"แม่...นิดจะขายไก่ทอด!"
สองสามีภรรยาละสายตาจากจอโทรทัศน์มามองหน้าลูกสาวอย่างงง ๆ
"จะกินหรือจะขายนะ?" กานต์ยังคงรู้สึกว่าน่าจะฟังผิด
"ฮ่าฮ่า…ขายสิพ่อ ขายแทนแม่่นี้ไง แผงจะได้ไม่ว่าง เปิดเทอมค่อยหยุด" อนงค์กานต์หัวเราะอย่างอารมณ์ดี
หลังจากคิดอยู่สามวันเธอก็คิดออก ในตลาดตอนนี้ยังไม่มีของทอดขาย แต่จะให้ขายพวกของทอดแบบง่าย ๆ ก็ดูจะไม่มีจุดขายที่เพียงพอและคนเลียนแบบได้ง่าย แต่ถ้าจะขายของทอดที่ขั้นตอนเยอะ ๆ เธอก็ทำไม่เป็อีก เธอ้าขายของที่มีจุดเด่นและขั้นตอนไม่ยุ่งยาก ที่สำคัญเธอต้องทำเป็และอร่อยด้วย
อนงค์กานต์เลยนึกถึงความชอบของเธอในชาติก่อน เธอเป็คนชอบทานไก่ทอดจากต่างประเทศเ้าดังที่มีแฟรนไชส์อยู่ทั่วประเทศเป็อย่างมาก สามารถทานได้ทุกสัปดาห์ แต่เพราะไก่ทอดราคาต่อชิ้นค่อนข้างสูง จึงมีคนพยายามหาสูตรและพยายามเลียนแบบจนเหมือน และมีการสอนวิธีทำลงในอินเทอร์เน็ตอยู่มากมาย เธอจึงลองทำตามในหลาย ๆ สูตร จนเจอสูตรที่ถูกใจและรสชาติเหมือนต้นฉบับอย่างไม่ผิดเพี้ยน หลังจากนั้นเธอก็ได้ทำทานเองมาโดยตลอด
ในเมื่อเธอมีสูตรไก่ทอดนี้อยู่ในความทรงจำอยู่แล้ว เธอก็ไม่จำเป็ต้องไปคิดหาขายอย่างอื่นอีก ถึงแม้ตอนนี้จะมีไก่ทอดร้านดังมาเปิดในกรุงเทพฯ บ้างแล้ว แต่สาขายังมีน้อย และยังไม่เป็ที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย และที่สำคัญยังเป็สูตรที่ไม่ได้ปรับให้ถูกลิ้นคนไทย เธอจะถือโอกาสนี้นำหน้าร้านต้นตำรับโดยนำสูตรที่ปรับปรุงแล้วมาขายก่อน และเธอก็มั่นใจว่าไก่ทอดนี้ต้องเป็ที่นิยมแน่นอน ต้องขอโทษท่านผู้พันล่วงหน้าแล้วจริง ๆ!
