วารุตเลือกที่จะนอนพักเมื่อคบเพลิงที่ถืออยู่ในมือมอดดับลง พอรู้สึกตัวอีกทีตอนนี้ทั่วทั้งท้องฟ้าก็ส่องแสงสว่างจ้าเสียแล้ว เขาไม่รู้เลยว่าจุดที่ตัวเองยืนอยู่ในตอนนี้นั้นมันคือที่ไหน พอมองไปรอบๆ ก็เห็นแต่ต้นไม้เยอะแยะเต็มไปหมด มีแต่ต้นไม้ยั้วเยี้ย แต่ไม่มีต้นผลไม้ให้เขาได้เก็บกินผลของมันได้เลย
ยังดีที่เขาหยิบเอาขนมห่อหมกจากบ้านติดตัวมาด้วยสามห่อ เขาจึงสามารถอิ่มท้องได้โดยไม่จำเป็ต้องออกหาอาหารเช้าในวันนี้ การเดินทางของวารุตจึงได้เริ่มต้นอีกครั้ง สิ่งเดียวที่วารุตรู้ก็คือป่ามรกตอยู่ในทางทิศใต้และเขาก็กำลังเดินมุ่งหน้าไปทางนั้น
แกลบ! แกลบ! แกลบ! เสียงเท้าของวารุตเหยียบย้ำกิ่งไม้หัก
เขารู้สึกได้ว่าบริเวณนี้เป็เขตป่าลึกจริงๆ ไม่เห็นมีรอยเท้าของผู้คนเดินพลุกพล่าน มีเพียงพื้นหญ้าเขียวชอุ่มทอดยาวกว้างตลอดแนว ระหว่างที่วารุตเดินเตร็ดเตร่เหม่อลอยอย่างไม่ทันระแวดระวังตัว จู่ ๆ ก็มีสิ่งมีชีวิตพุ่งพรวด! แหวกออกมาจากโพรงหญ้า
วารุตะโสะดุ้ง โหยง! ฉีกหนีไปทางด้านหลังอย่างตื่นตระหนก หัวใจของเขาเต้นแรงแทบจะทะลุหน้าอกออกมา
“โอ้!”
วารุตอุทาน ดวงตาแข็งทื่อไปชั่วขณะ
สิ่งที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าก็คือ งูจงอางตัวโตเต็มวัยชูคอแผ่แม่เบี้ยสูงตระหง่าน
ทั้งสองฝ่ายต่างดูใพอๆ กัน ลำตัวเศษหนึ่งส่วนสามของเ้างูจงอางยึดตั้งตรงข่มขู่ มันคงไม่ดีแน่ถ้าหากเขาถูกมันกัดเข้า ในป่าลึกที่ไร้ผู้คนแบบนี้
“ใจเย็นๆ นะ ข้าไม่เห็นเ้าจริงๆ ข้าไม่ได้ตั้งใจ”
วารุตเอ่ยพลางก้าวเท้าถอยไปด้านหลังอย่างช้าๆ ทีละก้าว ทีละก้าว ทีละก้าว
ลำตัวตั้งตรงสูงตระหง่านของเ้างูจงอางจึงค่อยๆ ลดลง ไม่นานมันก็เลื้อยหนีเปลี่ยนทิศทางไป
วารุตดูจะเข้าใจในพฤติกรรมของมัน เขายิ้มแหยงๆ แห้งๆ เหมือนเป็การตำหนิตัวเองที่เดินอย่างไม่ระมัดระวัง อย่างไรก็ตามเขาและมันก็แยกจากกันด้วยดี
วารุตจึงเดินมุ่งหน้าต่อไปจนกระทั่งได้พบเห็นเข้ากับสิ่งที่ทำให้ใจของเขาเต้นรั่วอีกครั้ง แต่หนนี้ไม่ใช่สัตว์พิษร้าย เขาเห็นรอยลากยาวสองรอย เป็รอยเลื่อยแหวกหญ้าขนาบข้างกัน
