หนังสือเปลี่ยนชะตา

    บทที่ 18

    สินเดินเข้าไปในห้องสัมภาษณ์ที่ถูกจัดเตรียมไว้สำหรับเพื่อการสัมภาษณ์โดยเฉพาะ พี่ๆทีมงานพาเขาไปนั่งที่เก้าอี้ และเริ่มถ่ายทำรายการ โดยการถามคำถามโน่นนี่นั่น (จะอยู่ในตอนถัดไปนะครับ) จนทุกอย่างแล้วเสร็จ สินก็เดินออกมาจากฮอลล์ของ เดอร์ แกรนด์ เชฟ สินจะใช้เวลาที่เหลือไปกับการท่องเที่ยวในเมืองกรุงทั้งหมด เนื่องจากทางทีมงานแจ้งกับเขาว่า ให้มารายงานตัวในสัปดาห์หน้า เพราะมันยังมีการคัดเลือกผู่เข้าแข่งขันอีกเป็นพันๆคน ซึ่งวันหนึ่งสามารถคัดเลือกได้แค่ประมาน 300-400 คนเพียงเท่านั้น กว่าจะคัดเลือกหมดก็ต้องใช้เวลาอย่างน้อยๆ 6-7 วันเลยทีเดียว มันทำให้สินในตอนนี้ว่างมาก แต่วันนี้ก็เขาตัดสินใจที่จะกลับไปพักผ่อนก่อน เขาก้าวเท้าไปตามถนนของเมืองกรุง วัฒนธรรม และการใช้ชีวิตของคนเมืองกรุง มันไม่ค่อยเหมือนกับคนเชียงใหม่เท่าไร พวกคนเมืองกรุงพวกเขาแต่ละคนต่างดูเร่งรีบกับทุกอิริยาบทไม่ว่าจะทำอะไรก็ตาม แต่ผิดกับสินเป็นคนเชียงใหม่ที่ใช้ชีวิตตามวิถีชาวสโลไลฟ์ เขาค่อยๆเดินแวะร้านนั้นทีร้านนี้ที แต่เมื่อเขาเป็นตัวเอกของเรื่อง จะมีหรือที่ไม่มีเรื่องราววุ่นวายเกิดขึ้น ปร่ะ!!! เสียงของคนสองคนเดินชนกันอย่างจัง“ขอโทษนะครับ ผมผิดเองที่ไม่ได้ดูทาง”สินเอ่ยกล่าวออกมาทันทีที่เขารู้ตัวเองว่าเดินชนเข้ากับคนอื่น เขาหันไปมองบุคคลที่ได้ชนไป เธอเป็นผู้หญิงตัวเล็กๆคนหนึ่ง เธอกำลังก้มเก็บกองแฟ้มเอกสารงานของเธอที่ดูจากขนาด และปริมาณแล้ว เธอไม่สามารถจะถือมันได้ทั้งหมดด้วยซ้ำ“ให้ผมช่วยนะครับ” เธอก็ดูเหมือนจะไม่ได้สนใจอะไรสินเลยแม้แต่น้อย สินก็ช่วยเหลือเธอเก็บในบางส่วน เมื่อเธอคนนั้นเห็นว่าสินช่วยเก็บก็แปลกใจเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยขอบคุณไปตามมารยาท“ขอบคุณมากนะคะที่ช่วยเก็บ…….” เธอไม่ได้พูดอะไรต่อหลังจากนั้น เหมือนกับว่าเธอจะแอบตกใจกับเรื่องอะไรสักอย่างที่อยู่ตรงหน้าของเธอในตอนนี้“ไม่เป็นไรครับ นี่เอกสารของคุณครับ......อ่าว!! รุ่นพี่ดาว ใช่รุ่นพี่หรือป่าวครับเนี้ย” สินที่กำลังเงยหน้าขึ้นมามองก็ตกใจเหมือนกัน“สินจริงๆด้วย เป็นอย่างไงบ้างอะเรา สบายดีมั้ย อยู่ๆเราก็ลาออกไปกลางคันอย่างนั้น” เธอถามออกมายาวเป็นหางว่าว ใช่แล้ว เธอเป็นรุ่นพี่ของสินสมัยที่เขายังอยู่ภายในรั้วของมหาวิทยาลัย“สบายดีครับพี่ดาว แล้วพี่ดาวจะไปที่ไหนเหรอครับ เห็นเหมือนดูจะรีบๆ” สินพูด“ตายจริง สิน พี่กำลังรีบไปเสนองานให้กับลูกค้าน่ะ เรายังใช้ Faceback อันเดิมหรือป่าว” พี่ดาวกล่าว“ครับพี่ดาว อันเดิมครับ” สินตอบ“ดีเลย ถ้าอย่างนั้น ตอนเย็นๆหลังพี่เลิกงานแล้วไปทานข้าวกันสักมื้อเป็นไง มีอะไรจะถามเราอยู่พอดี ไม่ต้องห่วงนะมื้อนี้เดี๋ยวพี่เลี้ยงเราเอง” พี่ดาวกล่าว“ได้ครับพี่ดาว ถ้าเสร็จธุระแล้วก็ทักมาได้เลยครับ ผมคงอยู่แถวๆนี้แหละครับ”“โอเคจ้า แล้วจะทักไป” หลังจากที่ทั้งสองล่ำลากัน สินอยากจะไปห้างดูสักหน่อย และที่ๆใกล้ที่สุดคงจะเป็นห้างดังย่านรังสิต เขาหาซื้อของที่อยากจะเอาไปฝากอร และหนูไอซ์เพลินๆภายในห้างนั้น เวลาล่วงเลยผ่านไป จนข้อความทาง Faceback แจ้งเตือนว่ามีข้อความใหม่ ‘น้องสินอยู่ที่ไหนเอ่ย พี่จะชวนไปกินร้านในห้างแถวย่านรังสิต ชื่อห้าง F’ ดาวพิมพ์ถาม‘ผมอยู่ที่ห้าง F พอดีเลยครับพี่ดาว พี่มาถึงแล้วทักมาอีกทีก็ได้ครับ’ สินตอบ‘โอเค พี่อยู่ใกล้ๆ อีก 15 นาทีก็ถึง เดี๋ยวพี่ทักไปนะ’ ดาวตอบ เมื่อดาวมาถึงก็นัดสินไปทานร้านสุกี้ MG ร้านดังที่ใครๆหลายๆคนก็รู้จัก พวกเขานั่งลงกันที่โต๊ะติดกระจก มันเป็นภาพที่ดูเหมือนคู่รักมาทานข้าวกันสองคน“สินสั่งได้เต็มที่เลยนะ พี่เลี้ยงเอง” ดาวด้วยความดีใจที่ได้เจอรุ่นน้องในเมืองใหญ่ การที่จะเจอกันด้วยความบังเอิญมันเป็นเรื่องที่ยากมาก หากไม่ได้นัดกันมาก่อน“ครับพี่ดาว” สินเปิดเมนูมาดูว่ามีอะไรที่น่าทานหรือไม่ ในหัวของเขาจินตนาการรสชาติของที่เขาจะสั่งมาลงหม้อว่ามันเหมาะสมกันอย่างไร เป็นแบบแผนเป็นขึ้นเป็นตอน “สั่งอะไรดีคะคุณลูกค้า” พนักงานเดินเข้ามาสอบถามกับทั้งสอง“สินสั่งก่อนเลย จะได้ไม่ซ้ำกันกับที่พี่สั่ง” ดาวเอ่ยออกมากับสิน สินเองก็พยักหน้าให้แล้วเริ่มสั่ง“เอาเป็นเซ็ตจักรพรรดิมังกรครับ แล้วก็เอาเป็ดอบน้ำผึ้งเล็ก หมูกรอบเล็ก หมูแดงเล็ก.....เซาลาเปาไส้... สุดท้ายขอเป็นน้ำแตงโมปั่นครับ” พนักงาน และดาวที่ได้ยินก็ตกใจ จะสั่งอะไรเยอะมากมายขนาดนั้น“เออ..ฉันขอแค่น้ำเปล่าก็พอค่ะ” ดาวที่บอกจะเลี้ยง ไม่ใช่ว่าเธอไม่มีเงินจ่าย แต่ด้วยราคาที่สินสั่งมันทำให้ทั้งเดือนที่เหลือของเธอ อาจจะจบได้ที่มาม่า แต่เธอก็เป็นผู้ใหญ่กว่าสิน พูดคำไหนก็ต้องเป็นคำนั้น และแอบคิดในใจ‘สั่งมาเยอะขนาดนั้น เราคงทานกันไม่หมด ที่เหลือใส่ห่อกลับบ้านน่าจะได้อีกหลายมื้อ และสิ่งที่เราทำได้ในตอนนี้คือ ประหยัดให้ได้มากที่สุด’ เธอคิดในใจ           สินที่ดูอาการของรุ่นพี่สาวออก เขาก็หัวเราะออกมา ก่อนจะพูดออกมา“พี่ดาวไม่ต้องกังวลครับ มื้อนี้ผมจะเลี้ยงพี่เอง” สินพูดออกมาอย่างไม่ได้รู้สึกเดือดร้อนอะไร“แต่ว่า....” เธอพยายามพูดขัด“ไม่มีแต่ครับ อีกอย่างจะให้ผู้หญิงมาเลี้ยงผู้ชายได้ยังไงล่ะจริงมั้ย พี่ทานให้อิ่มๆไปเลยนะครับ อยากจะสั่งอะไรเพิ่มก็สั่งเลยนะครับ ผมไม่ได้ขัดสนเรื่องเงินครับตอนนี้” สินพยายามพูดด้วยการชักแม่น้ำทั้งห้ามาให้เหตุผลเพื่อให้พี่ดาวสบายใจ“จริงซิ ฉันลืมไปได้ยังไง ช่วงก่อนร้านอาหารเธอดังมากในเชียงใหม่ ถึงฉันจะอยู่เมืองกรุงฉันก็ติดตามข่าวอยู่นะ วันนี้แหละ ฉันจะถลุงเงินของเจ้าสัวน้อยอย่างนาย” ดาวพูดออกมา พร้อมกับทั้งคู่หัวเราะออกมา “จริงซิ แล้วทำไมถึงออกจากมหาลัยกลางคันล่ะ พวกเราที่คณะไม่มีใครรู้เลยในตอนนั้น รู้อีกทีสินกับทรัพย์ก็ยื่นลาออกเรียบร้อยแล้ว” ดาวเอ่ยถาม“ปัญหาทางครอบครัวนะครับ ช่วงนั้นเราสองพี่น้องสูญเสียเสาหลักของครอบครัวไป ทั้งพ่อทั้งแม่เลยครับ ทำให้ผมกับพี่ทรัพย์ ต้องออกมาหางานทำเพื่อเลี้ยงดูตัวเอง” สินกล่าวตอบพร้อมกับจิบน้ำชาเบาๆ“เสียใจด้วยนะ พวกเราไม่รู้กันมาก่อนเลย .... แล้วเจ้าทรัพย์ละ มันหายไปไหนแล้ว” เธอแสดงความเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ถ้าเป็นเธอ เธอก็ต้องทำคล้ายๆกับสิน และทรัพย์เพื่อนกลุ่มเดียวกับเธอ“ไม่เป็นไรครับ .... ส่วนเรื่องพี่ทรัพย์ผมเองก็ไม่รู้เหมือนกันครับ ล่าสุด เหมือนพี่บอกว่าจะไปทำงานที่ต่างประเทศ”“ต่างประเทศ ด้วยวุฒิม.6 ไม่น่าจะพ้นงานใช้แรงงานหรอก ไอ่ทรัพย์มันคงจะลำบากจริงๆนั้นแหละ ว่าแต่ธุรกิจร้านอาหารของสินก็ไปได้ดีนี่ แล้วทำไมไม่เรียกมันกลับมาช่วยงานที่ร้านละ” เธอถามออกมาอย่างสงสัย“ตอนแกไป แกหนีออกจากบ้านไปนะครับ ก่อนที่ผมคิดจะทำร้านอาหารซะอีก มันเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ลงแข่งขันรายการ ‘The Grand Chef Thailand’ด้วย เผื่อพี่มันจะเห็นแล้วกลับมา จะได้ไม่ลำบาก” สินตอบ“เธอลงแข่งรายการนั้นเหรอ เห็นว่าเป็นอารมณ์เหมือนรายการ ‘เชฟกระทะทองแดง’ ”“ใช่ครับ แต่รายการนี้เปลี่ยนจากเชฟมืออาชีพเป็นเชฟมือสมัครเล่นแทนครับ” เขาพูดถึงตรงนี้อาหารก็ค่อยๆ เข้ามาเสิร์ฟเรื่อยๆจนเต็มโต๊ะไปหมด พวกเขาตัดสินใจที่จะจัดการมันก่อน และในระหว่างที่ทานไปก็พูดคุยกันไปด้วยได้ไม่ได้เสียหายอะไร---------------------------------------------------------------------เนิื่องจากเมื่อวานติดตามประเด็นดร่าม่าที่กำลังเป็นประเด็น(ไม่พูดนะเดี๋ยวบิน) สนใจมากไปหน่อยเลยไม่ได้เขียน ขอโทษน้า
    error loaded