หลงเทียนเฟย (龙天非) จ้องมอง 'ศิลาจันทรามายา' ที่เปล่งแสงสีเงินนวลอยู่ในฝ่ามือของตนเอง แสงนั้นนุ่มนวลและเยือกเย็นราวกับอัญมณีที่ถูกเจียระไนจากความฝัน ดวงตาที่กระจ่างใสราวกับผืนน้ำไร้ระลอกคลื่นปรากฏแววพึงพอใจอย่างที่สุด'วิเศษ' เขาคิดในใจ 'การสร้างดวงจันทร์ขึ้นมาเอง ช่างเป็การกระทำที่ประหยัดเวลาและพลังงานยิ่งนัก เมื่อมีสิ่งนี้แล้ว การตามหา 'หญ้าจันทราโรย' ย่อมง่ายดายกว่าการเดินสำรวจป่าหมอกมายาอันกว้างใหญ่ที่ชวนให้ถอนหายใจเสียอีก'แม้ว่าร่างกายจะยังคงอ่อนล้าจากการ 'การปนเปื้อน' ของพลังงานแห่ง 'ความโกลาหล' (混沌) แต่จิตใจที่มุ่งแสวงหาความปลอดภัยก็กระตุ้นให้เขาต้องลงมือทันที การปล่อยให้พิษนั้นกัดกินร่างย่อมรบกวนความสุขจากการพักผ่อนอันน้อยนิดของเขาเขาพยุงร่างที่ยังคงโซซัดโซเซให้ลุกขึ้นยืน ภายในหุบเหวหินทรายแดงแห่งนี้ แสงอาทิตย์ที่เคยแผดเผาถูกบดบังด้วยชะง่อนผาและเงาที่ทอดยาว ทำให้บรรยากาศโดยรอบมืดสลัวและเย็นเยียบกว่าภายนอก นี่เป็สภาพแวดล้อมที่เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับพืชพรรณที่้าแสงจันทร์หลงเทียนเฟยยก 'ศิลาจันทรามายา' ขึ้นสูง แสงสีเงินนวลสาดส่องออกไปเบื้องหน้า เขาสังเกตเห็นว่าทุกครั้งที่แสงนั้นส่องกระทบพื้นผิวหินทราย พลังงานที่บิดเบี้ยวจาก 'ความโกลาหล' ที่ยังคงตกค้างอยู่ในอากาศจะถูกขับไล่ให้จางหายไปเล็กน้อย'ดีจริง' เขากล่าวอย่างเงียบเชียบ 'นอกจากจะเป็แสงจันทร์แล้ว ยังช่วยขับไล่ความปั่นป่วนอันน่าหงุดหงิดไปในตัวอีกด้วย'เขาก้าวเดินไปตามแสงที่ศิลาจันทรามายานำทางอย่างช้าๆ แสงสีเงินตัดกับเงาที่มืดทึบ สร้างภาพลวงตาคล้ายกับเขากำลังเต้นรำอยู่ในห้วงฝัน การเคลื่อนที่ของเขาไม่ได้รวดเร็วหวือหวา แต่กลับสม่ำเสมอและไม่หยุดพัก ราวกับบุรุษผู้มีเพียงความตั้งใจเดียวคือการหลีกเลี่ยงความเหนื่อยยากให้มากที่สุดพลัน สายตาของเขาก็พลันหยุดลงที่ผนังหินแห่งหนึ่ง แสงจากศิลาจันทรามายาส่องกระทบเข้ากับเถาวัลย์สีดำสนิทที่เลื้อยรัดพันผนังหินอย่างแ่า ปลายของมันมีหนามแหลมคมคล้ายเขี้ยวอสูร กลิ่นอายที่แผ่ออกมาจากนั้นห่างไกลจากความร่มรื่นของพฤกษาทั่วไป แต่กลับเต็มไปด้วยความรู้สึกที่ดุร้ายและมืดมิดเขาถอนหายใจยาวเหยียด 'พฤกษาปีศาจจากความโกลาหลสินะ เหตุใดแม้แต่รากไม้ยังต้องก่อความยุ่งยากนัก'หลงเทียนเฟยไม่รอช้า เขานำ 'ธูปขับไล่อสูร' ที่เหลืออยู่เพียงดอกเดียวออกมาจุดด้วยพลังปราณ กลิ่นอายของผู้ล่าที่ทรงพลังแผ่ซ่านออกไปอย่างเงียบเชียบ ทำให้เถาวัลย์ปีศาจเ่าั้หดเกร็งอย่างรวดเร็ว แม้จะไม่ได้หนีไปในทันที แต่มันก็คลายตัวออก เผยให้เห็นโพรงถ้ำเล็กๆ ที่ถูกซ่อนไว้ใต้เงาของพวกมัน'ช่างเป็ความร่วมมือที่น่าชื่นชม' หลงเทียนเฟยยิ้มมุมปาก 'อย่างน้อยก็ไม่สร้างเื่ให้ข้าต้องออกแรง'เขาก้าวเข้าไปในโพรงถ้ำนั้น แสงจันทร์มายาจากศิลาจันทรามายาส่องสว่างนำทางเข้าไปในความมืดมิด ภายในถ้ำนั้นเย็นเยียบกว่าด้านนอกมาก อากาศชื้นและเต็มไปด้วยกลิ่นอายของพลังิญญาบางอย่างที่หลงเทียนเฟยััได้ถึงและที่ใจกลางถ้ำ บนพื้นหินที่ปกคลุมด้วยมอสเรืองแสงสีเขียวอ่อน ต้นพืชเล็กๆ ต้นหนึ่งก็ปรากฏขึ้น มันมีใบสีเขียวเข้มคล้ายหยดน้ำค้างและมีดอกตูมสีเงินยวงที่กำลังจะผลิบาน เปล่งประกายแสงจางๆ ราวกับดวงดาวบนผืนดินนี่คือ 'หญ้าจันทราโรย'หลงเทียนเฟยถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก เขาเดินเข้าไปใกล้อย่างระมัดระวัง แม้จะดูเปราะบาง แต่กลิ่นอายที่แผ่ออกมาจากมันกลับสงบนิ่งและบริสุทธิ์อย่างน่าประหลาด ราวกับเป็แสงสว่างเดียวดายในห้วงรัตติกาลเขาคุกเข่าลง แสงจาก 'ศิลาจันทรามายา' สาดส่องลงบน 'หญ้าจันทราโรย' อย่างอ่อนโยน ปลายของนิ้วชี้ข้างขวาที่เปื้อนคราบดินจากการเดินทางไปัักับรากของสมุนไพรอย่างแ่เบา บนใบหน้าของเขาปรากฏร่องรอยของความตั้งใจอันบริสุทธิ์ราวกับเด็กน้อยที่กำลังค้นพบของเล่นชิ้นใหม่'ในที่สุด...ความสงบสุขก็อยู่แค่เอื้อม'
(จบตอนที่ 24)