บทที่10
รักแรก
หยางป๋อเดินทางกลับมาถึงบ้านสายลมอ่อนพัดผ่านท้องทุ่งนาและกลิ่นหอมของดอกไม้ลอยมาตามลมบรรยากาศที่บ้านเต็มไปด้วยความอบอุ่นและความตื่นเต้นเมื่อคนในครอบครัวเห็นเขาก้าวเข้ามาในบ้านนางหลิวหู่แม่ของหยางป๋อรีบวิ่งออกมาพร้อมกับน้ำตาคลอเบ้า นางโผกอดลูกชายแน่น หยางสุ่ยพ่อของหยางป๋อซึ่งเป็ชายชราที่ยังแข็งแรงแม้จะมีอายุแล้วก็ยิ้มกว้างพลางตบหลังลูกชายเบาๆ
"ต้าป๋อลูกกลับมาแล้ว แม่คิดถึงลูกมาก" นางหลิวหู่พูดด้วยน้ำเสียงเต็มไปด้วยความดีใจ
"ผมก็คิดถึงพ่อกับแม่ครับ"หยางป๋อตอบพลางยิ้มให้แม่ของเขาเขาหันไปกอดพ่อและยิ้มให้กับน้องสาวที่กำลังยืนยิ้มกว้างจนเห็นฟันขาวเรียงเป็แถว
ทันทีที่ข่าวการกลับมาของหยางป๋อแพร่กระจายไปทั่วหมู่บ้านเพื่อนบ้านที่สนิทกับบ้านหยางเขาก็เริ่มทยอยกันมาเยี่ยมเยียนทุกคนต่างนำของขวัญและสิ่งของมามอบให้เขาเป็การต้อนรับกลับบ้าน มีทั้งผลไม้สดอาหารพื้นบ้าน และข้าวของเครื่องใช้
ในค่ำคืนนั้นคนบ้านหยางได้จัดงานเลี้ยงต้อนรับอย่างยิ่งใหญ่ที่ลานบ้านแสงไฟจากโคมสว่างไสวทั่วบริเวณ กลิ่นหอมของอาหารที่นางหยางเจี่ยทำเองลอยมาตามลมมีทั้งเป็ดตุ๋น หมูสามชั้นต้มซีอิ๊ว และผัดผักหลากชนิดโต๊ะอาหารเต็มไปด้วยเมนูที่ทำให้เขารู้สึกอบอุ่นและคิดถึงบ้าน
เพื่อนบ้านมาร่วมงานกันอย่างคึกคักพวกเขาต่างพูดคุยและเล่าถึงเื่ราวที่เกิดขึ้นในหมู่บ้านให้หยางป๋อฟังหลายคนยินดีกับการที่เขาได้เลื่อนยศเป็หัวหน้าหมู่และคาดหวังว่าอีกไม่กี่ปีเขาจะได้เลื่อนยศเป็ผู้กอง
"หยางป๋อนายเป็คนเก่งอยู่แล้ว ฉันเชื่อว่าไม่นานนายต้องได้เป็ผู้กองแน่ ๆ"เพื่อนสมัยเด็กคนหนึ่งของหยางป๋อพูดพลางยิ้มกว้าง
"ขอบใจฉันตั้งใจว่าจะพยายามทำให้ดีที่สุด" หยางป๋อตอบพลางยิ้มเขารู้สึกอบอุ่นในใจที่มีคนมากมายคอยให้กำลังใจและสนับสนุนเขา
ระหว่างที่งานเลี้ยงดำเนินไปทุกคนต่างก็ร่วมสนุกสนานกันอย่างเต็มที่เด็ก ๆ วิ่งเล่นกันอย่างสนุกสนาน ผู้ใหญ่ก็นั่งคุยกันไปหัวเราะกันไปบรรยากาศเต็มไปด้วยความสุขและความอบอุ่นหยางป๋อนั่งอยู่ที่โต๊ะอาหารพลางมองดูทุกคนด้วยความสุขใจเขารู้สึกขอบคุณที่มีครอบครัวและเพื่อนบ้านที่ดี
ขณะที่หยางป๋อนั่งฟังและพูดคุยกับเพื่อนบ้านเสียงสนทนาของกลุ่มผู้หญิงที่นั่งอยู่ไม่ไกลก็ลอยมาเข้าหูเขาได้ยินเสียงพูดถึงเื่ราวของ "บ้านจาง" ที่อยู่ในหมู่บ้านข้าง ๆเขารู้จักบ้านจางเป็อย่างดีเพราะเป็ครอบครัวที่มีชื่อเสียงในเื่ความขัดแย้งภายในครอบครัวมานาน อีกทั้งนางหยางเจี่ยแม่ของจางกวนหย่งเองก็มีศักดิ์เป็ญาติห่างๆ กับพ่อของเขาด้วย
"ได้ยินว่าภรรยาของจางกวนหย่งลูกชายบ้านจางถูกทำร้ายจนทนไม่ไหวต้องขอหย่าแล้วหอบลูกไปเปิดร้านขายน้ำเต้าหู้ในตลาดในเมืองฉันละสงสารคุณหนูคนนั้นจริง ๆชะตากลับพลิกผันจากลูกคนรวยต้องมามีชีวิตที่ย่ำแย่เพราะบางจางเนี่ย "หญิงชราคนหนึ่งพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเต็มไปด้วยความเห็นใจ
