บทที่ 10 ขัดขวางความสามารถในการทำงานของฉัน
“ป้าจือเสี่ยว ทำไมพวกเราไม่ขึ้นไปข้างบนล่ะครับ”
หลินจือเสี่ยวมองอันหยางแล้วรู้สึกหวั่นใจ หากคุณจิ่งเจอเขา...
“หยางหยาง ทำไมเธอถึงตามมาด้วยล่ะ รีบกลับไปนั่งในห้องรับรองเร็วเข้า ไม่อย่างนั้นคนพวกนั้นจะคิดว่าป้าจือเสี่ยวพาเธอมากินข้าวฟรีหรอก!” หลินจือเสี่ยวพูดทั้งยังผลักตัวเขาไปด้วย
“แม่ผมเป็อะไรหรือเปล่า ผมจะขึ้นไปดูเอง” อันหยางยื่นมือเตรียมจะกดปุ่มลิฟต์
หลินจือเสี่ยวรีบเข้ามาห้าม ในตอนนั้นเองประตูลิฟต์พลันเปิดออก
“ป้าจือเสี่ยว” อันหน่วนในชุดเ้าหญิงลูกไม้สีชมพูแย้มยิ้มออกมาจากในลิฟต์
หลินจือเสี่ยวมองเข้าไป พบว่าไม่มีใครอยู่กับเธอก็รู้สึกโล่งใจ
“หน่วนหน่วน แม่อยู่ข้างบนใช่ไหม ทำไมแม่ไม่ลงมาด้วย” อันหยางคว้าแขนน้องสาว ใบหน้าเล็ก ๆ ของเขาเต็มไปด้วยความกังวล
อันหน่วนกะพริบตาส่งยิ้มให้อย่างมีความสุข “พี่ชาย พวกเราถูกบอกเสมอว่าเป็เด็กไม่มีพ่อ แต่ฉันอยากมีพ่อจังเลย”
หลินจือเสี่ยวยืนแข็งค้าง อันโหรวกับคุณจิ่งอยู่ด้วยกันตามลำพัง...เธอก็ได้แต่หวังว่าโหรวโหรวจะเจอผู้ชายที่วางใจได้
ถึงแม้จะไม่สามารถบอกได้ว่าคุณจิ่งไม่น่าเชื่อถือ แต่ตอนนี้ดูเหมือนคุณจิ่งเองก็มีข่าวลือกับผู้หญิงมากเกินไป แถมเขายังจำหน้าผู้หญิงพวกนั้นไม่ได้ด้วยซ้ำ พูดง่าย ๆ คือเขาเ็ากับผู้หญิงมาก
“หน่วนหน่วน ถึงพี่จะอยากมีพ่อเหมือนกัน แต่ถ้าพ่อทำไม่ดีกับแม่แล้วพวกเราจะมีเขาไปทำไม เธอรอพี่โตก่อน พี่จะปกป้องแม่กับเธอเอง” อันหยางเหมือนผู้ใหญ่ตัวน้อย ๆ เขาตบไหล่ปลอบโยนอันหน่วน
อันหน่วนเม้มปากก่อนพยักหน้า “พี่ชาย เราขึ้นไปหาแม่ด้วยกันเถอะ”
“ได้” อันหยางพูดจบก็ยื่นมือไปกดปุ่มลิฟต์อีกครั้ง
หลินจือเสี่ยวร้อนใจคว้าตัวอันหยางไว้ “หยางหยาง พวกเธอกลับบ้านกับป้าเถอะ แม่เธอไม่เป็อะไรหรอก”
อีกอย่างถ้าท่านประธานจิ่งเห็นอันหยางล่ะก็ต้องแย่แน่นอน!
ถึงแม้ว่าสองคนนี้จะไม่มีความสัมพันธ์ทางสายเื แต่เพราะหน้าตาที่เหมือนกันมาก คงเป็เื่ยากหากจะ...
ทว่าเธอเพิ่งจะยื่นมือไปหาพวกเขา อันหยางกับอันหน่วนก็รีบเข้าลิฟต์ไปแล้ว
ภายในห้องอันหรูหราชั้นที่สิบแปด อันโหรวไม่รู้ว่าตอนนี้เกิดอะไรขึ้น เธอจึงเผลอล้มอยู่ในอ้อมกอดของจิ่งเป่ยเฉิน กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของหญิงสาวลอยเข้าจมูกของเขา
“ผมให้คุณเขียนแผนงานเท่านั้น ทำเป็เื่ใหญ่ไปได้”
อันโหรวเงยหน้าทันที ก่อนจะชนเข้ากับปลายคางของเขา
นี่มันแย่มากจริง ๆ!
“คุณไม่ต้องมายุ่ง!”
ห้าปีผ่านไปแล้ว เขายังไม่รู้จักอายอีก!