วารุตแน่ใจทันทีเลยว่านี่ต้องเป็รอยของรถลากเกวียนอย่างแน่นอน และสิ่งที่ทำให้ใจของ วารุตเต้นรั่วขึ้นไปอีกก็คือ รอยรถลากเกวียนรอยนี้มันยังก็พุ่งตรงไปทางทิศใต้อีกด้วย
เหล่าพระราชวงศ์และขุนนางของแคว้นมันตรายา ได้นำพาเ้าชายแห่งแคว้นศิลารักษ์อย่างเ้าชายชานุกูล ไปเที่ยวชมสถานที่ต่างๆ ทั่วทั้งแคว้นตลอดหลายวันที่ผ่านมา
จนมาถึงวันนี้ ได้พาเ้าชายมาเดินชมจำพวกงานฝีมือที่มีชื่อเสียงประจำถิ่น ไม่ว่าจะเป็การขึ้นรูปของเครื่องปั้นดินเผา การถักทอผ้าไหมลวดลายวิจิตรตระการตา และการแกะสลักผลไม้ซึ่งเป็หนึ่งในเครื่องเสวยส่วนพระองค์
จนมาถึงตอนนี้ก่อนมื้อพระกระยาหารเที่ยง เ้าชายชานุกูลถูกพามายังลานประลองกว้างใหญ่ สถานที่ถูกจัดแต่งขึ้นอย่างสวยงามรอรับเสด็จองค์ชายแห่งแคว้นศิลารักษ์อย่างสมเกียรติ เ้าชายชานุกูลคาดเดาว่าต่อจากนี้ พระองค์คงจะได้รับชมการแสดงศิลปะการต่อสู้ของเหล่าทหารมากฝีมือของแคว้นมันตรายาเป็แน่
ไม่ใช่เื่ยากที่จะคาดเดาในสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น เพราะตอนนี้พระองค์ทรงประทับอยู่บนอัฒจันทร์ชั้นสูง สายตาก็ทอดยาวลงไปสู่จุดกึ่งกลางของลานประลอง
จนกระทั่งพระมหากษัตริย์สิงหลตรัสขึ้น แม้แต่องค์ชายแห่งแคว้นศิลารักษ์ก็ยังไม่ทันตั้งตัว
“ได้ยินมาว่าเ้าชายชานุกูลมีฝีมือเป็เลิศในด้านการยิงธนู”
กษัตริย์สิงหลตรัส
“ทางเราเองก็มีพลธนูที่ขึ้นชื่อในเื่ของความแม่นยำเช่นเดียวกัน”
เ้าชายชานุกูลหันหน้า ขวับ! ไปทางกษัตริย์สิงหล ทำหน้าทำตาฉงน แววตาของเ้าชายเบิกกว้าง
ไม่คิดไม่ฝันว่ากษัตริย์สิงหลเอ่ยขึ้นประเด็นนี้
เ้าชายคิดว่าเขาจะได้เป็ฝ่ายรับชมการแสดงต่อจากนี้ซะอีก ใย จู่ ๆ เขาต้องมาเป็ฝ่ายแสดงเองกันล่ะนี่
“ฝ่าาทรงอยากเห็นหรือขอรับ”
เ้าชายชานุกูลถามหยั่งเชิง
“ก็นะ เ้าเองก็อยู่ในแคว้นของพวกเรามาแล้วหลายวัน ข้าก็อยากที่จะเห็นฝีไม้ลายมือของเ้าชายแห่งแคว้นศิลารักษ์ดูบ้าง แต่ว่าทางเรามิอาจจะบังคับหรอกนะ สุดแล้วแต่จะตัดสินใจเลย”
กษัตริย์สิงหลแจกแจงแถลงไข
