สำนักเถื่อนเดือดปฐพี [แปลจบแล้ว]

เล่มที่ 7 ตอนที่ 191 ยอดฝีมือจากตำหนักจิงเซี่ยว

        ขณะนี้ท้องฟ้าเริ่มมืดแล้วร้านค้าริมถนนต่างก็ทยอยเก็บข้าวของกลับบ้านกันหมด

 

        อันเจิงและตู้โซ่วโซ่วยืนหลบอยู่ในมุมมืดของถนนเพื่อสังเกตการณ์หน่วยทหารพวกเขาพบว่าทหารหลวงเฝ้าอยู่หน้าประตูหน่วยทหารเต็มไปหมดก่อนหน้านี้หวังไคไท่เคยบอกอันเจิงว่า ผู้ตรวจการสำนักและเชียนจีถูกย้ายไปหมดแล้วตอนนี้หน่วยทหารมีแต่ทหารหลวงเฝ้าเท่านั้น

 

        ได้ยินมาว่า หม่าจื่อเวยและคนอื่น ๆที่ยังไม่ถูกดึงไปเกี่ยวข้องกับเรื่องขายชาติต้องอยู่ในความดูแลของทหารหลวงเท่านั้น หากไม่มีคำสั่งจากทางวังหลวงไม่ว่าใครก็ห้ามเข้าออกหน่วยทหารเด็ดขาด

 

        ตู้โซ่วโซ่วกดเสียงต่ำแล้วพูด “ตอนนี้ข้างกายหม่าจื่อเวยเต็มไปด้วยยอดฝีมือจากตำหนักจิงเซี่ยวเราจะทำอย่างไรดี? หากบุกเข้าไปตรง ๆ เกรงว่าคงไม่อาจนำตัวหม่าจื่อเวยออกมาได้ หรือต่อให้จะเอาตัวมันออกมาได้จริงๆ แต่เราก็คงไม่มีโอกาสได้ซักถามเขา”

 

        อันเจิงพยักหน้ารับ “ตอนนี้มีเพียงเราสองคนแล้ว...คนของโรงจวี้ฉ่างถูกควบคุมอย่างเข้มงวดจวงเฟยเฟยก็ถูกราชาเรียกเข้าเฝ้าที่ตำหนักวิหารสวรรค์ คาดว่าราชาคงอยากปกป้องนางด้วยพละกำลังของเราทั้งสอง การจะบุกเข้าไปก็เห็นจะเป็นเรื่องยากเกินไปจริง ๆ”

 

        ตู้โซ่วโซ่วพูดต่อ“หากมีแค่ทหารหลวงยังพอว่า เพราะพวกเขาไม่ได้เก่งกาจอะไรขนาดนั้น แต่ยอดฝีมือในตำหนักจิงเซี่ยวนี่สิ...เราไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่ามีใครและพวกเขามีพลังวัตรในระดับใดบ้าง”

 

        อันเจิงนึกอะไรบางอย่างได้ทันที“อาจมีอีกหนึ่งวิธี”

 

       เขานึกขึ้นได้ว่าเฉินเซ่าป๋ายเคยให้ร่มกระดาษสีดำกับเขา วันที่ชาวโยวลอบฆ่าราชาและไทเฮาร่มคันนั้นได้แสดงอิทธิฤทธิ์และมันก็มีประโยชน์มาก ต่อมาร่มคันนั้นเกิดความเสียหายอันเจิงจึงฝากให้ผู้เฒ่าฮั่วช่วยดูแล ตอนนั้นผู้เฒ่าฮั่วบอกอันเจิงว่าร่มคันนั้นก็เป็นของวิเศษของเผ่ามารเหมือนกัน

 

        อันเจิงให้ตู้โซ่วโซ่วรอที่ถนนแล้วเขาก็กลับสำนักวรยุทธ์เบิกสวรรค์เพียงคนเดียวเขารู้ว่าหลังจากกู่เชียนเยว่และชวีหลิวซีส่งคนอื่นออกนอกเมืองแล้ว พวกนางต้องกลับมาอีกแน่ฉะนั้นเขาจึงนัดเจอกันในตราประทับท้าทายสวรรค์

 

        หลังจากอันเจิงเข้าไปในตราประทับท้าทายสวรรค์จึงพบว่าผู้เฒ่าฮั่วกำลังนั่งเหม่อลอยอยู่ เขายังอุ้มเสี่ยวช่านอยู่ที่กลางอกส่วนเสี่ยวชีเต้าหลับอยู่บนเก้าอี้ที่ไม่ไกลออกไป

 

        “ผู้เฒ่าฮั่ว ร่มกระดาษสีดำคันนั้นซ่อมเสร็จรึยัง?”

