“เ้าเด็กบ้ากล้าทำให้พวกข้าเป็เยี่ยงนี้ ท่านอาจารย์ข้าขอให้ศิษย์น้องเล็กชดใช้ความผิดให้พวกข้าอย่างสาสมด้วย” เสียงชิงซานที่นอนอยู่บนเตียงได้ยินบทสนทนาของทุกคนแล้วพยุงตัวขึ้นมาต่อว่าซิงเซี่ยนที่นั่งคุกเข่าก้มหัวน้ำตานองหน้าอยู่ หลี้จิงและเหยี่ยวโย่วเห็นดังนั้นรีบเข้าไปพยุงตัวชิงซานและหรูซื่อที่รู้สึกตัวแล้ว
“เ้าตัวแสบหาแต่เื่” เสียงจางหย่งที่พยุงตัวลุกขึ้นมาอีกคน
“ข้าขอโทษศิษย์พี่ทั้งสามข้าผิดไปแล้ว ฮือ ฮือ”
“ท่านอาจารย์ข้ายอมรับความผิดทุกอย่างจะลงโทษขับข้าออกจากสำนัก ข้ายอมรับการลงโทษของท่านอาจารย์ทุกอย่าง ขอเพียงท่านอาจารย์และศิษย์พี่ทุกคนให้อภัยในความไม่รู้ของข้าด้วย ฮือ ฮึก ฮือ” ซิงเซี่ยนพูดทั้งน้ำตาอย่างสำนึกผิด
“ในเมื่อเ้ายอมรับผิดความผิดของเ้าร้ายแรงมากอาจารย์จะลงโทษ.ขับ..เ้า..ออกจาก..” เสียงเหล่าซือมู่ผิงกำลังจะตัดสินขับซิงเซี่ยนออกจากสำนัก
เมื่อเห็นท่าทีของคนที่กลั่นแกล้งพวกเขานั่งคุกเข่าก้มหัวร้องไห้สำนึกผิดเป็วรรคเป็เวร ความรักระหว่างศิษย์พี่น้องของทั้งเจ็ดคนที่มีให้กันช่างเหนี่ยวแน่นซึ่งต่างคนต่างรู้จักนิสัยกันเป็อย่างดี เ้าศิษย์น้องเล็กที่แม้จะกลั่นแกล้งจนทำให้พวกเขาล้มเจ็บแต่ก็หามีเจตนาร้ายไม่ ด้วยความเป็เด็กไม่รู้ประสาจึงทำไปด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ เมื่อคิดได้เช่นนั้นความโกรธเคืองในใจก็พลันมลายหายไป
“ท่านอาจารย์ข้าขอให้เ้าตัวแสบชดใช้ความผิดโดยการดูแลรับใช้พวกข้าจนกว่าพวกข้าจะหาย” จางหย่งพูดขึ้นมา
“ข้าเห็นด้วยกับศิษย์พี่สาม ศิษย์น้องเล็กกลั่นแกล้งพวกข้าจนล้มป่วยเยี่ยงนี้ต้องให้ดูแลพวกข้านั่นแหละถึงจะเหมาะสม” ชิงซานและหรูซื่อต่างพูดพร้อมกันเมื่อเห็นศิษย์น้องเล็ก
“ใช่ๆ แค่มานั่งร้องไห้บีบน้ำตาแบบนี้ไม่เท่ากับที่เ้ากลั่นแกล้งพวกข้าต้องให้ศิษย์น้องเล็กปรนนิบัติรับใช้พวกข้าขอรับท่านอาจารย์” หรูซื่อว่าสำทับไปอีก
“ในเมื่อพวกเ้าเห็นพ้องต้องกันเช่นนั้นอาจารย์จะลงโทษเ้าให้อยู่ดูแลรับใช้ศิษย์พี่ทั้งสามจนกว่าจะหายดี ส่วนปราณเซียนที่หายไปกว่าร้อยปีของทั้งสาม อาเซี่ยนเ้าเป็ชนเผ่าจิ้งจอกเก้าหางที่มีลูกแก้วเสริมปราณเซียนในตัว เ้าสามารถใช้ถ่ายปราณเซียนที่ฝึกฝนมามอบให้ศิษย์พี่ทั้งสามของเ้าได้จากหนึ่งส่วนสามารถเพิ่มพูนได้ถึงสามส่วนในแต่ละครั้ง"
"เพียงแค่วันละครั้งเ้าถ่ายปราณเซียนของเ้าผ่านลูกแก้วของเ้า จากปราณเซียนหนึ่งวันสามารถเพิ่มพูนเป็สามเท่าเพียงไม่กี่เดือนศิษย์เ้าก็จะมีปราณเซียนเฉกเช่นดังเดิม ทั้งนี้เ้ายังควรฝึกตนสะสมปราณเซียนของเ้าทุกเช้าค่ำอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้ปราณเซียนของเ้ามีพลังเพียงพอและบริสุทธิ์ในการถ่ายทอดให้กับศิษย์พี่ทั้งสามของเ้า”
