“ พวกมนุษย์สารเลวพวกแกต้องตาย!! ” เสียงคำรามดังขึ้นพร้อมกับแรงกดดันอันมหาศาลกระจายไปทั่วพื้นที่
กองทัพฝั่งมนุษย์พากันหยุดชะงักก่อนที่จะแสดงสีหน้าตื่นตระหนก
“ สัตว์เวทย์ระดับS ” เบเรียลหน้าซีด
“ เบเรียลไหนเธอบอกว่าไม่มีสัตว์เวทย์ระดับSไง ” คารินะโด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“ เื่นั้นฉันเองก็ไม่รู้ ” เบเรียลส่ายหน้า
“ ฉันคิดว่าสัตว์เวทย์ระดับSตัวนั้นคงจะซ่อนพลังเวทย์ไว้อย่างแเีหน่วยข่าวกรองคงจะไม่ทันสังเกต ” กูเรย์พูดขึ้นในฐานะคนที่มีประสบการณ์มานานที่สุดในกลุ่มตัวตนระดับA
“ แบบนั้นก็ได้ด้วยหรอ ” คารินประหลาดใจ
“ โลกนี้ยังมีอะไรอีกมากมายที่พวกเธอก็ยังไม่รู้ ” กูเรย์พูดพลางฟาดดาบใส่สัตว์เวทย์ไปด้วย
“ แล้วพวกเราจะทำอย่างไงต่อดี ” คารินถามขึ้น
“ พวกเราทำอะไรไม่ได้อยู่แล้วทั้งหมดขึ้นอยู่กับไลท์เท่านั้น ” กูเรย์มองไปยังชายหนุ่มที่ลอยอยู่บนท้องฟ้า
“ นั้นสินะ ” เบเรียลเห็นด้วย
“ คงต้องฝากความหวังไว้ที่เขาแล้วล่ะ ” คารินพยักหน้า
ไลท์ที่ลอยอยู่บนท้องฟ้ามองไปยังต้นตอของเสียงเขาก็เห็นว่าเป็ออร์คตัวใหญ่กว่าห้าเมตร รูปร่างเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อ สวมผ้าคลุมสีแดง บนหัวมีมงกุฏสีทอง
ที่แท้เ้าหมอนี้แอบอยู่ในรถม้านี้เอง เขาไม่แปลกใจเลยว่าทำไมหน่วยสอดแนมถึงหาไม่เจอ
เผ่าพันธุ์ออร์คเป็ถูกเรียกว่าเป็หนึ่งในเผ่าพันธุ์ปีศาจระดับสูง พวกมันมีร่างกายสีเขียวและมีกล้ามเนื้อที่ทรงพลัง
“ เ้ามนุษย์โสโครกวันนี้แกต้องตาย ” ราชันออร์คพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงโกรธ
ไลท์มองดูว่าท้ายกองทัพสัตว์เวทย์มีทหารออร์คไม่ต่ำกว่าสองพันตัว พวกมันแต่ละตัวสูงว่าสามเมตรในมือของพวกมันถือดาบ หอกและธนู
“ ที่แท้เป็เพราะพวกมันที่เป็ตัวการทำให้สัตว์เวทย์บุกมาที่เมืองนี้ ” ไลท์พบตัวการที่ทำให้สัตว์เวทย์บุกเมืองทะเลสาบแล้ว
จากนั้นไลท์ก็บินไปหาราชันออร์ค
“ เ้ามนุษย์โสโครกวันนี้เราราชันแอลโบลจะต้องสังหารเ้าให้ได้ ” ราชันออร์คแอลโบลพูดขึ้นมันก็บินมายังจุดที่ไลท์อยู่
เมื่อเหล่ากองทัพมนุษย์เห็นตัวตนระดับSของกองทัพสัตว์เวทย์ก็พากันตื่นตระหนก
“ เป็ราชันออร์ค! ” กูเรย์กลืนน้ำลายด้วยความหวาดกลัว