 

        “ร่มกระดาษสีดำ? ยังซ่อมไม่เสร็จ...ข้าไม่มีของวิเศษเผ่ามารฉะนั้นจึงไม่อาจซ่อมมันได้ มีอะไรหรือไม่ เจ้าจะต้องใช้?”

 

        อันเจิงพยักหน้า“ข้าจำได้ว่าร่มนั่นมีความพิเศษบางอย่าง มันสามารถทำให้คนที่กางร่มล่องหน ข้าอยากเข้าไปในหน่วยทหารจึงจำเป็นต้องใช้ร่มคันนี้”

 

        ผู้เฒ่าฮั่วถอนหายใจ“ร่มกระดาษสีดำมีความพิเศษ อีกทั้งข้าก็ไม่รู้วิธีการสร้างอาวุธมารหากมีของที่คล้ายคลึงกัน ข้ายังพอซ่อมแซมได้บ้าง แต่ตอนนี้ไม่มีวิธีซ่อมมันจริง ๆ”

 

        อันเจิงพยักหน้ารับ “อย่างนั้นข้าจะลองคิดวิธีอื่นแทนก็แล้วกัน”

 

        อันเจิงเดินออกไปอย่างเร่งรีบจากนั้นก็เห็นร่มกระดาษสีดำวางอยู่หน้าประตูสองคัน...

 

        ทันใดนั้นอันเจิงเงยหน้าแล้วมองซ้ายมองขวา แต่ทว่าไม่พบใครแม้แต่คนเดียว เขาแน่ใจว่าเฉินเซ่าป๋ายต้องมาที่นี่เมื่อวางร่มไว้ก็ซ่อนตัวอยู่แถวนี้

 

        อันเจิงไม่มีเวลามารีรอเขาหยิบร่มแล้วพุ่งออกไปยังหน่วยทหารอย่างรวดเร็ว

 

        ในเงามืดเฉินเซ่าป๋ายที่ยืนถือร่มมองแผ่นหลังอันเจิงที่จากไป จากนั้นก็พูดพึมพำกับตัวเอง“คนโง่ที่ไม่รู้จักแยกแยะ รู้ทั้งรู้ว่าหน่วยทหารจบเห่แล้ว สำนักวรยุทธ์ชางก็ด้วยต่อไปก็เป็นราชาที่คงจะจบเห่แล้วเหมือนกัน เห็นอยู่ว่าเป็นหลุมยักษ์แต่ก็ยังเลือกกระโดดเข้าไปอีกหากไม่ใช่เพราะเจ้าตายไม่ได้ละก็ ข้าไม่มีทางเสียเวลามาสนใจเจ้าแน่”

 

        เมื่ออันเจิงได้ร่มแล้วเขาก็วิ่งมาทางหน่วยทหารอย่างรีบร้อน ส่วนเฉินเซ่าป๋ายก็ยังล่องหนอยู่เขาลอยอยู่กลางอากาศและตามมาจากด้านหลังไม่ต่างจากผีหากมีคนสามารถมองเห็นเฉินเซ่าป๋ายละก็ เขาเหมือนถูกยกขึ้นแล้วลอยไปไม่มีผิด

 

        เมื่ออันเจิงมาถึงริมถนนใกล้หน่วยทหารเขาก็ยื่นร่มให้ตู้โซ่วโซ่วคันหนึ่ง “เจ้าเฝ้าข้างนอกนี้นะพวกเราจะเข้าไปด้านในสองคนไม่ได้เด็ดขาด หากข้าต้องการความช่วยเหลือจากเจ้าข้าจะจุดดอกไม้ไฟเรียกเอง”

 

        ตู้โซ่วโซ่วพยักหน้า “เจ้าระวังด้วย”

 

        อันเจิงขานรับ “เจ้าก็ระวังด้วย”

 

        อันเจิงกางร่มกระดาษสีดำออกหลังจากสูดหายใจเข้าลึก ๆ เขาก็เดินเข้าประตูของหน่วยทหาร แล้วยืนจ้องดวงตาของทหารหลวงที่เฝ้าประตูครู่หนึ่งเพราะเกรงว่าร่มคันนี้อาจใช้งานไม่ได้