คำพูด ‘ไม่ต้องมายุ่ง’ ทำให้เขานึกถึงใครบางคน แววตาพลันหม่นลง
“ถ้าฉันเขียนเสร็จแล้ว คุณก็จะปล่อยฉันไปใช่ไหม” อันโหรวมองตรงไปที่เขา ความหยิ่งผยองในดวงตาของเธอนั้นช่างดึงดูดผู้คน
จิ่งเป่ยเฉินพิงโต๊ะกอดอกค่อย ๆ เอ่ยปากตอบ “ใช่”
“ถ้าอย่างนั้นคุณช่วยไปใส่เสื้อผ้าให้เรียบร้อยหน่อยได้ไหม มันส่งผลต่อสายตาและยิ่งขัดขวางความสามารถในการทำงานของฉัน” อันโหรวชำเลืองมองเขา ก่อนรีบหันหน้าไปทางอื่น
จากนั้นเขาก็มองหญิงสาวนั่งอยู่บนเก้าอี้กำลังค้นหาข้อมูลต่าง ๆ บนอินเทอร์เน็ตอย่างรวดเร็ว ความละเอียดและจริงจังสะท้อนจากดวงตาของเธอ จนทำให้เขาลืมใบหน้าแสนขี้ริ้วของเธอไป
ทำไมเขาถึงจำเธอได้ ชีเสิ่งเทียนบอกเสมอว่าเขาจำใบหน้าผู้คนไม่ได้ ยิ่งสำหรับผู้หญิงแล้ว เขาจำได้แค่หน้าของแม่ตัวเองและ...
แต่ทำไมกัน เขาเพิ่งเจอเธอไปแค่ครั้งเดียวกลับจดจำเธอได้
เธอคืออันอวี้หาน ไม่ใช่อันโหรวคนนั้น
“ข้อมูลบนอินเทอร์เน็ตมีน้อยเกินไป ช่วยส่งอีเมลภายในของแผนกวางแผนให้ฉันที ข้างในต้องมีข้อมูลอยู่แน่ ๆ”
หลังจากฟังคำขอของเธอ จิ่งเป่ยเฉินกลับยิ้มบาง จงใจสร้างเื่ทำให้เธอลำบาก “ถ้าผมบอกว่าไม่มีล่ะ”
“ไม่มีเหรอ” เธอหัวเราะเหอะ
“ถ้าคุณไม่มีก็แสดงว่าการบริหารภายในของบริษัทจิ่งยุ่งเหยิงมาก การที่จะวางแผนกลยุทธ์ได้ จำเป็ต้องเข้าใจลูกค้าอย่างถ่องแท้เสียก่อน จากนั้นฝ่ายธุรกิจและฝ่ายเลขานุการจะร่วมมือกันจัดทำเอกสารที่สมบูรณ์และส่งไปยังอีเมลของประธานบริษัท ก่อนที่เอกสารซึ่งผ่านการคัดกรองอย่างเข้มงวดแล้วจะถูกส่งไปยังแผนกวางแผน”
หลังจากฟังเธออธิบาย จิ่งเป่ยเฉินคงต้องยอมรับว่าผู้หญิงคนนี้เป็มืออาชีพมาก
หลังจากประเมินเธอเสร็จ เขาก็ก้มตัวลงมองจากด้านหลังราวกับจะกอดอันโหรวไว้ทั้งตัว
“คุณช่วยอยู่ห่าง ๆ ฉันหน่อยได้ไหม” เธอผลักเขาออกแต่กลับถูกดึงตัวไว้
“คุณยังอยากกลับบ้านไหม” จิ่งเป่ยเฉินเอ่ยจบ อันโหรวก็ไม่พูดอะไรอีก
เขาคลิกเมาส์และกดแป้นพิมพ์สองครั้ง ก่อนอีเมลจะถูกเปิดออก
ในนั้นมีเอกสารจัดเรียงกันอย่างเรียบร้อย อันโหรวค้นหาสิ่งที่เธอ้าเจอในทันที
เธออยากจะรีบกลับบ้าน จึงเอื้อมมือไปจับเมาส์ แต่มือของจิ่งเป่ยเฉินยังจับเมาส์อยู่
ราวกับกระแสไฟฟ้าแล่นผ่านหรือถูกน้ำร้อนลวก หญิงสาวรีบชักมือกลับทันที
จิ่งเป่ยเฉินขมวดคิ้ว “คุณผู้หญิง คุณกลัวผมเหรอ”
“ไม่ใช่ว่าคุณมีอาการจำหน้าคนไม่ได้หรอกเหรอ” เธอจงใจใช้ประโยชน์จากสถานการณ์และเปลี่ยนหัวข้อสนทนา
ทว่ายังพูดไม่ทันจะจบ คางของเธอก็ถูกเชยขึ้น เธอไม่ชอบท่าทางแบบนี้เลย ราวกับว่าชายหนุ่มกำลังจ้องมองเธอจากจุดที่สูงกว่าเหมือนดั่งจักรพรรดิ
