หลายวันผ่านไป ณ หอสุราหว่าชุน
"องค์รัชทายาทมีเื่กลุ้มใจอันใด อยู่ดี ๆ ถึงชวนข้ามากินดื่มนอกวัง"
องค์ชายห้าหลี่จิ้นยื่นมือรับจอกเหล้าที่ถูกรินไว้รอ เขายกขึ้นจดริมฝีปาก สายตามองบุรุษที่นั่งตรงข้าม บัดนี้หลี่รุ่ยผู้มีฐานะเป็องค์รัชทายาทนั่งเงียบ ใบหน้าดำคล้ำ เคร่งขรึม ดูน่ากลัวอย่างบอกไม่ถูก
"ทะเลาะกับพระชายามาหรือ" เขาวางจอกเหล้าลงแล้วถามไปตรง ๆ
หลี่รุ่ยเงยหน้ามอง นิ่งไปนานกว่าจะเอ่ยปาก
"ข้ามองออกง่ายขนาดนั้นเลยหรือ..." เขาพูดพลางยกจอกเหล้าขึ้นบ้าง "ก็ไม่เชิงว่าทะเลาะหรอก..."
"ถ้าไม่ทะเลาะ ทำไมท่านจึงมีสีหน้าอมทุกข์เช่นนี้" หลี่จิ้นยื่นใบหน้าไปใกล้ เอียงคอมองอีกฝ่าย "มีพระชายาอายุน้อย ท่านต้องรู้จักเอาใจ ถนอมนางบ้างสิ"
"แล้วข้าไม่ถนอมนางหรือ" เขาวางจอกเหล้ากระแทกกับโต๊ะเสียงดัง “เื่ยุ่งยากภายในข้าไม่เคยคิดให้นางมาร่วมกังวล เสด็จพ่อ้าให้ข้าแต่งชายารองเข้าตำหนัก วางตัวบุตรสาวราชครูฟางไว้แล้ว แต่เพราะข้าถนอมนาง ไม่อยากให้นางต้องมายุ่งกับวังวนอำนาจ ไม่อยากให้นางต้องมาปวดหัว รบรากับสตรีอื่น มากสตรี ก็มากความ ข้าจึงกำชับให้นางปฏิเสธหากถูกถามความเห็น แต่ทำไมนางจึงทำท่าปั่นปึ่งใส่ข้า"
“นางอาจไม่พอใจที่ท่านสั่งนาง…” หลี่จิ้นพูดพึมพำ “หรือนางกำลังหึงหวงท่าน แต่กลับแสดงออกเช่นนี้? "
“ปัง!” หลี่รุ่ยตบโต๊ะเมื่อถูกพูดแทงใจดำ เขาลุกขึ้นแล้วพูดเสียงกร้าว "หึงหวงรึ หากเป็เช่นกันก็ดีสิ! แต่พอข้าถามความเห็นจากใจนาง นางก็เหมือนจะเห็นด้วยกับการที่จะมีสตรีอีกคนมาแบ่งเตียง พูดแล้วช่างน่าโมโห องค์รัชทายาทอย่างข้า สูงศักดิ์ หล่อเหลาไม่พอให้นางรู้สึกหึงหวง ้ายึดเป็ของตนเองผู้เดียวเลยรึ!”
หลี่จิ้นมองท่าทางโมโหของบุรุษตรงหน้า นั่งฟังวาจาเกรี้ยวกราดของอีกฝ่ายก็ยกมือขึ้นกุมขมับ
ท่าทางโมโหโกรธา จนใครก็เข้าหน้าไม่ติดหลายวันนี้เกิดจากการที่พระชายาไม่หึงหวงหรอกหรือ...
