สองสุนัขเขี้ยวจันทร์ ซุ่มรอจนใกล้ย่ำรุ่งพวกมันรอจนเดือดดาล ลงจากยอดไม้มาปรึกษากัน
หวงต้า “ไอ้เด็กบัดซบข้าว่ามันคงไม่ได้ยินที่พวกเราพูด จะเอายังไงต่อดี”
หวงมู่ “เหอะ....เสียเวลามาทั้งคืน ข้าไม่ยอมคว้าน้ำเหลวหรอก จากจริงเป็เท็จจากเท็จเป็จริงเข้าไปเค้นถามไอ้สองเฒ่านั้นอาจจะได้เื่บ้าง ”
สองสุนัข. บุกเข้าไปในบ้าน เค้นถามสองสามีภรรยาแน่นอนย่อมไม้ได้คำตอบ มันสองไหนเลยจะฟังเหตุผล ลงมือทำร้ายสองสามีภรรยาทันที ฟางโหวพยายามต่อสู้แต่ด้วย สองรุมหนึ่ง ทั้งขั้นปราณที่ต่ำกว่า เพียงครู่เดียวก็ได้แผลเต็มุตัวขณะที่หวงต้าเงื้อกระบองเขี้ยวจันทร์หมายจะสังหารเขา ธนูดอกหนึ่งก็พุ่งเข้ามาใส่ ทำให้มันต้องปัดและหลบได้อย่างฉิวเฉียดหันไปดูนี่เป็ลูกธนูที่ปักอยู่ที่ผนัง หางธนูติดขนอินทรียังสั่นไหวไม่หยุดนี้เป็ลูกธนูมาตรฐานของทหารรักษาเมืองประจำอาณาจักร หวงต้าใจหายวาบ
ได้ยินเสียง ตงชิงหาน ตวาดมาแต่ไกล “บุกบ้านทำร้ายผู้คนยามวิกาล สมควรตาย”
หวงมู่ ก็หันมาเห็นลูกธนูสองพี่น้องมองหน้ากัน หวงต้าตัดสินใจทันที “กองทหารยื่นมือเข้ามาเมืองนี้พวกเราอยู่ไม่ได้แล้ว ต้องถ่วงเวลาพวกมันไว้”
สองพี่น้องจุดไฟเผาบ้านทันทีตัวมันหลบไปอีกทาง ป้าฟางจื่อ ที่ขดตัวอยู่ด้านข้าง เห็นสามีนอนจมกองเือยู่รีบเข้าไปลากตัวออกจากบ้าน แต่บ้านของสองสามีภรรยา ทำจากปูนครึ่งไม้สนเก่าๆหลังหนึ่งติดไฟเพียงเล็กน้อยก็ลามไปทั่วบ้านอย่างวดเร็ว พอโดนลมเฉื่อยฉิวยามใกล้รุ่ง ไฟก็กระพือโหมแรงในทันทีฟางจื่อพยามดึงตัวฟางโหวออกมา แต่ตัวเองยังเอาตัวไม่รอด สะดุดล้มลงกลางกองไฟไฟฮือโหมกลบร่างทั้งคู่ไป
เทียนหลงถูกหามออกจากป่าในสภาพถูกพันธนาการในตาข่าย ห้าเสือตงชิวตัดป่า ออกมาขึ้นเรือที่ทะเลสาบซือหยู่ตัดทะเลสาบย่นระยะทางเข้าเมืองได้มากกว่าครึ่งแถมยังหลบเลี่ยงปัญหาการ่ชิงคนได้อีกต่อหนึ่ง พวกมันใช้พลองคู่มือของเทียนหลง หามตาข่ายออกมาจากป่าพอขึ้นเรือได้ก็ขว้างทิ้งไปไกล ฟ้ายังไม่สางคนเรือไม่กล้าออกเรือ บนเรือเทียนหลงถูกสกัดจุดห้าเสือตงชิวมีวิชาลับสะกดจุดยากที่จะตบคลี่คลายแต่พวกมันไม่วางใจยังใช้เชือกป่านมัดมือมัดเท้าเทียนหลงไว้อีกชั้น กันการหลบหนี ทันทีที่โดนสกัดจุดเทียนหลงในสภาพนอนกับดาดฟ้าเรือ โคจรวิชาัพสุธาขึ้นทันที
ฟ้าพึ่งเริ่มสาง ภายใต้ดาบจ่อคุกคามคนเรือเครารกครึ้มเร่งออกเรือในทันที เรือพึ่งห่างท่าได้เพียง ห้าเมตรเงาร่าง สองเงาก็สาดพุ่งตามขึ้นมาบนดาดฟ้าเรือในทันทีเสียงหัวเราะดังสนั่นไปทั้งดาดฟ้าเรือ “ฮ่าๆๆๆเฝ้าโพรงกระต่ายไม่พบพาน กลับเจอตัวง่ายๆ กลางที่โล่งเช่นนี้”
ฟ้าสางเห็นชัดตาผู้มาคือพี่น้องสองสุนัขเขี้ยวจันทร์ พวกมันบังเอิญหลบกองทหารผ่านมา
หัวหน้าห้าเสือตงชิว สะบัดดาบในมือ “พวกเ้ากินดีหมีหัวใจเสือมารึไง ถึงกล้ามาแย่งคนจากพวกข้า”
หวงต้า แค่นเสียง“หากอยู่บนที่ราบ ข้าอาจจะเกรงใจพวกเ้าบ้าง แต่ที่นี่ แหกตาดูไปรอบๆ ฮ่าๆๆๆบนนี้คับแคบเล็กน้อย ข้าว่าค่ายกล ห้าเสือสังหารของพวกเ้า แม้แต่ไก่ยังฆ่าไม่ได้” ที่แท้คนเรือไม่ได้หยุดเรือ เขาโดนดาบจ่อคอไม่กล้าหยุดเรือเพียงชั่วขณะเรือก็เล่นมาไกลจากท่าหลายร้อยเมตร มองไปรอบทิศทางนอกจ่ากฝั่งที่เห็นได้ไกลๆมีแต่ผิวน้ำที่มีหมอกเบาบางปกคลุม มองไปถ้าไม่มีพวกอัปลักษณ์โฉดชั่วบนเรือ ทิวทัศน์ยามอาทิตย์ขึ้นกลางทะเลสาบที่หมอกคลุมนี้สวยงามไม่น้อย
ระหว่างสองกลุ่มคนชั่วปะทะคารมกันเทียนหลงกลอกตาคิดหาทางรอดไปจากสถานการณ์นี้ตัวเรือกว้างเพียงสองเมตรครึ่งยาวห้าเมตร มีห้องใต้ท้องเรือเล็กๆไว้เก็บสิ่งของนี่เป็เรือหาปลาทั่วไปในทะเลสาบ หากเทียนหลงหลุดจากพันธนาการต่อให้เขาไม่สามารถคลายจุด เพียงตกลงใต้ทะเลสาบก็มีทางรอดแล้ว
ห้าเสือตงชิวมองไปรอบๆ ตอนนี้บนเรือมีคนอยู่ถึงเก้าคนรวมคนเรือ นับว่าแออัดพอสมควร ประเมินสถานการณ์ถึงแม้คนฝ่ายเขาจะมากกว่าแต่จุดเด่นของห้าเสือคือค่ายกลห้าเสือสังหารไม่อาจใช้บนเรือนี้ได้ ส่วนสองพี่น้องมีพลังยุทธ์มากกว่าพวกเขาทั้งหมด หนึ่งระดับ นอกจากนี้พวกมันสองพี่น้อง ต่อสู้ร่วมกันเป็เวลานานความสามารถในการประสานต่อสู้ ต้องเหนือกว่าพวกเขาอย่างน้อย หนึ่งขั้น “ต้องถ่วงเวลา” จากฝั่งถึงอีกฝั่งเรือเล่นประมาณ สองชั่วโมงหากถ่วงเวลาจนถึงฝั่งตรงข้ามได้ค่ายกลห้าเสือสังหารของพวกเขาจะกลับมามีเปรียบทันที
“พวกเ้าสองพี่น้องเป็เ้าถิ่นทำมาหากินแถวนี้มานาน ข้าว่าอย่ามาผิดใจกับพวกข้าด้วยเื่แค่นี้เลยเรามาหารือกันดีกว่า ว่าจะแบ่งทรัพย์สินเงินรางวัลกันอย่างไรพอได้เงินแล้วพวกข้าจะจากไป ส่วนพวกเ้าก็ยังเป็เ้าถิ่นทำมาหากินแถวนี้ได้ตามสบาย เงินทองมีใช้พอแบ่งกัน ไม่ต้องลงไม้ลงมือกัน”
