ตอนที่ 1 เกิดใหม่ร่างใหม่
ณห้วงจักรวาลอันไกลโพ้น
าระหว่างดวงดาวเพื่อแย่งชิงทรัพยากรและพลังงานมีให้พบเห็นทุกดาราจักร ดาวเคราะห์ที่สงบเงียบเป็ดาวที่รกร้างและไม่มีแม้แต่สิ่งมีชีวิตขนาดเล็กใดๆ
ซูเว่ยรองแม่ทัพใหญ่แห่งกองทัพTriple S มีแม่ทัพซ่งเย่เป็ผู้บัญชาการการรบในขณะนี้ พวกเธอเป็กองกำลังที่น่าเกรงขามแห่งดาวเอเอส(AS)
ในเวลานี้กองทัพTriple S กำลังต่อสู้กับกองทัพจากดาวเจอรัลที่มาแย่งชิงเทคโนโลยีล่าสุดซึ่งแม่ทัพซ่งเย่เป็คนคิดค้นขึ้นมา นั่นคือ“เทคโนโลยีค้นหาและควบคุมเวลาในรูหนอนอวกาศ : S&C wormhole” การต่อสู้ดำเนินมาจนถึงจุดแตกหักสถานการณ์ของกองทัพ Triple S ตึงเครียด
แม่ทัพซ่งเย่้าจบานี้โดยเร็วจึงตัดสินใจสั่งการกับรองแม่ทัพทั้งสองคนทันที“เว่ยเว่ยและอู๋เหยารับคำสั่ง พวกเราแยกตัวสามสายโอบล้อมโจมตีกองทัพเจอรัลให้จบสิ้นโดยเร็ว”
“รับทราบ!” เว่ยเว่ยและอู๋เหยาขานรับคำสั่งแล้วแยกตัวกันไปคนละด้านของยานรบหลักซึ่งสามารถแบ่งแยกยานรบออกเป็หลายลำได้ทันที
ซูเว่ยกดปุ่มคำสั่งแยกยานรบพลันมียานรบสองลำขนาดใหญ่ใกล้เคียงกับยานหลักถูกแยกออกทั้งซ้ายและขวากลายเป็ยานรบสามลำทันที ซูเว่ยอยู่ในยานรบทางซ้าย ส่วนยานรบทางขวานั้นมีเส้าอู๋เหยาเพื่อนของเธอเป็คนบังคับและสั่งการ
ยานรบทั้งสามลำเคลื่อนตัวเป็วงกว้างโอบล้อมยานรบฝ่ายตรงข้ามไว้ตรงกลาง
ทันใดนั้นยานรบหลักของดาวเจอรัลที่นิ่งเงียบอยู่นานทันทีที่กองทัพTriple S แยกยานรบแล้วยานหลักของดาวเจอรัลพลันส่งคลื่นลำแสงทำลายล้างยิงตรงเข้าใส่ยานหลักของซ่งเย่และยานรบของซูเว่ยและเส้าอู๋เหยาพร้อมกันในพริบตา
ซูเว่ยเปิดใช้งานเกราะป้องกันยานอัตโนมัติทันทีพร้อมกับสั่งการหุ่นยนต์รบอย่างตื่นตระหนกว่า “ระวัง!!”
แต่ทว่าลำแสงที่เป็เหมือนลาวาูเาไฟในโลกโบราณนั้นพุ่งตรงมายังห้องบัญชาการหลักที่ซูเว่ยสั่งการอยู่ลำแสงนั้นเคลื่อนที่ได้รวดเร็วเหนือแสง มันสามารถทะลุทะลวงผ่านเกราะป้องกันยานที่แข็งแกร่งเข้ามาได้อย่างง่ายดาย
“อ๊ะ!เป็ไปไม่ได้!”เสียงตื่นใของซูเว่ยดังขึ้นพร้อมกับการะเิยานรบของเธอในทันใด “บู้ม!”
..........
“โอ๊ย! ปวดหัวจริง”ซูเว่ยส่งเสียงครางออกมาด้วยความเ็ป เมื่อเธอลืมตาขึ้นมาพลันพบว่าตนเองนอนอยู่ข้างก้อนหินขนาดใหญ่ใกล้ลำธารแห่งหนึ่ง
“ฉันยังไม่ตายหรือแล้วฉันอยู่ที่ไหนละทีนี้?”ซูเว่ยกุมหัวตนเองด้านหลังทางขวามือที่มีาแเืไหลซึมเป็ทางเล็กๆ
ทันใดนั้นซูเว่ยรู้สึกปวดหัวมากขึ้นเหมือนมีคีมบีบกะโหลกตนเองพร้อมกับมีเข็มนับร้อยนับพันทิ่มแทงเนื้อสมองจนทำให้เธอส่งเสียงกรีดร้องออกมาด้วยความเ็ป “โอ๊ย!”