"เป็ไก่ทอดยังไง นิดทำเป็เหรอลูก" อนงค์ถามอย่างกังขา
"นิดเห็นเค้าลงในโทรทัศน์เมื่อวานนี้" อนงค์กานต์อ้างไปเรื่อย "ทำไม่ยากนะแม่ นิดจำส่วนผสมไว้หมดแล้ว พรุ่งนี้นิดจะลองทำให้พ่อกับแม่ทานนะ แต่ก่อนอื่นพรุ่งนี้พ่อต้องพานิดไปซื้อของจากตลาดมาทำก่อน และที่สำคัญกว่านั้นคือนิดยังไม่มีตังค์ซื้อของ" อนงค์กานต์เกาหัวพลางส่งรอยยิ้มเขิน ๆ ให้พ่อกับแม่
กานต์และอนงค์หันมายิ้มให้กัน "เอาล่ะ พรุ่งนี้เราไปกันแต่เช้าเลย ถ้าอร่อย พ่อยินดีสนับสนุนและออกทุนให้ลูกเอง"
อนงค์กานต์โผเข้ากอดกานต์อย่างดีใจ "เย้! นิดนึกแล้วว่าพ่อกับแม่ต้องเห็นด้วย นิดรับรองพ่อกับแม่ได้ทานแล้วต้องติดใจแน่ ๆ เดี๋ยวนิดขอไปนั่งเขียนรายการของที่จะซื้อก่อนนะคะ ราตรีสวัสดิ์ ฝันดีทั้งพ่อและแม่นะคะ" อนงค์กานต์หอมแก้มพ่อและแม่ก่อนวิ่งปรู๊ดเข้าห้องไปอย่างอารมณ์ดีสุดขีด
กานต์และอนงค์ยิ้มและมองตามลูกสาวไปอย่างมีความสุข พวกเขาชอบลูกสาวที่เป็แบบนี้จริง ๆ ดูมีพลังชีวิตเต็มเปี่ยม สนใจที่จะเรียนรู้อะไรใหม่ ๆ หากสิ่งไหนไม่เกินกำลังพวกเขามากเกินไปนัก พวกเขาก็ยินดีที่จะสนับสนุนให้เธอได้เรียนรู้ เพื่อสั่งสมประสบการณ์ไว้ใช้ในอนาคต
สองพ่อลูก พากันขี่มอเตอร์ไซค์ไปตลาดในตัวอำเภอแต่เช้า เมื่อไปถึงตลาด บรรดาพ่อค้าแม่ค้าก็พากันถามถึงอาการป่วยของอนงค์กันยกใหญ่ ทั้งพ่อและลูกช่วยกันตอบคำถามด้วยความยินดี ความห่วงใยของพวกเขาเป็สิ่งที่ไม่ควรปฏิเสธเพราะเป็การแสดงถึงความสัมพันธ์และมิตรไมตรีอันดีที่มีต่อกันมานับสิบปี
"นงดีขึ้นแล้วใช่มั้ย ครูกานต์" หงส์สอบถามอาการของอนงค์อย่างกระตือรือร้น เมื่อเห็นสองพ่อลูกเดินมาที่แผงเพื่อซื้อไก่
"ดีขึ้นมากแล้วครับพี่หงส์ เนื้องอกก็ไม่มีแล้ว แผลที่ผ่าก็แห้งดีแล้ว อีก 7 วันน่าจะตัดไหมได้แล้ว"
"ดีค่ะ ดีมากเลย สิ้นเคราะห์เสียทีนะ" เมื่อได้ยินข่าวว่าอนงค์มีเนื้องอกที่อาจจะเป็เนื้อร้าย หงส์ก็รู้สึกวิตกไปด้วยเพราะพูดคุยสนิทสนมกันจนกลายเป็เพื่อนไปแล้ว
"วันนี้จะฉลองอะไรกันรึเปล่า หิ้วของเต็มมือเลยสองพ่อลูก" ก่อนจะมาที่แผงไก่ของหงส์ สองพ่อลูกก็พากันไปตระเวนซื้อส่วนผสมสำหรับทำไก่ทอดมาเกือบครบแล้วจึงพากันหิ้วของพะรุงพะรังมาซื้อไก่เป็ที่สุดท้าย
อนงค์กานต์ยิ้มกว้าง ก่อนเข้าไปพูดเบา ๆ ที่ข้างหูของหงส์ "นิดจะขายไก่ทอดค่ะ"