เพราะมนุษย์และเผ่าปีศาจทำากันมานานกว่าหมื่นปีและเผ่าพันธุ์ออร์คคือเผ่าพันธุ์ปีศาจระดับสูงพวกมันมีความแข็งแกร่งกว่ามนุษย์ในระดับเดียวกันมาก
ในอดีตเคยมีมนุษย์ระดับSสามคนถูกราชันออร์คเพียงตัวเดียวสังหารทิ้ง ทำให้ั้แ่ตอนนั้นเผ่าพันธุ์ออร์คก็ถูกจัดอันดับว่าเป็เผ่าพันธุ์ที่แข็งแกร่งสำหรับเผ่าพันธุ์ปีศาจ
ส่วนมากพวกปีศาจจะอาศัยอยู่ในทวีปมืดน้อยครั้งที่พวกมันจะบุกรุกมนุษย์ ซึ่งาครั้งล่าสุดก็คือเมื่อหนึ่งพันปีก่อน
“ แม้งเอ้ยเป็พวกออร์ค ” เอเตียนแสดงสีหน้าหวาดกลัว
“ ท่านเบเรียลพวกเราจะทำอย่างไงต่อดี? ” ยูเทียตื่นตระหนก
“ ทำอะไรไม่ทันแล้วแม้แต่จะหนีก็หนีไม่ทันแล้ว ” เบเรียลถอนหายใจ
“ ขึ้นอยู่กับว่าไลท์จะเอาชนะราชันออร์คได้ไหม ” กูเรย์เองก็ถอนหายใจด้วยเช่นกัน
บนท้องฟ้าไลท์ยืนประจันหน้ากับราชันออร์คแอลโบลอย่างไม่เกรงกลัว
“ จะสังหารฉัน?แกมีปัญญาหรือเปล่า ” ไลท์หัวเราะสบายๆ
“ เหอะเป็แค่มนุษย์คิดจะสู้กับพวกเราเผ่าพันธุ์ออร์คที่ทรงอำนาจอย่างงั้นหรือ? ” ราชันออร์คแอลโบลหัวเราะ
“ แล้วทำไมเราไม่ลองสู้กันก่อนล่ะแล้วค่อยมาพูดว่าใครจะเป็ฝ่ายชนะ ” ไลท์พูดขึ้นพร้อมกับชี้ดาบไปทางราชันออร์คแอลโบล
“ งั้นก็มาสู้กันเ้ามนุษย์โสโครก ” ราชันออร์คแอลโบลคำรามพร้อมกับชี้ดาบขนาดใหญ่ไปด้านหน้าเช่นกัน
จากนั้นทั้งสองก็ปะทะดาบกันอย่างต่อเนื่อง
การปะทะกันแต่ละครั้งได้เกิดคลื่นพลังกระจายไปรอบๆ
เคร้ง เคร้ง เคร้ง
ทางฝั่งมนุษย์ไม่สามารถมองความเร็วของทั้งสองคนได้แม้กระทั้งตัวตนระดับAก็ยังมองไม่ทัน พวกเขาได้ยินเพียงแค่เสียงการปะทะดาบและคลื่นพลังที่กระจายออกมาหลังจากการปะดาบกัน
“ นี้สินะการต่อสู้ของพวกระดับS ” แคสเตอร์ที่ยืนอยู่บนกำแพงเมืองมองดูด้วยแววตาจริงจัง นี้เป็ครั้งแรกที่เขาเห็นการต่อสู้ของระดับS การต่อสู้ของพวกระดับAไม่สามารถเทียบกันได้เลย เกรงว่าต่อให้มีระดับAร้อยคนก็ไม่สามารถสู้กับระดับSเพียงคนเดียวได้เลย
“ ฉันจะต้องแข็งแกร่งขึ้นกว่านี้ให้ได้ ” แคสเตอร์กำหมัดนแน่นด้วยความมุ่งมั่น
บนท้องฟ้า
หลังจากที่ทั้งสองปะทะกันนานกว่าสิบนาที ทั้งสองก็แยกกันอยู่คนละฝั่ง
“ ไม่เลวเลยเ้ามนุษย์ เ้าเป็คนแรกที่สามารถรับดาบของเราราชันได้ ” ราชันออร์คแอลโบลพูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น ในฐานะเผ่าพันธุ์ออร์คเป็เผ่าพันธ์ุนักรบพวกมันชื่นชอบการต่อสู้ยิ่งเจอคู่ต่อสู้เก่งๆพวกมันก็ยิ่งตื่นเต้น
