บทที่ 31 สุนัขผีดิบกลายพันธุ์ (รีไรต์)
"พี่เทียนโกว ท่านยังไม่ตายใช่หรือไม่เ้าคะ"
หวังเทียนโกวพยายามหยัดกายลุกขึ้นนั่งพลางส่งสัญญาณว่าเขายังมีชีวิตอยู่ ทั้งสองหันไปมองกลุ่มเงาดำเ้าของกลิ่นเหม็นที่นอนอยู่บนพื้นชัด ๆ ว่าแท้จริงแล้วมันคือตัวอะไรกันแน่!
มันคือ สุนัขผีดิบกลายพันธุ์ ที่ส่งกลิ่นเหม็นเน่าคละคลุ้ง ร่างกายมีสี่เท้าดูคล้ายสุนัข ทว่ากลับมีใบหน้าเป็มนุษย์ เพียงแค่ชายตามองก็ชวนให้ขนหัวลุกย่ำแย่นัก
"นี่มันปีศาจชนิดใดกัน" หวังเทียนโกวหวนนึกถึงเื่ที่สิ่งนี้มาเฝ้ามองเขายามหลับใหลทุกค่ำคืน ก็แทบจะอาเจียนออกมาด้วยความสะอิดสะเอียน
เสี่ยวหยวนเป่าเองก็ยังไม่มั่นใจนัก เพราะนางเองก็เพิ่งเคยเห็นเป็ครั้งแรก "น่าจะเป็สุนัขผีดิบเ้าค่ะ! ข้าเคยเห็นในตำราของท่านพ่อ..."
"นี่คือสุนัขงั้นรึ เหตุใดจึงมีใบหน้าเป็คนได้เล่า"
เ้าก้อนแป้งน้อยสันนิษฐาน "เริ่มแรกมันคงเป็หมาป่าเ้าค่ะ ทว่าพอกินเนื้อคนเข้าไปมากเข้า ประกอบกับอาศัยอยู่ในดินแดนหยินทมิฬเป็เวลานานจนดูดซับไอหยินเข้าไป จึงกลายพันธุ์จนมีใบหน้าเหมือนมนุษย์ออกมา..."
"อุแหวะ!" หวังเทียนโกวทนไม่ไหวอีกต่อไป เขาโก่งคออาเจียนออกมาทันที
เสี่ยวหยวนเป่าเห็นดังนั้นจึงรีบเข้าไปฉุดเขาไว้ "พี่เทียนโกว ท่านต้องพิษไอหยินเข้าเสียแล้ว รีบกุมมือน้อย ๆ ของข้าไว้เร็วเข้าเ้าค่ะ"
นางยื่นมือน้อยที่มีรอยประทับรูปน้ำเต้าไปตรงหน้าหวังเทียนโกว
เขารีบคว้ามือนั้นไว้แน่น
ได้ผลชะงัดนัก!
อาการผิดปกติในร่างกายประหนึ่งถูกเสี่ยวหยวนเป่าดูดซับไปจนสิ้น เหลือไว้เพียงความเบาสบายไปทั้งตัว
หวังเทียนโกวยังไม่ทันหายใ เ้าสุนัขผีดิบที่นอนดิ้นอยู่บนพื้นกลับขยับปากเอ่ยวาจาออกมา
"พวกเ้า...หลอกข้า...ไม่ได้...ติดพิษ...ไอ้พวก...หัวขโมย..."
เสียงของมันช่างประหลาดและแหบพร่า ฟังดูคล้ายเสียงกระพือของฆ้องแตก...
เสี่ยวหยวนเป่าหัวเราะคิกคัก "ใช่แล้วเ้าค่ะ ข้ามีน้ำเต้าวิเศษคอยดูดไอหยิน ข้าจึงไม่ได้ติดพิษอย่างไรเล่า ข้าก็แค่หลอกเ้าเล่นเท่านั้นเอง..."
หวังเทียนโกวถึงกับพูดไม่ออก รวมถึงเหล่าชาวบ้านที่ตามมากับต้าเป่าซึ่งเพิ่งมาถึงและได้ยินบทสนทนานี้ ต่างพากันตกตะลึงไปตาม ๆ กัน
สิ่งชั่วร้ายอัปมงคลนี้ ถึงขั้นพูดภาษามนุษย์ได้เชียวหรือ!
