ไป๋หลิงหลินใช้สายตาในการอ้อนวอนพวกน้องๆ เพื่อขอโอกาสให้พวกน้องๆ เชื่อใจนาง เพราะนางกลัวว่าจะไม่รับโอกาสนั้นเนื่องจากสิ่งที่เ้าของร่างคนก่อนนั้นกระทำไว้มันช่างโหดร้ายยิ่งนักโดยเฉพาะสิ่งที่ได้กระทำกับน้องสาวคนรองนั้นช่างน่าสงสารยิ่ง เด็กตัวเล็กๆ ต้องมารองรับอารมณ์ของคนที่มีจิตใจชั่วช้าและอำมหิตโดยที่เ้าตัวไม่สามารถโต้กลับได้และก็นี่คงจะเป็ครั้งแรกที่นางกล้าใช้ไม้ฟาดหัวของพี่สาวตัวเอง
“ได้โปรดให้โอกาสข้าเถิดนะข้าขอสัญญา ข้าจะไม่ทำร้ายพวกเ้าและจะไม่ขายพวกเ้าอีก ถ้าหากข้าผิดคำสัญญาขอให้ฟ้าดินลงโทษข้า ตายไปก็อย่าได้ไปเกิดใหม่” เนื่องจากไม่ได้ยินเสียงตอบรับจากพวกน้องๆ สักที นางจึงจำเป็ต้องใช้วาจากล่าวคำสาบานเพื่อที่คำพูดของนางจะได้ดูมีความน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น
“อาจิง”
“ขอรับพี่รอง”
“ไปเอาน้ำกับหมั่นโถวมาให้พี่สาว” สิ้นเสียงพูดของไป๋ถิงถิง ไป๋เจียวจิงก็วิ่งออกไปทันที
“ขอบใจพวกเ้ามากที่ยังให้โอกาสพี่สาวอยู่” ไป๋หลิงหลินยิ้มอย่างดีใจการกล่าวคำสาบานต่อฟ้าดินนั้นใช้ได้ผลดีจริงๆ
“ท่านอย่าได้ใจไปเพราะถึงยังไงข้าก็ยังไม่ปักใจเชื่อท่านอยู่ดี แต่ท่านที่ยังมีชีวิตอยู่คงจะมีประโยชน์กับพวกเรามากกว่าหากท่านตายไป และข้าขอย้ำอีกครั้งถ้าหากท่านคิดจะขายพวกเราอีก ท่านได้ตายจริงเป็แน่ หรือไม่ข้านี่แหละจะขายท่าน!” ไป๋ถิงถิงพูดจบนางก็เบือนหน้าหนีทันที ถึงยังไงหญิงสาวตรงหน้านี้ก็ยังคงเป็พี่สาวที่มีสายเืเดียวกันกับนางอยู่ หวังว่าสิ่งที่นางพูดไปจะทำให้พี่สาวไม่ทำอะไรสิ้นคิดอีก
ไป๋หลิงหลินเมื่อได้ยินคำพูดของน้องสาวก็หุบยิ้มลงทันทีทันใด นางได้แต่ถอดหายใจคงต้องใช้เวลานานกว่าที่คิดกว่าน้องสาวคนนี้จะเปิดใจยอมรับนาง
“พี่สาวสิ่งที่ท่านพูดมาจริงหรือเปล่าขอรับที่ท่านบอกว่าไปเจอท่านเทพเซียนมา แล้วท่านเทพหน้าตาเป็เช่นไรหรือขอรับ” ไป๋เจียวจูน้องเล็กของบ้านเขาเป็คนน่ารักอ่อนโยนใส่ใจพี่ๆ ทุกคนอยู่เสมอ แม้ว่าพี่สาวอย่างไป๋หลิงหลินเ้าของร่างคนก่อนจะทุบตีเขาขนาดไหนเขาก็ยังยึดมั่นรักพี่สาวทำดีกับพี่สาวจากใจจริงด้วยหวังว่าความรักและสิ่งดีๆ ที่เขามอบให้ไปจะทำให้พี่สาวเปลี่ยนมาเป็คนที่แสนดี
“จริงแท้แน่นอน ท่านเทพเซียนน่ะเป็ท่านยายที่แสนจะใจดี นางแต่งกายด้วยชุดที่สง่างามยิ่งนัก” ไป๋หลิงหลินส่งยิ้มหวานให้กับน้องชายหน้าตาน่ารักน่าเอ็นดู แต่ร่างกายนั้นผ่ายผอมยิ่งนัก จะน่ารักขนาดไหนถ้าหากมีเนื้อมีหนังเป็เ้าลูกหมูขึ้นอีกสักนิด
“หมั่นโถวกับน้ำมาแล้วขอรับ” ไป๋เจียวจิงนำไปยื่นให้กับพี่สาวของเขา
ไป๋หลิงหลินรับหมั่นโถวกับน้ำมาแล้วก็กินอย่างไม่อายน้องๆ เพราะนางหิวมากไม่นานนางก็กินหมั่นโถวหมดไปสามลูกแต่ยังรู้สึกหิวอยู่กระเพาะของนางนั้น้าอาหารอีก
“มีอีกหรือไม่”