ซูเว่ยกุมหัวสองข้างและดิ้นพล่านไปมาอย่างเ็ปทรมานมีความทรงจำของเด็กหญิงคนหนึ่งกำลังผสานเข้ากับความทรงจำเดิมของเธอทำให้ซูเว่ยต้องทนแบกรับการผสานกันของความทรงจำสองดวงจิติญญาที่ผิดกฎเกณฑ์ธรรมชาติ
ครู่หนึ่งอาการปวดหัวทุเลาลงและมีเหงื่อออกชุ่มตัวของซูเว่ย“บ้าจริง!ฉันมาอยู่ในร่างเ้าเด็กน้อยแสนร้ายกาจคนนี้ได้ยังไง?” ซูเว่ยพึมพำกับตัวเองด้วยความสับสน เพราะเธอไม่คิดว่าตนเองจะรอดพ้นจากความตายหลังถูกสังหารด้วยอาวุธจากกองทัพเจอรัลแต่กลายเป็ว่าเธอทะลุมิติมาเกิดใหม่ในร่างของเด็กหญิงอายุแค่สิบขวบเป็เด็กที่มีชื่อคล้ายกันกับเธอ เด็กน้อยนิสัยเสียคนนี้มีชื่อว่า ซูเวย
……….
ซูเวยพยายามเดินบนก้อนหินเพื่อข้ามลำธารเข้าไปในป่าทึบแต่เธอก้าวพลาดทำให้ลื่นหกล้มจนหัวกระแทกถูกก้อนหินใหญ่ใกล้ลำธารหลังหมู่บ้าน แล้วหมดสติเสียชีวิตในทันที
ทำให้จิติญญาของเอสเปอร์อย่างซูเว่ยจากดาวเอเอส เข้ามาแทนที่จิติญญาเดิมและถือกำเนิดใหม่ในร่างใหม่
“ยัยเด็กบ้าเอ๊ย! ชีวิตช่างน่าสงสารและอาภัพเสียจริงไม่แปลกใจเลยที่นิสัยเสียแบบนี้ เป็ตัวฉัน ฉันก็อาจจะเป็เหมือนเธอก็ได้นะซูเวย”ซูเว่ยพึมพำกับตัวเองเมื่อรับรู้เื่ราวในอดีตของร่างใหม่แล้ว
ทำให้เธอรู้ว่าซูเวย้าเข้าไปในป่าเพื่อตามหาพ่อของตนเอง ตามคำบอกเล่าของยายที่เลี้ยงดูเธอมา
ซูเวยเกิดและเติบโตในหมู่บ้านั หมู่บ้านเล็กแห่งหนึ่งของเทือกเขาัเขียวทางตอนเหนือของประเทศ C เทือก
เขาแห่งนี้มีตำนานเื่เทพัผู้เก่งกาจที่ชาวบ้านเล่าต่อกันมาจากรุ่นสู่รุ่น
หลังคลอดซูเวยได้แค่สามเดือนแม่ทอดทิ้งเธอไปเนื่องจากพ่อของเธอหายสาบสูญหลังจากอยู่อาศัยกับแม่ได้แค่หนึ่งเดือนเท่านั้น แม่ซูเวยอุ้มท้องลำพังคนเดียวโดยที่สามีไม่ส่งข่าวและไม่กลับมาอีกเลย ทำให้แม่ซูเวยผิดหวังในความรักและไม่สนใจไยดีลูกสาวตนเองอีกต่อไป
ดังนั้นเมื่อคลอดและเลี้ยงดูลูกสาวได้สามเดือนแม่ซูเวยจึงหลบหนีออกจากบ้านไปหางานทำในเมืองใหญ่แล้วมีครอบครัวใหม่กับนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์แห่งหนึ่งสองปีต่อมาแม่ของเธอให้กำเนิดลูกแฝดชายหญิง ทำให้ครอบครัวสามีใหม่ยอมรับแม่ซูเวยเป็ลูกสะใภ้ด้วยความเต็มใจ
