขาไฟ เทียนมองหาหนิงซวนเจอแล้ว ก็รีบเข้าไปหาทันที พอหนิงซวนเป็นเทียน ก็วิ่งเข้ามากอดเทียนแน่น
“ อาจารย์ท่านกลับมาหาข้าแล้ว” หนิงซวนมีผ้าปิดหน้า แต่เทียนก็มองเห็นใบหน้าข้างในอย่างชัดเจน หนิงซวนดีใจจนน้ำตาไหล เทียนจับไหล่ของหนิงซวน
แล้วเอ่ยถามเบาๆ ว่า
“ อาจารย์ให้เครื่องประดับป้องกันพิษมากมายไว้กับเจ้า ทำไมไม่เอามาใส่ แล้วปล่อยให้พิษหญ้าภูเขาไฟโดนผิวหนังแบบนี้ได้อย่างไร” เทียนปลดผ้าคลุมหน้า หนิงซวนออกพบ ใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยผื่นแดงเต็มไปหมด และบางจุดเริ่มมี แผลขึ้นมาเล็กน้อย
“ องค์หญิงไม่ยอมใส่เจ้าค่ะ ยอมโดนพิษให้ใบหน้าเสียโฉม แต่ไม่ยอมให้องค์ชายหยุนชิงเข้ามาข้องแวะอีก พอเห็นใบหน้าองค์หญิง องค์ชายหยุนชิงถึงกับผงะ เดินหนีไปเลยเจ้าค่ะ” หญิงรับใช้ประจำตัวหนิงซวนรายงานเทียนอย่างเร็ว
“ เด็กโง่ อาจารย์มาแล้ว ไม่ต้องกลัวใครหน้าไหนทั้งสิ้นอีกแล้ว” เทียนใช้มือลูบไล้ที่ใบหน้าของ หนิงซวงเบาๆ ใบหน้าที่เต็มไปด้วยผื่นแดง ก็กลับมาเนียนนุ่ม สดใส สวยงามเหมือนเดิม แม้แต่เทียนเอง ยังต้องตะลึงในความงามของหนิงซวนซึ่งบัดนี้ ได้มีอายุได้ 17 ปีกว่าแล้ว ดูสวยงามเต็มวัยแล้วจริงๆ
“ โอ้โห องค์หญิงกลับมาสวยงามอีกครั้งแล้ว ขอบคุณท่านหมอเทวะเจ้าค่ะ”
หญิงรับใช้เอ่ยขอบคุณแทนองค์หญิงที่เวลานี้ เริ่มแสดงอาการเขินอายขึ้นมาบ้างจึงต้องรีบใช้ผ้าขึ้นมาปิดบังโฉมหน้าตัวเองอีกครั้ง
“ ขอบคุณท่านอาจารย์”
“ เรื่องรักษาคน อาจารย์จะรักษาพวกเขาเอง เจ้าคอยอยู่ข้างๆ อาจารย์ก็แล้วกัน”
เทียนเอ่ยออกไปไม่ทันสิ้นเสียง ก็มีหญิงสาวสวยอีกคนหนึ่งซึ่งก็งดงามไม่แพ้กันเดินเข้ามาในเต็นท์สนาม
“ พี่เทียน” เทียนหันไปมองตามเสียงที่คุ้นหูทันที
“ อวี้หลัน” เป็นอวี้หลันที่มากับคนของสำนักเทพวิสุทธิ์กันหลายคนโดยทั้งหมดเข้ามาหาเทียนด้วยความดีใจ
“ ท่านหมอซู” อาจารย์เหมยซานก็มาด้วย
“ ท่านอาจารย์เหมยซาน พวกท่านก็มาชิงกระดูกฟีนิกซ์กับเขาด้วยหรือนี่”
“ ใช่แล้ว ของมีค่าเช่นนี้ หากใครได้ไปต้องช่วยให้พลังยุทธ์เพิ่มอย่างก้าวกระโดด มีใครบ้างไม่อยากได้มัน” อาจารย์เหมยซานพูดตามตรง
“ พี่เทียนสบายดีนะ” อวี้หลันปกติจะต้องเข้ามาใกล้ชิดมากกว่านี้แต่เห็นเทียนยืนอยู่ใกล้ชิดกับองค์หญิงหนิงซวนเลยไม่กล้าเข้าไปใกล้ชิดมาก
“ สบายดี นี่คือ องค์หญิงหนิงซวน เป็นศิษย์ของข้าเอง นี่คืออวี้หลันเป็นเพื่อนที่มาจากดินแดนเทพยุทธ์ด้วยกัน” เทียนแนะนำให้ทั้งหมดรู้จักกันไปตามปกติไม่ได้คิดอะไรมาก แต่เหมือน ศิษย์สำนักเทพวิสุทธิ์บางคน มององค์หญิงหนิงซวนอย่างไม่เป็นมิตรเท่าไร ไม่รู้เป็นเพราะอะไร