หวงมู่หัวเราะ “ฮ่าๆๆๆ เ้าพูดได้ดีตรงใจข้า งั้นพวกเรามาตกลงกัน” สองพี่น้องปล่อยมือลงข้างตัวทำตัวตามสบายเดินเข้ามาท่าทีเหมือนจะยอมเจรจาด้วยแต่พอทั้งสองเดินมาถึงกลางท้องเรือ ห่างจากเทียนหลงไม่ไกลกระบองเขี้ยวสุนัขกับดาบหัวตัดกลับกลายเป็ดาวตกพุ่งใส่สองเสือที่อยู่ด้านข้างทันที ถึงแม้จะไม่ได้ระวังตัวแต่อย่างไรพวกมันก็เป็เสือปล้นฆ่า ยังพอเอาดาบรับท่าโจมตีของสองพี่น้องไว้ได้แต่ก็สาหัสมากแล้ว สองพี่น้องมีปราณพนึกยุทธ์ระดับสี่ สูงกว่าพวกมันหนึ่งระดับถึงแม้จะกันได้แต่ที่นี่เป็กลางทะเลสาบ สองเสือที่ถูกโจมตีโดนกระแทกตกน้ำไปในทันที
หัวหน้าห้าเสือและพวกเดือดดาลกลุ้มรุมฟันใส่สองสุนัขทันที แต่พื้นที่เพียงพอให้ดาหน้าเข้าไปทีละสองคนเท่านั้นเพียงแค่หวงต้ากวัดแกว่งกระบอง ห้าเสือขยับตัวหลบยังยากลำบากต่อยตีกันครู่เดียวก็ต้องหยุด เพราะเรือเริ่มโคลงเคลงมีวี่แววว่าจะล่ม
หวงต้า ถ่มน้ำลายดัง ถุย“ขนาดกองทหารพวกข้ายังไม่กลัว จะกลัวอะไรกับเสือที่เหลือเพียงสามตัวค่ายกลที่เ้ามั่นใจ ก็ใช้บนนี้ไม่ได้”
หวงมู่ คุยข่ม “อย่าว่าแต่สามเสือเลย ขนาดกองทหารล้อมรอบพวกข้ายังกล้าวางราบไอ้พรานฟางโหว เผาบ้านทิ้งให้พวกมันตายคากองเพลิง ฮ่าๆๆๆ”
พึ่งขาดคำหวงมู่เรือก็หมุนคว้างราวโดนพายุ ทั้งที่ท้องฟ้ายามเช้าแจ่มใส มีเพียงสายลมอ่อนโชยมา ทุกคนที่ยืนอยู่ถูกแรงกดดันไม่รู้ที่มากดให้ล้มลงบนดาดฟ้าเรือ อยู่ดีๆคล้ายกับว่าเรือบรรทุกน้ำหนักเพิ่มขึ้นหลายเท่ากราบเรือถูกกดจนปริ่มน้ำใกล้จม เหมือนมีปีศาจะโขึ้นเรือกลางทะเลสาบพลังกดดันมหาศาลเกิดขึ้นบนเพดานเรือ กดดันให้พวกมันไม่สามารถขยับตัวได้แม้แต่น้อยสองสุนัขสามเสือตาเหลือกถลน แรงกดดันนี้ทำให้อากาศบิดเบี้ยวเป็ระลอกเห็นชัดได้ด้วยตาเปล่ายังไม่ทันขยับตัว กลับใแทบสิ้นสติ เมื่อพบว่าต้นกำเนิดแรงกดดันมหาศาลนั้น มาจากร่างที่ถูกมัดนอนอยู่บนพื้นเรือ
เทียนหลงที่นอนผนึกกำลังอยู่ พอได้ยินหวงมู่โอ้อวดสิ่งที่ทำกับครอบครัวลุงฟาง เหมือนมีอะไรในจิตใจขาดผึงร่างกายสั่นสะท้าน พลังวัตรพุ่งขึ้นพร้อมกับโทสะ มันเป็ความโกรธที่ไม่มีขอบเขตตลอดเวลาั้แ่ถูกข่มเหง ถูกไล่ล่าเขายังไม่เคยเกิดความโกรธไม่เคยคิดด้วยซ้ำว่า อยู่ดีๆทำไมเื่เหล่านี้เกิดขึ้นกับเขาไม่เคยโกรธผู้ไล่ล่า เพียงตอบโต้ตามสถาการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ตอนนี้พลังัพสุธาถูกโคจรถึงขีดสุดถูกแรงกระตุ้นปลดปล่อยสนามพลังแรงโนมถ่วงเข้มข้นออกมา พนึกพวกชั่วช้าบนเรือ พิษปลาไหลหิมะถูกพลังวัตรบีบบังคับมาที่ชีพจรข้อมือ
