บนโลกของความเป็จริงนั้นถึงแม้ว่าเราจะไม่สามารถออกแบบให้มันสวยงามตลอดไปได้เพราะยังไงบาง่ของชีวิตต้องเจออุปสรรคเข้ามาขวางกั้นเพื่อไว้ใช้เป็บทเรียนสอนเราในทางเดินข้างหน้าต่อไป
แต่สำหรับฉันั้แ่คุณปู่เสียอุปสรรคที่เจอทำให้ฉันอ่อนแอเหลือเกินกลางคืนฉันนอนหลับไม่ลงด้วยซ้ำส่วนกลางวันต้องคิดเสมอว่าจะใช้ชีวิตคนเดียวยังไงเพื่อที่จะไม่ทำให้ใครเดือดร้อนไปมากกว่านี้
ฉันเริ่มรู้สึกถึงความเ็ปและขยับตัวไม่ได้ ฉันเงี่ยหูฟังสิ่งรอบตัวที่ได้ยินตอนนี้ เสียงนกขับขานร้องเพลงเจื้อยแจ้วเสียงเหมือนลำธารน้ำไหล เสียงคนพูดคุยกันเบาๆตรงที่ไหนสักที่
ฉันพยายามตั้งใจฟังแต่เสียงมันเบาเกินไปยากที่จะจับใจความในสิ่งที่พวกเขาพูดกัน
คอแห้งเหลือเกินตอนนี้แต่ฉันก็ไม่สามารถที่ลุกหรือขยับตัวได้เ็ปไปหมดเวลาผ่านไปนานแค่ไหนแล้ว หรือตอนนี้ลมหายใจของฉันได้สิ้นสุดลง หรือนี่เป็เพียงสิ่งที่ฉันจินตนาการตอนตายไปแล้วเท่านั้น
อยู่ๆฉันรู้สึกได้ถึงเสียงเดินเหยียบย่ำลงบนแผ่นไม้เสียงเดินนั้นใกล้เข้ามาหาฉันทุกทีแล้วหยุดที่ไหนสักแห่งข้างๆตัวฉันซึ่งไม่ได้มีแค่คนเดียวแน่นอนไม่สองหรือสามคน
ฉันยังไม่ตายฉันบอกกับตัวเอง เพราะฉันยังรู้สึกถึงการสั่นไหวของแผ่นไม้ข้างๆพร้อมกับเสียงนั่งลงบนพื้นเบาๆ
“นางยังไม่รู้สึกตัวรึ”เสียงทุ้มใหญ่น่ากลัว น่าจะเป็เสียงของหญิงชรา “สามวันแล้วนะ แล้วเ้าสายธารละฟื้นหรือยัง”
“สายธารมันเริ่มรู้สึกตัวเมื่อวานแต่น่าจะอ่อนเพลียอยู่มากเลยหลับต่อ แต่หญิงนางนี้ยังไม่รู้สึกตัวเลย”เสียงหญิงชราอีกคนเอ่ยขึ้น เสียงนี้นุ่มนวลน่าฟังเหลือเกิน
“เจ็บหนักทั้งคู่ก็น่าจะรู้สึกตัวเร็วหรอกนะยาย” เสียงห้วนๆของผู้ชายคนหนึ่งแทรกขึ้นมา
“เห่อดีแค่ไหนที่รอดมาได้ อาการหนักทั้งคู่ ยังไงก็ช่วยกันดูแลต่อไปแล้วกันข้าต้องกลับก่อน มืดมากกว่านี้มองไม่ค่อยเห็นทาง” เสียงหญิงชราทุ้มใหญ่ที่ฟังแล้วน่ากลัวกล่าวออกมา
“เดี๋ยวข้าไปส่งนะแม่เฒ่า”เสียงห้วนๆของชายคนนั้นดังขึ้นพร้อมกับเสียงลุกขึ้นของคนทั้งสองคน
“คืนนี้ข้ายังจะมานอนเป็เพื่อนอีกนะยาย”เสียงเริ่มไกลออกไป เหมือนตอนนี้ชายเสียงห้วนคนนั้นอยู่ด้านล่างของบ้านน่าจะเป็ตัวบ้านไม้ที่ยกสูงเป็แน่
สายธาร คือใครจะใช่ชายปริศนาคนนั้นไหม แล้วเสื้อโคร่งตัวใหญ่ตัวนั้นทำร้ายเขาหรือเปล่า ความเ็ปยังคงอยู่ตอนนี้ฉันต้องพักก่อนพักให้มากกว่านี้ยังไงก็ยังมีชีวิตอยู่
