ลิขิตหงสาเหนือปฐพี [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 2 บทที่ 40 เกิดช่องว่าง

            ฉีเฉินเดินเข้ามาหาจวินหวง ประคองมือของจวินหวงให้ยืนขึ้นหลังจากนั้นก็กล่าวกับเว่ยหลานอิ๋ง "นี่คือแขกคนสำคัญยิ่งของจวนเปิ่นหวางเฟิงไป๋อวี้"

            "คารวะฟูเหริน" ท่วงท่าจวินหวงสุภาพอ่อนโยนและสง่างามดวงตาทั้งคู่คล้ายกับจันทร์กระจ่างในคืนเหมันต์เว่ยหลานอิ๋งเห็นแล้วเกิดความรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดี ยิ่งสายตาของฉีเฉินยามที่มองเขาเต็มไปด้วยความเลื่อมใสชื่นชม นางยิ่งรู้สึกว่าจวินหวงอาจจะกลายมาเป็นศัตรูของตน

            แล้วทุกอย่างก็เป็นไปตามคาดหมาย ฮ่องเต้ได้ยินข่าวลือที่แพร่สะพัดในเมืองหลวงใต้เท้าเว่ยกับกลุ่มขุนนางใหญ่ถกเถียงกันในท้องพระโรงไม่จบไม่สิ้น ในที่สุดก็ยังหาต้นสายปลายเหตุของเรื่องที่เกิดขึ้นไม่ได้ หลังเลิกประชุมฮ่องเต้จึงให้คนมาที่จวนเฉินอ๋องเพื่อเชิญฉีเฉินเข้าวัง

            ตอนที่จวินหวงจะออกมา เว่ยหลานอิ๋งกล่าวกับนางอย่างไม่ไว้ไมตรี "ข้าไม่สนใจว่าเจ้าเป็นผู้ใด แต่ทางที่ดีอย่ามาเล่นลูกไม้กับข้าหากเจ้าทำเรื่องที่ผิดต่อหวางเหย่ ข้าจะให้เจ้าตายอย่างไร้ที่กลบฝังแน่นอน"

            จวินหวงหยุดฝีเท้า รู้สึกว่าการที่เว่ยหลานอิ๋งจู่ๆก็ตั้งตนเป็นศัตรูโดยไม่มีเหตุผลเป็นเรื่องประหลาดที่ไม่คาดคิด จึงหัวเราะเบาๆแล้วกล่าวว่า "คำพูดของฟูเหรินดูเหมือนจะไร้เหตุผลผู้น้อยอยู่ในจวนนี้มานาน หากคิดร้ายต่อหวางเหย่แล้วจะมีฟูเหรินในวันนี้ได้อย่างไร?" หลังจากพูดจบก็ไม่ให้โอกาสเว่ยหลานอิ๋งได้สนทนาต่อหมุนกายเดินออกไปอย่างรวดเร็วทิ้งให้เว่ยหลานอิ๋งยืนโมโหกระทืบเท้าอยู่ที่เดิมคนเดียว

            ไม่นานฉีเฉินก็นั่งเกี้ยวมาถึงในวังหลวง ขันทีนำพาเขาไปยังห้องทรงพระอักษรหลังจากได้รับพระบรมราชานุญาตแล้วถึงเข้าไปด้านใน ฉีเฉินคุกเข่าถวายบังคม "ถวายพระพรเสด็จพ่อ ขอเสด็จพ่อทรงพระเจริญหมื่นปี หมื่นๆ ปี"

            ฮ่องเต้ที่กำลังอ่านพระราชสาส์นอยู่เงยพระพักตร์ขึ้นมองฉีเฉินที่คุกเข่าด้วยความเคารพอยู่ไม่ไกลจากโต๊ะทรงพระอักษรของพระองค์มากนักแววพระเนตรลึกล้ำเคลื่อนไหวเล็กน้อย ผ่านไปชั่วครู่ถึงทรงรู้พระองค์ และให้ฉีเฉินรีบลุกขึ้น

            "ไม่ทราบว่าเสด็จพ่อรับสั่งให้ลูกมาพบมีเรื่องอันใดหรือพ่ะย่ะค่ะ?" ฉีเฉินมองฮ่องเต้ และรอฟังกระแสพระราชดำรัสของพระองค์