ภาพเด็กน้อยสองคนจูงมือกันอยู่กลางป่าทึบ ต่อหน้าสุนัขผีดิบที่กินคนและพูดได้...
สถานการณ์เช่นนี้ หากไม่ทำให้คนใจนอ้าปากค้างก็นับว่าแปลกเกินไปแล้ว
ต้าเป่ารีบพุ่งเข้าไปหา "น้องสาว เ้าเป็อย่างไรบ้าง แล้วท่านเล่าพี่เทียนโกว"
หวังเทียนโกวมีสติเรียบเรียงเหตุการณ์ได้ดีกว่า
เขาเล่าเื่ราวทั้งหมดให้ฟังคร่าว ๆ
ทุกคนจึงได้เข้าใจถึงต้นสายปลายเหตุ
สิ่งชั่วร้ายถึงเพียงนี้ กลับถูกเด็กน้อยสองคนร่วมมือกันจับตัวได้! ช่างเป็เื่ที่เหลือเชื่อเกินไปแล้ว
ท่านหัวหน้าหมู่บ้านที่วิ่งหอบตามหลังมาด้วยความลำบาก เนื่องจากอายุมากแล้ว ทว่าพอมองเห็นสุนัขผีดิบที่นอนร่อแร่บนพื้น เขาก็ใจนเกือบจะล้มพับไป
"สุนัขผีดิบ!! มันคือสุนัขผีดิบ! สมัยก่อนคนแก่เฒ่าเคยเล่าว่าแถวหมู่บ้านตระกูลทังมีสุนัขผีดิบหน้าคนชอบกินคนอาละวาด ไม่นึกเลยว่าจะมีอยู่จริง..."
"ท่านหัวหน้าหมู่บ้าน พวกเราควรทำอย่างไรดี"
หัวหน้าหมู่บ้านเอ่ยสั่งการอย่างเด็ดขาด "ทุบมันให้ตายตรงนี้! เอาให้ตายสนิทที่สุด! จากนั้นจงเผาทำลายกระดูกและโปรยเถ้าถ่านเสีย มิเช่นนั้นมันจะฟื้นคืนชีพกลับมาได้อีก"
"ตกลง!!"
หวังเทียนโกวจูงมือเสี่ยวหยวนเป่าถอยฉากออกไป
ปล่อยให้เป็หน้าที่ของพวกผู้ใหญ่
เ้าสุนัขผีดิบตัวนั้นเห็นคนมากันมากมาย มันกลับส่งเสียงหัวเราะเยือกเย็นออกมาจากลำคอ "เผากระดูก... โปรยเถ้า... ก็ไม่มี... ประโยชน์... ข้าจะ... ฟื้นคืน... พวกเ้า... ทั้งหมู่บ้าน... หนีไม่พ้น..."
แม้มันไม่ใช่คน แต่เรียนรู้ที่จะพูดภาษามนุษย์ แม้จะติดขัดไปบ้าง
ทว่าความหมายที่สื่อออกมา ทุกคนล้วนเข้าใจกระจ่างแจ้ง
ยิ่งทำให้คนฟังรู้สึกพรั่นพรึงยิ่งขึ้น!
ในใจต่างกังวลว่า "ทำอย่างไรดี มันจะฟื้นคืนชีพได้จริงหรือ"
"หากฆ่าให้ตายได้ก็ยังพอว่า ทว่าหากฆ่าไม่ตายแล้วมันแอบมาจัดการพวกเราทั้งหมู่บ้านในภายหลัง พวกเราคงสิ้นชื่อกันหมดแน่"
"สิ่งนี้มันเฮี้ยนเกินไปแล้ว! ข้ากลัวเหลือเกิน!"