"ข้าว่าท่านหลงรักพระชายาของตนแล้วสินะ" หลี่จินมององค์รัชทายาทด้วยสีหน้าแปลกใจ "ท่านเคยบอกข้า การแต่งงานครั้งนี้คือการแต่งงานการเมือง เพราะอยากได้อำนาจจากท่านอัครเสนาบดีไป๋มาเกื้อหนุน ท่านจึงตอบตกลงแต่ง กับสตรีที่เพิ่งพ้นวัยปักปิ่น ทะ ท่าน ชอบแนวเด็กสาวรึ? "
"มองข้าด้วยสายตาแบบนี้ เ้าอยากโดนข้าอัดรึ! " หลี่รุ่ยมองอีกฝ่ายตาขวาง "ถึงแม้นางรูปร่างไม่โตเต็มวัย แต่ความคิดของนางแปลก และเป็ผู้ใหญ่ นางมีชีวิตชีวา ใบหน้างดงาม สดใส ข้ายอมรับว่าข้ารักพระชายาของตนแล้วจริง ๆ และข้าจะมีนางเพียงคนเดียว ข้า! หลี่รุ่ยผู้นี้ จะไม่แต่งชายารองเข้ามาเด็ดขาด! "
หลี่จิ้นมองท่าทางขึงขังของรัชทายาทหลี่รุ่ยที่บัดนี้ยืนอยู่พูดไปก็ยกมือขึ้นตบอกตนเอง ก็พยักหน้าพลางปรบมือ
"โฮ่ องค์รัชทายาทช่างน่านับถือ น่านับถือ..."
…………………………………………………
“หมู่นี้เอาแต่กินเหล้าเคล้านารี เขาไม่กลัวฐานะรัชทายาทของตนสั่นคลอนหรือ”
ไป๋เจินจูนั่งเอามือเท้าคางแล้วมองไปทางนอกหน้าต่าง หลายวันที่ผ่านมาดูเหมือนความสัมพันธ์ของนางและองค์รัชทายาทจะเ็า และห่างเหิน บุรุษบ้ากามผู้นั้นยามค่ำคืนก็ไม่ได้เคี่ยวกรำนางเช่นเคย ยามนางนอนเขาก็ยังไม่กลับ ยามนางตื่น เขาก็ออกจากตำหนักไปแล้ว
"จะไปคิดถึงเขาทำไม..." นางย่นจมูก ก่อนลุกขึ้นหันไปสั่งการหลินหลงที่ยืนหันหลังสั่งสาวใช้จัดแจกันอยู่ "หลินหลง ข้าจะไปตลาด"
“อะไรนะเ้าคะ” หลินหลงหันมามองไป๋เจินจู ท่าทางตะลึง “พระชายา้าอันใดสั่งหม่อมฉัน ท่านอย่าออกนอกวังเลย หรือรอองค์รัชทายาทกลับมาก่อน เราค่อยไปดีหรือไม่เ้าคะ”
“ตกลงใครเป็พระชายา ข้า หรือ เ้า” นางถามเสียงเย็น ใบหน้าบึ้งตึง เพียงไปนอกวัง ทำไมต้องรอรัชทายาทผู้นั้น เขาจะกลับมาเมื่อไรล่ะ หากเป็อีกสามวัน นางไม่นั่งแห้งเหี่ยวตายรึ! “ข้าจะไปตอนนี้ เดี๋ยวนี้ หากเ้าไม่ไปกับข้า เ้าก็รออยู่ที่นี่”
“ปะ ไปเ้าค่ะ หม่อมฉันจะไปกับพระชายา” หลินหลงรีบตอบรับเสียงสั่น นางไม่กล้าปล่อยพระชายาไปเพียงลำพัง ดูเหมือน่นี้พระชายาจะอารมณ์ไม่ดี พระชายาสั่งให้ทำอะไรตามน้ำไปก่อนจะดีกว่า นางอยู่กับพระชายามานานก็พอจะทราบว่าเวลาใดควรขัดเวลาใดไม่ควรขัด
“ดี ยืนบื้อทำไม มาช่วยข้าแต่งตัวสิ หาชุดสตรีชาวบ้านธรรมดาให้ข้า ข้าจะไปเที่ยวชมตลาด”
“เ้าค่ะ เ้าค่ะ...”