“ลุกขึ้นเถอะจงจำไว้ให้ดีวิชาที่อาจารย์ได้สั่งสอนและถ่ายทอดให้เ้าได้เรียนรู้นั้นเพื่อไว้ใช้ช่วยเหลือตนเองและผู้อื่นหาใช่มาใช้กลั่นแกล้งเพื่อความสนุกไม่ เ้าเห็นหรือไม่ครานี้ยังโชคดีที่ศิษย์ทั้งสามของเ้ายังรักษาชีวิตไว้ได้"
"หากเป็ไม่เช่นนั้นแล้วอาจารย์คงจะต้องลงโทษเ้าอย่างหนัก ทั้งอาจเกิดศึกสามเผ่า (เผ่ากวางของชิงชานหรูซื่อ, เผ่าอินทรีของจางหย่งและเผ่าจิ้งจอกเก้าหางของซิงเซี่ยน)ให้เกิดความระส่ำระส่ายไปทั่วดินแดนที่แสนสงบสุขนี้ จากนี้ไปจงอย่าได้เกเรก่อเื่อะไรขึ้นอีกเข้าใจหรือไม่” เหล่าซือมู่ผิงแตะบ่าศิษย์คนเล็กให้คลายกังวล
“ขอรับท่านอาจารย์ศิษย์ทราบแล้ว ขอบคุณท่านอาจารย์ ขอบคุณศิษย์พี่ทั้งสาม ขอบคุณทุกคน ฮือ ฮือ” ศิษย์พี่ทั้งสามยอมช่วยพูดกับท่านอาจารย์ไม่ขับไล่ตนออกจากสำนักทำให้น้ำตาของซิงเซี่ยนยิ่งไหลออกมาด้วยความสำนึกผิด เพราะการที่ศิษย์พี่ทั้งสามออกปากพูดทั้งอาจารย์ที่ได้ว่ากล่าวตักเตือนสถานเบาก็เหมือนยกโทษให้กับความผิดครั้งนี้ของเค้าแล้วเช่นกัน
....หลังจากเหตุการณ์นี้ผ่านไปได้เจ็ดวัน....
“ศิษย์พี่สาม ศิษย์พี่ห้า ศิษย์พี่หก ข้าทำน้ำซุปแกงเห็ดพันปีร้อนๆ มาบำรุงให้ทุกคนแล้ว เฮ้ย” “เพล้ง โครม” เสียงคนถือถาดแกงน้ำซุปเสียงดังมาแต่ไกล รีบวิ่งเข้ามาทางชิงซาน หรูซื่อและจางหย่งแต่ด้วยความเซ่อซ่าจึงสะดุดขาตัวเองน้ำแกงทั้งสามสาดคนที่รออยู่บนโต๊ะลวกใส่หน้าจนร้องกันเสียงดังลั่น
“โอ๊ย! ร้อนๆ เ้าบ้าอาเซี่ยนเ้าจะฆ่าพวกข้าหรือไง” ชิงซานด่าเสียงดังใส่คนซุ่มซ่าม
“จะรีบวิ่งมาทำไม เดินมาดีๆ ไม่เป็หรือ” จางหย่งลุกปัดเศษเนื้อเห็ดและสมุนไพรที่อยู่บนตัวออกจากตัวอย่างโมโห
“ให้มารับใช้พวกข้ากลับมาเพิ่มภาระให้พวกข้าอีกปวดหัวกับเ้าจริงๆ” หรูซื่อบ่นอย่างหงุดหงิดเพราะั้แ่วันที่ซิงเซี่ยนมาดูแลพวกเขาทั้งสาม นอกจากการปรุงยาและการถ่ายปราณเซียนที่ไม่มีปัญหาแล้ว
ส่วนเื่ที่ต้องคอยดูแลเื่อาหารการกินและกิจวัตรต่างๆ ล้วนแล้วแต่สร้างความปวดหัวให้กับทุกคนเป็อย่างยิ่ง เสื้อผ้าที่ให้นำไปซักกับออกแรงมากไปจนเสื้อผ้าขาดวิ่น อาหารที่ทำให้กินรสชาติเหมือนต้องเสี่ยงตายกินทุกวันยังไม่นับความซุ่มซ่ามที่คอยพาคนป่วยทั้งสามออกกำลังแต่ดันพาชนโต๊ะชนตู้อย่างกับคนตาบอด
“ข้าขอโทษด้วยนะศิษย์พี่ข้ามันไม่ได้เื่จริงๆ” ซิงเซี่ยนใรีบไปปัดเศษสมุนไพรออกจากหัวและตัวของพวกศิษย์พี่ทั้งสาม
“รีบไปเอาเสื้อผ้ามาเปลี่ยนให้พวกข้า น้ำแกงให้ศิษย์น้องคนอื่นยกมาใหม่ละกันเ้าไม่ต้องยกมาแล้วเดี๋ยวก็ซุ่มซ่ามทำเสียของอีก” ชิงซานเห็นซิงเซี่ยนจะร้องไห้เลยรีบไล่ออกไป
“ขอรับศิษย์พี่” ซิงเซี่ยนก้มหน้าเศร้าเดินออกจากห้องไป
