แต่งงานกับผมนะ"
-1 ชั่วโมงก่อนหน้า-
"จะขอเขาแต่งงานทั้งที ทำไมทำหน้าแบบนั้นว่ะ" เสียงสบทของเหมันต์ ที่ยืนอยู่หน้ากระจกในห้องน้ำ ที่มีทั้งความตื่นเต้น ความกลัว และความกังวลใจ
..ติ๊งงง หน่องงง.. เสียงกริ่งหน้าบ้านดังขึ้น ทำให้เขายิ่งกังวลใจและตื่นเต้นมากขึ้นกว่าเดิม
"เอาว่ะ" เขารวบรวมความกล้าและสติของตัวเองแล้วเดินไปเปิดประตูบ้านให้กับผู้มาเยือน
"ทำอะไรอยู่ค่ะ ลักษ์รอนานแล้วนะ"
"โอ๋ ๆ ผมขอโทษนะครับ ผมเข้าห้องน้ำอยู่ เชิญครับคุณผู้หญิง" เขาพูดพร้อมกับพายมือเชิญเธอเข้าบ้าน
เธอยิ้มให้กับความหน้ารักของเขาพร้อมกับเดินเข้าไปในบ้าน เธอเดินเข้ามาถึงกับแปลกใจที่วันนี้ในบ้านนั้นดูสะอาดสะอ้านผิดปกติและมีดอกไม้ที่สวยงามนาๆชนิด ที่เขาได้จัดเตรียมไว้
"นี่มันอะไรกันค่ะที่รัก"
"ก็วันนี้วันครบรอบ 1 ปีของเรา ผมอยากทำมันให้ดีที่สุด" เขาพูดพร้อมกับเดินเข้าไปจับมือทั้งสองข้างของเธอขึ้นมาจูบอย่างแ่เบา
วลัยลักษ์ได้แต่ยิ้มเขินอาย จากแก้มที่ขาวเนียนเปลี่ยนเป็สีแดงระเรื่อคล้ายมะเขือเทศสุก "ขอบคุณนะคะ ที่จำวันครบรอบของเราได้"
ทั่งคู่ยิ้มให้กันและจูบกันเบา ๆ
ทั้งคู่นั่งทานอาหารที่ได้จัดเตรียมไว้สำหรับวันพิเศษจนอิ่มพร้อมรอยยิ้มที่มีความสุข เหมันต์พาวลัยลักษ์ไปเดินเล่นที่สวนหลังบ้าน ที่ๆเขาจัดเตรียมไว้อย่างสวยงามเพื่อขอเธอแต่งงาน
"ลักษ์" เสียงเรียกที่จริงจังของเหมันต์ ทำให้เธอหยุดเดินแล้วหันกลับมามองหน้าเขาที่เดินจูงมืออยู่ข้างๆกันด้วยน้ำเสียงที่อ่อนหวาน
"ค่ะ"
"เราสองคนก็คบกันมานานแล้ว คุณเป็คนเดียวที่ผมจะรักและอยากใช้ชีวิตด้วย...ต่อจากนี้ผมขอเป็คนดูแลคุณตลอดไปเลยได้ไหม"
ถึงไม่มีเสียงตอบรับแต่ั์ตาของหญิงสาวกลับมีน้ำตาคลออยู่จนแทบจะเอ่อล้นออกมา คำบอกรักที่เธอได้ยินบ่อยๆเหมือนทุกวัน แต่ทำไมวันนี้ถึงรู้สึกว่ามันพิเศษกว่าทุก ๆ วัน
"แต่งงานกับผมนะ ผมอยากสร้างครอบครัวกับคุณ"
เธอยืนนิ่งด้วยความประหลาดใจเพราะเธอไม่คิด
ไม่ฝันว่าเธอจะมีวันนี้วันที่เขาจะขอเธอแต่งงาน
"คุณแน่ใจแล้วใช่ไหมค่ะ คุณจะไม่ผิดหวังใช่ไหมที่แต่งงานกับฉัน" เธอย้ำเตือนชายหนุ่มอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ
"ผมแน่ใจและมั่นใจ ผมรอเวลานี้มานานมากแล้ว ตอนนี้ผมพร้อมแล้วที่จะเดินไปข้างหน้ากับคุณ แต่งงานกันนะครับที่รัก"
วลัยลักษ์ที่พร้อมจะเป็เ้าสาวของเขาก็พยักหน้า
ตอบรับพร้อมน้ำตาที่ไหลด้วยความซึ้งใจ
"ค่ะ แต่งค่ะ"
เขาทั้งสองยิ้มกว้างราวกับโลกทั้งใบเป็ของพวกเขาและโผลเข้ากอดกันพร้อมน้ำตาแห่งความดีใจ
❤️วลัยลักษ์&เหมันต์❤️