“ แกเองก็ไม่เลวเหมือนกัน ” ไลท์เองก็แสดงสีหน้าตื่นเต้นเหมือนกัน เพราะนี้เป็ครั้งแรกที่เขาสามารถต่อสู้ได้อย่างสูสีกับใครสักคนั้แ่มายังโลกใบนี้ แม้ว่าทั้งสองจะยังไม่ได้ใช้พลังเต็มที่ก็ตาม แต่แค่นี้ก็สามารถทำให้ไลท์ตื่นเต้นได้แล้ว
“ พวกเราอุ่นเครื่องกันพอแล้วเพราะงั้นมาลุยจริงๆกันเถอะ ” ไลท์พูดขึ้นพร้อมกับหัวเราะออกมา
“ ย่อมได้เ้ามนุษย์ ” ราชันออร์คแอลโบลพูดด้วยความยินดี
ทันใดนั้นทั้งสองก็หายตัวไปก่อนที่จะเกิดเสียงดังขึ้น
ตู้มมมมมมมมมม
ไลท์ปะทะดาบกับราชันออร์คแอลโบล จนเกิดคลื่นกระแทกที่รุนแรงกว่าทุกๆครั้งที่ผ่านมา เพราะครั้งนี้ทั้งสองได้ใส่แรงมากยิ่งขึ้น
“ ฮ่าฮ่ายอดเยี่ยมมากเ้ามนุษย์ ” ราชันออร์คแอลโบลหัวเราะ เพราะครั้งนี้มันใช้แรงมากกว่าเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์แต่มนุษย์ตรงหน้าก็ยังไม่แสดงอาการอะไร
“ เข้ามาอีก ” ไลท์คำราม
ตู้ม ตู้ม ตู้ม ตู้ม
“ ดาบแห่งราชัน ” ราชันออร์คแอลโบลคำรามพร้อมกับฟาดดาบไปด้านหน้าก่อนที่จะมีคลื่นดาบสีดำพุ่งใส่ไลท์
“ ดาบตัด์ ” ไลท์เองก็ฟาดดาบไปด้านหน้าก่อให้เกิดคลื่นดาบสีทอง
สองคลื่นดาบปะทะกันจนเกิดการะเิขึ้นครั้งใหญ่
แรงะเิครั้งนี้ทำให้กองทัพทั้งสองที่กำลังต่อสู้กันเบื้องล่างลอยไปกันคนละทิศละทาง
ราชันออร์คแอลโบลหัวเราะอย่างบ้าครั้ง “ นึกไม่ถึงเลยว่าเราราชันจะเจอคู่ต่อสู้ที่เหมาะสมหลังจากที่หามานาน ”
“ ฉันเองก็เหมือนกัน ” ไลท์เองก็เห็นด้วย
“ เอาละเ้ามนุษย์เ้าสามารถรับดาบต่อไปของเราได้ไหม ” ราชันออร์คแอลโบลยกดาบขึ้นก่อนที่ดาบจะเกิดออร่าสีดำ
ไลท์เองก็ชี้ดาบไปข้างหน้าก่อนที่ดาบของไลท์จะเกิดออร่าสีทอง
“ ดาบทมิฬแห่งความมืด ” ราชันออร์คแอลโบลคำรามก่อนที่จะฟาดใส่ไลท์
“ ดาบแสงไร้ลักษณ์ ” ไลท์พูดขึ้นและยกดาบฟาดใส่ราชันออร์คแอลโบล
คลื่นสีดำและสีทองปะทะกันกลางอากาศต่อเนื่องหลายวินาที
ทั้งสองก็ได้ปล่อยพลังของตัวเองอย่างต่อเนื่อง
เสียงคำรามของทั้งสองดังขึ้น
ไม่นานก็เป็ฝ่ายของราชันออร์คแอลโบลที่เริ่มจะเสียเปรียบ
“ เป็ไปไม่ได้ที่มนุษย์อย่างแกจะแข็งแกร่งกว่าพวกเราเผ่าออร์ค!! ” ราชันออร์คแอลโบลคำรามและเร่งพลังขึ้นเพื่อต้านทานการโจมตีของไลท์