“ พี่เทียนจะอยู่ที่นี่อีกนานไหม” อวี้หลันเอ่ยถามเทียนอีกครั้ง
“ อยู่จนกว่าจะรักษาชาวบ้านที่ประสบภัย จนหมด แล้วค่อยเดินทางต่อ”
“ ข้าจะเดินทางไปกับอาจารย์” หนิงซวนพูดออกมาได้ยินกันทุกคน สร้างความตกตะลึงให้กับสาว ๆ สำนักเทพวิสุทธิ์ยิ่งนัก
“ องค์หญิงซวนหนิง ท่านเป็นถึงองค์หญิงแห่งอาณาจักรไท่หยวน การเดินทางไปกับท่านหมอซู สองต่อสอง ข้าว่าเรื่องนี้ไม่ค่อยเหมาะสมเท่าไรนะ” อาจารย์เหมยซานซึ่งเป็นผู้ใหญ่ จึงเอ่ยเตือนทันที
“ ข้าไม่สนใจเรื่องนั้นอยู่แล้ว ข้าอยากเป็นหมอ ข้าอยากเป็นเหมือนอาจารย์”
“ เอาล่ะ เอาไว้คุยกันทีหลัง วันนี้พวกเราไปช่วยกันรักษาชาวบ้านกันก่อน ข้าเห็นพวกเขายืนรอกันเป็นร้อยคนแล้ว” เทียนรีบตัดบท จะไปช่วยรักษาผู้คนทั้งหลาย
ทำให้ทุกคนจึงแยกย้ายกันไป ด้วยความรู้สึกที่แตกต่างกัน
“ อวี้หลัน เจ้าจะยอมให้องค์หญิงนั่นไปกับ หมอซู แบบนี้ไม่ได้นะ หญิงชายใกล้กันเหมือนน้ำกับไฟ ขืนปล่อยไปหมอเทียน คงได้รับศิษย์มาเป็นภรรยาแน่”
ลูกศิษย์สำนักเทพวิสุทธิ์เอ่ยกับ อวี้หลันด้วยความเป็นห่วง
“ ข้า..ไม่รู้จักพูดกับพี่เทียนยังไง” อวี้หลันเอ่ยด้วยความเอียงอาย
“ เจ้าไม่ต้องห่วง ข้าพูดเตือนไปแล้ว หมอซู ไม่ใช่คนโง่ เขารู้ว่าอะไรควรไม่ควร
พวกเจ้าวางใจเถอะ” อาจารย์เหมยซานบอกกับศิษย์ทุก ๆ คน ให้สงบสติอารมณ์
ใจเย็นๆ กันไว้ หลังจากนั้นเทียนก็ช่วยกันกับ หนิงซวนรักษาชาวบ้านที่ถูกพิษจากหญ้าภูเขาไฟที่มารอรักษาเป็นจำนวนมาก ซึ่งแต่ละคนล้วนถูกควันพิษเป็นส่วนใหญ่ ส่วนที่เกิดบาดแผลฉีกขาดไฟไหม้ ก็มีไม่น้อย จนใช้เวลาไปเกือบครึ่งคืน
ดังนั้นเทียนตราบที่ภูเขาไฟยังไม่ดับ พิษก็กระจายสู่ชาวบ้านเรื่อยๆ ไม่มีวันจบสิ้นเทียน จึงขุดบ่อน้ำขึ้นมาด้วยพลังปฐพี แล้วดินที่ขุดขึ้นมาเป็นภูเขาขนาดย่อมแล้วเทียนก็สร้างบ่อน้ำพุ่งด้านบนอีกชั้นใส่พลังน้ำแข็งไว้ตรงกลาง แล้วปรุงยารักษาเอาไว้ในบ่อด้านบนผสมกันน้ำทิพย์ แล้วปล่อยน้ำลงมากลายเป็นน้ำพุน้ำตก พุ่งลงมาจากบนภูเขาย่อมๆ
รุ่งขึ้นเทียนให้คนที่ถูกพิษไปล้างแผล ล้างหน้าจากน้ำพุน้ำตกที่เทียนสร้างไว้ให้
ทำให้คนจำนวนมากนับร้อยๆคน ได้รับการรักษาจนหายไม่ต้องเขาคิวรอกันอีกต่อไปบางคนก็นำน้ำใส่ขวด กลับไปที่บ้านเพื่อรักษาต่อไปได้อีก
“ อาจารย์ภูเขาน้ำพุศักดิ์สิทธิ์ของอาจารย์นี่สุดยอดไปเลย ชาวบ้านที่ถูกพิษไม่ต้องรอคิวสามารถตักไปกิน หรือล้างหน้าก็หายได้ทันทีเลย” หนิงซวนกล่าวด้วยความตื่นเต้น เทียนยิ้มไม่พูดอะไร