            "เรารู้เรื่องข่าวลือในเมืองหลวงแล้ว ก็อย่างที่ใต้เท้าเว่ยกล่าวไว้ว่าบ้านเมืองไม่อาจขาดผู้นำ และเราก็ไม่อาจปล่อยให้ตำแหน่งรัชทายาทว่างเว้นไว้นานเกินไปโดยไม่เลือกผู้ใดขึ้นมาเราจะมอบราชกิจในช่วงสองสามวันนี้ให้เจ้าไปจัดการแน่นอนว่าหากเจ้าไม่ทำให้เราผิดหวัง เราก็จะมอบตำแหน่งรัชทายาทให้แก่เจ้า" ฮ่องเต้ทรงมีกระแสรับสั่งให้ขันทีที่ถวายงานปรนนิบัติอยู่ด้านข้างนำพระราชโองการมอบให้แก่ฉีเฉินในใจของฉีเฉินรู้สึกลิงโลด แม้ว่าจะรู้สึกกดดันแต่ก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมาอย่างเปิดเผย

            ไม่นานนัก ข่าวที่ฉีเฉินขึ้นเป็นรัชทายาทก็เป็นที่รู้กันทั่วเมืองหลวงพลพรรคของกั๋วจิ้วเข้าเฝ้าหลายต่อหลายครั้งเพื่อให้ฮ่องเต้ถอนพระราชโองการคืนแต่ทว่าในที่สุดก็ต้องพ่ายแพ้กลับไปกั๋วจิ้วก็ถูกลงโทษกักบริเวณอยู่ในจวนของตนเองก็เพราะเหตุนี้แม้ว่าฮองเฮาจะทรงขอร้องแทนก็ไร้ผล

            ฉีเฉินกำลังมีจิตใจฮึกเหิมเปี่ยมด้วยพลังพระสนมกุ้ยเฟยก็ยิ่งวางอำนาจหยิ่งยโส

            ทำตัวเป็นศูนย์กลางของวังหลัง สำคัญตนว่าเป็นเจ้านายของวังหลังไปแล้วจริงๆ

            ราตรีนั้น ฉีเฉินได้เชิญจวินหวงมาร่วมร่ำสุราภายใต้แสงจันทร์ด้วยกันจวินหวงมองพิจารณาฉีเฉินอยู่เงียบๆ ฉับพลันก็นึกถึงเว่ยหลานอิ๋งขึ้นมานางรู้ว่าเว่ยหลานอิ๋งคือสิ่งกีดขวางที่ใหญ่ที่สุดของตนเองในการช่วยเหลือฉีอวิ๋นขึ้นครองราชบัลลังก์แค่ช่วงสั้นๆ เพียงไม่กี่วันเว่ยหลานอิ๋งก็สามารถช่วยให้ฉีเฉินได้ครองตำแหน่งรัชทายาทได้แล้วหากยังปล่อยให้ก้าวล้ำต่อไปเช่นนี้ เกรงว่าอีกไม่กี่วันฉีเฉินก็คงได้เป็นฮ่องเต้เป็นแน่สตรีเช่นเว่ยหลานอิ๋งไม่อาจดูเบาได้จริงๆ

            เห็นจวินหวงไม่ดื่มสุรา ฉีเฉินก็หน้าเบ้ "วันนี้เปิ่นหวางมีความสุขเบิกบานใจจึงเชิญน้องเฟิงมาร่วมแบ่งปันความสำราญ แต่น้องเฟิงกลับไม่ไว้หน้าเอาแต่ชมจันทร์กระจ่างฟ้าไม่แตะต้องสุราเลยสักนิด ทำให้เปิ่นหวางรู้สึกเสียใจจริงๆ"

            "หวางเหย่กล่าวเช่นนี้ทำให้ผู้น้อยหวั่นใจยิ่งนักตอนนี้หวางเหย่เป็นรัชทายาทแล้ว ผู้น้อยรู้สึกยินดีกับหวางเหย่ด้วยส่วนลึกจากหัวใจเพียงแต่..." จวินหวงหยุดเว้นช่วงไว้ช้อนตาขึ้นมองฉีเฉินคล้ายจะมีวาจาแต่ลำบากใจจะเอ่ยออกมา

