ฉันที่รำคาญพวกที่พยายามเข้ามาทำความรู้จักกับฉัน จึงเดินหนีพวกนั้นออกมาข้างนอกงาน แล้วเดินหาของกินไปเรื่อยๆ แต่พลันสายตาของฉันก็หันไปเห็นผู้ชายคนหนึ่งที่แต่งตัวมอมแมมเสื้อผ้าขาดวิ่นหัวยุ่งกระเซอะกระเซิงนั่งอยู่ที่ใต้พุ่มไม้
“นี่คนเก็บขยะเขามารอเก็บกันั้แ่ตอนนี้เลยหรอ”ฉันพูดพึมพำกับตัวเองด้วยความสงสัย
ด้วยความสงสารฉันจึงจะตักอาหารไปให้เขาเพราะคิดว่าเขาคงจะหิวแน่ๆ แต่พี่อรก็เดินออกมาเจอฉันก่อน
“คุณผู้หญิงให้มาตามคุณหนูไปพบค่ะ” พี่อรพูดกับฉันอย่างนอบน้อม
“คุณแม่มีอะไรรึเปล่า” ฉันถามพี่อรด้วยความสงสัย
“พี่อรก็ไม่รู้ค่ะ” พี่อรตอบแล้วยิ้มให้ฉันแห้งๆ “ไปกันเถอะค่ะ เดี๋ยวคุณผู้หญิงรอนาน” พูดจบพี่อรก็เดินนำเข้าไปในบ้าน ฉันจึงเดินตามพี่อรเข้าไป
“มาแล้วหรอลูกสาวแม่” แม่หันมาทักฉันอย่างดีอกดีใจ “มานี่สิ มาสวัสดีคุณหญิงป้าวารีสิลูก” แม่เรียกให้ฉันไปทักทายแขกคนหนึ่งที่แม่คุยด้วย
“สวัสดีค่ะ” ฉันยกมือไหว้สวัสดีคุณป้าวารีอย่างนอบน้อม
“สวัสดีจ้า” คุณป้าวารีรับไหว้ฉันอย่างเอ็นดู ก่อนจะหันไปถามคุณแม่ “ลูกสาวหรอคะ”
“ใช่ค่ะ ลูกสาวดิฉันเอง เพิ่งเรียนจบจากอังกฤษมาน่ะค่ะ ไม่ค่อยได้อยู่บ้าน เลยค่อยมีคนรู้จักเท่าไหร่” คุณแม่พูดตอบคุณป้าวารี
“ลูกสาวน่ารักมากเลยนะคะ” ป้าวารีพูดชมฉัน จนฉันเขินประหม่า คือก็เข้าใจนะว่าคนมันสวย แต่ไม่ต้องชมกันขนาดนี้ก็ได้ “น่าเสียดาย ถ้าตาเวย์ติณอยู่ที่นี่ก็คงจะได้รู้จักกันบ้าง” คุณป้าวารีพูดถึงคนที่ชื่อเวย์ติณอย่างเสียดาย ถ้าให้ฉันเดาคนที่ชื่อเวย์ติณต้องเป็ลูกชายคุณป้าวารีแหงๆ
“ใช่ค่ะ น่าเสียดายจังเลยนะคะ” คุณแม่พูดตอบอย่างเสียดายตามไปด้วย แต่ฉันเนี่ยสิดีใจที่นายเวย์ติณอะไรนั่นไม่ได้อยู่ที่ประเทศไทย เพราะฉันไม่อยากรู้จัก
“ถ้าหนูว่างๆก็แวะไปอังกฤษนะลูก เดี๋ยวป้าจะให้พี่เวย์ติณเขาพาเที่ยว” ป้าวารีพูดและยิ้มให้ฉันอย่างเอ็นดู ฉันก็ยิ้มตอบ
ใครคือเวย์ติณฉันยังไม่รู้จักเลย จะให้ไปเที่ยวกับเขาได้ไง คนอย่างปารมีเที่ยวคนเดียวก็เฟี้ยวได้จ้า ฉันคิดในใจ
“พี่เวย์ติณ เขาเป็ลูกชายของคุณหญิงป้าวารี ประจำการเป็ตำรวจสากลอยู่ที่อเมริกา” แม่หันมาแนะนำลูกชายของเพื่อนให้ฉันรู้จัก แต่ฉันไม่เห็นจะอยากรู้จักเลย “แล้วนี่ลูกได้เต้นรำบ้างรึยัง” แม่ถามฉันอย่างสงสัย