สมองเขาไม่ขบคิดสิ่งใด พลังทะลุทะลวงจุดที่ถูกสกัดปลอดโปร่งเชือกที่มัดอยู่ขาดกระจุยเขาพุดลุกขึ้นมองไปที่พวกมัน หัวหน้าห้าเสือผ่านการปล้นชิงฆ่าฟันมาไม่น้อยแต่ในทันที ที่เทียนหงยันกายยืนขึ้น มัน...พวกมันพบว่าได้ตอแยสิ่งที่ไม่ควรแตะต้อง ความตายยังนับว่าเมตตากว่าสายตาของเด็กน้อยเบื้องหน้าสายตานั้นมันช่างหนาวเย็นไร้ความรู้สึก มีอำนาจทำให้ขวัญผวาราวนัยตาของยมฑูตจากนรกความกลัวทำให้พวกมันตัวสั่นอย่าว่าแต่ขยับตัวความคิดต่อต้านแม้แต่น้อยยังไม่สามารถปลุกปลอบให้เกิดขึ้นได้
เทียนหลงตวัดมือซ้ายขึ้น ร่างหวงมู่ลอยขึ้นไปสองเมตร เขาชกหมัดขวาไปที่ตัวของหัวมู่เพียงหนึ่งหมัดปล่อยพลังวัตรเต็มพิกัดพร้อมพิษหยางกลุ่มสุดท้าย
หวงมู่ กระดูกหน้าอกหัก ทวารทั้งห้าล้วนมีเืไหลมันกระอักโลหิตเป็ลิ่มๆ ออกมา ร่างกายยังคงถูกพนึกอยู่กลางอากาศเพียงชั่วอึดใจต่อมา สีแดงอย่างไม่ธรรมดา ปรากฏขึ้นบนร่าง มันเริ่มแดงขึ้นพร้อมกับเสียงแผดร้องโดยหวนได้ยินดังไปทั่วทะเลสาบร่างของหวงมู่ร้อนขึ้นจนสำผัสได้ ในที่สุดเปลวไปเริ่มเผาไหม้ที่ลูกตาควันออกปากออกจมูก ผ่านไปเพียงสามลมหายใจเข้าออก ร่างหวงมู่ทั้งตัวก็เริ่มลุกไหม้เสียงแผดร้องโหยหวนกรีดยาว ราวกับปีศาจร้องขอส่วนบุญปรากฏร่างเหนือทะเลสาบ จนในที่สุดถึงแม้เสียงจะเงียบไปแต่ร่างกายยังคงเผาไหม้จนกลายเป็เถ้าธุลีปลิวหายไปภายใต้สายลมเชื่อยฉิวยามเช้า
หวงต้า เกิดความแค้นเบิ่งตาแทบฉีกพยายามดิ้นรนขัดขืนแรงกดดันสุดชีวิต แต่ไร้ประโยชน์ ทันทีที่ร่างหวงมู่กลายเป็เถ้าธุลีร่างของมันลอยขึ้นอย่างไม่สามารถควบคุม เทียนหลงขยับมาตัวถึง แขนสองข้างกางออกแล้วกระแทกเข้ามาหาร่างของหวงป้าที่อยู่ตรงกลาง ด้วยพลังอัดกระแทกมากกว่า สองพันกิโลกรัมร่างหวงต้าถูกอัดแหลกละเอียด ร่างกายใหญ่โตสูงเกือบสองเมตรของมันถูกอัดเป็ก้อนเนื้อขนาดเพียงฝ่ามือส่วนกระบองเหล็กเขี้ยวสุนัขบี้แบนเป็เศษเหล็กหงิกงอตกลงบนพื้นเรือ สะบัดมืออีกเพียงครั้งก้อนเนื้อดังกล่าวก็พุ่งไปตกที่ห่างจากเรือประมาณ สิบห้าเมตร ยังไม่ทันจมลงคาวเืก็นำฝูงปลาฝูงใหญ่ พุ่งขึ้นมารุมกัดทึ้ง เพียงชั่วพริบตาก็หายไป เทียนหลงกวาดตามองสามเสือที่เหลือบนเรือ พวกมันใจหายวาบ เพียงหนึ่งหมัดหนึ่งฝ่ามือประกบ ก็ส่งสองพี่น้องเขี้ยวจันทร์ที่สามารถขับเคี่ยวกับพวกมันอย่างสูสีลงนรกไปแล้วพวกมันละคงไม่มีความแตกต่างมากนัก ก่อนที่มันจะอ้อนวอนขอความเมตตา เทียนหลงพุ่งร่างจมหายไปกับท้องทะเลสาบ
ทันที่ร่างเทียนหลง หลุดพ้นจากเรือแรงกดดันมหาศาลบนเรือก็หายสาบสูญไป สามเสือที่เหลือตัวสั่นงั่นงกจนผ่านไปพักใหญ่พวกมันถึงขยับตัวได้ตอนนี้พวกมันไม่กล้าแม้แต่จะเข้าเทียบฝั่งตรงข้าม รีบปลุกคนเรือที่สลบั้แ่เห็นหวงต้าถูกบีบอัดเป็ก้อนเนื้อเละๆ ให้นำเรือย้อนกลับ พวกมันห้าเสือหวาดกลัวจนไม่อาจรั้งรออยู่แม้แต่นาทีเดียวพากันหลบหนีออกจากเมืองสุ่ยในทันที
เทียนหลงดำข้ามทะเลสาบมาโพล่ที่เชิงเขาข้างบ้านจางเหว่ยเขาเสียใจมากที่เกิดเื่กับลุงฟางโหวกับป้าฟางจื่อถึงแม้นี่จะเป็การฆ่าคนครั้งแรกของเขา แต่ไม่มีความวิตกกังวลหวาดกลัวแม้แต่น้อย หากไม่คิดว่าสองหมัดยากต้านสี่มือเขาคงบุกไปฆ่าสามพี่น้องตระกูลกู้ล้างแค้นให้ลุงกับป้าอย่างแน่นอน ไม่ว่าอย่างไรเขาก็อยู่ที่นี่ไม่ได้แล้วไม่สู้เดินทางขึ้นเหนือไปตามหาปู่จ่างน่าจะดีกว่า ความแค้นนี้ต้องชำระแน่นอนเมื่อเขามีความสามารถเมื่อไหร่จะกลับมาชำระแค้นให้ลุงฟางโหวกับป้าฟางจื่อ
ก่อนไปเขาแอบเข้าบ้านไปนำสิ่งของจำเป็ติดตัวเพื่อปู่จางกลับมาแล้วสวนกันไม่พบเขา เขาทิ้งข้อความไว้บนพื้น “ที่ฝึกปราณ” เขาเขียนจดหมายบอกว่าจะไปตามหาจางเหว่ยที่เมืองซุยหัวเขามีแผนที่ที่คัดลอกมาจากสถานศึกษาติดตัวไม่น่าหลงนำกล่องกันน้ำออกมา ใส่ของลงไปภายในกล่องกันน้ำแล้วนำไปวางไว้ที่โขดหินขาวที่เจอปะการังแดง ภายในยังทิ้งสูตรปรุงยาคืนหวนที่ปรับปรุงบอกเล่าถึงสมุนไพรที่เขาปรับเปลี่ยนและได้มาหลอมโอสถ พร้อมยาที่หลอมไว้ถึง สามเม็ดส่วนตัวเขาเก็บไว้เม็ดหนึ่งเอาไปใส่ไว้ในกลักไม้ห้อยคอ มองผ่านๆจะดูเหมือนเครื่องประดับไม้กลมรีที่ไว้ห้อยคอเด็กๆกันภูตผีปีศาจ ตระเตรียมเสร็จเทียนหลงก็จากบ้านมายามเที่ยงเขาไม่กล้าไปบ้านลุงฟางเพื่อจัดการเื่หลัง การที่เขาสามารถปลิดชีวิตสองสุนัขเขี้ยวจันทร์ได้ นับเป็เื่บังเอิญพวกมันไม่ทันระวังและไม่รู้ว่าเขาสามารถผนึกสนามพลังแรงโน้มถ่วงได้ การที่เขาเร่งพลังวัตรอัดใส่พร้อมพิษปลาไหลหิมะธนูเพลิงก็สามารถฆ่าพวกมันได้ในพริบตา ตอนนี้สิ่งที่เขาทำได้จริงๆคือหลบหนีเท่านั้น