“ อาจารย้ข้าเห็นคนถูกไฟไหม้ น้ำพุศักดิ์สิทธ์ของอาจารย์นี่ก็รักษาได้ด้วยหรือ”
“ ใช่แล้ว แม้แต่บาดแผล ที่ได้รับบาดเจ็บ ก็รักษาได้ อาจารย์ใส่ยาสมุนไพรแสนปีสำหรับรักษาไปด้วยเวลานี้ น้ำพุศักดิ์สิทธิ์ จึงรักษาบาดแผล รักษาพิษ และแผลไฟไหม้ได้เลย พวกเราแค่ปรุงยาอย่างเดียวให้พวกเขามาเอาน้ำกลับไป แค่นี้เจ้าก็ไม่ต้องเหน็ดเหนื่อยอีกแล้ว”
“ แล้วน้ำพุศักดิสิทธิ์จะอยู่อีกนานหรือไม่”
“ อาจารย์ใช้พลังสร้างแก่นน้ำแข็ง อยู่ด้านบน 6 เดือนถึงจะหายไป”
“ โอ้โห อย่างนี้บ่าวขอไปตักมาเก็บไว้ก่อนนะเจ้าคะ” คนรับใช้องค์หญิงหนิงซวนยืนอยู่ข้าง ๆ ก็ออกไปเก็บน้ำพุศักดิ์สิทธิ์มาเก็บไว้บ้าง
ทันใดนั้นก็มีกลุ่มคนของจักรวรรดิไท่หยวนเข้ามาหาเทียนกันหลายคน
“ ท่านหมอเทวะ” องค์ชายไท่เหอ เดินเข้ามาหาเทียนด้วยอารมณ์ที่ขุ่นมัว
“ เสด็จพี่ เกิดอะไรขึ้น” หนิงซวนเอ่ยถาม
“ องค์ชายหยุนชิง มันยึดประตูทางขึ้นเขา ไม่ให้ใครเข้าออก มันบอกว่า ต่อไปนี้ภูเขาไฟลูกนี้เป็นสิทธิ์ของ จักรวรรดิชิงสือ แต่เพียงผู้เดียว พวกเราอีกห้าจักรวรรดิเข้าไปต่อว่า กลับถูกยอดยุทธ์ของมันคนหนึ่ง กระแทกพลังอันแปลกประหลาดออกมา เหล่าจักรพรรดิยุทธ์ทั้งหลาย ไม่มีใครสู้มันได้เลย หากเป็นเช่นนี้
ความหวังที่จะได้กระดูกฟีนิกซ์คงจะลำบาก มันยังมีหน้ามาบอกว่า หากว่าน้องพี่มีหน้าตาสวยเหมือนเดิมเมื่อไร มันอาจจะพิจารณาให้ พี่เข้าไปในปล่องภูเขาไฟพร้อมกันมันด้วย แต่เอ๊ะนี่ใบหน้าของเจ้าหายแล้วหรือ”
“ หายแล้วยังไง ท่านคิดจะให้น้องสาว เสนอหน้าไปช่วยท่านหรือ” เทียนเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเย็นชา
“ ไม่ใช่ ๆ ข้าจะทำเรื่องเช่นนั้นได้อย่างไร” องค์ชายไท่เหอรีบเอ่ยทันทีกลัวว่าเทียนจะไม่พอใจ
“ ข้าจะลองไปตรวจสอบดู อยากรู้เหมือนกัน ว่าทำไมมันถึงกล้าท้าทายคนทั้ง ห้าจักรวรรดิได้” เทียนลุกขึ้นแล้วเดินไปที่ทางขึ้นทันที มีคนจากสำนักต่างๆ เข้าร่วมกันต่อสู้กับชายชุดผ้าคลุมสีดำ สวมหมวกคลุมหัวเอาไว้มิให้คนเห็นร่างตัวเอง
เทียนเห็นสำนักเทพวิสุทธิ์ยืนมองอยู่เป็นกลุ่มเลยเข้าไป หา
“ พี่เทียน”
“ อาจารย์เหมยซาน” เทียนทักทายอาจารย์เหมยซาน
“ เจ้ามาก็ดี ข้าดูพลังมันไม่ออก ไม่รู้ว่ามันใช้พลังระดับไหน ไม่มีใครเข้าใกล้มันได้เลย ถูกกระแทกออกมาจนหมด หากเป็นเช่นนี้ พวกเราคงต้องกลับเพราะไม่สามารถเข้าไปยอดภูเขาไฟ ได้แน่ ๆ” อาจารย์เหมาซานเอ่ย
เทียนมองคนชุดดำอีกครั้ง พบว่ามันมีพลังเซียนจริงๆ ด้วยหรือจะเป็น เซียนมนุษย์หรือ?