่ห้าปีแรกหลังจากแม่ทิ้งซูเวยไว้กับยายนั้นแม่ส่งเงินค่าเลี้ยงดูให้กับยายทุกเดือน แต่ทว่าด้วยเงินจำนวนน้อยนิดทำให้ยายต้องประหยัดและอดออม เพื่อให้ซูเวยได้กินอิ่มและมีของใช้ไม่แตกต่างจากเด็กคนอื่นมากนัก
เมื่อซูเวยอายุได้ห้าขวบแม่พาน้องชายหญิงมาเยี่ยมยายและตัวเธอทุกปี ปีละครั้ง ทุกครั้งซูเวยแสดงความร้ายกาจและท่าทางก้าวร้าวต่อแม่และน้องชายหญิงด้วยความอิจฉาริษาซูเวยเกลียดชังน้องฝาแฝดที่ได้รับความรักและเอาใจใส่มากกว่าเธอ ทำให้ซูเวยคอยกลั่นแกล้งและทำร้ายร่างกายน้องฝาแฝดบ่อยครั้ง
ในที่สุดสามปีที่ผ่านมาแม่ไม่พาน้องฝาแฝดกลับมาที่หมู่บ้านัอีกเลย รวมทั้งไม่ส่งเงินมาให้ยายกับซูเวยอีกด้วยทำให้ยายต้องหาเลี้ยงชีพตัวเองและซูเวย ด้วยการขึ้นเขาเก็บสมุนไพรไปขายที่ร้านยาแห่งหนึ่งในตัวอำเภอซึ่งยายมีความรู้พื้นฐานเื่สมุนไพรจากตำราของตา ที่ทิ้งไว้ให้ก่อนเสียชีวิตจากการตกหน้าผาขณะไปเก็บสมุนไพรบนเทือกเขาัเขียวเมื่อเก้าปีก่อน
ปีที่ผ่านมายายยอมบอกความจริงกับซูเวยเกี่ยวกับพ่อของเธอ หลังจากที่ซูเวยซักถามบ่อยครั้ง
“พ่อของหลานชื่อซูกวาง เป็ชายหนุ่มรูปงาม หล่อเหลามาก ยายไม่เคยเห็นใครหน้าตาดีเท่านี้มาก่อนแม่ของหลานพบกับเขาในป่าตอนที่ไปเก็บสมุนไพรให้ยาย อิ่งเอ๋อร์ยืนยันที่จะแต่งงานกับเขาให้ได้แต่ตากับยายยากจน จึงทำพิธีแต่งงานเรียบง่ายให้พ่อกับแม่ของหลาน ตัวพ่อของหลานเองก็ไม่มีสมบัติติดตัวมาเหมือนกันเขามีแค่แหวนไม้แกะสลักวงนี้ติดตัวมา จึงมอบเป็ของหมั้นให้อิ่งเอ๋อร์” ยายหยิบแหวนไม้แกะสลักที่ห้อยอยู่ในเชือกป่านเส้นหนึ่งออกจากห่อผ้าสีแดงสวยงามแล้วยื่นให้กับซูเวย
เธอหยิบมาดูและเห็นว่าหัวแหวนไม้ถูกแกะสลักอย่างประณีตเป็รูปัขนาดเล็กตัวหนึ่ง
ซูเวยไม่ได้สนใจแหวนไม้ที่ดูเหมือนไร้ค่านี้เธอหยิบสร้อยแหวนมาสวมห้อยคอไว้เพราะเป็สิ่งเดียวที่เป็สมบัติของพ่อตนเอง เธอถามถึงสถานที่ที่พ่อหายตัวไปทำให้รู้ว่าพ่อตนเองหายเข้าไปในเทือกเขาัเขียวที่อยู่ด้านหลังหมู่บ้านซึ่งต้องเดินข้ามลำธารเล็กก่อนจึงจะเข้าไปในเขตเทือกเขานั้นได้
……….