เทียนหลงเลือกเกาะเล็กๆไร้ผู้คนกลางทะเลสาบล่าปลาทำเสบียงอาหาร การเดินทางต้องมีการเตรียมการ เขาคงต้องหลบๆซ่อนๆในระยะแรกไม่สามารถเดินส่ายอาดๆไปซื้อของกินตามร้านค้าหรือเหลาสุราได้ การหยุดพักบนเกาะสามวันนอกจากได้พักร่างกายหาเสบียงแล้ว ยังเป็การหลบภัยชั่วคราว
นับั้แ่มีประกาศนำจับจากตระกูลกู้วันนี้เป็วันที่สี่แล้ว ในที่ทำการสำนักเมืองสุ่ย มีชายฉกรรจ์หน้าแหลมคางเสี้ยมตอบนั้งคุกเข่าอยู่บนพื้น ด้านข้างมีทหารในเครื่องแบบยืนตัวตรง มือกุมด้ามดาบอยู่บนโต๊ะเบื้องหน้า เ้าเมืองสุ่ยเฟิงซีหมิน กับแม่ทัพตงชิงหานมองหน้ากันหน้าตาเขียวคล้ำ
ตงชิงหาน “บัดซบ พวกมันรังแกผู้คน โดนสวนกลับมามิเพียงไม่สำนึกผิดแล้วยังกล้าออกประกาศจับ” โบกมือให้เ้าหน้าที่พาชายฉกรรจ์หน้าแหลมไปคุมขัง
เฟิงซีหมิน“ติดประกาศไป ใครจับตัวเทียนหลง มีความผิดละเมิดกฎหมาย พบเห็นจับจองจำแล้วค่อยไต่สวน ออกคำสั่งให้ตระกูลกู้มาชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาที่กรมเมือง”
ตงชิงหาน “ยังมีคดีของตระกูลฟาง เป็ผลจากคำสั่งประกาศนำจับของพวกมัน ยังดีที่ข้าไปทันถึงแม้บ้านจะไหม้ไฟหมดแต่ยังช่วยสองสามีภรรยาออกมาได้ ฟางโหวนั้นไม่เป็ไรความแข็งแกร่งของมันไม่เป็ที่กังขา เพียงสามวันถึงกลับลุกขึ้นเดินเหินได้แต่ฟางจื่อนี่สิ โดนไฟไหม้ไปหลายแห่งโดยเฉพาะใบหน้าเสียโฉมไปเกือบหมด”
หากเทียนหลงยังอยู่ที่นี่คงอุทานร้องออกมาอย่างดีใจ ที่แท้สองลุงป้าตระกูลฟางยังมีชีวิตอยู่
เฟิงซีหมิน “เื่นี้ข้าไม่พลาดแน่....ว่าแต่ขาวประมงคนที่ให้ข้อมูลล่าสุด มันอยู่ที่ใด นำตัวมันเข้ามา” ครู่เดียว คนเรือเครารกครึ้มก็เดินถือของ งกๆเงิ่นๆเข้ามา
ตงชิงหาน “เ้านั่งลงตามสบายเล่าเื่ที่เ้าพบเห็นมา” คนเรือเครารกครึ้ม เล่าั้แ่ถูกห้าเสือบังคับให้ออกเรือ...จนกลับเข้าฝั่ง แล้วก็วางเศษเหล็กยาวเมตรกว่า ลงบนโต๊ะ “นายท่านนี่เป็กระบองที่เหลืออยู่” ตงชิงหานโบกมือ “เ้าไปได้แล้ว ห้ามแพร่งพรายเื่นี้แก่ผู้ใดเ้าคงรู้ดีว่าหากเื่นี้กระจายออกไป คนที่เดือดร้อนคือเ้าเอง”
ถึงแม้จะเป็เศษเหล็กแต่ไม่ว่ารูปร่างน้ำหนัก พอจะประมาณได้ว่า มันคือกระบองเขี้ยวจันทร์ของหวงต้า