ในขณะเดียวกันดวงตาของเ้าชายชานุกูลภายใต้สถานการณ์คลุมเครือเช่นนี้กลับไม่มีความประหม่าแม้แต่น้อย พระองค์ตอบรับคำร้องขอของกษัตริย์สิงหลอย่างไม่มีการลังเลใจ
“ย่อมได้อยู่แล้วขอรับ ถ้าหากนี้เป็พระประสงค์ของพระองค์ แต่ข้าไม่ได้เอาธนูคู่ใจของข้ามาด้วย เห็นที ข้าคงต้องยืมของที่นี่”
ทันทีที่สิ้นสุดประโยคของเ้าชายชานุกูล ก็มีทหารหนุ่มนายหนึ่งถือธนูไม้สองคันเดินเข้ามา
“นี่คือพลธนูที่แม่นยำที่สุดในแคว้นมันตรายา”
กษัตริย์สิงหลกล่าวแนะนำ
ทหารหนุ่มนายนั้นโค้งคำนับเ้าชายชานุกูลอย่างนอบน้อม และเขาก็ยื่นธนูที่อยู่ในมือหนึ่งคันให้กับเ้าชาย
“เป็อย่างไรบ้าง พอจะเทียบกับธนูของแคว้นศิลารักษ์ได้ไหม”
กษัตริย์สิงหลตรัสถามขณะที่เ้าชายชานุกูลจับธนูไม้พลิกไปมาอย่างพินิจพิจารณา องค์ชายแห่งแคว้นศิลารักษ์พยักหน้ารับมีรอยยิ้มที่มุ่งปาก
“โอ้! ได้แน่นอนขอรับ คันธนูทำมาจากไม้ไผ่แก่ที่ถูกคัดสรรมาอย่างดี การยืดหยุ่นสอดรับกันกับการคืนสภาพ ส่วนเชือกลั่นไกก็ทำการมัดรัดตึงมาอย่างพอดีแล้ว ไม่ยานและไม่ตึงจนเกินไป ถือว่าสมบูรณ์แบบเลยขอรับ”
เ้าชายชานุกูลพรรณนาถึงคันธนูที่เขาถืออยู่ในมือ
กษัตริย์สิงหลยิ้มปลื้มปริ่ม
“ข้าดีใจนะ ที่ผู้เป็เลิศในด้านการใช้ธนูอย่างเ้าพูดมาออกมาแบบนี้ งั้นเรามาเริ่มกันเลยดีไหม”
“ขอรับ ว่าแต่เราจะแข่งกันยังไงหรือขอรับ”
เ้าชายชานุกูลเอ่ยถาม
“ไม่ได้จะแข่งขันอะไรหรอก แค่ยิงให้ข้าดูสักสองสามครั้ง แล้วเราก็จะไปกินข้าวด้วยกันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา”
พลธนูลำดับหนึ่งของแคว้นมันตรายาเป็ผู้เดินมุ่งหน้านำลงไปสู่ลานประลองก่อน ส่วนเ้าชายชานุกูลเป็ฝ่ายเดินตามหลังเขา เมื่อมีธนูซึ่งเป็อาวุธที่พระองค์ถนัดถืออยู่ในมือ เ้าชายชานุกูลจึงไม่มีอาการตื่นเต้นหรือหวาดวิตกกังวลใดๆ ก่อนที่ฝ่าเท้าของพระองค์จะก้าวลงสู่ลานประลอง
เ้าชายชานุกูลก็ยังไม่วายที่จะหันหน้ากลับขึ้นไปมองเ้าหญิงกรรณิการ์อีกครั้ง แหงนหน้าขึ้นไปยลโฉมความงดงามของนางอีกที ทำเอาเ้าชายภูวดลที่ประทับอยู่เคียงข้างกัน ถลึงตาใส่ แสดงออกถึงความไม่พอใจออกมาให้เห็นอย่างโจ่งแจ้งชัดเจนยิ่งกว่าอะไรทั้งนั้น