"ข้าฝันเห็นเสือจริง ๆ นะท่านพ่อ"
เช้าวันหนึ่งของครอบครัวพรานป่าสกุลอี้สองพ่อลูกเดินออกจากบ้านมุ่งสูู่เาหลินไห่เพื่อไปดูกับดักสัตว์ที่วางเอาไว้ว่าจะมีกระต่ายหรือสัตว์ใหญ่ในูเามาติดกับหรือไม่ระหว่างทางอี้เหิงน้อยพยายามเล่าความฝันที่เขาฝันถึงให้ผู้เป็บิดาฟังอี้ชิงเมื่อฟังเื่ของบุตรชายตัวน้อยได้แต่ส่ายหน้าเบา ๆ
สงสัยบุตรชายข้าจะสบายเกินไป อี้ชิงที่กำลังคิดวิธีหางานเพื่อให้บุตรชายเงียบปากสักที
"เ้าไปดูกับดักสัตว์ตรงนู้นไป" อี้เหิงน้อยเชื่อฟังคำบิดาเดินเข้าไปในป่าลึกอีกหน่อยจะมีกับดักสัตว์ที่บิดาเขาทำไว้อยู่เมื่อเห็นหญ้าที่พลางหลุมหายไป ตาเล็กก็เปล่งประกายทันทีวันนี้คงจับสัตว์ใหญ่ได้สักตัว ร่างเล็กรีบเข้าไปดู
"แปลกทำไมถึงไม่ได้ยินเสียงอะไรเลย" หัวเล็กชะโงกหน้าลงไปในหลุม
"ว๊าก ท่านพ่อ" อี้เหิงน้อยเรียกหาบิดาเสียงดัง
"อะไร เกิดอะไรขึ้น"เมื่อได้ยินเสียงเรียกของบุตรชาย อี้ชิงทิ้งงานในมือแล้วรีบวิ่งมาหาทันทีสายตามองเห็นบุตรชายที่ล้มตัวนั่งอยู่ข้างหลุมสบายดีก็ถอนหายใจแล้วเดินไปดูหลุมที่ขุดเป็กับดักเอาไว้
อี้ชิงตาเบิกโพลงขึ้นอย่างใเหมือนบุตรชายแค่ไม่ส่งเสียงเรียกหาบิดาตัวเองเท่านั้นกับดักที่ควรจะมีสัตว์กลับเป็ร่างของเด็กชายคนหนึ่งที่นอนหมดสติอีกทั้งหัวยังอาบไปด้วยเือยู่ก้นหลุมเขาหันมองรอบบริเวณป่าแล้วคิดอยู่ชั่วอึดใจหนึ่งก็รีบลงไปในหลุมแล้วนำร่างเล็กนั้นขึ้นมา
"อี้เหิงเ้าเอาสัตว์ออกจากตะกร้าใบใหญ่แล้วรีบเอามาให้พ่อ" หัวเล็กพยักหน้าขึ้นลงแล้วทำตามคำสั่งบิดาทันที เมื่อนำตะกร้าใบใหญ่มาให้แล้วบิดาของเขานำร่างาเ็ใส่ไว้ในตะกร้าแล้วปิดไว้
"พ่อจะล่วงหน้ากลับบ้านไปก่อนเ้านำสัตว์ที่ได้มาวันนี้ใส่ตะกร้าใบเล็กของเ้า แล้วกลบหลุมนี้ให้มิดจากนั้นรีบกลับบ้านโดยเร็ว เข้าใจหรือไม่"
อี้เหิงพยักหน้า รับคำบิดาของตนทันที
อี้ชิงมองบุตรชายที่เจอสถานการณ์อันน่าใแบบนี้ครั้งแรกในชีวิตแต่ก็ไม่ปริปากถามให้มากความ ก็อดรู้สึกภูมิใจไม่ได้
บุตรชายข้าช่างรู้ความยิ่งนัก อี้ชิงรีบแบกร่างเด็กที่าเ็ในตะกร้าลงจากูเามุ่งหน้ากลับบ้านทันที
อี้เหิงน้อยมองร่างบิดาที่หายลับไปจากสายตาก็เริ่มทำตามคำสั่งที่ได้รับ เขาเริ่มจากนำสัตว์ที่ได้มาใส่ในตะกร้าใบเล็กของตนรีบกลบหลุมใหญ่ให้มิด จากนั้นก็รีบเดินกลับไปยังบ้านของตน