แต่ทว่าน่าเสียดายที่ราชันออร์คแอลโบลไม่สามารถต้านทานการโจมตีของไลท์ได้
อ๊ากกกกกกกกกก
เสียงกรีดร้องของราชันออร์คแอลโบลดังขึ้นก่อนที่จะตกลงมายังพื้นดินจนเกิดเสียงะเิ
“ ไลท์ชนะ!! ”เสียงะโของฝั่งมนุษย์ดังขึ้นอย่างตื่นเต้นและยินดี
“ ฮ่าฮ่าลูกพี่เจ๋งที่สุด ” ไลก้าหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง
“ สมกับเป็อาจารย์ ”เดซี่รู้สึกภาคภูมิใจที่เธอเป็ลูกศิษย์ของไลท์
“ หัวหน้าแข็งแกร่งจริงๆ ” เวโรนิก้าเองก็รู้สึกตื่นเต้นที่เธอเป็สมาชิกของกลุ่มเดธปาร์ตี้
“ นี้สินะท่านไลท์ ” แคสเตอร์มองดูไลท์ด้วยสีหน้าตื่นเต้น
หลายๆคนต่างก็พากันชื่นชมไลท์อย่างตื่นเต้น
ไม่นานฝุ่นควันได้หายไปก่อนทีจะเป็ร่างของราชันออร์คแอลโบลที่เต็มไปด้วยาแจำนวนมาก
“ เ้ามนุษย์ เ้าแข็งแกร่งมากแค่ถึงอย่างไรวันนี้พวกเราเผ่าออร์คจะต้องชนะ ” ราชันออร์คแอลโบลลืมตาขึ้นพร้อมกับมองมายังไลท์จากในหลุม
ครู่เดียวราชันออร์คแอลโบลก็ปีนขึ้นมาจากหลุม
ราชันออร์คแอลโบลหยิบลูกแก้วสีดำออกมาจากแหวนมิติก่อนที่จะกินมันเข้าไป
ตู้มมมมม
ทันใดนั้นออร่าของราชันออร์คแอลโบลก็เปลื่ยนไปกลายเป็รุนแรงมากขึ้นและทรงพลังมากยิ่งขึ้น
ไลท์มองไปที่ราชันออร์คแอลโบลด้วยความจริงจังมากยิ่งขึ้น เพราะเขาััได้ว่าออร่าของราชันออร์คแอลโบลมันแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆซึ่งมันเกือบจะใกล้กับระดับSSไปแล้ว
“ ดูเหมือนว่าถ้าฉันไม่งัดไม้เด็ดออกมาก็คงจะแย่เหมือนกันสินะ ” ไลท์พึมพำเบาๆพร้อมกับหรี่ตามองไปยังราชันออร์คแอลโบล
ไม่ถึงห้านาที
ราชันออร์คแอลโบลก็คำรามขึ้น เวลานี้ร่างกายราชันออร์คแอลโบลจากสีเขียวก็กลายเป็สีดำแถมยังตัวใหญ่ขึ้นจากห้าเมตรกลายเป็สิบเมตรและตรงหัวก็มีเงางอกออกมาสองเขา
“ ยอดเยี่ยมจริงๆ ” ราชันออร์คแอลโบลหัวเราะออกมาจากนั้นมันก็มองไปที่ไลท์พร้อมกับพูดขึ้นว่า “ เ้ามนุษย์ เ้าควรดีใจที่ได้ตกตายภายใต้คมดาบของเราราชัน ”
“ อย่ามัวแต่พูดอยู่เลยรีบๆเข้ามาซะสิแอลโบล ” ไลท์แสยะยิ้มอย่างเ็า
“ ตามที่เ้า้าเ้ามนุษย์ ” ราชันออร์คแอลโบลพุ่งเข้าหาไลท์พร้อมกับเหวี่ยงดาบใส่ทันที
ตู้ม
ร่างของไลท์ลอยกระเด็นไปไกลหลายเมตรก่อนที่จะหยุดลง
