แนะนำตัว
Silver company(ซิลเวอร์ คัมปานี) คือบริษัทั์ใหญ่ในวงการธุรกิจของยุคนี้ใครไม่รู้จักถือว่าแปลก เพราะนอกจากบริษัทนี้มีหุ้นส่วนมากมายทั่วโลกแล้วยังเป็บริษัทที่ประสบความสำเร็จจากคนในรุ่นเดียวที่ประคับประคองบริษัทนี้ั้แ่ยังเรียกอย่างเต็มปากไม่ได้เลยว่าบริษัทจนขยายธุรกิจไปทั่วด้วยไอเดีย และความรักในสิ่งสนุกของเขา ั้แ่วันนั้นจนถึงวันนี้ทุกๆ อย่างยังคงพัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่องไม่มีวันสิ้นสุด จะสะดุดก็คงเป็เวลาอีกไม่นาน
ในเวลาที่ชายชรานามว่า อเล็กซานเดอร์ ซิลเวอร์ ใกล้จะสิ้นแรงเพราะวัยชรา ไม่ใช่ว่าเขานั้นไม่เชื่อใจในฝีมือลูกหลานของตนเองที่จะประคับประคองบริษัทและชีวิตของเหล่าลูกน้องต่อจากเขา แต่เป็เพราะเขาห่วงเื่จิตใจของผู้สืบทอดของตน
ยิ่งมีอำนาจยิ่งมีผู้ติดตาม แต่พอสิ้นซึ่งตัวเขาเหล่าผู้ติดตามนั้นก็จะหันคมเขี้ยวเข้าห่ำหันกันทันที ความเมตตาคงไม่มีเหลือในยุคสมัยที่เงินตรากลืนกินจิตใจผู้คน แต่ในวันนี้เขามีทางออกและตัวแปรที่พอจะทำให้คนทุกคนหันหน้าเข้ามาหากันบ้าง ถึงอาจจะช่วยอะไรไม่ได้มาก ทว่าเขาก็เห็นเปลวไฟแห่งความหวังในดวงตาที่สะท้อนออกมาจากจิตใจของคนๆนี้จนเขานึกถึงตัวเองในวัยเยาว์ที่ผ่านทุกข์โศกมามากมาย
เขาหวังว่าในตัวคนๆนี้จะมีบางอย่างทำให้ลูกหลานของเขาเปลี่ยนไปจนทำให้เกิดสันติภาพ และเขาจะได้ไปสู่สุขคติอย่างไม่ต้องกังวลอะไร
วันนี้ของอเมริกาเป็วันเฉลิมฉลองที่มีปีล่ะครั้ง วันขอบคุณพระเ้า
หิมะได้ตกลงมาตลอดถนนเส้นยาวแต่รถลีมูซีนคันสีขาวมีรถบอดี้การ์ดนำหน้าและตามมาอีกหลายคันยังคงเคลื่อนผ่านถนนหลายสายไปได้จนถึงที่หมาย
“ทำตัวดีๆ หน่อยล่ะ”ซิลเวอร์ชายชราที่หน้าตายังดูเคร่งขรึมจนดูเผินๆ ไม่ต่างจากเด็กหนุ่มพูดกับคนที่นั่งอยู่ข้างกายตน
“ที่นี่หนาวเนอะ” เด็กคนนั้นพูดออกมาเรียบๆด้วยแววตาปลาตายก่อนเขาจะแสยะยิ้มขึ้นมาจนซิลเวอร์รู้สึกขนลุกก่อนจะเอามือไปขยี้หัวเขาเล่นจนเขาส่งเสียงร้องออกมา
“หยุดนะ”
พอมาถึงที่หมายซึ่งเป็บ้านหลังใหญ่ที่จัดงานเลี้ยงต้อนรับคนทั้งตระกูลอเล็กซานเดอร์ ซึ่งมีคนแทบทุกคนของตระกูลที่มาร่วมงานและแขกมากหน้าหลายตาที่มาเป็ประจำร่วมทั้งสื่อสำนักต่างๆ ตัวซิลเวอร์และร่างเล็กๆ ได้ก้าวเท้าลงมาจากรถโดยที่มีคนยืนต้อนรับเป็แถวก่อนหางตาของพวกเขาจะเหลือบมามองเด็กที่เดินเคียงมากับซิลเวอร์ราวกับเป็มิตรสหายคนใหม่
“เฮ้ บ้านปู่นี่ใหญ่ชะมัด”เด็กร่างเล็กพูดขึ้นมาเรียบๆ ั์ตาปลาตาย
“ไม่รู้ทำไม พอเธอพูดแล้วฉันรู้สึกว่าสิ่งที่ฉันสร้างมาทั้งชีวิตเล็กกระจ๋อยยังไงก็ไม่รู้”ซิลเวอร์กล่าวตอบด้วยน้ำเสียงเชือดเฉือน
ในเวลาไม่นานพอทุกคนรู้ว่าซิลเวอร์มาถึงแล้ว เหล่าลูกน้องมากมายก็ได้จัดแจงให้ซิลเวอร์ไปที่ประจำของเขาทันทีที่โพเดี้ยมที่ตั้งอยู่ที่เชิงบันไดก่อนขึ้นไปชั้น 2 ของคฤหาสน์หลังนี้ ซึ่งสามารถมองเห็นแขกทุกคนและญาติพี่น้องของเขาได้หมด
พอเห็นซิลเวอร์ขึ้นมาที่โพเดี้ยมทุกสายตาก็ได้จับจ้องมาที่เขาพร้อมความเงียบ ยังไม่มีใครสังเกตเห็นร่างเล็กๆ ที่ยืนข้างๆเขาอย่างถนัดตาเพราะถูกโพเดี้ยมบัง