ก่อนที่ซูเวยจะประสบเหตุจนเสียชีวิตนั้นเธอมีเหตุปะทะกับเด็กในหมู่บ้านซึ่งเกิดขึ้นเมื่อวานนี้
“เฮ้ย! ซูเวย ยัยเด็กกำพร้าถูกพ่อแม่ทิ้งมาทำอะไรแถวนี้? ไปให้พ้น” หูเจียวจ้านหลานชายของผู้ใหญ่บ้านที่เป็หัวโจกของเด็กในหมู่บ้านส่งเสียงไล่และเหน็บแนมซูเวยเป็ประจำทุกครั้งที่เห็นเธอ
“อุบ๊ะ! ทำไม?ฉันจะเดินไปไหน? มันหนักส่วนไหนของแก?” ซูเวยพูดตอบโต้ไม่ลดละเช่นกันพร้อมกับกำหมัดพุ่งเข้าชกใบหน้าของหูเจียวจ้านโดยตรง
“โอ๊ย! แม่ช่วยผมด้วย!ฮือๆ นังเด็กกำพร้ามันทำร้ายผม ฮือๆๆๆๆๆ”หูเจียวจ้านกรีดร้องด้วยเ็ปที่หมัดของซูเวยชกเข้าที่เบ้าตาของตนเอง เขาร้องไห้เสียงดังพลางวิ่งเข้าไปหาแม่ตนเองในบ้าน
“ใครบังอาจมาทำร้ายลูกฉัน? ใคร?!”เสียงแหลมตวาดแว้ดดังออกมาจากในบ้าน
ซูเวยวิ่งหนีกลับบ้านตนเองในทันทีด้วยความรู้สึกเจ็บแค้นในใจ
ระหว่างทางก่อนวิ่งเข้าไปในบ้านเพื่อนบ้านที่เป็ไม้เบื่อไม้เมาพลันเดินออกมาพบเธอพอดีโจวลู่ชิงส่งเสียงเยาะเย้ยซูเวยเหมือนเช่นคนอื่นว่า “ฮิๆ วิ่งหนีใครมาอีกละ?คนไม่มีพ่อแม่ก็เป็เด็กอนาถาแบบนี้แหละนะ”
“ฮึ่ม!ว่าฉันหรือ? ลองชิมหมัดฉันดูหน่อยดีไหม?”ซูเวยชะงักครู่หนึ่งก่อนกำหมัดปรี่เข้าชกใบหน้าของเด็กหญิงข้างบ้านในทันที “ผัวะ!”
“กรี๊ด! โอ๊ย!พ่อแม่ ช่วยหนูด้วย” โจวลู่ชิงส่งเสียงกรีดร้องด้วยความเ็ปพลางวิ่งหันหลังกลับไปหาพ่อแม่ตนเองที่อยู่ภายในบ้าน
ซูเวยเปลี่ยนเส้นทางวิ่งหนีทันทีจากแต่เดิมที่จะวิ่งกลับบ้านไปหายายแต่ตอนนี้เธอรู้สึกอึดอัดและเกลียดชังคนทั้งหมู่บ้าน
ทำให้ซูเวยตัดสินใจที่จะลองตามหาพ่อตนเองดูเพราะเธอคับข้องใจที่ต้องถูกคนในหมู่บ้านล้อเลียนและดูแคลนเื่ที่ถูกพ่อแม่ทอดทิ้งทำให้เธอต้องตอบโต้ด้วยถ้อยคำรุนแรงและทุบตีทุกครั้งที่มีเหตุทะเลาะวิวาทกับเด็กในหมู่บ้าน
……….
เวลานี้ซูเว่ยจำใจยอมรับสภาพของตนเองที่ต้องเกิดใหม่มาอยู่ในร่างของเด็กน้อยอายุ10 ขวบชื่อ ซูเวย เด็กนิสัยร้ายกาจและเกียจคร้านคนนี้เธอพยุงตัวเองลุกขึ้นยืนด้วยความอ่อนเพลียเนื่องจากเธอวิ่งออกมาจากบ้านั้แ่ตอนสายโดยที่ไม่ได้ทานข้าวเช้าและกลางวัน แถมยังมีาแบนหัวที่เืไหลซึมออกมาเป็ระยะ
นั่นเป็เพราะว่ายายของซูเวยจะทำอาหารแล้วเก็บไว้ในครัวเพื่อให้ซูเวยทานเองส่วนยายออกไปหาสมุนไพรบนูเาั้แ่เช้ามืด กว่าจะกลับบ้านอีกทีเกือบค่ำ ถึงจะได้ทำอาหารเย็นให้หลานสาวทาน
ดังนั้นใน่วันหยุดปิดเทอมแบบนี้ซูเวยจะอยู่บ้านคนเดียวและเที่ยวกลั่นแกล้งเด็กคนอื่นในหมู่บ้านเป็การแก้แค้นกันไปมาวนเวียนเช่นนี้ั้แ่ยังเป็เด็กตัวเล็กๆทำให้การาเ็ของเธอในวันนี้ ยายจึงไม่ได้รับรู้เหตุการณ์นี้แต่อย่างใด
“เฮ้อ!ยังไงก็มาอยู่ในร่างเด็กคนนี้แล้ว ค่อยๆเรียนรู้ชีวิตของโลกใบนี้และหาทางช่วยยายดีกว่าฉันคงไม่ทำตัวไร้สาระเหมือนเธออีกต่อไปแล้วนะ” ซูเว่ยพึมพำกับตัวเองพลางเอามือกดาแบนหัวให้เืหยุดไหลขณะเดินโซเซกลับ
บ้าน
ทันใดนั้นมีรถตู้ทึบวิ่งมาจอดใกล้กับเธอ“เอี๊ยด!”