ขณะนั้นองค์ชายหยุนชิงเห็นองค์หญิงหนิงซวนมาถึง ก็พุ่งร่างเข้ามายืนต่อหน้าองค์หญิงหนิงซวน
“ ใบหน้าเจ้าหายดีแล้วนี่” องค์ชายหยุนชิงพูดจบก็ใช้มือจะดึงผ้าคลุมหน้าองค์หญิงหนิงซวนออกทันที
เทียนที่ยืนอยู่กลุ่มสำนักเทพวิสุทธิ์ ก็เคลื่อนไหวด้วยความรวดเร็ว มาจับมือองค์ชายหยุนชิงเอาไว้ แล้วหักข้อมือขององค์ชายหยุนชิง ดัง เป๊าะ ! แล้วใช้เท้า ถีบเข้าที่หน้าอก ร่างองค์ชายหยุนชิงกระเด็นไปกองแทบเท้า คนชุดดำ ที่ยืนมองอยู่อย่างตกใจ รีบเข้ามาประคององค์ชายหยุนชิงที่ข้อมือหักส่งเสียงร้องดังก้องไปทั่ว
“ ฆ่ามัน” องค์ชายหยุนชิงใช้มือที่ยังไม่หักชี้หน้าเทียน แล้วสั่งคนชุดดำทันที
ฝ่ายคนชุดดำให้คนมาประคององค์ชายหยุนชิงแทน แล้วก็ลุกขึ้น เร่งพลังเซียนออกมา บริเวณรอบๆ ตัวเกิดแผ่นดินไหวเล็กน้อย มีไอพลังความร้อนลอยขึ้นมาจากพื้นดิน มารวมตัวกันที่ฝ่ามือของทั้งสองข้างของชายชุดดำ มวลพลังความร้อนเริ่มจะหนาแน่นและใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ กลายเป็นลูกบอลเพลิงขนาด เท่าลูกปิงปองขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ จนใหญ่กว่าลูกฟุตบอลสามเท่า แล้วปล่อยพลังทั้งหมดเข้าใส่เทียน ที่เวลานี้ยืนอยู่คนเดียว คนอื่น ๆ ต่างถอยหนีไปตั้งแต่ลูกบอลเพลิงเท่าลูกปิงปองแล้ว
เทียนยืนนิ่งไม่ขยับ เพียงแค่เปิดตาที่สามออกมาแล้วมีพลังแสงพุ่งออกมาจากดวงตา พุ่งเข้าใส่บอลเพลิงทั้งสองลูกจนแตกระเบิดออกไป แต่ลำแสงที่ส่งออกมายังไม่หยุดยังพุ่งทะลุร่างของชายชุดดำ จนหน้าอกทะลุเป็นรู ขนาดลูกเทนนิส ชายชุดดำถึงกับทรุดตัวลง ผ้าที่คลุมหัวหลุดออกมา กลายเป็นชายหนุ่มหัวโล้น วัย 30 ปี มองหน้าเทียนด้วยความตกตะลึง แต่ไม่ทันที่จะแก้ไขอะไรแล้ว ลมหายใจสุดท้ายก็ขาดห้วงไปจากโลกใบนี้ทันที
องครักษ์ที่เหลือขององค์ชายหยุนชิงรีบพาตัวองค์ชายหยุนชิง หนีไปจากที่นี่อย่างรวดเร็ว แต่ไม่ทันเสียแล้ว มีมือเงายักษ์ กระแทกองครักษ์ทั้งหมดจนตายเกลี้ยง แล้วจับร่างขององค์ชายหยุนชิงเอาไว้ แล้วบีบจนองค์ชายหยุนชิงจนร่างแหลกละเอียดคามือ สิ้นสุดชีวิตที่คอยคุกคาม หนิงซวนอีกต่อไป
