หลังเวทีงานวัดกลางคืน แสงไฟสลัว ๆ จากโคมกระดาษแดงส่องลงมาบนพื้นไม้ที่เต็มไปด้วยรอยฝุ่นและเศษดอกไม้
วงเพิ่งเล่นเสร็จเซตแรก เสียงแคนยังคงดังก้องอยู่ในหู กลิ่นเหล้าขาวกับกลิ่นเหงื่อผสมกันลอยฟุ้งจนน่าเวียนหัว
ไกร นั่งพิงกำแพงหลังเวที มือหนึ่งถือขวดเบียร์เย็น ๆ อีกมือลูบผมที่เปียกชุ่มเหงื่อของตัวเอง สายตาไม่เคยละจากร่างของ เปรี้ยว เลยแม้แต่วินาทีเดียว
เปรี้ยว ยังยืนอยู่หน้าพัดลมตัวใหญ่ ผมยาวยุ่ง ๆ ปรอยติดหน้าผาก ชุดรัดรูปสีแดงเพลิงที่เปียกชุ่มเหงื่อแนบสนิทไปกับผิวจนเห็นทุกส่วนสัด หน้าอกกระเพื่อมขึ้นลงแรง ๆ จากการเต้นเมื่อกี้ สะโพกโค้งมนยังขยับเบา ๆ ตามจังหวะเพลงในหัวราวกับยังไม่ยอมหยุดนิ่ง
ไกรยกขวดเบียร์ขึ้นดื่มรวดเดียวเกือบหมดขวด แล้วกระแทกวางลงข้างตัวเสียงดัง ตุ้บ เขาเดินตรงเข้าไปหาเธอช้า ๆ ก้าวเท้าแต่ละก้าวเหมือนเสือที่กำลังไล่ล่าเหยื่อ
“เหนื่อยมั้ย เปรี้ยว” เสียงเขาต่ำ ห้าวพร่า เหมือนคนเพิ่งร้องเพลงมาเต็มคอ “หรือว่ายังอยากเต้นต่ออีก”
เขาหยุดยืนชิดจนเกือบจะแตะตัวเธอ กลิ่นน้ำหอมราคาถูกผสมกลิ่นเหงื่อผู้ชายลอยมาเตะจมูก ไกรยกมือขึ้น ปลายนิ้วแห้ง ๆ ที่มีรอยด้านจากการเกากีตาร์ ลูบไล้ไปตามแขนเปรี้ยวช้า ๆ ั้แ่ข้อศอกลามขึ้นมาถึงไหล่
“เห็นแต่ละครั้งที่เธอสะบัดสะโพกนี่...” เขาก้มลงกระซิบชิดข้างหูด้วยเสียงแหบพร่า “กูอยากจับมันไว้แน่น ๆ แล้วกระแทกจนมันสั่นไม่หยุดเลยว่ะ”
นิ้วโป้งของเขากดลงเบา ๆ ที่ร่องอกที่โผล่พ้นคอเสื้อรัดรูป ไล้ลงไปตามเนินนุ่ม ๆ ที่ยังร้อนผ่าวด้วยความกำหนัด
“คืนนี้... หลังจากงานเลิก” ไกรหยุดพูด มองตาเธอตรง ๆ ดวงตาเขาแดงก่ำจากฤทธิ์เหล้าและความหื่น “มึงจะให้กูได้ลองจับจริง ๆ มั้ย เปรี้ยว”
เขาก้มลงใกล้จนริมฝีปากเกือบจะแตะใบหูเธอ
“หรือว่าจะให้กูแค่ดูต่อไปแบบเมื่อกี้... แล้วกลับไปชักเองในรถคนเดียวแบบทุกคืน”
"เป็บ้าอีกแล้วเหรอพี่ไกร!!"