 

        ขณะที่อันเจิงกำลังก้าวเข้าไปนั้นในสมองก็คิดถึงเรื่องบางอย่างอย่างไม่อาจควบคุมได้...ทำไมเฉินเซ่าป๋ายรู้ใจเขาขนาดนี้? ทุกครั้งที่เจอปัญหาเฉินเซ่าป๋ายจะเป็นคนแรกที่รู้ หรือเฉินเซ่าป๋ายคอยตามเขาทุกฝีก้าวนะ? หากเป็นแบบนั้นละก็ มันจะดูน่ากลัวเกินไปหน่อยหรือไม่

 

        เขาถือร่มกระดาษสีดำเดินไปถึงหน้าประตูแต่ทหารหลวงที่สวมชุดเกราะมองไม่เห็นอันเจิงเลยสักคน ทันใดนั้นอันเจิงก็รู้สึกโล่งอกทันที จากนั้นก็เดินหลบทหารเหล่านั้นเข้าไปด้านใน

 

        อันเจิงคุ้นเคยกับหน่วยทหารพอสมควร เพราะเขาเคยมาที่นี่หลายครั้งแล้วแต่ทว่าเขาไม่รู้จักรองเจ้ากรมหม่าจื่อเวยมากเท่าไหร่รู้เพียงว่าเฉินไจ่เหยียนให้ความสำคัญกับเขามาก ตอนที่เสนาบดีคนก่อนตายราชาก็แต่งตั้งเฉินไจ่เหยียนเป็นเสนาบดีทันทีส่วนรายชื่อผู้ใต้บังคับบัญชาที่เฉินไจ่เหยียนมอบให้ราชาหนึ่งในนั้นก็มีชื่อของหม่าจื่อเวย ซึ่งเขาเป็นคนเขียนเองกับมือ

 

        ฉะนั้นถือได้ว่าหม่าจื่อเวยเป็นคนที่เฉินไจ่เหยียนเชื่อใจและเพราะเป็นแบบนี้ จึงทำให้อันเจิงและหน่วยทหารคิดไม่ถึงว่า คนที่แทงข้างหลังเฉินไจ่เหยียนจะเป็นหม่าจื่อเวย

 

       อันเจิงรู้ว่าห้องของรองเจ้ากรมหม่าจื่อเวยอยู่ตรงไหนแต่เมื่ออันเจิงเดินไปได้ช่วงหนึ่ง เขาก็หยุดฝีเท้าทันทีแล้วเปลี่ยนทิศทางไปยังห้องของเฉินไจ่เหยียนเมื่อเดินเข้าไปใกล้ อันเจิงก็เห็นหม่าจื่อเวยนั่งอยู่ในห้องผ่านทางหน้าต่าง

 

        ขนาดยังไม่ได้รับตำแหน่ง หม่าจื่อเวยก็ทนรอไม่ได้และสวมเครื่องแบบของตำแหน่งเสนาบดีแล้ว

 

        ในบางครั้งความโลภก็อาจทำให้กลายเป็นคนละคน

 

        หน้าประตูห้องมีชายสวมชุดขาวยืนอยู่สองคนคนที่ยืนทางซ้ายมีผิวขาว อายุราวสี่สิบปีโดยประมาณ คนที่ยืนอยู่ทางขวาดูหนุ่มมากคาดว่าอายุน่าจะไม่เกินยี่สิบห้าปี แต่กลับไว้หนวดเครารุงรังทั้งสองยืนเฝ้าหน้าประตู ขณะที่อันเจิงเดินผ่าน ทันใดนั้น ทั้งสองก็หันมาพร้อมกับขมวดคิ้ว

 

        นี่คือยอดฝีมืออย่างแท้จริงอันเจิงรู้สึกตื่นตระหนกทันที เขาเคยทดสอบการใช้งานของร่มกระดาษสีดำนี้แล้วมันไม่เพียงแค่สามารถทำให้คนที่ถือร่มล่องหนเท่านั้น แต่มันยังปกปิดกลิ่นอายของคนในร่มอีกด้วยซึ่งไม่มีทางที่คนอื่นจะรับรู้ได้อย่างแน่นอน

 