……
ต่างคนต่างลังเล ไม่มีใครกล้าเป็คนแรกที่ลงมือ เพราะเกรงกลัวการล้างแค้น จนกระทั่งเสี่ยวหยวนเป่าเอ่ยขึ้นด้วยเสียงใส
"มันไม่มีทางฟื้นคืนชีพได้หรอกเ้าค่ะ เมื่อพวกท่านทุบทำลายร่างศพของมันแล้ว ข้าจะเก็บดวงิญญาของมันเอง ให้มันตายไปเสียให้สิ้นซาก แม้แต่นรกมันก็ไปไม่ได้เ้าค่ะ..."
หัวหน้าหมู่บ้านถามย้ำโดยสัญชาตญาณ "จริงหรือ"
เสี่ยวหยวนเป่าพยักหน้า "จริงเ้าค่ะ หยวนเป่าไม่หลอกคน!"
"ดี! ทุกคนตามข้ามา ทุบไอ้สัตว์เดรัจฉานที่สร้างความเดือดร้อนตัวนี้ให้ตายเสีย..." หัวหน้าหมู่บ้านเป็คนแรกที่บุกเข้าไป
ชาวบ้านคนอื่น ๆ จึงยอมเสี่ยงตายตามไป หากทิ้งตัวกาลกิณีนี้ไว้ ยามหลับยามนอนคงไม่มีวันสงบสุข แต่ละคนต่างพกพร้าพกจอบกันมา
เพียงครู่เดียว ร่างของสุนัขผีดิบก็ถูกทุบจนแหลกเหลวไร้ชิ้นดี
หัวหน้าหมู่บ้านสั่งให้คนไปเก็บกิ่งไม้แห้งมา แล้วจุดไฟเผาร่างสุนัขผีดิบจนกลายเป็เถ้าถ่าน
ท่ามกลางกองเพลิงที่โชติ่ ทุกคนต่างมองเห็นกลุ่มเงาดำวูบหนึ่งพุ่งพวยพุ่งออกมาจากเปลวไฟ
หัวใจของทุกคนแทบจะไปกองอยู่ที่ตาตุ่ม เป็ิญญาชั่วร้ายที่กำลังจะหนีไปจริง ๆ ด้วย
ทว่าเ้าก้อนแป้งน้อยที่มัดผมแกละสองข้าง กลับยื่นมือออกไปหาเงาดำนั้นอย่างใจเย็น
เงาดำนั้นแผดเสียงร้องโหยหวน ประหนึ่งถูกแรงดึงดูดบางอย่างยึดไว้จนดิ้นไม่หลุด มันบิดเบี้ยวไปมากลางอากาศอย่างน่าเวทนา
ชาวบ้านมองภาพนั้นด้วยความสยดสยอง
เ้าก้อนแป้งน้อยสีหน้าเรียบเฉย นางทำท่าตะปบมือลงบนความว่างเปล่า ทันใดนั้น เงาดำก็หายวับไปกับตา
ทุกคนที่ร่วมเห็นเหตุการณ์ต่างรู้สึกราวกับอยู่ในความฝัน ช่างน่าเหลือเชื่อยิ่งนัก
สายตาที่มองมายังเ้าก้อนแป้งน้อยเปลี่ยนไปเป็ความเคารพและเกรงขาม เด็กน้อยผู้นี้ เก็บิญญาร้ายได้จริง ๆ หรือ
ช่างมหัศจรรย์เหลือเกิน!!
ในตอนนั้นเอง หวังเทียนโกวก็เอ่ยเตือนขึ้น "หยวนเป่าบอกว่าที่นี่มีไอหยินรุนแรง หากอยู่นานเกินไปจะติดพิษได้ เมื่อฝังเถ้าสุนัขผีดิบเสร็จแล้วก็รีบไปจากที่นี่เถิด เดี๋ยวจะเสียสุขภาพเอาได้"
"ตกลง!!"
คราวนี้ไม่มีใครกล้าเมินเฉยแม้แต่คนเดียว
หลังจากได้เห็นความเก่งกาจของเ้าก้อนแป้งน้อย ใครเล่าจะกล้าไม่เชื่อคำพูดของนาง
หัวหน้าหมู่บ้านซึ่งมีอายุมากเริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติบางอย่าง เขาจึงนำพาทุกคนถอนกำลังออกไป เหลือเพียงชายฉกรรจ์ไม่กี่คนที่อยู่จัดการฝังเถ้าถ่านให้เรียบร้อย
ต้าเป่าอุ้มน้องสาวเดินออกจากป่า
เขาก้มลงดมแล้วเอ่ยว่า "น้องสาว ตัวเ้ามีกลิ่นเหม็นนิดหน่อยนะ..."
