บทนำ
บรรยากาศ่เช้ามืดของตลาดเจริญทรัพย์นั้นเป็ไปด้วยความคึกคักจากผู้คนที่เข้ามาซื้อของกันเนืองแน่นโดยเฉพาะพ่อค้าแม่ขายที่มาซื้อของจากตลาดใหญ่แห่งนี้ไปขายรถกระบะมากมายที่สัญจรไปมา การพูดคุยต่อรองราคาสินค้าต่าง ๆพร้อมกับลูกหาบที่คอยเอาของขึ้นรถ บ้างก็เข็นของเดินออกไปตามคำสั่งของนายจ้างตน
่สายของวันนั้นเอง หญิงสาวในชุดเดรสลูกไม้สีน้ำเงินที่คอมีสร้อยทองเส้นหนาห้อยอยู่ท่วงท่าดูทะมัดทะแมงแต่ก็ยังรักษารูปแบบของผู้ดีไว้ทุกกระเบียดนิ้วนั้นกระชับกระเป๋าเงินในมือเธอแน่นจนแสงส่องไปที่แหวนทองบนนิ้วเธอได้อย่างชัดเจน รองเท้าแตะที่ดูคุณภาพสูงนั้นเหยียบไปมาบนพื้นที่เขรอะด้วยน้ำจากสารพัดสินค้านั้นมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าแผงปลาแผงหนึ่ง
“ค่าเช่าจ่ายมา” ปากที่เคลือบด้วยลิปสติกสีแดงเรื่อเอ่ยขึ้น น้ำเสียงดูเข้มงวด
“ค่าคุณนาย แหม ตรงเวลาเหมือนเดิมเป๊ะเลยนะคะ” แม่ค้าร่างใหญ่เอ่ยขึ้นเสียงเจื้อยแจ้วตามวิสัยแม่ค้าก่อนจะควักค่าเช่าออกมาจากกระเป๋าตังค์
เมื่อเก็บเงินเรียบร้อยหญิงสาวคนดังกล่าวก็ได้หันไปเรียกเด็กหญิงตัวเล็ก ๆ ประมาณ 3-4 ขวบในชุดกระโปรงน่ารักที่เดินตามมาด้วย
“น้องวิวตามแม่มานะ ลูก อย่าไปไหน เดี๋ยวหลงนะคะ รู้ไหม”
“ค่ะ”บุตรีตอบกลับมาอย่างว่าง่าย
ทั้งคู่เดินไปจนกระทั่งไปหยุดอยู่ที่ร้านขนมร้านหนึ่งซึ่งอยู่ใกล้กับถนนเล็ก ๆ ที่คั่นระหว่างตลาดดวงตาเล็กหวานนั้นจ้องไปที่อีกฝั่งนิ่งก่อนจะกวาดตามองบรรดาของเล่นมากมายที่อยู่ในร้านนั้น
“แม่คะของเล่น” มือเล็ก ๆ ดึงชายกระโปรงผู้เป็แม่ พลางชี้ไปที่ร้านของเล่นดังกล่าว
“เดี๋ยวรอพี่ฤดีเขาแป๊บนะลูก พี่เขาไปเอาของเล่นที่รถให้อยู่ เดินเล่นกับแม่ไปก่อนนะจ๊ะ”
แต่เพราะตุ๊กตาหมีตัวอ้วนสีขาวในร้านนั้นช่างดึงดูดความสนใจเธอเหลือเกินแถมตาดำ ๆ เล็ก ๆ ของมันที่จ้องมาก็ทำเอาเธออดใจไม่ไหว ในที่สุด เธอจึงอาศัย่จังหวะที่แม่ของเธอกำลังเก็บค่าเช่าที่กับแม่ค้าท่านนั้นอยู่เดินออกมาจุดหมายคือร้านของเล่นที่อยู่อีกฝั่งนั้น และด้วยความเป็เด็กทำให้เธอสนใจเพียงแต่สิ่งที่อยากได้ที่อยู่ตรงหน้าเท่านั้น หาใช่นกเหล็กคันโตที่กำลังแล่นมาอย่างเร็วไม่
และทันทีที่ร่างเล็กนั้นวิ่งมากลางถนนรถกระบะคันใหญ่ที่กำลังแล่นมาก็บีบแตรลั่น ทำเอาคนแถวนั้นถึงกับใก่อนจะเห็นสิ่งที่ใยิ่งกว่าคือเด็กหญิงตัวน้อยที่กำลังข้ามมาอยู่เป็เป้านิ่งพอดี