        หากจัดระดับของชิ้นนี้ละก็อย่างน้อยมันต้องอยู่ในระดับสีแดงขั้นสูง แต่สำหรับอันเจิงอาจนับได้ว่ามันเป็นของวิเศษระดับสีทองขั้นล่างด้วยซ้ำที่ระดับของร่มกระดาษคันนี้ต่ำ นั่นเพราะมันมีความพิเศษเพียงด้านเดียวเท่านั้น ไม่มีความสามารถด้านอื่นเลยและหากผู้ฝึกพลังวัตรมีพลังอยู่ในขอบเขตจุลภาคขึ้นไปละก็ของวิเศษอย่างนี้ก็ไม่จำเป็นอีกต่อไปแล้ว

 

        ที่น่ากลัวที่สุดก็คือของวิเศษแบบนี้อยู่ในมือของเฉินเซ่าป๋ายมากเหมือนฝุ่นควัน เมื่อคิดดูแล้ว เฉินเซ่าป๋ายยังมอบกระดิ่งแก้วให้อันเจิงอีกนั่นอาจเป็นของวิเศษที่เก่าแก่และล้ำค่ามากก็ได้

 

        เพราะร่มกระดาษสีดำนี้สมบูรณ์แบบมากแต่เมื่ออันเจิงเดินเข้ามาทั้งสองก็รู้สึกตัวทันที นั่นแสดงให้เห็นว่าพวกเขามีความแข็งแกร่งมากเพียงใดอันเจิงมองเห็นความสงสัยจากแววตาของพวกเขาทั้งสองคนนั่นแสดงว่าพวกเขาแค่รู้สึกผิดปกติเท่านั้น แต่ไม่ได้รับรู้ถึงการมาของอันเจิง

 

        ทั้งสองคนสวมชุดยาวสีขาวแต่ที่ดึงดูดความสนใจมากที่สุดก็คือ ตรงบ่าทางซ้ายของชุดปักคำว่าจิงเซี่ยวอยู่ตัวอักษรมีสีสันงดงามราวกับดอกไม้ที่เบ่งบาน

 

       อันเจิงเดินเข้าไปหาหม่าจื่อเวยได้อย่างราบรื่น แต่เขาไม่รู้ว่าควรลงมืออย่างไรดียอดฝีมือทั้งสองคนที่มาจากตำหนักจิงเซี่ยวแข็งแกร่งมาก ต่อให้เขาจะมีของวิเศษอย่างตราประทับท้าทายสวรรค์ก็ไม่อาจสู้ได้อีกทั้งหากต้องสู้กันขึ้นมาจริง ๆ ต้องทำให้ยอดฝีมือคนอื่นตามมาที่นี่แน่เมื่อถึงตอนนั้น การจะหนีออกจากที่นี่ก็คงเป็นเรื่องยาก

 

        อันเจิงยังคงยืนนิ่ง ราวกับตกเข้าสู่ห้วงความลำบากใจ

 

        ขณะนี้เอง หม่าจื่อเวยก็ลุกขึ้นบิดขี้เกียจจากนั้นก็เดินออกจากโต๊ะทำงาน

 

        “ใต้เท้าจะไปไหน?” ชายหนุ่มยอดฝีมือที่มาจากตำหนักจิงเซี่ยวถามขึ้น

 

        “มนุษย์ต้องขับถ่ายจะอั้นไว้แบบนี้ก็ไม่ได้”

 

        หม่าจื่อเวยพูดด้วยน้ำเสียงไม่เป็นมิตร แสดงให้เห็นว่าเขาคงไม่มีความรู้สึกดีๆ กับยอดฝีมือทั้งสองคนนี้เท่าไหร่นัก

 

        “พวกข้าไปด้วย”ยอดฝีมือคนที่อายุมากกว่าพูดขึ้นหนึ่งประโยค จากนั้นก็เดินตามหลังของหม่าจื่อเวย

 

        หม่าจื่อเวยเดินไปพลางก็หัวเราะด้วยเสียงที่เย็นยะเยือก“หลูเทียนเหย เจ้าจื่อซาน อีกประเดี๋ยวพวกเจ้าจะช่วยข้าถอดกางเกงด้วยเลยหรือไม่?”