เป็พระชายาวัน ๆ นั่ง นอน นางเบื่อเต็มทน พวกงานเลี้ยงขุนนาง นางก็ไม่ชอบ ไปหาของแปลก ๆ ในตลาดดีกว่า ั้แ่นางเข้ามาอยู่ในนิยายเื่นี้ยังไม่เคยเยี่ยมชมตลาดเลย
ตลาดตะวันตก เมืองฉางอัน
ตลาดตะวันตกเป็ตลาดใหญ่ที่สุดของฉางอัน เหล่าพ่อค้าทั่วสารทิศมักมาทำการค้าขายที่ตลาดแห่งนี้ ชาวบ้านธรรมดา พ่อบ้านของจวนต่าง ๆ หรือคหบดีมั่งคั่ง ต่างก็มาเยี่ยมชม เลือกซื้อสินค้าใหม่ ๆ สินค้าแปลก หายากจากแคว้นอื่น ที่ตลาดแห่งนี้ ผู้คนจึงเดินขวักไขว่ ดูคึกคักทั้งวันทั้งคืน
ไป๋เจินจูในชุดสตรีชาวบ้านธรรมดา เดินมองร้านค้า แผงลอยต่าง ๆ อย่างสนใจ นางไม่เคยเดินตลาดในยุคโบราณ นี่เป็ครั้งแรก มันช่างน่าตื่นตาตื่นใจ
"แม่นาง ปิ่นปักผมอันนี้สวยมาก เหมาะกับแม่นางมากนะ"
ไป๋เจินจูหันไปยิ้มหวานให้สตรีวัยกลางคนที่ตั้งร้านค้าแผงลอยอยู่ไม่ไกล ในมือสตรีนางนั้นถือปิ่นไม้ที่แกะสลักเป็ลวดลายแปลกตา ช่างดึงดูดความสนใจนัก นางคิดแล้วเดินตรงไป ยื่นมือรับปิ่นที่อีกฝ่ายมอบให้
"สวยจัง..."
ไป๋เจินจูจับปิ่นในมือพลิกไปมาอย่างชอบใจ
"เท่าไรท่านป้า"
"ไม่แพง ๆ " แม่ค้าวัยกลางคนยิ้ม พลางยกนิ้วขึ้น ไป๋เจินจูขมวดคิ้ว เื่เงินในยุคจีนโบราณ นางไม่มีความรู้ จะถามว่าจำนวนนิ้วที่ชูหมายความว่าเป็เงินเท่าใด ก็กลัวว่าจะแปลกประหลาด เมื่อนึกได้ว่านางไม่จำเป็ต้องควักเงินมาจ่ายเองก็หันไปหาสาวใช้คนสนิท
"หลินหลง..." นางเรียก ฝ่ายหลินหลงก็หยิบถุงเงินข้างเอวออกมา แต่เมื่อนางหันไปหาแม่ค้าอีกครั้งก็พบว่ามีบุรุษผู้หนึ่งมายืนด้านข้าง ไม่ทราบว่ามาตอนไหน เมื่อไร
บุรุษผุ้นั้นล้วงถุงเงินตัวเองขึ้นมา หยิบเงินในถุงแล้วยื่นเงินให้แม่ค้า พอจ่ายเงินเสร็จก็หันมายิ้มยิงฟันให้นาง
"ข้าซื้อให้เ้า"
นางตกตะลึง คิดคำพูดไม่ออกชั่วครู่ เมื่อเห็นเขาจะเดินจากไปจึงได้สติร้องเรียก
"เดี๋ยว! "
"หืม" บุรุษผู้นั้นหยุดเดิน หันกลับมามองนาง ไป๋เจินจูมองสำรวจ เขาสวมชุดขุนนาง อายุราวยี่สิบปี ใบหน้าคมเข้ม ผิวคล้ำตัดกับฟันขาวสะอาด หน้าตาก็...นับว่าหล่อเหลา เสียแต่ว่าดวงตาดูเจิดจ้าเกินไป นิสัยก็...เหมือนจะมือเติบ เห็นได้จากการควักเงินซื้อสิ่งของให้สตรีตามข้างทาง โดยที่ไม่ได้รู้จัก ดูก็รู้ว่าเป็คนเ้าชู้
"หลินหลงเอาเงินค่าปิ่นคืนให้เขา" นางสั่งหลินหลง
"ข้าไม่รับ ข้าซื้อให้เ้า" เขาโบกมือ ตั้งท่าจะเดินต่อ ไป๋เจินจูรีบะโบอก
"ข้าไม่รู้จักท่าน ทำไมต้องซื้อของให้ข้า หากท่านไม่รับเงินคืน ข้าก็ไม่เอาปิ่นนี้หรอกนะ” นางพูดก่อนวางปิ่นไม้ลง
เมื่อนางพูดจบ เขาก็หยุดเดินอีกครั้ง สุดท้ายก็หมุนตัวกลับมา ยื่นมือรับเงินที่หลินหลงเดินไปยื่นให้ เห็นว่าอีกฝ่ายยอมรับเงินค่าปิ่นคืนไป นางจึงหยิบปิ่นไม้ขึ้น แล้วยิ้มรับคำขอบคุณจากคนขาย เมื่อตั้งท่าจะเดินไปที่อื่นต่อ เสียงบุรุษก็ร้องเรียกขึ้นบ้าง
“เดี๋ยว!”
