บทพิเศษ ชุบชีวิต
ณคฤหาสน์โบราณกลางหุบเขา
ร่างคนสวมชุดสูทปรากฏขึ้นด้านหน้าคฤหาสน์โบราณทันทีที่ปรากฏตัวคนสวมชุดสูทคุกเข่าลงกับพื้นกล่าวรายงานกับใครบางคน
“เรียนนายท่านผู้ยิ่งใหญ่ศพของนายน้อยถูกนำไปยังลานจัดพิธีแล้วคขอรับ”
คนสวมชุดสูทกล่าวจบเสียงน่าเกรงขามเสียงหนึ่งพลันดังออกมาจากคฤหาสน์โบราณพร้อมกับบรรยากาศน่าหวาดหวั่นเกินกว่ามนุษย์จะต้านทานไหว
“เริ่มพิธีได้ เมื่อถึง่สำคัญของพิธีข้าจะไปดำเนินพิธีด้วยตนเอง”
“รับทราบ!” คนสวมชุดสูทตอบรับหนักแน่น ก่อนร่างจะเลือนหายไปในอากาศ เพียงชั่วอึดใจบรรยากาศน่าหวาดหวั่นได้หายไปทุกอย่างกลับคืนสู่สภาพปกติ ราวกับไม่เคยมีสิ่งใดบังเกิดขึ้นมาก่อน
.
.
.
ณ ลานจัดพิธี
พิธีกรรมชุบชีพสุดแสนสำคัญกำลังจะเริ่มขึ้นคนสวมชุดคลุมสีดำนับพันต่างท่องบทสวดแปลกประหลาด
แสงสีแดงของโลหิตจากอาคมพลันส่องแสงสว่างทำให้ลานจัดพิธีดูน่ากลัวเสมือนสุสาน
กลิ่นอายโลหิต และบรรยากาศกดดันไร้รูปค่อยๆแพร่กระจายออกมาจากอาคม ครอบคลุมลานจัดพิธี
เวลาผ่านไปไม่นาน ละอองสีแดงประหลาดได้บังเกิดมันกระจายตัวไปหาคนท่องบทสวดนับพัน ก่อนจะกลายเป็เข็มเล่มบาง แทงทะลุเข้าไปในร่างกายผู้ท่องบทสวด
หลังเข็มเล่มบางเข้าไปในร่างไม่นานผู้ท่องบทสวดทั้งหมดได้หยุดท่องก่อนจะคุกเข่าคำนับศพของซุนที่อยู่ตรงใจกลางลานจัดพิธี ่เวลานั้นเองโลหิตได้พวยพุ่งออกจากร่างผู้ท่องบทสวดผ่านทางทวารทั้งหก
ไม่นานโลหิตจากร่างผู้ท่องบทสวดที่พวยพุ่งออกมาได้ไหลไปปกคลุมร่างศพของซุน จากนั้นผู้ท่องบทสวดสวดนับพันต่างสิ้นลมหายใจร่างกายค่อยๆเหี่ยวเฉาราวต้นไม้ใบหญ้า ก่อนสลายเป็ผุยผงหายไปกับสายลม
เมื่อผู้ท่องบทสวดนับพันต่างสังเวยชีพไปไม่หลงเหลือแม้แต่ร่างบรรยากาศในลานจัดพิธีพลันเย็นลงทันตากลิ่นอายผู้แข็งแกร่งมาพร้อมกับบรรยากาศน่าหวาดหวั่น เกินกว่ามนุษย์จะต้านทานรับไหวเข้าปกคลุมลานจัดพิธี ก่อนเสียน่าเกรงขามจะดังก้องลานจัดพิธี
“ในนามแห่งข้าหยางผู้ยิ่งใหญ่ การเสียสละของพวกเ้า..แด่สายเืตระกูลเฟิงจะไม่เสียเปล่าจงยินดีแด่การเสียสละเสียเถิด ถือเป็ความเมตตากรุณาจากข้า”
สิ้นเสียง มวลโลหิตทั้งหมดพลันซึมเข้าสู่ศพของซุน
เวลาผ่านไปเพียงหนึ่งก้านธูปกลิ่นอายแห่งชีวิตไหลบ่าออกจากศพของซุนไม่หยุด
อีกหนึ่งก้านธูปต่อมาร่างกายไร้ชีวิตเริ่มกลับมามีสีสันหากมองผ่านเข้าไปภายในได้จะเห็นอวัยวะภายในเริ่มกลับมาทำงานอีกครั้งทั้งหมดล้วนมาจากพลังชีวิตของผู้ท่องบทสวด กับมนตราในพิธีกรรม
พลังชีวิตไม่เพียงทำให้อวัยวะกลับมามีชีวิตมันยังซ่อมแซมอวัยวะภายในร่างกาย ทำลายหัวใจเทียมและขับของเสียกับเซลล์ที่ตายออกจากร่างซุนเหนือสิ่งอื่นใดร่างกายซุนยังเกิดการพัฒนาจากพลังชีวิตก่อนจะเริ่มดูดกลืนพลังชีวิตอย่างบ้าคลั่งไปพัฒนาทุกส่วนของร่างกาย
ระหว่างร่างกายซุนเกิดการเปลี่ยนแปลงบนท้องฟ้าเหนือร่างเขาเริ่มมีหมู่เมฆสีดำทมิฬมารวมตัวหมู่เมฆเ่าั้ก่อตัวเป็วังวน สร้างสายฟ้าสีแดงแผ่กลิ่นอายน่าหวาดกลัวราวกับว่ามัน้าทำลายพิธีชุบชีพ
หลังจากหมู่เมฆรวมตัวไม่นานสายลมเริ่มเกิดการเปลี่ยนแปลง กลิ่นชื้นของละอองน้ำ เหมือนกำลังจะตกลอยมาพร้อมกับเศษฝุ่น
ฮรึ่ม!