 

        คนที่อายุน้อยกว่าชื่อเจ้าจื่อซานเขาพูดขึ้นด้วยสีหน้าราบเรียบ “หากเป็นคำสั่งจากใต้เท้า พวกเราก็จะทำตาม”

 

        หึ! หม่าจื่อเวยแค่นเสียงก่อนจะเร่งฝีเท้าเดินออกไปยอดฝีมือทั้งสองก็เร่งเดินตามออกไปอย่างใกล้ชิด

 

        หลูเทียนเหยพูดขึ้น“หากใต้เท้ารู้สึกว่าไม่เหมาะสม แต่อย่างไรก็ต้องอดทนไปก่อนใต้เท้าก็รู้ว่าเรื่องนี้สำคัญมากแค่ไหน มันเชื่อมโยงไปถึงคนมากมาย ไทเฮาทรงไม่อยากให้เกิดเรื่องผิดพลาดขึ้นแม้แต่นิดเดียว...คิดว่าก่อนใต้เท้าจะตัดสินใจเช่นนี้ก็คงรู้อยู่แล้วว่าต่อไปจะเกิดอะไรขึ้น ฉะนั้นขอให้ท่านอดทนไปก่อนรอให้หัวของเฉินไจ่เหยียนหล่นพื้นและจัดการคนของเขาจนหมดเมื่อไหร่ ตอนนั้นใต้เท้าก็จะเป็นอิสระแล้วล่ะเรื่องทั้งหมดนี้ ก็เพราะไทเฮาทรงคำนึงถึงความปลอดภัยของใต้เท้าทั้งนั้น”

 

        หม่าจื่อเวยพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนลง “อย่างนั้นข้าก็ต้องขอบพระทัยไทเฮา”

 

        เจ้าจื่อซานพูดด้วยสีหน้าราบเรียบ“หากให้ข้าดู เรื่องนี้ใต้เท้าก็อย่ากลับไปกลับมาอีกเลยในเมื่อท่านเป็นคนตัดสินใจเช่นนี้เอง ทำไมต้องทำตัวเหมือนหญิงสาวด้วยอยากครอบครองทุกอย่าง แต่ก็อยากแสดงอารมณ์ของตัวเอง...เหมือนจะน่าขันไปหน่อยนะ”

 

        หม่าจื่อเวยหยุดฝีเท้าทันที“นี่เจ้าพูดกับข้าอยู่หรือ?”

 

        “หรือใต้เท้าจะให้ข้าพูดอีกรอบ?”

 

        หลูเทียนเหยมองเจ้าจื่อซานแวบหนึ่ง“ห้ามเสียมารยาทกับใต้เท้า”

 

       เจ้าจื่อซานหัวเราะด้วยเสียงที่เย็นยะเยือก “ข้าแค่พูดความจริงเท่านั้นอีกทั้งยังพูดอย่างอ้อมค้อมแล้วด้วย หากให้ข้าพูดตามความจริงละก็ ท่านมันไม่ต่างจากหญิงนางโลมที่บอกว่าตัวเองยังบริสุทธิ์ผุดผ่องนั่นแหละ”

 

        สีหน้าของหม่าจื่อเวยดูแย่อย่างถึงที่สุดแต่กลับไม่ได้ระเบิดโมโหออกมา

 

        “เชิญใต้เท้า”

 

        เจ้าจื่อซานเปิดประตูห้องน้ำออก“หากใต้เท้าอยากให้ข้าน้อยช่วยถอดกางเกง หรือช่วยถือกางเกงขอให้ใต้เท้าสั่งมาได้เลย หรือแม้กระทั่งใต้เท้าจะให้ข้าช่วยเช็ดก้นให้ข้าน้อยก็ไม่มีทางปฏิเสธท่าน”

 

        หม่าจื่อเวยกระแทกประตูห้องน้ำปิดอย่างแรงทำให้ฝุ่นที่เกาะบนประตูหล่นลงพื้น

 

        หลูเทียนเหยส่ายหน้า “เจ้าก็นะจะไปใส่ใจเขาขนาดนั้นทำไม?”

 

        เจ้าจื่อซานถอนหายใจยาว “เจ้ากับข้าอยู่ในวังดีๆ จู่ ๆ ก็ถูกส่งมาปรนนิบัติเขาที่นี่ แล้วเขายังทำเหมือนไม่พอใจอีกหากไม่มีเจ้ากับข้า ไม่รู้ว่าเขาจะตายเป็นรอบที่เท่าไหร่แล้วคิดว่ายอดฝีมือที่จงรักภักดีกับเฉินไจ่เหยียนเป็นไก่อ่อนอย่างนั้นหรือ? ข้ายังยืนยันคำเดิมเขาก็เหมือนหญิงนางโลมที่บอกว่าตัวเองบริสุทธิ์...ในเมื่อเลือกแล้ว ทำไมต้องแสร้งทำเหมือนตัวเองยิ่งใหญ่และเป็นคนดีด้วยหากไม่มีตำหนักจิงเซี่ยวคอยช่วย คนอย่างเขาก็ไม่นับว่าเป็นอะไรทั้งนั้น?”