“หมดแล้วขอรับ ท่านกินหมั่นโถ่ส่วนที่เป็อาหารมื้อเย็นของพวกเราไปด้วย” ไป๋เจียวจิงตอบเสียงอ่อนเขาไม่น่าหยิบหมั่นโถ่มาให้พี่สาวทั้งหมดเลย รู้อย่างนี้น่าจะแบ่งเก็บไว้สักลูก
“เ้าหมายถึงเย็นนี้ไม่มีอาหารเหลือให้กินแล้วงั้นหรือ” ไป๋หลิงหลินกะพริบตาปริบๆ นางน่าจะถามพวกน้องๆ ก่อนว่าบ้านหลังนี้มีอาหารเหลือให้ประทังชีวิตอยู่เท่าไร
“ใช่นะสิเ้าคะ เย็นนี้พวกเราคงต้องกินน้ำเปล่าประทังชีวิตเป็แน่” นางไม่คิดว่าพี่สาวจะตะกละขนาดนี้ปกติเกลียดหมั่นโถ่ไม่ใช่หรอกหรือ ไป๋ถิงถิงยืนกอดอกนางมองพี่สาวด้วยความประหลาดใจ
“ข้าขอโทษ งั้นเดี๋ยวข้าจะไปหาอาหารมาให้พวกเ้าเองนะ ดูเหมือนว่าร่างกายข้าจะฟื้นตัวขึ้นมาบ้างแล้ว” พูดจบประโยคนางก็ลุกขึ้นจากเตียงเดินผ่านเด็กทั้งสามคนไป โดยก่อนที่จะก้าวเท้าออกจากตัวบ้านนางได้หันมาฉีกยิ้มสดใสกับน้องๆ ก่อนจากไปเพื่อบอกเป็นัยว่าเชื่อมือพี่สาวคนนี้ได้เลยข้าจะหาอาหารมาให้พวกเ้าเอง
พวกน้องๆ เมื่อได้ยินพี่สาวบอกว่าจะไปหาอาหารให้ ก็มีท่าทีใ นี่มันไม่ใช่พี่สาวแล้ว โดยปกตินางมีแต่จะใช้งานพวกเขาให้ไปทำนั้นทำนี่หรือว่าที่พี่สาวเล่ามาจะเป็เื่จริงอย่างนั้นหรือมีแค่ไป๋ถิงถิงกับไป๋เจียวจิงที่คิดแบบนั้น ส่วนไป๋เจียวจูนั้นนะเหรอเขาเชื่อไปแล้วว่าพี่สาวพูดความจริงและดีใจมากที่ตอนนี้พี่สาวจะหาอาหารมาให้เขาจึงยิ้มตอบรับในตอนที่พี่สาวหันมายิ้มให้และรีบตามพี่สาวออกไปทันที
ทันทีที่ไป๋หลิงหลินเดินออกมาจากตัวบ้าน เธอก็ต้องตกตะลึงกับธรรมชาติรอบตัว นี่มันสถานที่ที่เธอใฝ่ฝันไว้ชัดๆ ที่จะมีชีวิตอยู่ท่ามกลางธรรมชาติยามแก่ตัวไป เนื่องจากชาติที่แล้วนางนั้นเป็แพทย์ศัลยกรรมประสาทวันๆ ก็เอาแต่เข้าเคสผ่าตัด ไม่ค่อยได้พักผ่อนเยี่ยมชมธรรมชาติสักเท่าไหร่ เวลาส่วนใหญ่ก็ใช้ชีวิตอยู่แต่ในโรงพยาบาลไม่ก็ที่บ้านของนางสลับกันไป ดูเหมือนว่าตอนนี้นางจะได้ใช้ชีวิตตามที่ตั้งใจไว้เร็วกว่าที่คิดไว้
ไป๋หลิงหลินก้าวเท้าออกมาหยุดอยู่ตรงลานหญ้าหน้าบ้าน นางกางแขนออกเงยหน้าขึ้นเล็กน้อยจากนั้นสูดอากาศเข้าปอดเฮือกใหญ่แล้วหายใจออกเพื่อแลกเปลี่ยนอากาศที่บริสุทธิ์ให้ร่างกายได้รับความสดชื่นจากนั้นก็กลับสู่ท่าปกติ
จากความทรงจำของเ้าของร่างคนก่อนหมู่บ้านที่นางอาศัยอยู่นี้ชื่อว่าหมู่บ้านหลีหงอยู่ในแคว้นซู บ้านที่นางพักอาศัยอยู่ตอนนี้อยู่ท้ายหมู่บ้านติดกับป่าเชิงเขาที่สูงตระหง่านซึ่งเป็เทือกเขาที่กั้นระหว่างแคว้นซูและแคว้นเหลียง ส่วนทางด้านหลังของบ้านนั้นเป็ธารน้ำที่ไหลลงมาจากเทือกเขา
“บางทีอาจจะเอาปลาจากธารน้ำด้านหลังมาทำอาหารให้พวกน้องๆ กินได้” ว่าแล้วไป๋หลิงหลินก็เตรียมที่จะมุ่งหน้าไปยังธารน้ำหลังบ้าน แต่ยังไม่ทันที่จะได้ก้าวเท้าในหัวของนางก็ได้ยินเสียงหวานใสดังขึ้น
[ติ๊ง! สภาพอากาศวันนี้ดีเป็อย่างยิ่งเหมาะแก่การเดินเล่นเ้าค่ะ]