เสียงฝนตกดังจนปลุกฉันตื่นจากการหลับไหลอันยาวนานการลืมตาขึ้นอีกครั้งของฉันช่างยากเย็นเหลือเกิน ฉันค่อยๆปรับสายตาที่พล่ามัวเพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้นภาพเบื้องหน้าสูงขึ้นไปเป็หลังคาที่มุงด้วยอะไรสักอย่างที่ทำมาจากธรรมชาติ ฉันกวาดตามองไปรอบๆเป็บ้านไม้เหมือนที่คิดไว้จริงๆบานหน้าต่างพับแบบโบราณเปิดอ้ารับสายลมพัดเข้ามาหยาดฝนตกลงมาจากชายคาบ้านอย่างหนัก
ผ้าห่มบางๆวางทับบนตัวฉันข้างๆมีเหยือกเก่าใบหนึ่งพร้อมกับแก้วที่ทำมาจากไม้ไผ่วางอยู่ใกล้ๆกัน
มองไปอีกด้านของตัวบ้านเป็ห้องที่โล่งมีเพียงชั้นวางของที่ทำจากไม้เก่าๆอยู่สองอันระหว่างช่องว่างของชั้นวางมีประตูอยู่สองประตู ซึ่งน่าจะเป็ห้องสองห้อง ในขณะที่ยังไม่ทันมองไปอีกด้านเสียงเสียงหนึ่งพูดขึ้นมา
“ฟื้นแล้วรึ”เสียงหญิงชราที่นุ่มนวลที่เคยได้ยินมาแล้ว ดังมาจากด้านข้างที่เหมือนจะเป็ชานบ้านยื่นออกไปข้างนอก
หญิงชราลุกขึ้นมาและนั่งข้างๆฉันพร้อมเอามือมาจับที่หน้าผากเบาๆ “ไข้ลดละ เหลือแต่รอแผลสมาน”
ฉันพยายามพยุงตัวเองให้ลุกขึ้นนั่งหญิงชราใช้มือซ้อนดันด้านหลังเพื่อให้ฉันขยับตัวนั่งพิงฝาบ้านได้
ฉันจ้องไปที่หญิงชราที่มีเสียงอันนุ่มนวลใบหน้าเต็มไปด้วยริ้วรอยเหี่ยวย่นแต่สายตาของหญิงชราคนนี้ช่างอ่อนโยนเหลือเกินผมสีขาวถูกรวบขึ้นด้วยผ้าทอสีขาวเกล้ามวยขึ้นไปบนศรีษะอย่างเรียบร้อย ชุดสีดำยาวถูกแต่งแต้มด้วยสีแดงและสีขาวสลับกันไปมาอย่างลงตัว
“ขอบคุณค่ะ” ฉันเปล่งเสียงออกมาเบาๆ
“จิบหน่อย” หญิงชราหยิบแก้วน้ำยื่นมาให้ฉัน
ฉันขยับแขนไปรับความเจ็บแปลบตรงไหล่ทำให้ฉันต้องหยุดชงักทันทีฉันใช้มือข้างหนึ่งไปกุมที่าแเบาๆ
“แผลเ้าน่ากลัวเหลือเกิน”หญิงชราบ่นพึมพำเบาๆ พร้อมป้อนน้ำให้ฉันจิบไปทีหนึ่ง
“เดี๋ยวจะไปทำข้าวมาให้รอก่อนนะนาง เ้าชื่ออะไรละ” หญิงชราหันมาถามอีกครั้ง
“หนูเพียงฟ้าค่ะ” ฉันตอบไปอย่างอ่อนล้า
“พักก่อนแล้วจะได้ทานข้าวแล้วทานยา” พูดจบหญิงชราลุกไปทันที
เสียงกำลังทำอาหารของหญิงชราดังขึ้นมาถึงบนนี้และยังมีเสียงพูดคุยแต่จับใจความไม่ได้ สักพักเสียงทำอาหารได้หยุดไปคงทำเสร็จแล้ว
ฉันมองออกไปข้างนอกชานบ้านสายลมพัดเข้ามาทำให้ฉันหนาวมากขึ้นกว่าเดิม ฝนตอนนี้ได้หยุดลงแล้ว เสียงเดินดังมากกำลังใกล้เข้ามาฉันหันไปมองตามทิศทางของเสียง
เป็เขาใจฉันตอนนี้เริ่มเต้นแรงอีกครั้ง เขายังรอดปลอดภัย ความรู้สึกโล่งใจถูกปลดล็อคแล้วเื่หนึ่ง เขาเดินเข้ามาว่างถ้วยข้าวลงเป็ข้าวต้มที่ใส่ผักและไข่ลงไปพร้อมกับแก้วที่ทำจากไม้ไผ่ที่มีน้ำสีน้ำตาลเข้มเต็มแก้ว พลางนั่งลงข้างๆตัวฉัน
ฉันแอบเหลือบไปมองใบหน้าเขาใบหน้าที่ฉันจดจำไว้ตอนนั้น ตอนนี้เหมือนเดิมเพียงแต่ตอนนี้มีรอยแตกแห้งของแผลตรงหางคิ้วซ้ายของเขาที่หลงเหลืออยู่ใบหน้าคมคายเคร่งขรึม หว่างคิ้วหนาได้รูปสวยชนกันจนเป็ปมอยู่ตรงกลางหน้าผากแต่ถึงอย่างนั้นใบหน้าชายผู้นี้ยังคงสวยงามเหมือนเดิม
“ขอบคุณ”เป็ฉันที่เริ่มพูดออกมาทำลายความเงียบนะที่ตรงนี้
เขาหันมามองหน้าฉันเขาจ้องมองเหมือนมีคำถามมากมายจะถาม แต่เขาก็แค่พยักหน้าเท่านั้น
“ขอบคุณในทุกๆเื่”ฉันบอกเขาอีกครั้ง พลางก้มลงมองถ้วยเขาที่เขาเอามาวางไว้ข้างๆ
ฉันค่อยๆเอื้อมมือพร้อมกับค่อยๆขยับตัวเพื่อเอื้อมไปหยิบถ้วยข้าวขึ้นมามือฉันถือถ้วยข้าวด้วยความสั่นเพราะอาการาเ็ที่หัวไหล่และแขนแต่ถึงอย่างนั้นเขาเห็นแต่ก็ยังเฉย ได้แต่ใช้ใบหน้าเ็าจ้องมองมาที่ฉันเท่านั้น
รสชาติไม่แย่นะฉันเป่าเบาๆแล้วก็ทานเข้าไปอีกคำ“ฉันชื่อเพียงฟ้า นายละ” ยังคงเป็ฉันที่ถามเขาก่อน
“สายธาร”คำตอบห้วนๆของเขาแต่ก็ดีกว่าไม่ตอบ
พูดจบเขาก็ลุกขึ้นแต่การลุกขึ้นของเขาทำให้ฉันเห็นว่าเขาก็าเ็ไม่น้อยไปกว่าฉันเลย
“ขอโทษ ขอโทษ”ฉันจุกตรงลำคอขึ้นมาทันที ตาที่มองลงไปที่ถ้วยข้าวพล่ามัวเต็มไปด้วยน้ำตา
เขาหยุดยืนอยู่ตรงนั้นแต่ก็ยังไม่มีคำพูดใดๆแม้กระทั่งหันหน้ามามองฉันเขาก็ยังไม่มองแล้วเขาก็เดินลงบ้านไป
ฉัดปาดน้ำตาตัวเองเบาๆตอนนี้ที่ทำได้คงต้องอัดข้าวอัดยาเยอะๆเพื่อที่จะได้ฟื้นตัวเร็วแล้วค่อยหาวิธีว่าต่อไปจะทำยังไงแล้วกัน
คนแปลกหน้าที่ไม่เคยเจอกันมาก่อนจะช่วยเหลือกันได้มากอย่างนี้เชียวหรือคำถามที่มีในใจของคนสองคน ที่ต่างช่วยเหลือกันจนไม่คิดชีวิตว่าจะยังมีลมหายใจอยู่ไหม
สายธารที่ลงมานั่งอยู่ข้างๆของตัวบ้านมองขึ้นไป้าที่หญิงสาวที่เขาไม่เคยรู้จักเลยแม้แต่น้อยนอนพักอยู่ทำไมเขาถึงได้ช่วยเธอโดยที่ไม่คิดว่าจะเหลือชีวิตรอดกลับมาได้หรือเปล่าทำไมเขาถึงตัดสินใจทำได้ถึงเพียงนี้นะ
“เพียงฟ้า”ชายหนุ่มพูดออกมาเบาๆ
...............................................................