เปรี้ยวออกแรง ผลักอกกว้างของไกรสุดแรง จนเขาถอยหลังไปก้าวหนึ่ง
แต่แทนที่จะโกรธ ไกรกลับยิ้มมุมปาก ยิ้มที่ดูอันตรายและเ้าเล่ห์ ดวงตาที่แดงก่ำเพราะฤทธิ์เหล้ามองจ้องเธอเหมือนหมาป่าที่กำลังถูกยั่วให้หิวโซกว่าเดิม
“เป็บ้าอีกแล้วเหรอ?” ไกรทวนคำพูดของเธอด้วยเสียงทุ้มต่ำ พลางหัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงนั่นสั่นสะท้านไปถึงท้องน้อยของเปรี้ยวจนเธอเผลอใจแกว่ง
“กูเป็บ้ามาตั้งนานแล้วว่ะเปรี้ยว... ั้แ่เห็นมึงเต้นวันแรก กูก็บ้าจนกู้ไม่กลับแล้ว!”
เขาก้าวพรวดเข้ามาใหม่คราวนี้เร็วกว่าเดิม มือใหญ่ข้างหนึ่งคว้าข้อมือเล็กที่เพิ่งผลักเขาเมื่อกี้เอาไว้ แล้วกดตรึงลงกับกำแพงไม้ข้างพัดลมแรงๆ จนเปรี้ยวสะดุ้งแผ่นหลังติดหนึบกับผนังหนีไปไหนไม่ได้ มืออีกข้างเชยคางเธอขึ้น บังคับให้สบตาเขม็ง
“ผลักกูทำไม...” เขาก้มลงมาชิดจนลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดริมฝีปากเธอ “หรือว่ากลัว? กลัวว่าถ้ากูจับจริงขึ้นมาแล้วมึงจะติดใจจนหยุดไม่ได้”
นิ้วโป้งหนาลูบไล้ริมฝีปากล่างของเปรี้ยวช้าๆ กดเบาๆ จนปากบางเผยอออก เขาเอียงคอทำท่าจะจูบแต่กลับหยุดไว้แค่ปลายลิ้นแตะชิมรสชาติริมฝีปากเธอเพียงผิวเผิน แล้วถอนออกทันที ปล่อยให้เธอค้างเติ่งอยู่กับรสเหล้าและความร้อนที่แผ่ซ่าน
“มึงตัวสั่นหมดแล้วนะเปรี้ยว” ไกรกระซิบกลั้วหัวเราะ มือที่ล็อกข้อมือเธอกดแน่นขึ้น
“หรือที่แกล้งบอกว่าไม่เอา... จริงๆ แล้วข้างในมึงเปียกชุ่มไปหมดแล้วใช่มั้ย?”
ไกรปล่อยมือจากคางแต่ไม่ยอมถอยห่าง ฝ่ามือใหญ่เลื่อนลงต่ำวางทาบลงบนหน้าท้องแบนราบที่กำลังหอบกระเพื่อม ก่อนจะลูบไล้ผ่านขอบกางเกงขาสั้นรัดรูปลงไปช้าๆ จนปลายนิ้วแทรกเข้าไปใต้เนื้อผ้า ลูบผิวเนื้ออ่อนตรงโคนขาเบาๆ แต่ยังไม่ล้วงลึกไปมากกว่านั้น... เขาจงใจทรมานเธอ
“บอกกูสิเปรี้ยว...” เสียงเขาห้าวพร่า หายใจถี่ขึ้นเรื่อยๆ
“คืนนี้มึงจะยอมให้กูเอาจริง หรือจะให้กูกลับไปนั่งชักว่าวในรถ คิดถึงแต่มึงเหมือนทุกคืน?”
เขาเบียดตัวเข้าหาจนสะโพกแข็งขึงกดทับลงบนต้นขาของเธอ ให้เปรี้ยวได้รับรู้ถึงความแข็งขึงที่อัดแน่นอยู่ใต้กางเกงยีนส์อย่างชัดเจนว่าเขามัน "คลั่ง" แค่ไหน
“ตอบกูมา... ถ้าไม่ตอบ กูจะจูบมึงตรงนี้แหละ” ไกรโน้มลงซุกไซ้ซอกคอหอมกรุ่นที่มีเหงื่อเกาะพราว แล้วตวัดลิ้นเลียตามเส้นเืที่กำลังเต้นเร่าด้วยความตื่นเต้น
“แล้วคราวกูไม่หยุดแค่นี้แน่... มึงเตรียมใจไว้เลย!”