“ว้ายลูกคุณนายสร้อย”
“เฮ้ยรถ ๆ”
ในขณะที่อีกเพียงไม่ถึงเมตรรถก็จะขับโดนร่างเล็กนั้นอยู่แล้ว ก็ได้มีร่างสูงของคน ๆ หนึ่งวิ่งเข้ามาคว้าตัวเธอออกไปได้อย่างเส้นยาแดงผ่าแปดเลยทีเดียว
เสียงโวยวายลั่นว่าลูกสาวคุณนายสร้อยระย้าถูกรถชนนั้นอื้ออึงไปทั่วตลาดโดยกว่าจะรู้ว่าเป็ลูกสาวตัวเอง ก็เมื่อตอนที่หันมาไม่เจอร่างของบุตรีเสียแล้ว
“วิวลูก กรี๊ด น้องวิวลูกแม่ ฤดี ทำไมเธอถึงช้านักนะ”
“ขอโทษค่ะคุณนาย แล้วนี่เกิดอะไรขึ้นคะ”
“น้องวิวน่ะสิลูกฉันโดนรถชน ออกไป” เสียงของเธอระล่ำระลักแทบไม่เป็ภาษาก่อนจะผลักร่างพี่เลี้ยงของลูกสาวที่กำลังยืนตะลึงออกไป จนกระทั่งเสียงเซ็งแซ่ของผู้คนแถวนั้นดังขึ้น
“นี่มันในตลาดนะ”
“เห็นว่าลูกสาวคุณนายโดนรถชนเหรอไหน ๆ”
“หาคุณหนูถูกรถชน” พลันเมื่อได้สติ พี่เลี้ยงสาวร่างเล็กก็แทบโดดผึงออกจากตรงนั้นก่อนจะซอยเท้าตามคุณนายของตนออกไป
“ไหนลูกฉันอยู่ไหน” หญิงสาวจัดการแหวกวงล้อมไทยมุงพลางนึกเจ็บใจที่ตัวเองอยู่ใกล้กว่าแท้ ๆ แต่ลูกตัวเองหายไปกลับไม่รู้สึก
“พอดีว่ามีคนช่วยลูกคุณนายไว้แล้วล่ะหูย แต่ก็เกือบเหมือนกันนะครับ อีกแค่ติ๊ดเดียวเอง ฮึ่ย พูดแล้ว ขนลุก”ชายร่างอ้วนผิวสองสีที่เป็พ่อค้าขายไก่ทอดว่าขึ้น
“ไหนล่ะ”
“โน่นไงครับนั่งอยู่หน้าร้านของเล่นน่ะครับ” ชายคนเดิมว่าขึ้นพลางชี้ไปตามทิศดังกล่าว
เธอมองตามที่ชายทอดไก่ชี้จึงเห็นว่าลูกสาวของตนนั้นอยู่กับชายหนุ่มสองคน คนหนึ่งเป็วัยรุ่น อายุน่าจะ17-18 ปี ใส่เสื้อยืดเก่าๆ กางเกงยีนส์ขาด ๆ โดยชายวัยรุ่นคนนั้นกำลังจับเธออุ้มมานั่งตัก คุยเล่นด้วย ส่วนชายอีกคนที่ดูสูงวัยกว่านั้นใส่เสื้อสีขาวทับด้วยเสื้อนอกสีน้ำเงินเก่า ๆ เอวผูกผ้าขาวม้า
หลังจากเห็นสภาพของคนที่อุ้มลูกสาวเธอเธอก็รีบวิ่งไปหาทันที ก่อนจะเอ่ยด้วยท่าทางไว้ตัว
“นั่นลูกสาวฉัน”
ชายหนุ่มทั้งสองคนนั้นทันทีที่เห็นคุณนายเ้าของตลาดเดินเข้ามาพร้อมกับเสียงแหลมทรงอำนาจจากที่เล่นกับเด็กหญิงตังน้อยอยู่ ก็ต้องหยุดทันที
“คุณเป็แม่ของเด็กคนนี้หรือครับ”ชายวัยรุ่นเอ่ยถาม
“ก็ใช่น่ะสิ เอาลูกฉันคืนมาได้แล้ว”
“ขอโทษที่ถามนะครับ พอดีหลานผมกลัวว่าจะเป็คนอื่นที่ไม่ใช่แม่มาเอาตัวเด็กไปน่ะครับ”ชายวัยกลางคนข้าง ๆ ว่าขึ้น “พอดี่นี้ข่าวแก๊งลักเด็กมันเยอะน่ะครับ”