ทั้งคู่จัดงานแต่งเล็กๆเชิญแค่คนสนิทเท่านั้น งานแต่งเป็ไปด้วยความเรียบง่าย มีแค่เพื่อนของเธอไม่กี่คนและองครักษ์ของเหมันต์เท่านั้น เพราะพ่อและแม่ของวลัยลักษ์เสียไปนานแล้ว เลยจัดแค่งานเลี้ยงเล็ก ๆ สำหรับเพื่อนฝูงและแลกแหวนกันเท่านั้น
"แก ทำไมไม่เห็นญาติฝั่งเ้าบ่าวเลยอ่ะ"
"นั้นสิ เพื่อนก็ไม่มี มีแค่คนนั้นคนเดียวไม่รู้เพื่อนกันจริงรึป่าว เพราะเห็นดูกลัวๆและเกรงใจเ้าบ่าวชอบกล"
เสียงกระซิบกระซาบ คล้ายนินทาของฝั่งเพื่อนเ้าสาว ที่ไม่ได้สนิทกันมากนัก แต่ถูกเชิญตามมารยาทเท่านั้น
"แค่พวกเขารักกัน มีงานแต่งที่ไม่ใหญ่โตหรือคนใหญ่คนโต พวกเขาไม่มีสิทธิแต่งงานกันหรอ"
เสียงที่พูดด้วยความขุ่นเคืองของชีวิน ที่พูดเพราะทนฟังคำนินทาที่มีต่อเ้าสาวไม่ไหว
สองสาวที่นินทาเมื่อครู่หยุดชะงักทันที
"อ้าวชีวิน"
"ไงชีวิน ว่าแต่นายไม่เสียใจหรอที่ยัยลักษ์แต่งงาน ได้ข่าวว่าแอบชอบยัยลักษ์มาตั้งนาน คิดว่าจะจีบไปแล้วซะอีก ยังไม่กล้าเหมือนเดิมสินะ ชักช้าจนนางแต่งกับคนอื่นไปละ"
"ฮ่าฮ่า" เสียงหัวเราะของสองสาวที่ชอบนินทาคนอื่นเหมือนเป็เื่ปกติ
"รักก็ไม่จำเป็ต้องนิ แค่เห็นเขามีความสุขก็พอแล้วป่ะ ว่าแต่...พวกเธอมีแฟนบ้างรึยังละ หรือั้แ่เรียนจบก็ไม่มีใครเอาเหมือนเดิม"
ชีวินพูดจบพร้อมกับยักคิ้วให้สองสาวที่ ทำหน้าตาเหยเกด้วยความไม่พอใจ
..............
"ดีใจด้วยนะลักษ์ ในที่สุดก็มีวันนี้ ลักษ์ดูสวยมากเลยในชุดเ้าสาว" เป็การแสดงความยินดีที่รู้สึกเ็ปอยู่ลึก ๆภายในใจของเขา
"ขอบคุณนะวิน ขอบคุณที่คอยช่วยเหลือเรามาตลอด"
"อื้ม..เรายินดี" "ผมฝากเพื่อนผมด้วยนะครับ"
ชีวินพูดพร้อมกับมองเหมันต์ด้วยั์ตาที่แดงกล่ำราวกับคนที่ร้องไห้มาทั้งวันทั้งคืน
"ครับ ผมจะดูแลเธอให้ดีที่สุด"
"เรากลับก่อนนะลักษ์ เรามีงานต่อน่ะ"
ชีวินโบกมือบ่ายบ๊ายให้กับทั้งคู่ ก่อนหันหลังกลับด้วยน้ำตาที่ไหลริน ไม่ใช่แค่เพราะรู้สึกเสียใจที่ไม่กล้าบอกความในใจกับเธอ แต่มีความรู้สึกดีใจด้วยที่ผู้หญิงที่เขารักมีความสุขและมีคนที่ดูแลเธอได้ดีกว่าเขา
วลัยลักษ์ได้ยัายมาอยู่บ้านของเหมันต์ที่ตอนนี้เขาได้ซื้อและใส่ชื่อของภรรยาให้เป็เ้าของบ้านเรียบร้อยแล้ว
"ว่าไงตัวเล็กของพ่อ"
ทั้งคู่แต่งงานกันได้ไม่นานก็มีเ้าตัวเล็กให้ได้เชยชม เด็กน้อยคนนี้ชื่อ วรุศ ศิวานนท์ หรือ รุศ เด็กน้อยหน้าตาน่ารัก ผิวขาวเนียนใสดูละมุนละไมที่พร้อมกับปานสีแดงรูปปีกนกที่หน้าอกด้านซ้าย
เมื่อรุศอายุครบสามเดือน ความอยากรู้และสงสัยเกี่ยวกับตัวตนของสามี ทำให้เธอเริ่มสืบหาว่าสามีของเธอเป็ใครเพราะเธอไม่เคยเจอครอบครัวของฝ่ายชายเลยแม้กระทั้งตอนที่ลูกน้อยลืมตาดูโลก เขาไม่เคยพูดถึงเลยหรือพาไปเจอ และเขามักจะหายไปโดยที่ไม่บอกเป็ประจำและหายไปเป็เวลานาน