“ยังค่ะ” ฉันตอบแม่เสียงเรียบ
“อ่าว ทำไมล่ะลูก ผู้ชายทั้งงานไม่มีใครมาชวนลูกสาวแม่เต้นรำเลยหรือ เอ๊ะ ผู้ชายพวกนี้มันยังไงกัน ลูกสาวแม่ออกจะสวยขนาดนี้” แม่บ่นออกมาด้วยความไม่พอใจ
“มีค่ะ แต่ว่าหนูไม่อยากเต้นกับใคร หนูเลยไม่เต้นค่ะ” ฉันสารภาพออกไปตามตรงเผื่อแม่จะเห็นใจฉันบ้าง
“ไม่เป็ไร เลือกไม่ได้ก็ไม่เป็ไร เดี๋ยวแม่จะส่งแกไปอังกฤษ ไปหาพี่เวย์ติณเขา ให้เขาพาเที่ยว ดีมั้ยคะคุณหญิง” คุณแม่พูดกับฉัน และหันไปพูดขอความเห็นดีเห็นชอบกับคุณป้าวารี
“ดีค่ะดี จะได้รู้จักกันไว้” คุณป้าวารีก็เห็นดีเห็นงามตามไปกับคุณแม่
“ไม่ว่าจะยังไงคุณแม่ก็จะให้หนูมีคู่ให้ได้ใช่มั้ยคะ” ฉันถามคุณแม่อย่างไม่พอใจนัก
“ใช่ ถ้าคืนนี้แกเลือกใครสักคนไม่ได้เลย แกก็ต้องไปอังกฤษ ไปหาพี่เวย์ติณเขา” คุณแม่พูดเสียงแข็ง
นี่คุณแม่เห็นฉันเป็อะไรกัน ให้ฉันบินไปหาผู้ชายเนี่ยนะ แถมฉันกับเขายังไม่ได้รู้จักสนิทชิดเชื้อกันด้วย แถมเขาอยู่เมืองนอกเขาอาจจะมีแฟนของเขาแล้วก็ได้ ใครจะไปรู้
“ใครสักคนนี่หมายถึงใครก็ได้หรอคะ” ฉันทวนคำพูดของคุณแม่อย่างมีเลศนัย
“ใช่ ใครก็ได้ ผู้ชายในงาน” คุณแม่พูดเสียงหนักแน่น
ได้ ถ้าอยากให้ฉันมีคู่นัก ฉันก็จะมีให้แต่ฉันจะเลือกคนที่น่าเกลียดที่สุดในงาน ซึ่งก็คือเขา คนเก็บขยะ
“งั้นคืนนี้หนูก็เลือกได้แล้วแหละค่ะ คุณแม่รอแป๊บนึงนะคะ” ฉันหันไปพูดกับคุณแม่อย่างมีน้ำโห
“ดีมากลูก ไปพาเขามาเลย พามาแนะนำให้แม่รู้จักหน่อย” แม่พูดอย่างดีอกดีใจ ดูถ้าคุณแม่จะไม่รู้เลยว่าฉันไม่พอใจ
ฉันเดินดุ่มๆออกมาด้านนอกอย่างหัวเสีย มองหาเขาคนๆนั้น และก็โชคดีที่เขายังนั่งที่เดิม ฉันเดินตรงดิ่งไปหาเขา
“นายน่ะ มานี่หน่อย” ฉันร้องะโเรียกให้เขามาหาฉัน แต่ถว่าเขากลับนิ่งเฉยเหมือนไม่ได้ยินที่ฉันพูด หรือเขาจะไม่ได้ยินที่ฉันพูดจริงๆ ฉันจึงเดินเข้าไปยืนตรงหน้าเขา แล้วพูดใหม่อีกครั้ง “มากับฉันหน่อย” ฉันพูดสั่งเขาเสียงเบา เขาเงยหน้ามามองฉันแต่เขาก็ทำไม่หือไม่อือ นี่แสดงว่าเขาได้ยินสิ่งที่ฉันพูด แต่ไม่สนใจอย่างนั้นหรอ นี่เขาคิดว่าเขาเป็ใครกัน กล้าดีมาทำแบบนี้กับฉันได้ยังไง
ฉันยื่นมือจะไปจับแขนเขาเพื่อลากให้เขาไปกับฉัน แต่ฉันก็ยั้งมือไว้ทัน ไม่ได้สิ เขาสกปรก เดี๋ยวมือสวยๆของฉันจะเปื้อนหมด