ระหว่างทางกลับบ้านเด็กน้อยที่แบกตะกร้าอยู่ก็อดคิดถึงความฝันเมื่อคืนของตนไม่ได้เขาฝันเห็นเสือนอนอยู่ก้นหลุมแต่กลับกลายเป็เด็กผู้ชายไปได้คิดแล้วก็ไม่ค่อยเข้าใจนัก เมื่อใกล้ออกจากเขตูเาหลินไห่ตนก็เจอนักพรตรูปหนึ่งนั่งหลับตาอยู่บนพื้นแต่ปูผ้าไว้เรียบร้อยท่านคงนั่งพักเหนื่อย อี้เหิงน้อยเห็นดังนั้นก็เดินเข้าไปใกล้แล้วนำผลไม้ที่มารดาเตรียมเป็ของทานเล่นมอบให้กับนักพรตท่านนั้น
"อมิตาภพุทธ"นักพรตท่านนั้นพูดขึ้นเพียงประโยคเดียว
อี้เหิงเห็นดังนั้นก็ขอลาท่านนักพรตแล้วรีบกลับบ้านเมื่อเห็นเวลาล่วงเลยมามากแล้วเขากลัวบิดามารดาที่บ้านเป็ห่วง
นักพรตที่นั่งหลับตาอยู่ลืมตาขึ้นมามองร่างเล็กที่เดินจากไปพูดขึ้นมาว่า
"เื่ของฟ้าดิน์เป็ผู้กำหนดกงล้อแห่งชะตาเริ่มเดินแล้ว โชคชะตาของพวกเ้าต้องเป็ผู้กำหนดเองอมิตาภพุทธ"
จากนั้นเสียงก็เงียบงันไปราวกับว่าไม่มีคนอยู่
บ้านพรานป่าสกุลอี้
เมื่ออี้ชิงพาเด็กที่ได้รับาเ็กลับมาถึงบ้านฟู่เยว่ที่เห็นก็ส่งเสียงร้องใขึ้นเพราะเข้าใจว่าเป็ร่างของบุตรชายของตนเขาจึงเอ่ยปลอบ
"นี่ไม่ใช่อี้เหิงเ้าเตรียมน้ำร้อนกับผ้าสะอาดมาให้ข้าหน่อยเถิด"
เมื่อรู้ว่าเด็กที่ได้รับาเ็ไม่ใช่บุตรชายของตนฟู่เยว่ก็หายใ รีบเตรียมสิ่งของตามคำสั่งสามี อี้ชิงวางร่างเด็กลงบนตั่งนั่งเล่นภายในบ้านแล้วเริ่มสำรวจดูอาการอย่างละเอียดาแใหญ่ที่สุดอยู่ตรงศีรษะตามเนื้อตัวมีาแเล็กน้อยประปราย ร่างกายดูผอมแห้งเหมือนคนอดอาหารมาหลายมื้อเมื่อภรรยาจัดเตรียมของมาไว้ด้านข้างแล้ว อี้ชิงก็เริ่มถอดเสื้อผ้าที่เก่าและขาดผลุนั้นออกจากนั้นก็เริ่มลงมือทำความสะอาดแผลที่หัวและเริ่มเย็บแผลด้วยความที่มีอาชีพเป็พรานป่าทำให้อี้ชิงมีความรู้ด้านการแพทย์มาไม่น้อย
"ข้ากลับมาแล้ว"อี้เหิงน้อยส่งเสียง
เมื่อเข้ามาในบ้านเห็นบิดากำลังเย็บแผลให้กับเด็กที่ได้รับาเ็อยู่ก็เงียบเสียงลงเขาตรงเข้าไปในครัวช่วยมารดาทำอาหาร ไม่รบกวนท่านพ่อตอนนี้ดีกว่า
เวลาผ่านไปสักพัก อี้เหิงน้อยแอบส่องบิดาของเขาที่กำลังใช้ผ้าเช็ดตัวเด็กชายคนนั้นก็รู้ว่าบิดารักษาเสร็จแล้วร่างเล็กเดินเข้าไปใกล้ตั่งมองเห็นใบหน้าเด็กชายที่มีผ้าพันแผลพันศีรษะนอนหลับสนิท หายใจเข้าออกเป็จังหวะ
"หน้าตาน่าเกลียดจริง" อี้เหิงน้อยพูดเสียงเบา
"เดี๋ยวเถอะ เ้าเด็กนี่"อี้ชิงเอ็ดบุตรชายเสียงเบา แล้วไล่ให้ไปทานข้าวไม่ให้รบกวนการพักผ่อนเด็กที่าเ็อยู่
เมื่อครอบครัวสกุลอี้กินข้าวเย็นเสร็จแล้ว อี้เหิงน้อยแอบเข้าไปดูอาการของเด็กที่นอนหลับอยู่อีกครั้งเพราะเขาเป็คนเจอเด็กคนนี้เป็คนแรกร่างเล็กเลยถือคนเจ็บเป็ความรับผิดชอบของตนด้วย