            "เพียงแต่อะไร น้องเฟิงมีอะไรจะพูดก็ว่ามาตรงๆ เถิด"

            จวินหวงได้ยินเช่นนั้นก็หายใจลึกๆ เฮือกหนึ่งเรียบเรียงถ้อยคำแล้วถึงจะเอ่ยปากอย่างระมัดระวัง "หวางเหย่ได้เป็นรัชทายาทเป็นเรื่องที่น่ายินดีอย่างยิ่งแต่ทว่าฟูเหรินแท้จริงแล้วก็เป็นผู้หญิงยิงเรือนับแต่โบราณกาลมาสตรีไม่อาจก้าวก่ายราชการแผ่นดิน หากยังเป็นเช่นนี้ต่อไปผู้น้อยคิดว่าจะไม่เป็นผลดีต่อหวางเหย่"

            ฉีเฉินวางจอกสุราลงครุ่นคิด หลังจากไตร่ครองอย่างถี่ถ้วนแล้วก็พยักหน้าเห็นด้วย "คำกล่าวของน้องเฟิงถูกต้องที่สุด เปิ่นหวางจะจดจำไว้ให้จงดี เอาล่ะค่ำคืนพิเศษที่บรรยากาศดีแบบนี้ พวกเรามาร่ำสุราให้สำราญใจกันดีกว่า" พอกล่าวจบฉีเฉินก็ยกจอกสุราขึ้น แล้วยิ้มให้จวินหวง 

            จวินหวงก็ยกจอกสุราตรงหน้าขึ้น ยิ้มแล้วกล่าวว่า "ย่อมต้องเป็นเช่นนั้น" นางค่อยๆ จิบสุราแต่สายตากลับมองไปที่ฉีเฉินในใจนางรู้ดีว่าฉีเฉินเองก็รู้สึกหวาดหวั่นในตัวเว่ยหลานอิ๋งอยู่เพียงแต่ต้องการเหตุผลสักข้อมารองรับและตอนนี้ตนเองก็ได้ให้เหตุผลที่เหมาะเจาะแก่เขาไปแล้ว

            เว่ยหลานอิ๋งมีความคิดลึกล้ำละเอียดรอบคอบ ทำให้คนรู้สึกไม่ไว้วางใจเพิ่มความระวังตนมากขึ้นเป็นหมื่นส่วน ระยะนี้จวินหวงไม่กล้าเคลื่อนไหวอะไรมากได้แต่ให้ฉีเฉินออกโรง ดับความเหิมเกริมของนางเสีย

            ทั้งสองดื่มสุราชมจันทร์ไปได้ครู่หนึ่ง เว่ยหลานอิ๋งก็ใช้ให้คนมาตามฉีเฉินผู้ที่มาก็คือสาวใช้ประจำตัวที่เว่ยหลานอิ๋งพามาจากจวนสกุลเว่ยนางเป็นคนฉลาดหลักแหลมใช้ได้ แต่ก็เป็นพวกตาสุนัขที่ชอบอวดโอหังเชิดหน้าดูถูกผู้คน

            ตอนที่นางเห็นจวินหวงก็เบ้ปาก กลอกตาขาวมองบนแต่พอเดินมาอยู่ต่อหน้าฉีเฉินกลับพลิกสีหน้ามาเป็นนบนอบเสียเหลือเกิน "ไท่จื่อ[1] ฟูเหรินกล่าวว่านี่ก็ดึกมากแล้วนางยังมีธุระอยากจะปรึกษากับพระองค์ จึงเชิญพระองค์กลับห้องเพคะ"

            ฉีเฉินรู้สึกหงุดหงิดรำคาญใจเล็กน้อย "เปิ่นหวางรู้แล้วเจ้ากลับไปก่อนเถอะ ข้ากับคุณชายเฟิงจะดื่มกันต่ออีกสักสองสามจอก"

            พอเด็กสาวได้ยินเช่นนั้นก็ยิ่งไม่พอใจ เดินเข้าไปยืนอยู่หน้าจวินหวงแล้วกล่าวอย่างไม่รู้จักว่าใครเป็นนายใครเป็นบ่าว "คุณชายเฟิง ตอนนี้ฝ่าพระบาทเป็นรัชทายาทแล้วไม่เหมาะสมที่จะดื่มสุราจนดึกดื่น  นอกจากนี้ฟูเหรินกับฝ่าพระบาทเพิ่งจะอภิเษกสมรสกันคุณชายเฟิงยึดตัวฝ่าพระบาทไว้แบบนี้คงเป็นการไม่สมควรหรอกกระมัง?"