“ ต่อไปมันไม่อาจสร้างความกังวลใจให้เจ้าได้อีกต่อไปแล้ว” เทียนเอ่ยเบาๆ กับหนิงซวน ทำให้หนิงซวนรู้สึกซาบซึ้งใจ เทียนยิ่งนัก แต่ก็ทำให้อวี้หลันยืนมองด้วยสายตาที่สับสนแต่ไม่กล้าพูดอะไรออกมา
“ ครั้งนี้ จักรวรรดิชิงสือ คงไม่ยอมจบเรื่องนี้แน่ๆ” องค์ชายไท่เหอกล่าวออกมาด้วยความกังวล
“ ไม่ต้องห่วง เรื่องนี้ข้าเป็นคนทำ ข้ารับผิดชอบเอง” เทียนเอ่ยบอกให้ทุกคนสบายใจ ซึ่งก็ทำให้องค์หญิงหนิงซวงอดเป็นห่วงไม่ได้เช่นกัน
ณ สำนักธรรมยุทธ์ ดินแดนลึกลับตอนเหนือแห่งจักรวรรดิชิงสือ
“ อาจารย์เกิดเรื่องแล้ว ลูกแก้วดวงชีวิต ของศิษย์พี่อู่คง ถูกทำลายแล้ว”
เสียงหลวงจีนน้อยวิ่งออกมารายงานให้ พระผู้ใหญ่หลายท่านกำลังนั่งสวดมนต์กันอยู่ต่อหน้าพระพุทธรูปองค์ใหญ่ ทุกคนลืมตาขึ้นมา มีหลวงจีนชราท่านหนึ่งใช้มือนับนิ้วตนเอง แล้วถอนหายใจออกมา
“ อู่คงสิ้นแล้วจริง ๆ”
“ ท่านเจ้าสำนักเรื่องนี้พวกเราควร...” หลวงจีนอีกท่านหนึ่งกำลังจะเอ่ยปากขึ้น
“ อู่คง ฝึกสำเร็จถึงขั้นเซียนแล้ว คิดว่าตัวเองเหนือกว่าใครในแผ่นดิน อาตมาเคยเตือนเขาแล้ว เรื่องนี้ต้องปล่อยไป ก่อน พวกเราคงใช้คนขั้นเซียนลงเขาไปไม่ได้อีกแล้ว หากจอมมารกระทิงไฟมาถึง พวกเราคงไม่สามารถต้านทานได้แน่ ไปตามสือคงมา” เจ้าสำนักคงมีปัญหากับจอมมารกระทิงไฟ เลยไม่สามารถส่งคนที่พลังระดับเซียนไปจัดการเรื่องนี้ได้ ไม่นานหลวงจีนหนุ่มคนหนึ่ง วัยเพียง 25 ปี มีพลังระดับจักพรรดิยุทธ์ระดับ 98 เข้าใกล้ระดับเซียนมนุษย์แล้ว เข้ามาหาเจ้าสำนัก
“สือคง ลงไปแจ้งข่าวกับท่านเจ้าจักรวรรดิชิงสือ ว่าองค์ชายหยุนชิง กับ อู่คง ถูกคนสังหารไปแล้ว หน้าที่ของเจ้าไปสืบดูว่าเรื่องราวเป็นเช่นไร แล้ว ใครเป็นคนสังหารศิษย์พี่ของเจ้า ห้ามต่อสู้ด้วยเด็ดขาด” เจ้าสำนักนั่งนับนิ้วอย่างเดียวก็รู้ว่า องค์ชายหยุนชิงก็ถูกสังหารด้วยเช่นกัน นับว่าไม่ใช่หลวงจีนธรรมดาทั่วไป คงอยากรู้รายละเอียด ของเรื่องราวทั้งหมด จึงให้หลวงจีนสือคงลงเขาไปสืบเรื่องราวให้กระจ่างชัดก่อนตัดสินใจต่อไป...