ที่สุดซิลเวอร์ก็เริ่มขึ้นด้วยความสุภาพ
“กล่าวสวัสดิ์ดีทุกๆท่านที่มาร่วมงานที่กระผมจัดขึ้นมาเพื่อตอบแทนความเหนื่อยยากและร่วมบากบั่นบนเส้นทางนี้กับผมมาตลอดทั้งปี ทั้งในนามของเ้าของบริษัทซิลเวอร์ คอมปานี และปู่หรือพ่อของใครในที่นี้ ผมซึ้งใจจริงๆ ที่ทุกคนได้พยายามร่วมมือกันจนฝ่าฟันทุกอุปสรรคของปีนี้ไปได้อีกปี ปีต่อไปและปีต่อๆไปผมต้องขอฝากบริษัทนี้ให้กับมือของคนหนุ่มอย่างพวกคุณช่วยดูแลด้วยอีกเช่นเคย ขอบคุณมากครับ!” พอพูดจบด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น เสียงปรบมือก็ดังกระหึ่มขึ้นมา ทำให้ซิลเวอร์ยกมืต้องอขึ้นปรามไว้ก่อนแล้วว่าต่อ
“...และก่อนจะเริ่มรับประทานอาหารกัน สนุกกัน ตัวผมมีเื่สำคัญมากๆ มาแจ้งให้ทุกคนทราบเป็เื่ที่ทุกท่านควรยินดีกับผมทั้งลูกหลานญาติพี่น้อง หรือแม้แต่ผู้เป็มือเป็สมองรวมทั้งดวงตาให้กับผมในการทำงาน...”
สิ่งที่ซิลเวอร์พูดเหมือนเป็เื่สำคัญมากทุกคนจึงไม่กล้าแย้งอะไรจนกระทั้งเื่นั้นได้ถูกพูดออกมาอย่างเต็มปาก
“ผมขอแนะนำลูกบุญธรรมของผม “อเล็กซานเดอร์ จักรพรรดิ” ”
ทุกคนแทบหยุดหายใจ แล้วตอนนั้นเด็กชายวัยราวๆ สิบขวบก็เดินขึ้นมาที่โพเดี้ยมแทนซิลเวอร์ด้วยแววตาปลาตาย ก่อนแววตานั้นจะเปลี่ยนเป็แววตาแห่งความเย้ยหยัน
เขากล่าวกับทุกคนด้วยน้ำเสียงที่ชัดเจน
“สวัสดีพวกคนรวย ฉัน “จักรพรรดิ” ยินดีที่ได้รู้จัก!!!”
“!!!!!?” ทุกคนช็อกไปตามๆกัน ซิลเวอร์ก็อายุอานามากแล้วลูกหลานก็มีมากมาย ทำไมถึงยังรับคนมาเป็ลูกบุญธรรมอีก ความเงียบได้ปกคลุมทั่วทั้งห้องก่อนเสียงดังเซ็งแซ่จะเกิดขึ้นมาพร้อมกับความสงสัยต่างๆนานาเหล่าญาติพี่น้องต่างพากันเข้ามาหาซิลเวอร์เพื่อกล่าวถามสิ่งที่กล่าวออกไปว่าจริงเท็จหรือไม่ แต่คำตอบนั้นมีเพียงแค่ว่า “จริง”
การกดชัตเตอร์ของเหล่านักข่าวในเวลานี้เป็ชนิดที่ว่าหวังให้ผู้ที่ถูกถ่ายสลายไปกับแสงแฟรชเลยทีเดียว ทว่าเด็กชายที่ยืนอาบแสงแฟลซกับไม่ตัวงอยืนอย่างเจิดจ้าและสง่าผ่าเผยไม่สมกับที่เติบโตมาในสลัมโสโครกแม้แต่น้อย
ความหวังของซิลเวอร์ใน่บั้นปลายของชีวิตอยู่ที่เด็กคนนี้ แต่เขาก็ไม่คิดบีบคั้นเด็กคนนี้แม้แต่น้อยส่วนนึงเขาเพียงแค่มอบโอกาสให้เด็กคนนี้มีชีวิตอยู่ต่อในฐานะมนุษย์คนนึง ที่สักวันอาจจะก้าวมาสู่จุดที่เขาอยู่ได้ด้วยตัวคนเดียวและเขารู้ได้ในทันทีเพียงแค่สบตากันครั้งแรกว่าเขานั้นไม่มีทางเปลี่ยนเป็อย่างอื่นที่เขาไม่ได้หวังไว้อย่างแน่นอน
“เอาละ ต่อจากนี้ก็ก้มกราบฉันซะเ้าพวกสวะ!!!!”จักรพรรดิพูดขึ้นมาต่อด้วยเสียงที่ดังลั่นก่อนจะหัวเราะออกมาอย่างน่ารังเกียทำให้ซิลเวอร์ต้องรีบไปคุมความประพฤติไว้ก่อนด้วยฝ่ามือที่กดหัวของเขาลงไปที่โพเดี้ยมแล้วพูดออกไมล์ด้วยรอยยิ้มฝืนๆว่า
“ต่อจากนี้ก็ขอฝากเ้านี้ด้วยนะทุกคน”แล้วกระซิบกับจักรพรรดิต่อว่า
“...คาแลกเตอร์ของเธอไม่ใช่แบบนี้นี่...?”
“ก็เห็นว่ามันน่าสนุกดีก็เลยลองพูดดู...”เขาตอบด้วยทาท่างผิดหวัง
“....”