จู่ๆเกิดเสียงฟ้าร้องดังลั่นกะทันหันทันใดนั้นร่างชายสวมชุดโบราณปรากฏตัวเหนือร่างซุนขัดขวางบางอย่างไม่ให้ไปถึงตัวซุน
“เจตจำนง์ไม่ยินยอมให้บุตรตระกูลเฟิงฟื้นคืนข้าเฟิงหยางจะต่อต้าน์” น้ำเสียงแข็งกร้าวดังก้อง ใบหน้าดุดันไม่ยินยอมมองวังวนเมฆทมิฬทันใดนั้นเสียงคำรามของท้องสามครั้งก็ดังสนั่น
ฮรึ่ม ฮรึ่ม ฮรึ่ม
“แค่เจตจำนง์ผู้ศักดิ์สิทธิ์เช่นข้าฟันฝ่ามานับครั้งไม่ถ้วน วันนี้เ้าต้องสลายไป และยินยอมให้บุตรข้าฟื้นคืนชีพ”เฟิงหยางชี้นิ้วไปยังวังวน ไม่หวาดหวั่นต่อเจตจำนง์
“กระบี่ตัดฟ้า” เฟิงหยางแค่นเสียงพลางตวัดนิ้วชี้ฉับพลันวังวนบนท้องฟ้าถูกคลื่นพลังสีเขียวตัดผ่านหายวับไปกับตา
่เวลาที่เจตจำนง์หายไปนั่นเองตัวตนของผู้แข็งแกร่งบางคนได้เข้ามาแทรกแซงบางอย่าง มันเกิดขึ้นอย่างเงียบเชียบและไม่มีใครรู้ว่า มีพลังบางอย่างเข้าไปในตัวซุน
“ผู้พิทักษ์ตระกูลเฟิงจัดเตรียมโอสถนิรันดร์กับยันต์ผสานกายจิต” เฟิงหยางกล่าวสั่ง เพียงเสี้ยวพริบตาชายนสวมชุดสูทได้ปรากฏตัวข้างกายซุนพร้อมกับของทั้งสองอย่าง
“รอให้บุตรข้าฟื้นคืนแล้วพามาพบข้า ข้าจะไปหารือเื่พิธีแต่งงานกับตระกูลเซี่ย”เฟิงหยางกล่าวจบก็หายตัวไปทันที แม้แต่ผู้พิทักษ์ตระกูลเฟิงยังตอบรับแทบไม่ทัน
“ขอรับนายท่านผู้ยิ่งใหญ่”
.
.
.
ภายในห้วงิญญาของซุน
ดวงจิตของซุนล่องลอยอยู่ในพื้นที่สีเทาขนาดใหญ่ใกล้ดวงจิตของซุนมีดวงจิตอีกดวงหนึ่งอยู่ เป็ดวงจิตของชายหนุ่มสวมชุดโบราณ กำลังยืนมองดวงจิตของซุนอยู่
“เ้าหนูตื่นได้แล้วจะนอนถึงเมื่อไหร่” ดวงจิตของชายหนุ่มในชุดโบราณกล่าว แต่ดวงจิตของซุนไม่ตอบรับ
“...”