ไลท์รีบยกดาบขึ้นมาป้องกันทางขวาก่อนที่จะเป็ราชันออร์คแอลโบลได้เหวี่ยงดาบใส่ไลท์ตรงจุดนั้นพอดี
ตู้ม
ร่างของไลท์ลอยกระแทกพื้นดินอย่างรุนแรง
ไลก้าที่อยู่ไม่ไกลรีบวิ่งมาดูด้วยความใ
“ ลูกพี่เป็ไงบ้าง!! ” ไลก้าะโขึ้นอย่างใ ทางเดซี่และคนอื่นๆก็พากันหน้าเสีย
สักพักไลท์ก็เดินออกมาจากหลุมในสภาพที่เสื้อผ้าขาดแต่ทว่าเขาไม่ได้รับาเ็แม้แต่น้อยเนื่องจากร่างกายเทพอสูรที่แข็งแกร่งทำให้สามารถฟื้นฟูได้อย่างรวดเร็ว
“ เดซี่เธอฟื้นฟูความเหนื่อยให้หน่อย ” ไลท์ะโ
“ รับทราบอาจารย์ ” เดซี่ร่ายเวทย์ฟื้นฟูใส่ไลท์ทันที
“ ไม่ได้ออกแรงนานก็งี้แหละร่างกายติดขัดไปหมด ” ไลท์บิดร่างกายไปมาก่อนที่จะมองไปยังราชันออร์คแอลโบลบนท้องฟ้า
“ ราชันออร์คแอลโบลจากนี้ไปฉันจะเอาจริงแล้วนะ หวังว่าแกจะไม่ตายไปซะก่อนล่ะ ” ไลท์พูดจบเขาก็สร้างดาบสีทองขึ้นมาหนึ่งเล่ม
นี้ไม่ใช่ดาบของทักษะพยุหะดาบกลืนฟ้าที่ไลท์ใช้ประจำแต่เป็ดาบลมปราณจริงๆ ดาบลมปราณที่ใช้ลมปราณของไลท์ในการสร้างขึ้น เมื่อใครสักคนเข้าใจวิถีดาบจนอยู่ในระดับบรรลุก็สามารถสร้างดาบขึ้นมาได้ด้วยตัวเอง
วูบ
ตู้ม
ร่างของราชันออร์คแอลโบลที่ถูกไลท์เตะก็ลอยไปไกลหลายเมตร
“ ใช้ได้นี้เ้ามนุษย์ ” ราชันออร์คแอลโบลหัวเราะก่อนที่พุ่งเข้าหาไลท์ทันที
เพียงแต่คราวนี้ราชันออร์คแอลโบลไม่สามารถทำอะไรไลท์ได้แม้แต่เส้นผม
“ เ้ามนุษย์อย่าเอาแต่หลบแน่จริงแกก็เข้ามาโจมตีเราราชันผู้นี้ซะ ” ราชันออร์คแอลโบลคำราม
“ ก็ได้ในเมื่อแก้างั้นฉันก็จะโจมตีกลับบ้างล่ะนะ ” ไลท์หัวเราะหึหึก่อนที่จะฟาดดาบใส่ราชันออร์คแอลโบลทันที
แม้ว่าราชันออร์คแอลโบลจะเห็นว่าไลท์ฟาดดาบใส่แต่ทว่ามันก็มั่นใจในร่างกายของตัวเองจึงไม่ได้หลบแต่อย่างใด
ฉวบ
ร่างของราชันออร์คแอลโบลลอยกระเด็นไปไกลก่อนที่จะมีเืสีดำเขียวไหลออกมาจากร่างกาย าแไล่ั้แ่ไหล่ซ้ายจนไปถึงเอวด้านขวา
“ ไม่จริงเป็ไปไม่ได้! ” ราชันออร์คแอลโบลใ ร่างกายของเผ่าพันธุ์ออร์คขึ้นชื่อเื่ความแข็งแกร่งและทนทานยิ่งตอนนี้มันได้รับออร่าปีศาจมาด้วยทำให้ร่างกายของมันแข็งแกร่งขึ้นไปอีกระดับ แต่ตอนนี้มันกลับได้รับาเ็จากมนุษย์เพียงคนเดียว
“ ไม่มีอะไรที่เป็ไปไม่ได้หรอก ดาบลมปราณของฉันมีความคมมากแม้แต่ดวงดาวก็ยังถูกตัดครึ่งได้ แล้วแกคิดว่าร่างกายของแกจะแข็งแกร่งกว่าดวงดาวงั้นหรอ? ” ไลท์พูดพร้อมกับหัวเราะออกมา