            "บังอาจ! ใครให้ท้ายเจ้าจึงได้กล้าพูดจาแบบนี้กับคุณชายเฟิง? ลืมไปแล้วหรือว่าตนเองมีสถานะอะไร?" ฉีเฉินตวาดเสียงเข้มเด็กสาวหวาดกลัวจนเข่าอ่อนล้มพับลงไปคุกเข่าที่พื้นตาแดงน้ำตาร่วงเผาะกล่าวแต่ว่าตนเองผิดไปแล้ว

            จวินหวงลุกขึ้นยืนอย่างช้าๆ กล่าวว่า "หวางเหย่อย่าโมโหไปเลยที่นางกล่าวมาก็มีเหตุผล เป็นผู้น้อยที่คิดไม่ถี่ถ้วนเอง เอาอย่างนี้แล้วกันผู้น้อยขอลากลับก่อน หวางเหย่จะได้ใช้เวลาอยู่เป็นเพื่อนฟูเหรินให้มากๆ" กล่าวจบนางก็ประสานมือคารวะแล้วเดินออกไปจากศาลา

            ฉีเฉินแค่นเสียงเย็นเยียบใส่สาวใช้ที่คุกเข่าอยู่ที่พื้น "ที่แท้นายเป็นเช่นไรบ่าวก็เป็นเช่นนั้น" พูดจบก็สะบัดชายแขนเสื้อเดินออกมาจากศาลาตรงไปหาเว่ยหลานอิ๋ง เขาอยากจะดูว่าเว่ยหลานอิ๋งมีเรื่องอะไรจะคุยกับตนกันแน่ 

            เว่ยหลานอิ๋งเพิ่งจะอาบน้ำเสร็จพอดีพอรู้ว่าฉีเฉินกลับมาก็รีบออกไปต้อนรับ เห็นสีหน้าเขาไม่ค่อยดีนักในใจนึกว่าคงเป็นเฟิงไป๋อวี้คนถ่อยผู้นั้นกวนโทสะทำให้หว่างเหย่อารมณ์เสียใบหน้าของนางก็ยิ่งแย้มยิ้มเบิกบานขึ้นเรื่อยๆผ่านไปครู่หนึ่งถึงถามขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน "ฝ่าพระบาทเป็นเช่นนี้เป็นเพราะถูกเจ้าคนไม่รู้ดีชั่วเฟิงไป๋อวี้ยั่วโมโหมาใช่หรือไม่? ฝ่าพระบาทจะต้องหัวเสียไปไย หากเขาล่วงเกินฝ่าพระบาทจริงๆพระองค์ไล่ตะเพิดเขาไปให้พ้นเสียก็สิ้นเรื่อง"

            ทันทีที่ได้ยินคำพูดนี้แววตาของฉีเฉินก็เยียบเย็นสายตาที่มองเว่ยหลานอิ๋งราวกับน้ำแข็งเหมันต์เว่ยหลานอิ๋งสั่นสะท้านไม่รู้ว่าตนเองกล่าวอะไรผิดไป

            "เปิ่นหวางว่าทางที่ดีเจ้าควรจะกลืนคำพูดที่เพิ่งพ่นออกมากลับไปดีกว่า" ฉีเฉินกล่าวอย่างหมางเมิน