“เห๊! จะนอนไปถึงเมื่อไหร่” ดวงจิตของชายหนุ่มในชุดโบราณกล่าวอีกครั้งน่าเสียดายดวงจิตของซุนยังคงไม่ตอบรับเหมือนเดิม
“จะตื่นหรือไม่ตื่น”คราวนี้ดวงจิตของชายหนุ่มในชุดโบราณใส่กฎเกณฑ์บางอย่างเข้าไปในคำกล่าว ดวงจิตของซุนจึงตอบสนอง
“อ่ะ เสียงใคร? ทำไมมันน่ารำคาญอย่างนี้”
“ถ้ามันน่ารำคาญจากนี้ไปเชิญเ้าตกตายอย่างแท้จริงไปเสีย”ดวงจิตของชายหนุ่มในชุดโบราณเผยความไม่พอใจ
“ก็ตายไปแล้วนี่ทำไมต้องกลัว” ดวงจิตของซุนดูไม่ทุกข์ร้อนดวงจิตของชายหนุ่มในชุดโบราณจึงถอนหายใจและเริ่มเล่าบางอย่าง
“เฮ้! เ้าตื่นมาก็ดี..เ้าหนู ข้าจะเล่าบางอย่างให้ฟัง ตอนนี้เ้ายังไม่ตายหรอกและเ้าจะไม่มีวันตาย เพราะโชคชะตาของเ้ามันถูกกำหนดให้มาเป็คู่ตรงข้ามกับข้าเพื่อไม่ให้สมดุลพังทลาย..” ดวงจิตของชายหนุ่มในชุดโบราณไม่ทันเล่าจบซุนก็ตัดบทเอาดื้อๆ
“ไร้สาระ”
“ไร้สาระบ้านเ้าน่ะสิ!! ฟังไว้ให้ดี หลังจากเ้าตื่นความทรงจำหลังเ้าตายกับความทรงจำของบุตรชายผู้นำตระกูลเฟิงจะหลั่งไหลเข้าไปในิญญาเ้าข้าช่วยเ้าได้แค่ปลอมตัว ให้เ้าเป็บุตรชายผู้นำตระกูลเฟิงส่วนการแสดงจนกว่าหนทางการเป็มารอสูรจะเริ่มต้น..ขึ้นอยู่กับเ้า”ดวงจิตของชายหนุ่มในชุดโบราณเล่าจบ ดวงจิตนั้นค่อยๆเลือนราง่เวลานั้นเองซุนได้ถามบางอย่างออกไป
“นายเป็ใครทำไมถึงบอกอะไรที่มันเหมือนนิยายแบบนั้น”
“ข้าเป็ใครไม่สำคัญเพราะหลังเ้าตายอีกครั้งจะได้รับรู้ ตอนนี้ขอแค่จำสิ่งที่ข้าบอกเ้าเอาไว้ให้ขึ้นใจแล้วพบกันใหม่!” สิ้นคำสุดท้ายดวงจิตของชายหนุ่มในชุดโบราณพลันหายไปจากห้วงิญญาของซุน
ทันใดนั้นห้วงิญญาของซุนกลายเป็สีขาวก่อนดวงจิตของซุนจะตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของห้วงิญญาดวงจิตเขาก็ถูกดึงกลับไปยังร่าง
.
.
.
ณ ลานจัดพิธี
ผู้พิทักษ์ตระกูลเฟิงเฝ้ารอการตื่นขึ้นของซุนมาเกือบสิบวันวันนี้เห็นเปลือกตาของซุนเริ่มขยับ จึงรับรู้ได้ว่าบัดนี้บุตรชายของผู้นำตระกูลเฟิงทายาทสืบทอดเพียงหนึ่งเดียวได้ฟื้นคืนจากความตาย
“ท้องฟ้า กลิ่นสายลม..”ซุนพึมพำสั้นๆ ก่อนความทรงจำนับไม่ถ้วนจะเริ่มหลั่งไหลเข้ามาในิญญาของเขา ตามที่ดวงจิตของชายหนุ่มสวมชุดโบราณได้บอกเอาไว้ทำให้เขารู้สึกเ็ปและเริ่มทบทวนสิ่งที่คนลึกลับนั่นบอกเพื่อเมินความรู้สึกเ็ปทั้งมวล
ความเ็ปจากความทรงจำนับไม่ถ้วนไหลเข้าสู่ิญญาเริ่มเพิ่มขึ้นยิ่งตอนสมองประมวลผลความทรงจำเ่าั้ซุนอดไม่ได้ที่จะส่งเสียงกรีดร้องไม่เป็ภาษา
อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
อ๊ากกกกกกกกก!
อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
ผู้พิทักษ์ตระกูลเฟิงเห็นซุนส่งเสียงร้องเขาไม่รอที่จะเอายันต์ผสานกายจิตแปะหน้าผากซุนพร้อมกับยัดโอสถนิรันดร์เข้าไปในปากและใช้พลังปราณดันลงไปในกระเพาะ ก่อนจะท่องคาถาบางอย่างช่วยซุนซึ่งเขาไม่มีทางรับรู้ได้ว่าคนที่เขาช่วยนั้นไม่ใช่บุตรชายของผู้นำตระกูลเฟิงจริงๆแต่เป็ใครบางคนที่มีโชคชะตาเกี่ยวพันกับผู้แข็งแกร่งอย่างไม่น่าเชื่อ
ผ่านไปกว่าเจ็ดวัน
เสียงร้องของซุนถึงได้สงบลงผู้พิทักษ์ตระกูลช่วยเหลือซุนอย่างเต็มที่ยังรู้สึกอ่อนล้า
‘มันจบแล้วสินะความทรมานเหมือนโดนไฟฟ้าช็อตสมอง’ ซุนคิดในใจพลางนึกย้อนไปถึงความทรงจำใหม่ที่เข้ามา
‘แม่คงเสียใจมากกับเื่ที่เกิดขึ้นไม่นึกว่าจะเป็ได้ขนาดนี้ ทั้งที่พยายามตีตัวออกห่าง สงสัยจะคิดน้อยเกินไป…
อีกเื่ของเฟิงหยวนไม่น่าเชื่อว่ามันจะเป็ลูกหลานของผู้ฝึกตนที่มีพลังในการย้ายร่าง แถมยังมีิญญาผูกติดกับสายเืบริสุทธิ์น่าเสียดายนิสัยมันไม่ต่างจากปีศาจร้าย ให้มาแกล้งทำเป็เหมือนมันยากสำหรับเรามาก
เอาเถอะ..ไม่อยากเชื่อยังไงก็ต้องเชื่อแล้วยังไงตอนนี้ก็เอาตัวรอดไปก่อน แค่ทำตัวให้เหมือนเฟิงหยวนจนกว่าจะถึงเวลานั้น หวังว่าที่บอกมามันจะจริงนะ’
“นายน้อย ท่านฟื้นแล้วท่านรู้สึกยังไงบ้าง รู้สึกว่าร่างกายผิดแปลกรึเปล่า?” ผู้พิทักษ์ตระกูลเฟิงถามซุนด้วยความเป็ห่วง ซุนเองได้สติกลับคืนมาประกอบกับเข้าใจสถานการณ์จึงทำตัวให้เป็ธรรมชาติแบบเฟิงหยวน
“ท่านผู้พิทักษ์อี้...ข้ารู้สึกไม่สบายเนื้อสบายตัวเท่าไหร่ยิ่งใจยังไม่สบาย ระหว่างยึดร่างนี้มีคนของเราลอบสังหารข้า” น้ำเสียงซุนฟังดูเคียดแค้นล้ำลึกวินาทีต่อมาผู้พิทักษ์ตระกูลเฟิงคล้ายมีสีหน้าผ่อนคลายลง
“นายน้อยเื่แก้แค้นเอาไว้ทีหลัง เป็นายท่านสั่งข้าเอาไว้ให้พานายน้อยไปพบท่านไม่นานจากนี้ท่านต้องแต่งงานกับสตรีตระกูลเซี่ย”
“แต่งงาน?” ซุนใกับสิ่งที่ผู้พิทักษ์อี้บอกซึ่งมันทำให้เขาเข้าใจถึงเหตุผลที่เฟิงหยางชุบชีวิตเฟิงหยวนไม่ใช่แค่เฟิงหยวนเป็บุตรสายตรงและมีสายเืบริสุทธิ์ยังมีตระกูลเฟิงฝ่ายพ่อกับตระกูลิฝ่ายแม่หนุนหลัง ต่อให้ทำตัวเป็ยังไงการแต่งงานนี้ตระกูลเซี่ยก็ยอมรับง่ายๆด้วยผลประโยชน์
“อย่าใไปนายน้อยท่านต้องแต่งงานเร็วๆนี้ แม้ขาดอิสระไปบ้างยังไงก็ดีกับตัวท่าน...นี่ก็ผ่านไปหลายวันหลังจากนายท่านช่วยทำพิธีให้ราบรื่นข้าต้องรีบพานายน้อยไปหานายท่าน” ผู้พิทักษ์อี้กล่าวขึ้นก่อนจะแบกร่างของซุนบินไปบนท้องฟ้า ตรงไปทางคฤหาสน์โบราณกลางหุบเขา