“ เ้ามนุษย์แกต้องตาย ” ราชันออร์คแอลโบลที่รู้สึกโดนมนุษย์ด้านหน้าดูถูกมันจึงรู้สึกโกรธอย่างมาก
“ ตายไปซะเ้ามนุษย์ ” ราชันออร์คแอลโบลรวมออร่าสีดำไว้ที่ดาบแล้วก็ฟันใส่ไลท์ทันที
ไลท์ขมวดคิ้วแน่นก่อนที่จะหลบการโจมตีของราชันออร์คแอลโบลทันที
คลื่นดาบสีดำขนาดยาวกว่าห้าร้อยเมตรพุ่งไปยังทิศทางหนึ่งก่อนที่จะกลายเป็การแยกพื้นดินและท้องนภา
เหล่ามนุษย์พากันกลืนน้ำลายเมื่อเห็นการโจมตีนี้ของราชันออร์คแอลโบล
“ เป็การโจมตีที่ไม่เลวเลย ” ไลท์หัวเราะ
“ งั้นก็ตาฉันบ้างล่ะ ” ไลท์รวมพลังขึ้นก่อนที่จะคำรามออกมา
ทันใดนั้นคลื่นออร่าสีทองก็ะเิออกมาจากร่างกายของไลท์ราวกับเป็ซุปเปอร์ไซย่าต่างกันก็เพียงแค่ผมของไลท์ไม่ได้เปลื่ยนสีเท่านั้น
นี้คือทักษะออร่าเทวะศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งเป็หนึ่งในทักษะท่าไม้ตายของไลท์ ประสิทธิภาพของทักษะนี้จะทำให้ผู้ใช้แข็งแกร่งขึ้นในเวลาอันรวดเร็ว ขีดจำกัดทุกอย่างของผู้ใช้จะถูกยกระดับจนอยู่ในระดับที่สูงที่สุด ไม่ว่าจะเป็พละกำลัง ความเร็ว หรือแม้แต่ลมปราณในร่างกายของผู้ใช้ก็จะเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล ข้อเสียของมันคือจะใช้พลังงานมากเกินไปจนทำให้ผู้ใช้สามารถใช้ได้ในเวลาไม่นาน
ซึ่งขีดจำกัดของไลท์ที่จะใช้ทักษะนี้อยู่ที่ครึ่งชั่วโมงเท่านั้น ถ้าหากไลท์ยังเอาชนะภายในครึ่งชั่วโมงไม่ได้ไลท์จะกลายเป็ฝ่ายเสียเปรียบทันที
จากนั้นดาบสีทองนับล้านเล่มก็ปรากฏบนท้องฟ้ากลายเป็ภาพที่สวยงาม
จากนั้นดาบสีทองนับแสนก็ค่อยๆรวมกันจนกลายเป็ดาบสีทองเพียงหนึ่งเดียว
ดาบสีทองยาวกว่าหนึ่งร้อยเมตร ออร่าของมันทำให้ราชันออร์คแอลโบลที่มองดูก็ถึงกับใจสั่นและรู้สึกหวาดกลัวอย่างมาก
“ ดาบจักรพรรดิไร้สิ้นสุด ” ไลท์พูดขึ้นและฟาดไปยังราชันออร์คแอลโบลทันที
ตู้มมมมมมมมมมมมมมม
แรงะเิดังไปทั่วเมืองทะเลสาบ แม้กระทั้งทะเลสาบที่อยู่อีกฝั่งของการต่อสู้ยังเกิดคลื่นแรง
ไม่นานหลังจากที่ฝุ่นควันหายไปพวกเขาก็มองไม่เห็นราชันออร์คแอลโบลอีกต่อไป พวกเขาเห็นเพียงแค่หลุมลึกขนาดใหญ่ที่กว้างหลายร้อยเมตรยาวไปไกลเป็กิโลเมตร
กองทัพมนุษย์พากันกลืนน้ำลายพร้อมกับมองไปยังไลท์ที่ยังลอยอยู่บนท้องฟ้าด้วยแววตาเคารพและชื่นชม