            เว่ยหลานอิ๋งรู้สึกสับสนเล็กน้อย นางมองฉีเฉินอย่างอึ้งงันไม่เข้าใจว่าตนเองพูดอะไรผิด อ้าปากค้างอยู่นานถึงจะกล่าววาจาออกมา "เหตุใดฝ่าพระบาท ทรงปกป้องเขาเช่นนี้ ฝ่าพระบาทควรจะเชื่อในสัญชาตญาณสตรีเฟิงไป๋อวี้ไม่ใช่คนดิบดีอะไรไม่แน่ว่าภายหน้าเขาอาจจะก่อเรื่องกำเริบเสิบสานขึ้นมาก็ได้ทางที่ดีฝ่าพระบาทควรจะขับไล่เขาออกไปจากจวนเสียแต่เนิ่นๆไม่ใช่มาทะเลาะกับอิ๋งเอ๋อร์เช่นนี้"

            "พอได้แล้ว" ฉีเฉินตวาดเขาไม่อาจทนฟังใครพาดพิงถึงจวินหวงในทางไม่ดีได้สายตาเย็นเยียบจ้องมองเว่ยหลานอิ๋งอยู่ชั่วครู่ ถึงกล่าวต่อไป "เจ้ารู้หรือไม่ว่าตั้งแต่ต้นน้องเฟิงได้ออกอุบายมากมายแค่ไหนเพื่อช่วยเปิ่นหวาง? หากไม่ใช่เขามีหรือที่เปิ่นหวางจะได้รับความไว้วางพระทัยจากเสด็จพ่อง่ายดายถึงเพียงนี้? เปิ่นหวางคิดว่าเจ้าก็เป็นแค่ผู้หญิงยิงเรือ ผมยาววิสัยทัศน์สั้นในเมื่อเป็นเช่นนี้ ต่อไปเจ้าอย่ามาก้าวก่ายราชการแผ่นดินอีก" พูดจบเขาก็สะบัดแขนเสื้อเดินออกไปจากห้องนอน ทิ้งเว่ยหลานอิ๋งไว้คนเดียว

            เว่ยหลานอิ๋งยืนขบเขี้ยวเคี้ยวฟันกรอดๆเล็บคมจิกเข้าไปในอุ้งมือที่กำแน่นแต่ดูเหมือนว่านางจะไม่รู้สึกเจ็บในชั่วนาทีนั้นนางเกลียดชังจวินหวงเข้ากระดูก ยิ่งรู้สึกว่าจวินหวงเป็นตัวหายนะจะปล่อยให้อยู่ในจวนอ๋องแห่งนี้ต่อไปไม่ได้

            พอออกจากห้องนอนมาแล้ว ฉีเฉินรู้สึกเบื่อๆ เซ็งๆจึงเดินเรื่อยเปื่อยไปยังเรือนข้างอันเป็นที่พักของจวินหวงเว่ยเฉี่ยนคิดจะปิดประตูอยู่พอดี เมื่อเห็นฉีเฉินก็ขมวดคิ้วยุ่งแต่เพียงพริบตาเดียวสีหน้าก็กลับมาเรียบเฉยไร้อารมณ์ดังเดิมแล้วเดินมาคารวะอย่างนอบน้อม

            "น้องเฟิงหลับแล้วหรือ?" ฉีเฉินถาม

            เว่ยเฉี่ยนมองไปทางสวนด้านข้างแล้วก็ส่ายหน้า "คุณชายยังไม่หลับ กำลังนั่งจิบชาอยู่ในสวนด้านข้างเพคะ"

            ฉีเฉินพยักหน้าแล้วเดินเข้าไปในสวน เว่ยเฉี่ยนรีบเดินตามหลังเข้าไปทันที

            แท้จริงแล้ว จวินหวงกำลังเท้าศีรษะแหงนหน้ามองดวงจันทร์บนท้องฟ้าอาภรณ์แพรต่วนตัวยาวทำให้เขาให้ความรู้สึกคล้ายเทพเซียนที่ห่างไกลจากควันไฟโลกมนุษย์ฉีเฉินยืนตะลึงเล็กน้อยอวัยวะทั้งห้าบนใบหน้าที่งดงามอ่อนหวานของนางชวนให้คนคะนึงหา

            "น้องเฟิงช่างสง่างามยิ่งนัก ราวกับเทพเซียนที่ลงมาจุติในโลกมนุษย์ หากเป็นสตรีแล้วไซร้จะต้องเป็นโฉมสะคราญล่มเมืองเป็นแน่"

            จวินหวงได้ยินเสียงก็ได้สติกลับมา ลุกขึ้นประสานมือคารวะ แล้วกล่าวเรียบๆ "หวางเหย่กล่าวชมเกินไปแล้วสามัญชนคนธรรมดาเช่นผู้น้อยไหนเลยจะกล้ารับคำชื่นชมเยี่ยงนี้"

            "น้องเฟิงถ่อมตัวไปแล้ว" กล่าวจบฉีเฉินก็นั่งลงตรงข้ามกับจวินหวงเป็นการบ่งบอกให้จวินหวงนั่งลงเช่นกัน จวินหวงรินน้ำชาให้เขาถ้วยหนึ่งฉีเฉินพลันย่นคิ้ว "น้องเฟิงเคยกล่าวมิใช่หรือว่าการดื่มชาในตอนกลางคืนเป็นสิ่งไม่ดีแล้วเหตุใดวันนี้กลับมาดื่มชาเสียเองเล่า?”

            จวินหวงก้มศีรษะลงมองใบชาที่ลอยอยู่ในถ้วย แล้วยิ้มออกมาเล็กน้อย "ผู้น้อยว่างๆ ไม่มีอะไรทำ คืนนี้อย่างไรก็นอนไม่หลับไม่สู้มาดื่มชาให้ผ่อนคลาย เป็นความเลินเล่อของผู้น้อยเองหากหวางเหย่ทรงถือสาเรื่องนี้ ก็อย่าดื่มชาจะดีกว่า" พูดจบจวินหวงก็ยื่นมือเข้ามาหมายจะหยิบถ้วยชาของฉีเฉินไปเททิ้งแต่ฉีเฉินยื่นมือมาห้ามไว้

            "ไม่ใช่ปัญหาอันใด คืนนี้เปิ่นหวางก็นอนไม่หลับ หากน้องเฟิงไม่รังเกียจเช่นนั้นเปิ่นหวางก็ยินดีจะอยู่ชื่นชมดวงจันทร์เป็นเพื่อนน้องเฟิงเอง" ฉีเฉินกล่าวพลางหัวเราะเบาๆ แล้วชิงเอาถ้วยชาจากมือของจวินหวงไปจิบเล็กๆคำหนึ่ง  

            จวินหวงนึกระอาใจอยู่เงียบๆแต่ใบหน้ามิได้ลดรอยยิ้มลงเลยแม้เพียงส่วนเสี้ยว นางพยักหน้าแล้วสั่งให้บ่าวในเรือนข้างไปเตรียมขนมมาเล็กน้อย ฉีเฉินรู้สึกผ่อนคลายเลียนแบบท่าทางแหงนหน้ามองพระจันทร์ที่อยู่บนศีรษะของจวินหวงในใจก็เกิดความคิดไปหมื่นพันประการ

            จวินหวงเป็นผู้อยู่เป็นเพื่อนที่ประเสริฐ นางไม่กล่าวสิ่งใดเลยสักประโยค  เพียงแค่รินน้ำชาให้เป็นครั้งคราวยามที่ถ้วยชาเหือดแห้งเท่านั้นบางครั้งเขามีคำถามมานางก็ตอบไป ไม่ถามฉีเฉินสักคำว่าเพราะเหตุใดถึงมาแต่จวินหวงเป็นใคร ด้วยสติปัญญาเฉียบแหลมของนางจะไม่รู้เชียวหรือว่าเขาหัวเสียเพราะทะเลาะกับเว่ยหลานอิ๋งมาเพียงแต่นางแสร้งทำเป็นไม่รู้เท่านั้นเอง

            ฉีเฉินเพียรแต่คิดว่าจวินหวงไม่รู้เรื่องราวของตนแต่เขาหรือจะล่วงรู้ความคิดลึกซึ้งของสตรีได้

     

     

     

    ..............................................................................................................

            [1] ไท่จื่อ หมายถึงรัชทายาท 

    คล้ายกับเรื่องลิขิตหงสาเหนือปฐพี [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    นิยาย รัก
    627K 1276
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    นิยาย รัก
    149K 452
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    นิยาย รัก
    615K 1801
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    775K 1120
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247