"ใช่แล้วตอนที่เธออยู่ที่บ้านจางก็ถูกสามีทำร้าย แถมแม่และน้องสาวสามีก็ข่มขู่เอาเงินไม่พอใจก็ตบตี" หญิงวัยกลางคนอีกคนหนึ่งเสริมขึ้น
"เงินมรดกที่เธอเอาติดตัวมาด้วยก็ถูกสามีเอาไปเล่นการพนันหมดไปเยอะเลย"หญิงชราอีกคนพูดพลางส่ายหัว "หย่าออกมาแล้วก็ยังต้องหาเลี้ยงลูกคนเดียวอีกไม่รู้ว่าคนบ้านจางทำกับเธอแบบนี้ได้ยังไง"
หยางป๋อได้ยินทุกคำพูดเ่าั้และรู้สึกสะท้อนใจเท่าที่ฟังดูก็รู้แล้วว่าหญิงสาวที่น่าสงสาคนนั้นก็คือเว่ยเถียนเถียนเขารู้สึกเห็นใจเธออย่างมากอดคิดไม่ได้ว่าทำไมชีวิตของเธอถึงได้เปลี่ยนไปมากขนาดนี้เขานึกถึงภาพของเธอที่ร้านขายน้ำเต้าหู้กับลูกชายตัวน้อยที่ขยันขันแข็งแต่ยังคงมีรอยยิ้มที่อบอุ่นและใจดีแม้จะต้องเผชิญกับความยากลำบาก
"เธอเป็คนที่แข็งแกร่งจริงๆ" หญิงชราพูดต่อ "ต้องเลี้ยงลูกคนเดียวและยังต้องทำงานหนักอีกแต่ก็ยังคงมีรอยยิ้มให้กับลูกค้าเสมอ"
"ฉันเองก็เคยเจอเธอที่ตลาดน้ำเต้าหู้และปาท่องโก๋ของเธอขายดีมาก ลูกค้าต่อคิวกันยาวทุกวัน"หญิงสาวคนหนึ่งพูด
"ใช่แล้ว"หญิงชราพยักหน้า"แม้จะต้องเผชิญกับความยากลำบากแต่เธอก็ยังคงมีความสุขและมุ่งมั่นที่จะทำให้ลูกชายมีชีวิตที่ดีขึ้นช่างเป็หญิงสาวที่น่าชื่นชมจริง ๆ"
หยางป๋อฟังคำพูดเ่าั้และรู้สึกอบอุ่นในใจสำหรับเขาแล้วความเข้มแข็งและความมุ่งมั่นของเว่ยเถียนเถียนเป็สิ่งที่น่าชื่นชมเป็อย่างมาก
นับั้แ่วันนี้เป็ต้นไปตลอดระยะเวลาที่กลับมาพักผ่อนที่บ้านเขาก็ตั้งใจไว้อย่างแน่วแน่ว่าทุกเช้าเขาจะเข้าไปที่ตลาดในเมืองเพื่ออุดหนุนน้ำเต้าหู้และปาท่องโก๋ของเว่ยเถียนเถียนทุกวันเขาไม่้าเพียงแค่ซื้ออาหารเช้าเท่านั้นแต่เขายัง้าที่จะเป็กำลังใจให้กับผู้หญิงที่กล้าหาญมุ่งมั่นคนนี้
เขานั่งคิดทบทวนถึงอดีตเมื่อหลายปีก่อนตอนที่เว่ยเถียนเถียนยังเป็หญิงสาววัยแรกแย้มเธอสวมชุดสีชมพูอ่อนที่ทำให้ดูงดงามและสดใสท่ามกลางทหารหนุ่มที่ค่าย ในงานเลี้ยงวันนั้นเธอเต้นรำและพูดคุยกับพ่อแม่ของเธออย่างสนุกสนานรอยยิ้มและเสียงหัวเราะของเธอทำให้บรรยากาศในงานดูมีชีวิตชีวาและเป็กันเองตอนนั้นหยางป๋อมองดูเธอจากที่นั่งของเขาซึ่งอยู่ท้ายห้องประชุมแต่เขาก็รู้สึกได้ถึงความงดงามสดใสของเธอจนมาวันนี้เขาก็ยังรู้สึกแบบนั้นเขาจำได้ว่าหัวใจของเขาเต้นแรงทุกครั้งที่ได้เห็นเธอแม้ว่าเขาจะไม่ได้มีโอกาสพูดคุยกันแม้สักครั้งแต่การได้เห็นเธอเต้นรำและหัวเราะในงานเลี้ยงนั้นทำให้เขามีความสุขเป็อย่างยิ่ง
ตอนนี้เมื่อหยางป๋อได้รู้ถึงความยากลำบากที่เว่ยเถียนเถียนต้องเผชิญเขารู้สึกสงสารและห่วงใยเธออย่างมากการที่เธอเลิกรากับสามีและต้องหาเลี้ยงลูกคนเดียวทำให้เขารู้สึกว่าถึงเวลาแล้วที่เขาจะก้าวเข้ามาในชีวิตของเธอการที่เธออยู่ในสถานการณ์นี้อาจจะเป็โอกาสที่เขาจะสามารถช่วยเหลือและดูแลเธอได้