“นี่ ไม่ได้ยินที่ฉันสั่งหรือไง” ฉันตวาดใส่เขาอย่างหงุดหงิด
“อย่ามายุ่งกับผมน่ะ จะไปไหนก็ไป” เขาพูดด้วยความรำคาญ แถมยังกวักมือไล่ฉันอีกต่างหาก
อ๊าาาา นี่นายคิดว่านายเป็ใคร กล้าดียังไงมากวักมือไล่ฉัน นายไม่รู้หรือไงว่าผู้ชายทั้งงานใครๆต่างก็อยากรู้จักฉันกันทั้งนั้น
“นายกล้าดียังไง มากวักมือไล่ฉัน นายไม่รู้รึไงว่าฉันเป็ใคร” ฉันตวาดนายนี่ออกไปอย่างโมโหจนผู้คนเริ่มหันมามอง
“คุณจะเป็ใครผมไม่รู้ แต่ตอนนี้คุณกำลังทำแผนผมเสีย คุณจะไปไหนก็ไปไป” นายนั่นพูดเรียบเรียบเหมือนรำคาญฉัน และทำท่ากวักมือเหมือนอยากให้ฉันไปพ้นๆ แผน แผนอะไรของเขา
ฉันตัดสินใจเอามือของฉันไปดึงร่างของนายนั่นขึ้นมาแล้วออกแรงลากเขาไปกับฉัน ถึงมือจะเปื้อนฉันก็ไม่สนแล้ว เดี๋ยวค่อยล้างเอาก็ได้ แต่ฉันต้องพานายนี่ไปแก้เผ็ดคุณแม่ให้ได้
“คุณจะพาผมไปไหน” เขาถามอย่างสงสัย แถมยังขัดขืนไม่ยอมไปกับฉันอีก
“อย่าถามมาก ฉันจ้างนายห้าหมื่น ไปกับฉัน” ฉันพูดอย่างวางมาดเพื่อให้เขายำเกร็งด้วยการตบเงินใส่หน้าเขาไปห้าหมื่น ก็บ้านฉันรวยอ่ะนะ เงินแค่ห้าหมื่น มันก็แค่เศษเงินสำหรับฉัน แต่สำหรับคนเก็บขยะอย่างนายนี่คงจะตาลุกวาว
“อย่ามายุ่งกับผม ผมจะทำงาน” นายเก็บขยะพูดกับฉันอย่างเรียบเฉย นี่นายไม่สนใจเงินห้าหมื่นของฉันอย่างนั้นเลยหรือ
“นี่ นายคิดว่าไอการเก็บขยะของนายมันสำคัญกว่าเงินห้าหมื่นของฉันอย่างนัั้นหรอ” ฉันตวาดนายนั่นออกไปอย่างหัวเสีย แต่ถ้าทางเขาจะไม่ยำกลัวฉันเลยสักนิด “กะอีแค่เดินตามฉันไปแปปเดียวก็ได้เงินห้าหมื่นแล้ว นายเก็บขยะขายทั้งปีจะได้ห้าหมื่นรึเปล่า” ฉันพูดออกไปอย่างมีน้ำโห
คนอะไร เห็นงานเก็บขยะสำคัญกว่าเงินห้าหมื่น โง่จริงๆ ฉันส่ายหัวสำหรับความไม่ฉลาดของนายคนเก็บขยะ และออกแรงลากเขาเดินตามมา แต่คราวนี้เขาก็ยอมเดินตามมาแต่โดยดี
ฉันพาเขาเดินเข้ามาหาคุณแม่ เห็นคุณแม่กำลังยืนคุยกับคุณหญิงป้าวารี แต่จู่ๆเขาก็หยุดชะงักและไม่ยอมเดินต่อ เป็อะไรของเขาอีกล่ะเนี่ย
“เป็อะไรของนาย ทำไมไม่เดินต่อ มานี่ เร็วๆ จะถึงแล้ว” ฉันออกแรงลากเขาอีกครั้งแต่เหมือนเขากำลังจะหนีฉันจึงตัดสินใจเรียกคุณแม่ให้หันมาก่อนที่เขาจะหนี “คุณแม่คะ มาแล้วค่ะ” ฉันเรียกคุณแม่และยิ้มอย่างดีอกดีใจ คราวนี้แหล่ะ อยากให้ฉันมีคู่นัก ฉันอยากรู้จังเลยว่าคุณแม่จะทำหน้ายังไง