“ฉันน่ะสิที่ควรกลัวมากกว่า” ว่าจบหญิงสาวก็จูงมือลูกของตนมา “วิวไม่เป็อะไรนะ ลูก พวกมันทำอะไรลูกหรือเปล่าจ๊ะ”
“เฮ้ ๆ คุณหลานชายผมอุตส่าห์ช่วยลูกสาวคุณไว้นะ” ท่าทางของชายสูงวัยดูจะเอาเื่เสียแล้วถ้าไม่ได้ผู้เป็หลานชายปรามไว้
“แม่ หนูอยากดูของเล่น”เด็กหญิงตัวน้อยตอบอย่างไร้เดียงสา
“ป่ะ เดี๋ยวแม่พาไปดูของเล่นนะจ๊ะ อ๊ะ นี่เดี๋ยวจะหาว่าฉันใจดำ พวกเธออุตส่าห์ช่วยลูกสาวฉัน” ว่าจบมือขาวนั้นก็ล้วงไปในระเป๋าสตางค์ ก่อนจะหยิบเงินขึ้นมาจำนวนหนึ่งยื่นให้ทั้งสอง“เอาไปแบ่งกันไป”
“เอ่อ พวกผมไม่ได้้าเงินเลยนะครับ”ชายวัยรุ่นคนนั้นพูดด้วยน้ำเสียงออกจะไม่พอใจนัก
“อ่าว งั้นหรือ ก็ดี ถ้างั้น ฉันขอตัวละกัน”ว่าจบ เธอก็จูงลูกสาวของตนมา ก่อนจะยกตัวอุ้ม “เดี๋ยวแม่อุ้มดีกว่าปล่อยให้เดินเองแล้วเดี๋ยวไปซนตรงไหนอีก เฮ้อ”
ส่วนพี่เลี้ยงอย่างฤดีเองนั้นก็มองมาที่สองหนุ่มด้วยท่าทีเกรงๆ
“ยังไง ทางดิฉันกับคุณนายต้องขอขอบคุณพวกคุณด้วยนะคะที่ช่วยลูกสาวคุณนายไว้”
ทันทีที่สิ้นคำพูดของเธอ สีหน้าของทั้งสอง โดยเฉพาะชายวัยรุ่นนั้นก็ดูดีขึ้นมาเล็กน้อย
“คุณนายที่เธอว่านั่นเป็ใคร”ชายสูงวัยเอ่ยถามขึ้น
“อ๋อ นั่นคุณนายสร้อยระย้าน่ะ เ้าของตลาดที่นี่แล้วเด็กผู้หญิงคนนั้นชื่อน้องวิว เป็ลูกสาวคนเดียวของแกน่ะจ้ะ เอ่อเดี๋ยวฉันไปก่อนนะ เดี๋ยวโดนคุณนายว่า” ว่าจบร่างของพี่เลี้ยงสาวก็เดินออกไปจากตรงนั้นอย่างไว
“ยังงี้ก็ได้หรือวะคุณนายนั่นไม่ขอบใจอะไรเราเลย”
“ช่างเถอะ อาชู”
“ช่างได้ยังไงล่ะครับ ไม่ขอบคุณไม่ว่า ไม่ได้เงินอีกเนี่ยสิ”
“อาชู”
“ผมพูดเล่นหรอกครับ ก็นะคุณหนูอุตส่าห์ช่วยชีวิตลูกสาวยัยคุณนายอะไรนั่นไว้ไม่ขอบใจแล้วยังจะมามองเราแบบดูถูกอีก นี่ถ้ารู้ว่าคุณหนูเป็ใครล่ะก็นะ”
“ช่างเถอะ กลับกันเถอะครับ”
“ครับ ๆ เอ๊ะ นี่ของคุณหนูหรือเปล่าครับ” ชายสูงวัยเอ่ยถามขึ้นเมื่อตนเผลอไปเหยียบผ้าเล็ก ๆ สีชมพูผืนหนึ่งข้าบนพื้น
“เหย อาชู มันจะเป็ของผมได้ยังไงล่ะครับ”เขาว่าพลางกลั้วหัวเราะ
“เออ ก็นั่นสิ”
เด็กหนุ่มเดินไปหยิบผ้าผืนชมพูเล็ก ๆซึ่งเดาว่าน่าจะเป็ผ้าเช็ดหน้าขึ้นมา ก่อนจะพลิกดูตรงขอบก็เห็นว่ามีชื่อ ๆ หนึ่งซึ่งเขาเดาว่าน่าจะเป็ชื่อเ้าของ
