ตอนที่18 เปิดร้านวันแรก
พนักงาน 4 คนไม่จำเป็นต้องให้เจมส์สอนอะไร พวกเขามีประสบการณ์ทำงานด้านนี้อยู่แล้ว เพราะก่อนหน้าที่เจมส์จะเป็นเจ้าของ ทั้ง 4 เคยเป็นเด็กในร้านหมูกระทะจ่าอี๊ดมาก่อนอาจมีเรื่องในครัวบ้างที่ทำให้ค่อนข้างเงอะงะ แต่ก็เป็นที่เข้าใจได้ เพราะทุกคนต่างวุ่นกับการเสิร์ฟและยกเตาถ่าน ไม่ต่างจากเจมส์สมัยทำอยู่ร้านจุ๊บแจง หากไม่เป็นเพราะมีแม่ชอบทำอาหาร เกรงว่าเขาก็คงไม่มีทักษะเข้าครัวติดตัวมองดูเวลาใกล้หกโมงเย็นเต็มแก่ เจ้าของร้ายวัย 20 ปีต้นเริ่มร้อนใจ จริงอยู่ที่เขามีหมึก กุ้ง ปู ปลาสดๆ ในร้าน แต่หากเทียบกับร้านบุฟเฟ่ต์อื่นแล้วเราต้องมีมากกว่านั้น ไม่สิความจริงต้องพูดว่าร้านหมูกระทะนายเจมส์มีอาหารน้อยเกินไป ไม่คุ้มกับราคาหัวละ 599 บาทถึงจะกินได้ไม่จำกัดชั่วโมง แต่หากพูดถึงปริมาณอาหารที่ร้านอื่นอัดแน่น ครบครันหลากหลายกว่าด้วยเมนูอาหาร ร้านหมูกระทะนายเจมส์คงไม่ต่างจากยาจกราวยี่สิบนาทีถัดมาหลังจากพึมพำกับตัวเอง รถกระบะตาต้าคันใหม่เอี่ยมขับมาถึงร้านผู้หญิงที่ลงมาจากรถใส่ชุดสีดำรัดรูป อวดส่วนเว้าโค้งของร่างกาย โดยเฉพาะหน้าอกคู่นั้น น่าดูดเลียเค้นคลึงจนแห้งเหี่ยว“พี่ไม่ได้มาช้าไปใช่ไหม” คนที่ลงมาจากรถกระบะคันสีขาวทักทายเจมส์ไม่ใช่ใครอื่น เธอคือเมย์ ผู้หญิงที่มาซื้อหมึกเขาเมื่อสัปดาห์ก่อนจากการพูดคุยตลอดช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้เจมส์รู้ว่านอกจากร้านของเมย์จะทำเกี่ยวกับหมึกซาชิมิ ยังมีซูชิหน้าต่างๆ ด้วยและด้วยการสอบถาม เจมส์จึงรู้ว่าหล่อนรับทำงานนอก ใครอยากสั่งก็สั่งได้ แถมถ้าหากจำนวนมากหน่อยก็สามารถขับรถไปส่งให้ถึงที่ และที่เยี่ยมยอดกว่านั้นคือเราสามารถรีเควสได้ว่าต้องการซูชิเกรดไหนเป็นต้นว่าร้านของเมย์ทำเกี่ยวกับซาชิมิขายเป็นหลัก ซูชิจะต้องเกรดดี ใช้วัตถุดิบคุณภาพสูง แต่นั่นไม่ได้หมายความว่างานนอกที่รับต้องใช้วัตถุดิบประเภทเดียวกัน ยังคงฟังเสียงลูกค้าเป็นหลักดังนั้นเกรดของซูจิที่เจมส์สั่งจึงมีคุณภาพห่วยแตก ไม่ต่างจากที่ขายกันตามตลาดนัดคำละห้าบาทสิบบาทเจมส์เน้นปริมาณเข้าว่า เนื่องด้วยเป็นร้านแบบบุฟเฟ่ต์ หากเอาของดีๆ มาขายทั้งหมดไม่ใช่ว่าขาดทุนหรอกเหรอ“ไม่ช้าหรอกครับ ทันเวลาพอดี” เจมส์กล่าวพลางเดินไปหาหล่อน “แล้วนี่แฟนไม่มาด้วยเหรอ?”