เย็นนั้น ทั้งสองคนเข้าพบอาจารย์อู่ชุนเล่าเื่ที่เทียนหลงต่อยหวงหมู่ เผาไหม้ตายคามือ หลังจากผ่านการปรึกษาหารือถึงตัวเทียนหลงวิเคราะห์ความเป็ไปอยู่พักหนึ่ง
อาจารย์อู่ชุน “มันน่าจะเป็พิษที่อยู่ในพลังวัตร วิชาปราณของเด็กน้อยนั้นอาจเป็วิชาหลอมโอสถธาตุไฟขั้นสูงล้ำวิชาพวกนี้สามารถรวมไฟหยางจากธรรมชาติหรือสัตว์วิเศษปราณจะมีพลังหยางสูงหาใดเปรียบ ขนาดสามารถใช้ปราณในร่างทำการหลอมโอสถได้ตัวข้าเองยังไม่เคยเห็นกับตาว่ามีนักหลอมโอสถ ท่านใดใช้ไฟหยางในร่างหลอมโอสถแต่ไม่ใช่ว่าไม่เคยไม่ได้ยิน เพียงแต่ทำอย่างไรถึงเก็บ พิษไฟหยางไว้ในร่างกายได้ข้าไม่เข้าใจโดยสิ้นเชิง พวกเ้าว่าปู่ของเด็กจางเทียนหลง มีชื่อว่าอะไรนะ”
ตงชิงหาน “ปู่ของจางเทียนหลง เรียกว่า จางเหว่ย ครับ”
อาจารย์อู่ชุน “ว่าไงนะ จางเหว่ย....จะใช่จางเหว่ยนั้นหรือไม่....ถ้าใช่ข้าว่าเกิดเื่ใหญ่แล้ว ถ้าเป็เช่นนั้นจริงตระกูลกู้ ต้องพินาศสิ้น”
“ท่านอาจารย์หมายถึงอะไร”
อาจารย์อู่ชุนไม่ตอบคำเพียงแต่ทำท่าวิตกกังวลเล็กน้อย แล้วนิ่งเงียบไป
เช้ามืดของวันที่ห้านับจากมีประกาศนำจับ เทียนหลงลอบเร้นออกจากบริเวณทะเลสาบตรงไปยังทางหลวงฟ้ายังมืดอยู่ ทุ่มเทท่าร่างวิ่งตะขึงไปยังเมืองที่อยู่ทางเหนือทันที ท่าร่างว่องไวดุจดาวตกพึ่งกระพริบตาก็เห็นร่างอยู่ไกลเกือบสุดสายตา เร็วกว่าธนูพุ่งออกจากแหล่งเสียอีก แม้เป็ยามเช้ามืดผู้คนส่วนใหญ่ยังไม่ตื่นแต่ในบ้านหลังหนึ่งปลูกอยู่ริมทาง กลับมีสายตาของคนมากกว่าสามคู่ มองเทียนหลงวิ่งจากไปอย่างชัดตาคนหนึ่งหันมาสั่งลูกน้องด้านขวา เ้าไปแจ้งนายท่านส่วนข้าจะตามไปจับมันเค้นหายาขจัดพิษให้ได้ ดูจากความเร็วนี้แม้ข้าเร่งสุดตัวก็ยังตามไม่ทันในระยะครึ่งวัน มิน่ามันถึงสามารถหลบกองกำลังที่ติดตามแล้วหายไปอย่างไร้ร่องรอย อย่างเร็วสองวันอย่างช้าก็ห้าวันข้าจะกลับมา
ยังไม่ทันสิ้นเสียงก็ใช้วิชาตัวเบาพุ่งตามเทียนหลงไปทันที ยามร่างผ่านคบไฟ ยังพอมองเห็นว่าเป็เฉียนเป่า จอมยุทธ์ขั้นปราณิญญาระดับสาม นั้นเอง
เทียนหลงวิ่งตะบึงไกลออกมาจากเมืองสุ่ยเรื่อยๆ เขาเคยคิดว่าจะออกไปดูโลกภายนอกเมื่อเติบโตกว่านี้คิดไม่ถึงว่าการท่องโลกภายนอกครั้งแรก จะเกิดขึ้นในสถานการณ์ที่ถูกไล่ล่าเช่นนี้และที่เลวร้ายกว่านั้น เขาไม่รู้ว่าด้านหลังติดตามด้วยนายพรานมือฉมังคนหนึ่ง