‘รินนรี พิทักษ์วงศ์’ ส่วนอีกมุมเขียนว่า‘น้องวิว’
หรือจะเป็ของเด็กคนนั้น
“มีอะไรหรือเปล่าครับ”ชายที่ชื่อชูเอ่ยถามนายหนุ่มที่กำลังมีท่าทีเหมือนมองหาอะไรอยู่
“อ๋อ พอดีว่าผมกำลังหาน้องคนนั้นน่ะครับนี่อาจจะเป็ผ้าเช็ดหน้าของเธอ”
“โธ่ แค่ผ้าเช็ดหน้าน่ะครับบ้านคุณนายแกดูท่าจะรวย หายไปผืนนึงคงไม่สะดุ้งะเือะไรหรอกครับ” เขาว่าขึ้นด้วยความไม่อยากไปพูดคุยอะไรกับคุณนายสร้อยระย้าอีกแล้ว
“แต่นี่อาจจะเป็ของรักของเด็กคนนั้นก็ได้”
“โธ่ คุณเรย์”
เรวัตรหันไปมองคนที่อาจจะเป็เ้าของผ้าผืนนี้ เขาตัดสินใจเดินไปยังร้านขายของเล่น แต่เดินมองจนรอบก็ไม่เห็นเธอเลยจึงจำต้องเดินออกไปจากร้าน
ลับหลังจากที่เขาเดินออกไปนั้นเอง ฤดีก็เดินมากับคุณนายที่มีอาการหัวเสีย
“นี่เธอเป็พี่เลี้ยงภาษาอะไร ฮึถึงดูแลลูกฉันจนลูกฉันหายอีกแล้วเนี่ย”
“ก็เมื่อกี้คุณหนูให้ฤดีหยิบตุ๊กตาบนชั้นวางให้ดูน่ะค่ะ พอหันมาอีกทีก็ไม่รู้ไปไหนแล้ว ละสายตาแป๊บเดียวจริง ๆ นะคะ”
“คุณนายครับ นี่ลูกสาวคุณนายหรือเปล่าครับ”
เสียงจากชายเ้าของร้านดังขึ้นมือของเขาดึงร่างของเด็กหญิงตัวน้อยที่งอแง เกาะตุ๊กตาหมีสีขาวตัวใหญ่นั้นแน่น และเมื่อเห็นแบบนั้นก็ทำให้พี่เลี้ยงสาวถึงกับถอนหายใจบ่นอุบ
“คุณหนู โธ่เอ้ย ที่แท้ไปหลบอยู่หลังตุ๊กตานี่เองถึงว่าหาไม่เจอสักที”
เมื่อมาถึงที่รถกระบะสีขาวกลางเก่ากลางใหม่อาชูที่เป็คนขับก็ได้ว่าขึ้น
“คุณหนูนะคุณหนู เล่นอะไรพิเรนทร์ ๆ ต่อไปไม่เล่นแบบนี้แล้วนะครับ”
“เฮ้อก็สนุก ๆ ก่อนกลับไปเรียนมหาลัยที่กรุงเทพน่ะครับ อาชู”
เมื่อว่าจบรถกระบะคันดังกล่าวก็แล่นออกจากที่จอดรถในตลาดเพื่อมุ่งหน้ากับบ้านของนายหนุ่มโดยในขณะที่นั่งอยู่ในรถนั้นเอง เขาก็มองผ้าเช็ดหน้าสีชมพูในมืออย่างครุ่นคิด
“เดี๋ยวผมฝากผ้าผืนนี้ไว้ที่อาชูได้ไหมครับเพราะเดี๋ยวคุณอามาอยู่ที่นี่แล้ว จะได้คืนให้ผมหน่อย”
“หา จะให้ผมไปหาคุณนายนั่นอีก ไม่มีวันล่ะครับ” ชายสูงวัยส่ายศีรษะไปมาอย่างรวดเร็ว
“หรือจะคืนที่พี่เลี้ยงเธอก็ได้ครับ”
“เชื่อผมเถอะ คุณหนู แค่ผ้าเช็ดหน้าผืนเดียวไม่เป็ไรหรอกครับ”
เมื่อเห็นคนขับรถยืนกรานเสียงแข็งแบบนั้นเขาจึงไม่เซ้าซี้อะไรต่อ
‘ไว้เดี๋ยวโอกาสหน้าค่อยคืนก็แล้วกัน’
-----------------------------------------------------------------------------------