“มาแล้วหรอ ล…เอ่อ..”คุณแม่หันมายิ้มอย่างดีอกดีใจก่อนที่ยิ้มของท่านจะค่อยๆมลายหายไปเหลือแต่ใบหน้าที่กำลังอึ้งกับคนที่ฉันพามา
“นี่ค่ะ คนที่ถูกใจหนูที่สุดในงาน” ฉันพูดพร้อมกับยิ้มแป้นแล้นอย่างดีใจ ในใจคิดสะใจที่ฉันแก้เผ็ดคุณแม่ได้
“คนนี้หรอ เอ่อออ แม่อยากจะเป็ลม” คุณแม่พูดและทำท่าเอามือมาพัดรัวๆตรงใบหน้าเหมือนจะเป็ลม
“คุณหญิงปาริฉัตร ใจเย็นๆนะคะ” คุณป้าวารีไปประคองร่างของแม่ไว้
“นังลูกไม่รักดี คนดีๆมีให้เลือกตั้งมากมาย แต่แกไม่เลือก ดันไปคว้าเอาคนเก็บขยะมาเป็ผัว แกออกไปจากบ้านฉันเลยนะ พาผัวของแกออกไปให้พ้นๆจากบ้านฉัน” คุณแม่พูดตวาดไล่ฉันออกไปอย่างเกรี้ยวกราด
“คุณแม่” ฉันเรียกคุณแม่ด้วยความรู้สึกใและอึ้ง คิดไม่ถึงว่าคุณแม่จะไล่ฉันออกจากบ้านได้
“ไม่ต้องมาเรียกฉันว่าแม่ ฉันไม่มีลูกอกตัญญูที่ใฝ่ต่ำแบบแก ออกไป” คุณแม่ชี้นิ้วไล่ตะเพิดฉันออกจากบ้านอย่างกับหมาตัวหนึ่ง
“ได้ค่ะคุณหญิงปาริฉัตร งั้นฉันลานะคะ ฝากลาคุณพ่อด้วยนะคะ” ฉันยกมือไหว้คุณแม่และพูดออกมาเสียงแข็งอย่างเสียใจ คุณแม่อยากให้ฉันเลือกคู่ ฉันก็เลือกให้แล้ว ทำไมต้องไล่ฉันออกจากบ้านด้วย ในเมื่อไม่ให้ฉันอยู่ที่นี่ฉันก็จะไม่อยู่ ฉันเดินหันหลังและกำลังจะเดินออกจากบ้าน
“เดี๋ยว เอากุญแจรถและกระเป๋าตังค์แกคืนมา สิ่งที่แกจะเอาติดตัวออกจากบ้านฉันไปได้คือชุดที่แกใส่อยู่ตอนนี้เท่านั้น” คุณแม่พูดอย่างเ็าและเบือนหน้าหันไปมองทางอื่น
ฉันจึงค่อยๆวางกระเป๋าสตางค์และกุญแจรถไว้กับพื้นอย่างช้าๆ และน้ำตาแห่งความเสียใจก็ค่อยๆไหลออกมา
“คุณหญิงใจเย็นๆก่อนนะคะ” คุณหญิงป้าวารีพูดและเอามือลูปหัวไล่คุณแม่อย่างปลอบโยน “เอ๊ะ ป้าว่าป้าคุ้นหน้าพ่อหนุ่มคนนี้จังเลย เหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อน” ป้าวารีพูดอย่างสัย
แต่สิ้นสุดคำพูดของป้าวารี นายคนเก็บขยะก็รีบวิ่งออกไปนอกงานทันทีโดยไม่รอฉัน
“เอ้า จะไปไหนอ่า รอฉันด้วยสิ” ฉันะโไล่หลัง และวิ่งตามเขาออกไป
นายกล้าดียังไงมาทิ้งฉันไว้แบบนี้ นายทำเหมือนฉันไม่มีค่า ทั้งๆที่ฉันอุตส่าห์ลดตัวลงไปเลือกคนเก็บขยะแบบนายแล้วแท้ๆ