“นายหัวคะผู้หญิงคนนี้เต้นชนซูซี่แต่ไม่ยอมขอโทษค่ะ” ซูซี่ชิงบอกก่อนพร้อมกับกอดแขนล่ำไว้อย่างหวงแหนบีบน้ำตาให้ร่วงเผาะ
“จริงเหรอ”
“จริงค่ะ”
“ฉันให้โอกาสอีกทีลองพูดใหม่” ดวงตาคมกริบไม่มีแววล้อเล่นทำให้ซูซี่หยุดบีบน้ำตา เธอไม่กล้าหลอกลวงเขาเพราะเขาคงเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดจากที่ยืนอยู่ตรงนั้นและถึงแม้เขาไม่เห็นเองเขาก็มีกล้องวงจรปิดและยังมีหูตาอีกมาก
“เอ่อ ซูซี่ทนไม่ได้ค่ะมันอ่อยนายหัว เรียกร้องความสนใจจากนายหัว”
“แล้วยังไงเลยลงไม้ลงมือกับลูกค้า”
“ก็มันจ้องจะกินนายหัวนี่คะ”
“ฉันเปล่าทำไม่เคยคิดด้วย” กัญญาภัคสวนกลับอย่างรวดเร็วหลังจากยืนฟังมานาน “เธอถามเขาเองดีกว่าว่าเขามองฉันเองใช่ไหม ฉันไม่เห็นเขาเลยด้วยซ้ำ”
“นายหัวคะ ฟังมันสิมันพูดอวดดี คิดว่าตัวเองสวย”
คณินยิ้มมุมปากสบตากับสาวสวยแวบหนึ่ง ใช่ นอกจากเธอจะสวย ยังเต้นได้เซ็กซี่ ขาเรียวยาวบนรองเท้าส้นสูงของเธอพานให้คิดต่อถึงเื่บนเตียง ถ้าจับมาเกี่ยวรอบเอวสอบจะเป็ยังไงนะ แต่การตบตีกันจะทำให้นักเที่ยวคนอื่นรำคาญไปด้วย
“กลับไปได้แล้วซูซี่วันนี้เธอก่อเื่เยอะแล้ว เห็นไหมลูกค้าโต๊ะอื่นเขาหมดสนุกกัน”
“ผู้หญิงคนนั้นต่างหากเป็คนก่อเื่”
“ซูซี่”
“นายหัวไม่พอใจซูซี่หรือคะ”
“ฉันสั่งให้ทำอะไรก็ทำก่อนที่ฉันจะไม่พอใจขึ้นมาจริงๆ”
ซูซี่ไม่กล้าไม่ทำตามอีกตวัดตามองคนที่เป็ต้นเหตุทำให้นายหัวไม่พอใจตัวเอง “ฝากไว้ก่อนเถอะ” บอกจบก็สะบัดหน้าเดินออกไปจากตรงนั้นการ์ดของผับจึงรีบเคลียร์สถานที่ซึ่งก็ไม่ได้มีอะไรเสียหายเพียงแต่บอกให้นักเที่ยวสนุกกันตามเดิม ดีเจบนเวทีก็เปิดเพลงตามเดิมเื่ทะเลาะตบตี วิวาทกันกลางผับไม่ใช่เื่แปลกใหม่นักเที่ยวไม่ได้สนใจอีกก็กลับมาสนุกกันต่อ
คณินเดินมาหาหญิงสาวที่เขามองอยู่นานแล้วแต่ยังไม่มีจังหวะเข้าหา พอดีซูซี่ก่อเื่เลยกลายเป็โอกาสให้เขาได้พอดี “ผมต้องขอโทษแทนคนของผมด้วยค่าเครื่องดื่มวันนี้ผมขอเลี้ยงคุณเองถือว่าเป็การชดเชย”
“ชดเชยที่ฉันโดนผู้หญิงของคุณตบน่ะเหรอ”
“ชดเชยได้ไหมล่ะครับหรือว่าคุณ้าให้ชดเชยยังไงก็บอกมา” เขาตอบกลับดวงตาจับนิ่งที่ดวงหน้าสวยรูปร่างเย้ายวนสะท้านใจชาย