“เขาอยู่จัดร้านน่ะ นี่รีบทำซูชิให้เจมส์เลยต้องเร่งมือหน่อย อีกอย่างหนึ่งแฟนพี่เขาขับรถไม่เป็น มาก็เกะกะเปล่าๆ แถมยังขี้บ่นจู้จี้จุกจิก ขึ้นรถกับพี่นะหน้าซีดตลอด ไม่รู้ว่าจะกลัวอะไรกันหนักหนา” เมย์ยืนพิงประตูรถกระบะพลางหัวเราะรูปร่างของหล่อนจัดอยู่ในหมวดคุณภาพ ถึงจะไม่เซ็กซี่เท่ากับไอซ์แต่ได้หน้าอกหน้าใจมาช่วย“อย่างนี้นี่เอง” กล่าวจบ เจมส์หันไปบอกลูกน้อง 4 คนในร้าน ให้ช่วยขนซูจิลงจากรถ แล้วนำไปจัดเรียงในถาดไม้ที่เหมือนกับชั้นวางรองเท้า วางเป็นชั้นๆ ให้ลูกค้าเลือกตักตามใจ“ว่าแต่เจมส์คิดยังไงเหรอถึงได้เปิดร้านหมูกระทะ ขายอาหารทะเลอย่างเดียวก็ดีแล้วนี่นา” เมย์ถามถึงหล่อนจะไม่ได้เปิดร้านขายอาหารทะเลโดยตรง แต่ถ้าหากมองถึงสัดส่วนวัตถุดิบที่เจมส์จับได้จากทะเลในทุกวัน ขายวันนึงน่าจะได้เกินสี่หมื่นบาท แถมของทะเลยังสดๆเป็นๆ แปบเดียวก็ขายหมดแล้วเจมส์ตอบในขณะมองทั้ง 4 คนยกของลงจากรถ“ผมก็แค่ทำไปเรื่อยเปื่อยน่ะ อยากลองดูว่าจะไปได้สักเท่าไหร่กันเชียว อีกอย่างหนึ่งการขายบนทางฟุตบาทแบบนั้นนานเข้าคงไม่ดี ดีไม่ดีผมอาจโดนไล่ที่ หรือไม่ก็ถูกรุมกระทืบสักวัน”เจมส์ไม่ได้พูดไปทั้งหมด ส่วนหนึ่งที่อยากขยายธุรกิจระบายปลาที่ได้จากทะเลเป็นร้านหมูกระทะคือเรื่องจริง อีกส่วนหนึ่งที่ทำให้เขามั่นใจกล้าเปิดร้านนั่นเป็นเพราะว่ามีถุงมือฟ้าประทาน ตัวช่วยชั้นดีในการดึงของวิเศษออกมาจากหน้าหนังสือ“ก็นะ มาเฟียเยอะจริงนั่นแหละ รายใหญ่มักกินรายเล็ก เก็บส่วยจนแทบไม่มีกิน” เมย์ไม่แปลกใจกับคำตอบ “แต่ถ้าให้พี่แนะนำ เจมส์น่าจะลองเช่าล็อคขายอาหารทะเลในตลาดอาหารทะเลดู”“ไม่มีเวลามากขนาดนั้นน่ะสิ อีกอย่างหนึ่งหากทำแบบนั้นต้องมีรถยนต์ส่วนตัวด้วย” นั่นคืออีกเหตุผลที่เจมส์ยังไม่ขยับขยายที่ทางทำมาหากินส่วนหนึ่งเพราะเรื่องเรียน เขายังเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัย ที่เห็นว่ามีเวลาเปิดร้านเตรียมของนั่นเพราะเทอมนี้ลงเรียนช่วงเช้าหรอก จึงมีเวลาว่างช่วงบ่ายอีกส่วนคือรถยนต์ส่วนตัว การนำอาหารไปขายในตลาดสดต้องนำขึ้นรถ ต่างจากเอาเรือเทียบท่า