ประตูรถตู้เปิดออกพลันมีชายฉกรรจ์สองคนลงมาคนหนึ่งวิ่งลงมาใช้ผ้าปิดปากและจมูกของเธอ ส่วนชายฉกรรจ์อีกคนเปิดประตูรถตู้รออยู่
“อ๊ะ!” ซูเวยไม่ทันตั้งตัวเธอถูกคนร้ายใช้ยาสลบโปะเข้าเต็มปากและจมูก เธอพยายามกลั้นหายใจ แต่สภาพร่างกายของร่างใหม่นี้อ่อนแอเป็ทุนเดิมทำให้เธอหมดสติในทันที ก่อนที่ซูเวยจะหมดสตินั้นเธอเหลือบมองเห็นว่ามีเด็กอายุใกล้เคียงกับตนเองในรถตู้อีก 2 คน รวมกับเธอเป็ 3คน
……….
“เฮ้! อาซานอาเกิงบอกว่าได้เด็กอีกสองคนในหมู่บ้านข้างหน้า พวกเราไปแวะรับแล้วค่อยหนี ก่อนที่พวกตำรวจจะตามกลิ่นเจอไปเร็วเข้า!”ชายหัวหน้ากลุ่มบอกกับคนขับรถตู้ให้แวะรับลูกทีมพร้อมเหยื่ออีกสองคน
“โอ้โฮ! อาเกิงคงได้ค่าตอบแทนเยอะเลยทีเดียวได้สองคนเชียวหรือ?” หานเกอชายฉกรรจ์นั่งคู่คนขับพูดด้วยน้ำเสียงอิจฉาเล็กน้อย
“แกก็ทำให้ได้เหมือนอาเกิงบ้างสิ”ต้าซ่าน ชายฉกรรจ์นั่งถือปืนในรถตู้คู่กับหัวหน้าทีมพูดท้าทายเพื่อนร่วมทีมอย่างตั้งใจ
“ไม่ละรอบนี้พวกเราได้เด็กห้าคนก็นับว่าเยี่ยมแล้ว หนีตำรวจให้ได้ก่อนเถอะ”หานเกอยักไหล่ก่อนตอบอย่างพอใจเพราะปฏิบัติลักพาตัวเด็กไปขายให้กับองค์กรหนึ่งในครั้งนี้ประสบความสำเร็จมากกว่าทุกครั้งที่ผ่านมาทำให้เขาตื่นเต้นที่จะได้รับเงินค่าจ้างเป็จำนวนมากขึ้นนั่นเองดังนั้นเขาจึงไม่คิดที่จะทำตามคำท้าทายของเพื่อน
สิบนาทีต่อมา
รถตู้ทึบแล่นเข้าไปในหมู่บ้านหนึ่งและจอดใกล้กับทางเข้าหมู่บ้านที่เป็ถนนลาดยางขรุขระครู่หนึ่งมีชายฉกรรจ์โผล่ขึ้นมาจากป่าข้างทางและโบกมือให้กับรถตู้
“อาเกิงเรียกพวกเราแล้ว”หานเกอส่งเสียงบอกทีม ก่อนที่เขาจะเปิดประตูหน้ารถและลงไปพร้อมกับต้าซ่าน เพื่อช่วยกันนำตัวเด็กชายหญิงที่นอนสลบอยู่หลังพุ่มไม้ข้างถนนออกมา
“รีบไปเร็วเข้าพวกชาวบ้านเริ่มส่งเสียงะโบอกกันแล้ว” หยานเกิงส่งเสียงบอกทีมอย่างร้อนรนทำให้ทุกคนรีบแบกเด็กทั้งสองวิ่งกลับไปที่รถตู้ ซึ่งมีเสว่ฉือหัวหน้าทีมเปิดประตูรออยู่
“ไปๆเร็วเข้า พวกชาวบ้านรู้ตัวแล้ว”หยานเกิงส่งเสียงบอกทุกคนอีกครั้งอย่างกระวนกระวายใจเมื่อเขาได้ยินเสียงะโและเสียงวิ่งของชาวบ้านดังเข้ามาใกล้มากขึ้น
“ไป!”เสว่ฉือให้ทุกคนขึ้นนั่งประจำที่หลังจากอุ้มและแบกเด็กมาวางรวมกันในรถตู้เสร็จแล้ว
จากนั้นรถตู้ขับออกจากหมู่บ้านแถบเทือกเขาัเขียวไปอย่างรวดเร็ว
..........