นางหันไป
“เ้าชื่ออะไร”
ไป๋เจินจูยกนิ้วชี้ใส่ตนเอง “ถามข้า?”
“ถามเ้านั่นแหละ” บรุษผิวคล้ำส่งเสียงอึกอัก “เ้าเป็บุตรสาวบ้านใด...”
“อ๋อ ต้องขอโทษที่บอกไม่ได้” นางหมุนตัวจะเดินจากไป นึกด่าทอบุรุษเ้าชู้ผู้นี้ กลางตลาด ผู้คนมากมาย ทำท่าจะเกี้ยวพานางเสียอย่างนั้น คิดแล้วก็หมดความสนุกที่จะเดินชมตลาดต่อ จึงหันไปบอกสาวใช้คนสนิท “หลินหลง กลับกันเถอะ”
“ทำไมจะบอกไม่ได้ ข้าอยากรู้จักเ้าให้มากกว่านี้...”
จู่ ๆ ข้อมือบอบบางก็ถูกฉุดดึง เสียงสาวใช้ข้างกายเอะอะขึ้นมาทันที
“บังอาจ! อย่าแตะต้องพระชา...”
“หลินหลง...” นางรีบร้องห้าม ส่งสายตาปราม ก่อนส่งสายตาเ็าให้กับบุรุษที่บังอาจลวนลามนางกลางตลาด “ท่าน ปล่อยมือข้า”
“หากเ้าบอกชื่อเ้ามา ข้าก็จะปล่อย”
ท่าทางเ้าชู้ แววตากรุ่มกริ้มของอีกฝ่ายทำเอานางอยากจะอาเจียนอาหารมื้อเช้าออกมา แต่ก่อนที่จะเอ่ยคำหยาบคายใส่บุรุษตรงหน้า เสียงทุ้มของบุรุษอีกคนก็ดังขึ้นด้านหลัง
“ฮูหยิน มีเื่อะไรกันหรือ?”
เสียงนี้มัน...องค์รัชทายาทหลี่รุ่ย สวามีของนางนี่
ข้อมือบอบบางถูกปล่อย นางเพิ่งได้สติ ก็ถูกองค์รัชทายาทที่อยู่ในชุดพ่อค้าเดินเข้ามาโอบเอว ไป๋เจินจูมองใบหน้าด้านข้างของสวามีตน หลี่รุ่ยเมื่อรู้ว่าถูกมองก็หันมายิ้มจนตาหยีให้นาง กระชับอ้อมกอดแน่น จนนางแนบชิดอก
“ทะ ท่านมาที่นี่ได้อย่างไรกัน” นางกระซิบถามเขาเสียงเบา
“ฮูหยินอยู่ที่ใด ข้าก็อยู่ที่นั่น”
“ฮึ” ได้ยินเสียงทุ้มนุ่มจากบุรุษข้างกาย ไป๋เจินจูอดแค่นเสียงไม่ได้ แล้วหลายวันที่ผ่านมาเขาหายไปที่ใด ยิ่งนึกถึงก็ยิ่งโมโหนัก บุรุษปากหวาน การกระทำตรงกันข้าม!