ขายอยู่แถวหาดตรงทางเท้า ซึ่งไม่ใช่เรื่องยากในการยกของลงมาจากเรือ“จ้างคนไง” เมย์ตอบคล้ายกับคิดคำตอบไว้ก่อนหน้า “แต่ก็นั่นแหละ จำเป็นต้องจ้างคนที่ไว้ใจได้ ไม่งั้นหากมันเชิดเงินเราหนี จะหาตัวเจอก็คงยาก จะไปแจ้งความดำเนินคดีก็ต้องเป็นคดีใหญ่ คดีเล็กๆ แค่ลงบันทึกประจำวันแล้วหายหัวไปทั้งแบบนั้น พึ่งพาไม่ได้เลยจริงๆ”“นั่นแหละครับ ผมยังไม่รีบเร่งขยับขยายหรอก ตอนนี้ขอแค่ร้านนี้ไปรอดก็พอ ส่วนเรื่องอื่นไว้ทีหลัง”“จ้าจ้า แต่มาขายที่นี่ก็ดีแล้วแหละ ค่อยเป็นค่อยไป แต่อย่าลืมหมึกสดๆ ของพี่นะ ตั้งแต่ได้หมึกของเจมส์ พี่ก็ไม่กล้าสั่งเจ้าอื่นเลย เพราะกลัวจะได้ของไม่สด”“ฮ่าฮ่า ครับพี่เมย์ ผมไม่ลืมอยู่แล้ว”“เอาล่ะ งั้นพี่ไปก่อนนะ วันนี้ขอให้ขายดีๆ ล่ะ จะได้สั่งซูชิพี่บ่อยๆ”“สาธุ”เจมส์เดินกลับเข้ามาในร้านเมื่อรถกระบะยี่ห้อตาต้าขับออกไปมองดูเวลาใกล้เปิดร้านซึ่งเป็นเวลาหกโมงเย็น หัวใจเจ้าของร้านวัย 20 ปียิ่งเต้นระทึก วันนี้เป็นวันแรกจะมีลูกค้าเยอะหรือเปล่านะ แต่เขาก็โพสต์ลงในกลุ่มคนพัทยาแล้วว่ามีร้านใหม่เปิดในระแวกนี้ น่าจะเรียกความสนใจไม่มากก็น้อย............ดวงตะวันเริ่มลาลับขอบฟ้า เมืองแห่งแสงสีเริ่มทอแสงเรืองรอง ตรอกซอกแต่ละแห่งเริ่มมีแสงไฟส่องสว่าง พร้อมด้วยเสียงเพลงเสียงดนตรีผู้คนที่หลับนอนยามเช้าลืมตาตื่น ลุกขึ้นมาทำงานกลางคืน ใช้ชีวิตกลางคืนท่ามกลางเเสงสี เช้ามาก็นอนกลางวันไม่ต่างจากแวมไพร์ในภาพยนตร์ในซอยกระถินมีรถขับผ่านกันให้ขวัก โดยส่วนใหญ่เป็นรถมอเตอร์ไซค์ ซึ่งในพัทยาเวลาช่วงนี้รถเยอะมาก การเลือกใช้มอเตอร์ไซค์ขับจึงสะดวกกว่าการขับรถยนต์รถจักรยานยนต์สองคันขับเข้ามาในซอยกระถิน หนึ่งในนั้นจ้องหน้าจอโทรศัพท์ตลอดเวลา ก่อนจะพูดเสียงดังกับเพื่อนคนขับว่า“ซอยนี้จริงๆ เหรอวะอีกัส ร้านหมูกระทะแบบบุฟเฟ่ต์ที่มีของสดๆเป็นๆ เพิ่งเปิดขายเนี่ย”ฝ่ายที่ถามดูโพสต์ของเจมส์ในกลุ่มคนพัทยาตลอดทางที่มา ทั้งยังถามคำถามเดิมๆ กับยายกัส จนฝ่ายที่ถูกถามซ้ำๆ เริ่มเกิดความรำคาญ“โอ้ยอีแตงกวา มึงจะถามอะไรกูนักหนาวะ กูรู้แค่ว่าแม่งอยู่ซอยกระถิน เป็นร้านเปิดใหม่เพิ่งเปิดวันนี้เป็นวันแรก เพราะงั้นมึงเลิกถามกูสักทีเถอะ เพราะกูก็เพิ่งเคยมาเหมือนมึงนี่แหละ”“อ้าวอีกัส อีนี่นี่ แล้วถ้าหากกินแล้วไม่อร่อยทำไงวะ หัวละตั้ง 599 บาท แพงกว่าค่าแรงกูทั้งวันอีก!” แตงกวามีท่าทีไม่พอใจ“งั้นมันคงเป็นโชคร้าย ถือซะว่ามึงฟาดเคราะห์”“อ้าวอีดอก พูดหมาๆ แบบนี้ได้ไงวะ”“เห้ย กูละเซ็ง พวกมึงจะเถียงอะไรกันหนักหนาวะ ไปถึงแล้วแดกๆ เดี๋ยวแม่งก็รู้เองแหละ ว่าแดกได้หรือไม่ได้” ผู้หญิงในกลุ่มเข้ามาขัด เจ้าของใบหน้าหวาดหยาด หน้าอกใหญ่ ก้นดินระเบิด เบล“อีเบล อีดอกทอง!” แตงกวาหันมาส่งเสียงเชิงจิกกัด “มึงก็พูดได้นี่ บ้านมึงรวย พ่อมึงทำงานบริษัทใหญ่ แม่มึงก็เป็นถึง ผอ.โรงเรียน ไม่เหมือนกับพวกกูนี่หว่า”“อ้าวอีนี่!” เบลอยากจะโต้แย้ง แต่ไม่สามารถสันหาคำใดมาแก้ต่าง“โหยพวกมึง เงียบๆ สักพักจะได้ไหมวะ กูจะบ้าตายแล้วเนี่ย ถ้าแม่งไม่อร่อยจริงอย่างที่มึงกลัวนะอีแตงกวา มื้อนี้กูจะเลี้ยงเอง” ผู้หญิงอีกคนในกลุ่มตะโกน หล่อนมีรูปร่างสูง อยู่ในชุดนักศึกษารัดเปรี๊ยะ กระดุมชุดเนี่ยแทบจะดันออกมาจนเห็นเนินอกขาว“มึงพูดแล้วนะอีแอฟ ถ้าหากไม่อร่อยมึงออก!” แตงกวาเริ่มรู้สึกดีขึ้นหน่อย มื้อนี้ถึงจะไม่อร่อยแต่ก็ได้กินของฟรีนั่นแหละวะ“เออ ถ้าไม่อร่อยกูเลี้ยง แต่ถ้าแม่งเกิดอร่อยขึ้นมามึงต้องเลี้ยงทุกคน มึงกล้าไหมละ!”“เออ กูกล้า!” แตงกวารับคำท้า เนื่องจากเขาคิดว่าร้านเปิดใหม่ที่มีรูปภาพสวยๆ ลงในกลุ่ม เป็นไปได้ยากที่จะมีของอร่อย ยิ่งอยู่ในซอยลึกแบบนี้แทบเป็นไปไม่ได้เลยจะเป็นของดี ดังนั้นเดิมพันนี้หากแพ้ก็ไม่รู้จะว่าไงแล้ว......“เห้ยมาถึงร้านแล้วว่ะ”'“เออ มึงดูสิใช่หรือเปล่า”“ใช่สิวะ ร้านหมูกระทะนายเจมส์ หัวละ 199 หากกินบุฟเฟ่ต์ทะลด้วยก็ 599 บาทไม่จำกัดชั่วโมง”“ถูกที่แล้วว่ะ จอดรถๆ”ทั้งสี่คนจอดรถจักรยานยนต์ไว้ที่หน้าร้าน พอลงรถมองเข้าไปในร้านแตงกวาค่อนข้างมั่นใจว่าตนจะชนะ เพราะทั้งร้านเงียบมาก นอกจากพนักงานก็ไม่มีลูกค้าเลยสักราย“อีแอฟ มึงแพ้กูแน่!” แตงกวาเชิดหน้า เดินเข้าไปในร้านเป็นคนแรกแอฟรู้สึกยอมไม่ได้ เร่งเดินตามเข้าไป “ยังไม่ได้กินเลย มึงด่วนสรุปเกินไปแล้ว”แตงกวาสะบัดคอเชิด เลือกที่นั่งเป็นคนแรก พลางมองไปรอบๆ ร้านว่าเป็นอย่างในภาพที่โพสต์ลงกลุ่มหรือเปล่า