 

        ตูม! ไม่รู้ว่าหม่าจื่อเวยพังของอะไรในห้องน้ำ

 

        โอ๊ย...จากนั้นก็มีเสียงคนดังขึ้นเจ้าจื่อซานและหลูเทียนเหยมองหน้ากันแวบหนึ่ง จากนั้นก็เปิดประตูเข้าไปพร้อมกัน...หม่าจื่อเวยหายตัวไปแล้ว

 

        ตรงหน้าของเขาทั้งสองมีเพียงประตูไม้กั้นเอาไว้เท่านั้นแต่ทว่าหม่าจื่อเวยกลับหายไป

 

       สีหน้าของหลูเทียนเหยและเจ้าจื่อซานเปลี่ยนไปทันที เจ้าจื่อซานหันหน้ากลับมาด้วยความเร็วจากนั้นก็ชกออกไปกลางอากาศ “เผยตัวออกมาซะ!”

 

        ความจริงแล้วหมัดที่ชกออกมานี้ไม่มีเป้าหมายใด ๆ ทั้งนั้นแต่อันเจิงอยู่ด้านหลังของเขาทั้งสองพอดี พลังของหมัดพุ่งออกมาราวกับคลื่นยักษ์อันเจิงทำได้เพียงถอยไปด้านหลังพลางสั่งการให้เกล็ดมัจฉาทั้งสี่ออกมาจากสร้อยลูกประคำโลหิตแล้วมาบังตรงหน้าเอาไว้

 

        ต่อให้จะทำเช่นนี้แต่พลังที่พุ่งออกมาจากหมัดก็รุนแรงมากทำให้ร่างของอันเจิงลอยไปด้านหลังอย่างไม่อาจควบคุมได้ เขากำร่มในมือแน่น จึงทำให้ร่างเขาไม่ปรากฏออกมา

 

        หม่าจื่อเวยหายตัวไปเห็นได้ชัดว่ายังมีคนอื่นที่คิดลงมืออีก อันเจิงไม่กล้าชักช้าจึงใช้ความเร็วทั้งหมดหนีออกจากหน่วยทหารแล้ววิ่งไปหาตู้โซ่วโซ่วที่ริมถนน“หม่าจื่อเวยถูกคนอื่นลักพาตัวไปแล้ว เรารีบหนีกันเถอะ!”

 

       จากนั้นเขาก็เห็นตู้โซ่วโซ่วมองมาด้วยสายตาที่ประหลาดใจอย่างบอกไม่ถูก ตู้โซ่วโซ่วก้มหน้าลงมองในมือเขากำลังลากใครคนหนึ่งอยู่...นั่นก็คือหม่าจื่อเวยที่หมดสตินั่นเอง

คล้ายกับเรื่องสำนักเถื่อนเดือดปฐพี [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

จิตวิญญาณเทพยุทธ์สยบเทวะ【จบ】

จิตวิญญาณเทพยุทธ์สยบเทวะ【จบ】

นิยาย แฟนตาซี
2.76M 3640
จุดสูงสุดแห่งชูร่า【至尊修罗】

จุดสูงสุดแห่งชูร่า【至尊修罗】

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
1.60M 3244
เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

นิยาย แฟนตาซี
1K 34
กำเนิดใหม่ : มหาปราชญ์เทพเซียนโอสถ

กำเนิดใหม่ : มหาปราชญ์เทพเซียนโอสถ

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
3.00M 2954
มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

นิยาย เกมออนไลน์
3.72M 1271
เทพยุทธ์แห่งใต้หล้า [แปลจบแล้ว]

เทพยุทธ์แห่งใต้หล้า [แปลจบแล้ว]

นิยาย แฟนตาซี
7.72M 2500
บันทึกราชันย์เทพอสูร

บันทึกราชันย์เทพอสูร

นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
2.52M 508
ประชา : 2090 (จบแล้ว)

ประชา : 2090 (จบแล้ว)

นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
18K 258
เทพจักรพรรดิเจ้าพิภพ [แปลจบแล้ว]

เทพจักรพรรดิเจ้าพิภพ [แปลจบแล้ว]

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
13.30M 1357
เลเวลอัพ

เลเวลอัพ

นิยาย เกมออนไลน์
738K 4984