เสี่ยวหยวนเป่าพลันนึกขึ้นได้ว่านางเพิ่งใช้หมัดต่อยสุนัขผีดิบไป...
นางเบะปากน้อย ๆ แล้วปล่อยโฮออกมาทันที
"ข้าต่อยสุนัขผีดิบจนกลิ่นเหม็นติดตัวมาเ้าค่ะ รีบพาข้ากลับบ้านไปให้ท่านแม่ล้างตัวให้หอม ๆ ที ข้าไม่อยากตัวเหม็นแบบนี้... ฮือ ๆ ๆ ..."
หวังเทียนโกวและชาวบ้านต่างพากันอึ้ง
เ้าก้อนแป้งน้อยที่เพิ่งแสดงความเก่งกล้าเมื่อครู่ รักษามาดผู้ยิ่งใหญ่ไว้ได้ไม่นานก็หลุดเสียแล้วหรือ?
ทุกคนอดไม่ได้ที่จะรู้สึกเอ็นดูและขบขัน อย่างไรเสีย นางก็เป็เพียงเด็กวัยสามขวบครึ่งเท่านั้นเอง
เมื่อกลับถึงหมู่บ้าน เสี่ยวหยวนเป่ากลายเป็วีรบุรุษของหมู่บ้านตระกูลทังไปในทันที ไม่เพียงแต่ในหมู่บ้านเท่านั้น แม้แต่ชาวบ้านหมู่บ้านตระกูลหวังที่อยู่ข้างเคียงเมื่อทราบข่าว ต่างก็พากันสรรเสริญเยินยอนางไม่ขาดปาก
หมู่บ้านตระกูลหวังเองก็ตั้งอยู่เชิงเขาเช่นกัน โดยเฉพาะคนในหมู่บ้านตระกูลหวังที่เป็ผู้เสียหายรายแรก ความจริงเื่ของหวังเทียนโกวก็กระจ่างแจ้งเสียที
ที่แท้หวังเทียนโกวถูกสุนัขผีดิบตัวนี้ประทุษร้ายจนเกือบตาย หลังจากถูกเสี่ยวหยวนเป่าช่วยชีวิตไว้ สุนัขผีดิบยังแอบเข้าไปในห้องนอนเขาทุกคืนเพื่อเฝ้ามองเขาหลับและหาโอกาสลงมืออีกครั้ง
พอเื่นี้ถูกเปิดเผยออกมา ชาวบ้านที่มีลูกหลานตัวเล็ก ๆ ต่างพากันขวัญเสียจนเหงื่อกาฬไหลพราก
รวมถึงใน่หลายปีที่ผ่านมา หากบ้านใดมีเด็กหายตัวไปอย่างปริศนา ทุกคนต่างก็ฉุกคิดได้ทันทีว่า แปดเก้าส่วนคงต้องตกเป็อาหารในท้องของสุนัขผีดิบตัวนี้ไปเสียแล้ว
ในถิ่นทุรกันดารเช่นนี้ ครอบครัวมักมีลูกมากและอดอยากบ่อยครั้ง หากเด็กที่ไม่มีใครให้ความสำคัญหายตัวไป ก็มักไม่มีใครสืบสาวราวเื่อย่างจริงจัง
เ้าสัตว์เดรัจฉานสุนัขผีดิบตัวนี้ ถึงขั้นพูดภาษามนุษย์ได้ มันรู้จักเลือกเหยื่อที่เป็เด็กอย่างมีชั้นเชิง เด็กที่เป็ที่รักใคร่มันจะไม่แตะต้อง แต่จะเลือกกินเด็กที่ถูกละเลยแทน ช่างน่าเจ็บใจนักที่ปล่อยให้มันลอยนวลมาได้นานถึงเพียงนี้