จนมีอยู่คืนหนึ่งเธอได้แกล้งหลับ เป็จังหวะเหมันต์ที่แกล้งหลับเหมือนกัน เขารอจนแน่ใจว่าภรรยาของเขาหลับแล้วจริง ๆ ถึงได้ลุกขึ้นมาและเห็นว่าภรรยาของเขาหลับไปแล้ว เขาจึงลุกออกจากที่นอนอย่างเบาที่สุด แล้วเดินไปที่สวนหลังบ้านที่ตอนนี้ได้มืดทึบเพราะไม่มีแสงให้ความสว่าง พร้อมกับมองขึ้นไปบนท้องฟ้าและตอนนั้นเองที่เขาได้กางปีกสีขาวใหญ่ที่ดูสง่างามและดูแข็งแรง ออกมาจากด้านหลังของเขาพร้อมกับบินขึ้นสู้ท้องฟ้า และลับหายไป
เขาไม่รู้เลยว่าภรรยาของเขาได้แอบยืนมองอยู่ภายในความมึดมิดภายในบ้าน เธอใและช็อคมากกับภาพที่เธอเห็นตรงหน้า เธอทำอะไรไม่ถูกได้แต่ยืนนิ่งเอามือปิดปากตัวเองไว้แน่นเพื่อไม่ให้ตัวเองส่งเสียงดัง พร้อมน้ำตาที่ไหลลงมาเป็สาย สติของเธอหลุดลอยไปไกลแสนไกล จนลูกชายของเธอร้องไห้เสียงดังออกมา เธอจึงได้สติอีกครั้ง เธอรีบวิ่งมาหาลูกด้วยความกลัว ความใและความกังวล แต่เธอก็ไม่ลืมที่จะโอ๋ลูกของเธอก่อน
เธอนั่งกอดลูกอยู่แบบนั้นพร้อมกับความคิดที่มีมากมายในหัว จนเวลาล่วงเลยไปนานแค่ไหนไม่รู้ เธอที่นั่งกอดลูกอยู่บนเตียงได้เห็นร่างที่คุ้นเคย ใช่แล้ว เขาคือ เหมันต์สามีของเธอ ที่เธอพึ่งเห็นเขาบินขึ้นไปบนฟ้า เธอทั้งใและกลัวในเวลาเดียวกัน อาการของเธอทำให้สามีรู้ทันที่ว่าเธอต้องรับรู้อะไรบางอย่างเกี่ยวกับเขาและคงไม่ใช่เื่ที่ดีเป็แน่ เขาพยายามจะเข้ามาหาเธอ พยายามที่จะเข้าไปกอดปลอบเธอ แต่ด้วยความกลัวทั้งหมด เธอจึงไล่ให้เขาออกไป เขาหยุดชะงักแล้วถอยออกมา
"ลักษ์ คุณเป็อะไร"
"ฉันเห็น...ฉันเห็น" เธอพูดด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ
พร้อมกับน้ำตาที่ไหลรินอาบทั้งสองแก้ม
"ลักษ์"
"หยุด หยุดอยู่ตรงนั้น คุณ...คุณเป็ตัวอะไร?"
"ผมอธิบายได้นะลักษ์ คือผม"
"ไม่ ๆ ฉันยังไม่อยากฟัง ฉันยังไม่พร้อมจะฟัง ออกไป" ตอนนี้เธอเหมือนคนเสียสติ เธอไม่พร้อมที่จะรับฟังคำอธิบายจากคนรัก เธอรู้สึกเหมือนคนที่ถูกหลอกซ้ำแล้วซ้ำเล่า ในหัวของเธอมีแต่เื่ราวที่แปลกประหลาดไปหมดไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหน เธออยากใช้ความริดคนเดียวมากกว่าในตอนนี้
" ฉันบอกให้ออกไป" เธอพูดพร้อมเขวี้ยงหมอนใบใหญ่ใส่เขาอย่างเต็มแรงด้วยความโกรธและความกลัว
"ลักษ์ผมขอโทษ ผมอยากอธิบายเื่ทั้งหมดให้คุณฟัง แต่ถ้าตอนนี้คุณยังไม่พร้อมผมก็จะรอ คุณพร้อมที่จะฟังเมื่อไหร่ คุณเรียกผมได้เสมอ"
ก่อนที่เขาจะเดินจะออกไป เขาได้หันกลับมาพูดกับวลัยลักษ์ "ผมรักคุณนะ ผมรักคุณมากจริง ๆ "
แล้วเขาก็เดินออกไปยังสวนหลังบ้านด้วยน้ำตาแห่งความเศร้า เสียใจอย่างสุดซึ่ง เขากางปีกที่สวยงามของเขาและบินขึ้นไปบนท้องฟ้าพร้อมกับน้ำตาที่ไหลอาบทั้งสองแก้มแล้วลับหายไป
#ความรักจาก์