“วันนี้คงยังไม่ฟื้นขึ้นมาหรอกเ้าเข้านอนได้แล้ว" ฟู่เยว่เห็นบุตรชายนั่งเฝ้าคนเจ็บอยู่ก็รู้ว่าร่างเล็กคิดอะไร เอ่ยปากบอกให้รีบเข้านอน
เมื่ออี้เหิงน้อยได้ยินเสียงมารดา ก็พยักหน้ารับ
"คืนนี้ข้าขอนอนกับท่านแม่นะขอรับ"ปากเล็กเอ่ยเสียงอ้อนมารดาของตน ฟู่เยว่ได้ยินดังนั้นก็ใจอ่อนพยักหน้ารับแล้วพากันเข้าห้อง
อี้ชิงเมื่ออาบน้ำเสร็จแล้วเปิดประตูเข้าห้องนอนก็เจอภาพเ้าลูกชายตัวดีนอนกอดภรรยารักแถมเอาหน้าซุกอกเขาทำหน้าเมื่อยขึ้นมาทันที
ฟู่เยว่เห็นสีหน้าสามีก็หัวเราะขึ้นมาเสียงเบาพลางตบที่นอนที่ยังว่างอยู่ให้สามีขึ้นมานอนได้แล้วหนึ่งวันของครอบครัวพรานป่าสกุลอี้ก็หมดไปเช่นนี้
สองวันผ่านไปแล้ว แต่เด็กคนนั้นยังไม่ฟื้นเลย อี้เหิงน้อยที่ตอนนี้ว่างจากงานบ้านกำลังนั่งเล่นอยู่หน้าบ้าน ใช้ไม้เขี่ยดินอยู่บนพื้นตอนนี้มารดาของเขาเข้าไปในเมืองเพื่อไปตลาดซื้อของ หมู่บ้านซื่อฉิงที่เขาอาศัยอยู่เป็หมู่บ้านเล็กๆ อยู่ติดเมืองซ่างฝูที่เป็เมืองคึกคักมีชาวต่างเผ่านำสินค้ามาแลกเปลี่ยนซื้อขายกันเป็จำนวนมากบิดาก็ขึ้นเขา
หลิงไห่ไปหาฟืน ตอนนี้ที่บ้านเหลือตัวเขากับเด็กที่ยังไม่ได้สติหนึ่งคน
เคร้ง!!!
อี้เหิงน้อยรีบวิ่งเข้าไปในตัวบ้านแล้วพบว่าเด็กที่นอนไม่ได้สติฟื้นตื่นขึ้นมาแล้วเด็กชายคงพยายามเอื้อมมือไปคว้าถ้วยน้ำชาซึ่งอยู่บนโต๊ะใกล้เตียงมาดื่มแต่มือกลับไม่มีแรงถ้วยน้ำชาเลยตกลงบนพื้น อี้เหิงมองเห็นดังนั้นก็ไปรีบนำถ้วยน้ำชาที่มีน้ำไปให้ร่างที่อยู่บนเตียงดื่ม
อี้เหิงน้อยยื่นถ้วยน้ำชาไปให้แต่เด็กคนนั้นกลับมองหน้าอี้เหิงนิ่งโดยไม่พูดอะไรในห้องเงียบสนิท จนอี้เหิงน้อยทนไม่ไหวยื่นถ้วยน้ำไปจ่อปากทันทีคราวนี้เด็กชายยอมดื่มน้ำจากถ้วยชาโดยดี เมื่อดื่มน้ำเสร็จแล้วเด็กที่อยู่บนเตียงเอ่ยปากขึ้นมาเป็ครั้งแรก
"ที่นี่คือที่ไหน"เสียงที่เปล่งออกมานั้นเล็กแหบพร่ามาก
"ที่นี่คือบ้านข้าเอง" อี้เหิงน้อยตอบไปด้วยความไร้เดียงสาภายในห้องกลับไปเงียบอีกครั้ง
"เ้ามีชื่อหรือไม่" อี้เหิงน้อยถามแต่แล้วก็เห็นสีหน้าราวกับเ็ปเป็อย่างมากของเด็กที่อยู่บนเตียงแต่สักพักเมื่อหายเจ็บเขาก็เอ่ยขึ้น
"ข้าจำไม่ได้ นึกได้แค่คำเดียว เหยียนคำเดียว" เสียงเล็กเอ่ยอย่างแ่เบา
"ได้ ต่อไปข้าจะเรียกเ้าว่า อาเหยียน" อี้เหิงน้อยเอ่ยรับเสียงใส
"ส่วนข้า อี้เหิง เ้าเรียกข้าว่าอาเหิง ก็ได้"
" อาเหิง "
นี่คงเป็การเริ่มต้นเื่ราวความผูกพันของทั้งสองโชคชะตาที่พวกเขาต้องเผชิญด้วยตนเองไม่ว่าจะต้องเจอเื่ที่เ็ป เศร้าการสูญเสีย ถ้าทั้งสองเชื่อมั่นในกันและกันจะต้องผ่านไปได้อย่างแน่นอน