“อันอวี้หาน” เขาสบตาเธอ สังเกตดวงตาของอีกฝ่ายในระยะใกล้ ๆ
“หรือคุณชอบผู้หญิงเชย ๆ ล่ะ” อันโหรวเอ่ยยุพลางแสยะยิ้ม
“ผมแค่จำหน้าคุณได้ ไม่ได้แปลว่าผมจะชอบคุณ” จิ่งเป่ยเฉินใช้มือบีบแก้มเธอจนหน้าบูดเบี้ยวไปหมด
เธอร้องออกมาด้วยความเจ็บ จ้องเขาด้วยสายตาดุดัน “ฉันยังต้องดูเอกสารและเขียนแผนงาน แต่ถ้าคุณคิดอย่างอื่นก็อย่ามาหาฉัน ไปหาลูซี่ซะเถอะ”
หลังจากเอ่ยถึงลูซี่ สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปทันที
จิ่งเป่ยเฉินปล่อยมือ เคาะโต๊ะเบา ๆ “อีกหนึ่งชั่วโมงผมจะกลับมาดู”
จากนั้นเขาก็เดินไปอีกด้าน
ตอนนี้เขาต้องเตือนตัวเองสักหน่อย ถึงแม้ดวงตาคู่นั้นจะทำให้เขารู้สึกเหมือนว่าคนที่อยู่ตรงหน้าคืออันโหรว
แต่เธอคืออันอวี้หาน
แม้ดวงตาและนามสกุลจะเหมือนกัน แต่ก็เป็แค่เื่บังเอิญเท่านั้น
เมื่อความกดดันหายไป อันโหรวจึงกลับมามีสมาธิได้อีกครั้ง เธอบันทึกไฟล์เอกสารไว้บนหน้าเดสก์ท็อป และเปิดอ่านอย่างละเอียด
ใน่ท้ายของเอกสารคือแผนงานดั้งเดิมของแผนก โดยมีหยกเป็พื้นหลัง
เมื่อเห็นคำว่าหยก เธอก็เหม่อลอยไปชั่วขณะ
หยก...ตระกูลช่างหยก…ตระกูลอัน…
จังหวะนั้นเองเสียงเด็กผู้ชายพลันดังขึ้น “แม่”
ตามมาด้วยเสียงเคาะประตูสองสามครั้ง
อันโหรวใจเต้นรัว มันเป็เสียงหยางหยาง เขามาที่นี่แล้ว!
เธอเหลือบมองประตูห้องที่ปิดสนิท จิ่งเป่ยเฉินยังคงอยู่ด้านใน เธอไม่อาจปล่อยให้เขาเจออันหยางได้เด็ดขาด
ดังนั้น เธอจึงลุกขึ้นและต้องฉวยโอกาสตอนที่เขาไม่อยู่หนีไป!
“คุณจะไปไหน” จิ่งเป่ยเฉินกลับเดินออกมาจากในห้องและคว้าข้อมือเธอไว้
สีหน้าของอันโหรวหม่นหมองลง สิ่งที่กลัวที่สุดกำลังจะเกิดขึ้นแล้วจริง ๆ
“คุณปล่อยฉัน ฉันเป็ห่วงลูก” อันโหรวสะบัดมือเขาออกอย่างแรง
“เลขาหลินส่งข้อความมาแล้วว่าเด็กกลับถึงบ้าน”
อันโหรวชะงัก เป็ไปได้ยังไง เธอยังได้ยินเสียงของหยางหยางอย่างชัดเจนอยู่เลย
“ฉันจะกลับไปเขียนแผนงานต่อที่บ้าน รับรองว่าจะส่งให้คุณในวันพรุ่งนี้” จากนั้นหญิงสาวก็สะบัดตัวหลุดจากชายหนุ่ม
แต่เพราะรีบร้อนเกินไป ทั้งยังสวมรองเท้าส้นสูงอยู่ ขณะกำลังเดินใกล้จะถึงประตู เธอกลับเสียหลักล้มลง
ร่างของเธอหมุนคว้าง แต่สิ่งที่ร่างกายััไม่ใช่พื้นแข็งแสนเยือกเย็น แต่เป็อ้อมกอดอันอบอุ่น
“คุณ...” อันโหรวพูดไม่ออก คำพูดติดค้างอยู่ที่ลำคอ
มือใหญ่ข้างหนึ่งโอบรอบเอว กกกอดเธอไว้ในอ้อมแขน เป็อีกครั้งแล้วที่เธอล้มลงสู่อ้อมกอดของเขาในคืนนี้
“เขียนแผนงานให้เสร็จก่อน คุณถึงจะออกไปได้”