“ฮูหยิน? จะ เ้าแต่งงานแล้วหรือ”
“อืม” ไป๋เจินจูพยักหน้ายอมรับ บุรุษผิวคล้ำมองนางและหลี่รุ่ยสลับกัน แล้วยกมือขึ้นกุมอก นางเห็นดังนั้นก็เหลือบตามองบนฟ้า
เฮ้อ ทำในนิยายเื่นี้บุรุษแต่ละคนไม่มีขาดก็มีเกินนะ
“ฮูหยินซื้อของเสร็จแล้วก็กลับบ้านเราเถอะ” หลี่รุ่ยก้มบอกสตรีข้างกาย ทำเหมือนตรงนี้มีเพียงเขาและนางเพียงสองคนเท่านั้น เมื่อเห็นอีกฝ่ายนิ่งเงียบไม่เอ่ยคำใด ก็จับจูงมือแล้วเดินตรงไปยังรถม้าที่จอดอยู่ไม่ไกล
ไป๋เจินจูสะบัดมือที่เกาะกุมแล้วเดินขึ้นรถม้า โดยมีหลินหลงปรี่เข้ามาพยุง หลี่รุ่ยมองการกระทำนั้นพลางเลิกคิ้ว เขาขึ้นรถม้าตามไป เมื่อเข้าไปก็เห็นนางนั่งยกมือขึ้นกอดอกใบหน้ามองไปนอกหน้าต่าง เขานั่งลงด้านข้างยื่นใบหน้าไปใกล้
“พระชายา...”
“...”
ไม่มีเสียงตอบรับ อีกฝ่ายทำเหมือนเขาไม่มีตัวตน
“เจินจู...” เขาเอ่ยเสียงนุ่ม น้ำเสียงแฝงไปด้วยความเอาอกเอาใจ “เ้าโกรธข้าที่หลายวันมานี้ไม่อยู่ตำหนักหรือ...”
“เฮอะ! ใครโกรธท่านกัน” ฟังอีกฝ่ายพูดไม่ทันจบ นางก็หันมาตอบทันควัน “หลี่รุ่ย ท่านฟังข้านะ ข้า-ไม่-ได้-โกรธ ท่านจะไปค้างอ้างแรมที่ไหน จะไปที่ใด ข้าไม่ได้สนใจ!”
“...” หลี่รุ่ยอ้าปากค้าง มองสตรีที่กำลังเป็ฟืนเป็ไฟแต่ปากบอกว่าไม่สนใจ พระชายาของเขาบัดนี้ใบหน้าแดงก่ำ ดวงตากลมโตมองเขาอย่างกินเืกินเนื้อ
“ทำไมข้าจะต้องสนใจท่าน เราก็แค่แต่งงานกันเพราะการเมือง ข้ารู้ว่าท่าน้าอำนาจจากบิดาข้า" นางพูดรัวเร็ว สมองอื้ออึงไปหมด รู้เพราะอ่านในนิยายมา รู้ว่าตอนจบจะเป็แบบไหน เขาไม่ได้รักใคร่อะไรในตัวนาง เพียง้าสตรีตระกูลดีมีอำนาจ ทั้งช่วยส่งเสริมและกำเนิดบุตร "ท่านไม่รักข้า ข้าไม่รักท่าน เราไม่ได้ระ...อื้อ! "
ริมฝีปากที่กำลังพ่นวาจาเผ็ดร้อนถูกปิด ถ้อยคำที่เหลือกลืนหายไปในลำคอ หลี่รุ่ยปิดปากนางด้วยริมฝีปาก เรียวแขนแข็งแรงกอดรัดนาง ดึงเข้าหาอก นางพยายามทุบตีแต่ไม่เป็ผล
เนิ่นนานผ่านไป เมื่อริมฝีปากนางเป็อิสระ เสียงทุ่ม จริงจังก็ดังขึ้น
"เ้ารู้ได้อย่างไรว่าข้าไม่รัก"
"..."
"หากไม่รักข้าจะแต่งกับเ้า ดีกับเ้า เป็ห่วงเ้า กระวนกระวายเวลาเ้าห่างเหิน โมโหเวลาเ้าทำเหมือนอยากให้ข้าแต่งสตรีอีกคนเข้าตำหนักหรือ"
"ที่ข้าหายไปเพราะน้อยใจเ้า ทีนี้รู้หรือยังว่าข้าไม่พอใจ ไม่ชอบ เมื่อเ้าทำเหมือนยินดีหากมีสตรีอีกคนมาแบ่งเตียง เ้าไม่รักข้า ไม่ใยดีข้า ข้าพอรู้"
"..."
"แต่ข้ารักเ้า เ้าได้ยินหรือไม่ไป๋เจินจู ข้ารักเ้า! หากข้าไม่รัก ข้าจะเป็อย่างนี้ จะทำอย่างนี้หรือ"