กัญญาภัคยิ้มมุมปาก“ฉันให้คุณชดเชยก็ได้ งั้นวันนี้ฉันจะดื่มเท่าไรก็ได้ใช่ไหม”
“ใช่ครับ”
“ดีค่ะฉันรับข้อเสนอนี้” กัญญาภัคตอบรับ เธอไม่ได้มีเงินมาเยอะ ได้กินฟรีก็ดี
“มาคนเดียวหรือครับ”เขาถามต่อพร้อมกับสั่งเครื่องดื่มมาให้ “คนสวยๆ แบบคุณไม่น่ามาคนเดียว” กล้าได้กล้าเสียแบบนี้ดี เขาชอบคณินยกแก้วเหล้าขึ้นจิบพลางมองค้นหาว่าอะไรทำให้คนสวยขนาดนี้มาเที่ยวคนเดียวเขายืนดูอยู่นานแล้ว ไม่เห็นมีใครมาด้วย ถ้าให้เดาส่วนมากผู้หญิงที่มาคนเดียวมักอกหักแล้วเธอคนนี้ล่ะเป็อย่างที่เขาตั้งข้อสังเกตหรือเปล่า
“มาคนเดียวแล้วแปลกยังไงคะที่นี่มีข้อห้ามเหรอ”
“ไม่มีกฎแบบนั้นหรอกครับแค่เป็ความสงสัยส่วนตัวของผม”
จู่ๆคณินก็กลายเป็คู่สนทนาของเธอั้แ่เมื่อไร กัญญาภัคก็ไม่รู้ตัว “สงสัยได้ค่ะแต่ไม่มีคำตอบ อีกอย่างฉันอยากดื่มคนเดียว ได้ไหมคะ...”
คณินหัวเราะเมื่อถูกไล่ทางอ้อม“งั้นก็ได้ครับ เชิญคุณ...” คณินหยุดเว้นจังหวะ เขาไม่รู้ชื่อเธอแต่ดูแล้วเธอคงไม่อยากบอก “เชิญคุณตามสบาย แต่ว่าถ้ามีปัญหาอะไรก็เรียกผมได้”
กัญญาภัคยิ้มตอบเขาเพื่อให้บทสนทนาจบลงเสียทีเธอพักที่โรงแรมใกล้ๆ นี่เอง เดินออกไปแค่ร้อยเมตรก็ถึงอีกอย่างเธอไม่คิดจะดื่มจนเมา อีกแก้วก็จะกลับแล้ว
แต่คำว่าอีกแก้วก็ปาไปจนผับปิดถึงจะคอแข็งมากแค่ไหนแต่กัญญาภัคก็แทบจะทรงตัวไม่อยู่เธอไม่รู้หรอกว่าที่รอดปากเหยี่ยวปากกามาได้เพราะมีคนคุ้มกันไว้อยู่ หญิงสาวไม่ต้องจ่ายเงินเพราะคณินเลี้ยงพอเมาจนพอใจแล้วก็กลับ
คณินมองคนที่เดินไม่ตรงทางการ์ดของเขาจะเข้าไปช่วยพยุงเพราะเห็นจะล้มหลายครั้งทว่าดวงตาคมกริบก็ทอประกายวาววับทันที
“ไม่ต้องยุ่ง”ลูกน้องคนสนิทถอยกรูด คณินเดินเข้าไปประคองร่างบางไว้เอง “นี่คุณผมช่วยประคอง”
“ใครอะ” กัญญาภัคหรี่ตามอง ตอนนี้ศีรษะมึนเบลอมาก
“ผมคณิน”
ชื่อนี้ทำให้หัวคิ้วคนเมาชนเข้าหากันริมฝีปากบิดหยัน “ชนินทร์เหรอ มาทำไม กั้งเกลียดคุณ” พูดจบเธอก็ผลักเขาออกห่าง
คณินเลิกคิ้วสูงเขาฟังไม่ชัดเพราะเสียงหญิงสาวขาดๆ หายๆ รู้แต่ว่าเธอเรียกเขาว่าชนินทร์และดูเหมือนว่าเธอจะไม่ชอบคนชื่อชนินทร์
“พักที่ไหน ผมจะไปส่ง”