"หืม ขายที่บ้านเหรอ ่นี้ที่หมู่บ้านมีงานอะไร" หงส์เข้าใจไปอีกทาง
"เปล่าค่ะป้า นิดจะขายที่ตลาดนี่แหละ ขายแทนแม่ไปก่อน่ปิดเทอม"
"ตัวจะขายไก่ทอดเหรอ!" เสียงถามอย่างตื่นเต้นโพล่งขึ้นมาข้าง ๆ อนงค์กานต์ เล่นเอาเธอสะดุ้งโหยง เหลียวดูก็ไม่ใช่ใครที่ไหน เป็ตามภาภรณ์ที่กำลังเดินมาที่ร้านและได้ยินประโยคที่อนงค์กานต์กำลังพูดกับแม่เธอ เธอจึงรีบวิ่งพรวดเข้ามาและถามเพื่อนด้วยความตื่นเต้น
"ชมพู สวัสดีครูกานต์ก่อนลูก" หงส์เตือนบุตรสาว
"สวัสดีค่ะ คุณพ่อของนิด" ตามภาภรณ์ไหว้สวัสดีกานต์อย่างอ่อนน้อมก่อนหันไปคุยกันอนงค์กานต์ต่อ "ตัวจะขายเมื่อไหร่"
"น่าจะ 2-3 วันนี้แหละ ตอนนี้ขอลองทำก่อน วันนี้เลยชวนพ่อมาซื้อของ ไม่รู้จะเละรึเปล่า แหะแหะ…" อนงค์กานต์บอกเพื่อนอย่างเขิน ๆ
"โอ้โห หนูนิดของป้าจะกลายเป็แม่ค้าใหญ่แล้วนะนี่" หงส์เอ่ยปากแซว "เอาเลยลูก ป้าสนับสนุน มาขายเมื่อไหร่ ป้าจะเป็ลูกค้าคนแรกของหนูเอง"
"ขอบคุณป้าหงส์ค่ะ" อนงค์กานต์ยิ้มกว้างก่อนหันมาหาพ่อ "ไม่ว่ายังไง วันแรกยอดขายไก่ของนิดก็จะไม่เป็ศูนย์บาทแล้วนะพ่อ" หงส์และกานต์พากันหัวเราะชอบใจเมื่อฟังจบ
"ตกลง ป้าจะไม่ยอมให้ยอดหนูเป็ศูนย์บาทเด็ดขาด ป้าจะอุดหนุนหนูหลาย ๆ บาทเลย"
"เราจะไปช่วยขายด้วย" ตามภาภรณ์ยกมือสนับสนุนเพื่อน เื่สนุก ๆ แบบนี้เธอไม่ยอมพลาดแน่นอน อนงค์กานต์ก็พยักหน้ารับด้วยความยินดี
"นิดขอซื้อไก่ 2 ตัวก่อนนะคะ เอาไปลองทำ" เธอแจ้งจำนวนไก่ที่้าสำหรับวันนี้ "ป้าคะ นิดกำลังหาซื้อกระเทียมบดแบบผง ในตลาดไม่มีเลยค่ะ ป้าพอจะรู้ที่ขายมั้ย" เธอและกานต์เดินหา กระเทียมผงไปทั่วตลาดแล้วแต่ไม่มีร้านไหนขายเลย เธอจึงเลือกมาถามหงส์ที่คุ้นชินกับตัวอำเภอนี้เป็อย่างดีเพราะอยู่มาแต่เกิด
"หมายถึงกระเทียมแห้งที่บดเป็ผงละเอียด ที่เอาไปผสมใช้ทำยารึเปล่า" หงส์สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและอนงค์กานต์พยักหน้ารับ
"ห้องแถวหน้าตลาดฝั่งซ้ายมือ มีร้านขายยาสมุนไพรอยู่นะ ร้านใหญ่ประจำอำเภอเลย มีสมุนไพรสดและแห้งทุกอย่าง ไปถามซื้อได้เลยลูก"
"ขอบคุณมากค่ะป้า" อนงค์กานต์ไหว้ขอบคุณอย่างดีใจ และเมื่อกานต์รับไก่และจ่ายเงินเรียบร้อยแล้ว พวกเขาก็เอ่ยลาสองแม่ลูกและมุ่งหน้าไปร้านสมุนไพรเพื่อซื้อกระเทียมผง ก่อนรีบกลับบ้านเพราะสายมากแล้ว แม่คงรอทานมื้อเช้าอยู่