“ฮึก ฮือ” เสียงคนแอบร้องไห้อยู่ใต้ต้นไม้สูงที่เคยช่วยนกเล็กตัวหนึ่งไว้
“จิ๊บ จิ๊บ” เสียงนกน้อยบินวนรอบศีรษะคนที่นั่งคุดคู่ร้องไห้อยู่และเกาะบนไหล่บางเหมือนจะปลอบโยน
“มาแอบร้องไห้อยู่ตรงนี้นี่เองศิษย์น้องเล็กเป็อะไรไป ไหนเล่าให้ศิษย์พี่ฟังได้รึไม่” เฉิงอันเดินตามเสียงร้องไห้มาแล้วพบว่าเป็เสียงของซิงเซี่ยน
“วันนี้ข้าทำน้ำแกงหกใส่พวกศิษย์พี่ทั้งสามอีกแล้ว ฮือ ฮือ” “ข้ามันไม่ได้เื่เลยจริงๆ ทำอะไรก็มีแต่สร้างปัญหาให้ทุกคน ฮือ ฮืก” เสียงสะอื้นร้องไห้ตัดพ้อน้อยใจในความสามารถของตน
“เ้าอย่าได้ตัดพ้อตัวเองเช่นนี้ เ้าเองมีความสามารถด้านแพทย์มากกว่าใครๆ ดูสิพวกชิงซาน หรูซื่อและจางหย่งต่างได้รับยาและปราณเซียนของเ้า ร่างกายแข็งแรงเร็วกว่าที่ท่านอาจารย์กล่าวไว้เสียอีก"
"จากที่ต้องนอนอยู่บนเตียงตอนนี้กลับลุกขึ้นมาเดินเหินได้แล้ว หากเ้าตั้งใจมุ่งมั่นทำสิ่งใดด้วยความตั้งมั่นไม่นานก็จะเกิดผลอย่างแน่นอน” เฉิงอันกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนทั้งยังโอบกอดปลอบประโลมคนตัวเล็กที่ร้องไห้อยู่
“จริงเหรอศิษย์พี่ใหญ่เช่นนั้นต่อไปข้าจะตั้งใจหมั่นศึกษาตำราแพทย์โอสถ วิชาเทพเซียนต่างๆ ให้เก่งกว่านี้จะได้ไม่เป็ตกเป็ภาระและสร้างความเดือดร้อนให้กับใครอีก ข้าคิดเยี่ยงนี้ดีหรือไม่ศิษย์พี่” ซิงเซี่ยนเริ่มส่งเสียงเจื้อยแจ้วยิ้มหวานออก
“จิ๊บ จิ๊บ” เสียงนกน้อยที่เกาะบนไหล่ซิงเซี่ยนเหมือนตอบรับให้กำลังใจด้วยเช่นกัน
“อืมเย็นมากแล้ว กลับกันเถอะเ้ายังต้องไปปรุงยาให้พวกชิงซานอีกนะ” “หากมีเื่ใดที่้าให้ศิษย์พี่ช่วยแค่เพียงเ้าเอ่ยปากบอกเท่านั้น” เฉิงอันลุกขึ้นยืนพลางดึงมือคนตัวเล็กที่ตอนนี้คลายความเสียใจเป็ยิ้มหวานให้ลุกตาม เฉิงอันพูดบอกทั้งเอามือลูบหัวศิษย์น้องเล็กอย่างเอ็นดู
ซิงเซี่ยนโบกมือร่ำลานกน้อยก่อนเดินออกจากป่าไผ่ มืออีกข้างเกาะแขนเฉิงอันไว้ก่อนเดินกลับมาที่พักของศิษย์พี่ทั้งสาม เมื่อถึงหน้าประตูห้องพักก็เกิดความรู้สึกกลัวเหล่าศิษย์พี่ทั้งสามขึ้นอีก
“ศิษย์พี่เข้าไปพร้อมข้าได้หรือไม่ เดี๋ยวพวกศิษย์พี่ชิงซานจะดุว่าข้าอีก” ซิงเซี่ยนอ้อนขอให้เฉิงอันเข้าไปในห้องพักของศิษย์พี่ทั้งสามเพราะหากมีศิษย์พี่ใหญ่อยู่ด้วยทั้งสามคนคงไม่กล้าดุว่าใส่เค้าอีก
“เข้าไปเถิดไม่ต้องกลัว พวกจางหย่ง ชิงซานและหรูซื่อใจดีกว่าที่เ้าคิดนะ” เฉิงอันบอกคนที่เกาะแขนเค้าแน่นไม่ยอมปล่อย
ไม่ทันจะก้าวเข้าประตูห้อง...เสียงประตูก็เปิดออก
“มาแล้วเหรอเ้าตัวแสบหายไปไหนมา พวกข้าให้คนตามหาเ้าซะทั่ว” เสียงชิงซานที่เปิดประตูออกมาบ่นว่าคนที่ยืนหลบอยู่ด้านหลังเฉิงอัน
“ศิษย์พี่ข้าขอโทษที่ซุ่มซ่ามทำให้พวกท่านต้องเจ็บตัว ต่อไปนี้ข้าจะพยายามไม่ทำให้เกิดเื่ต้องเดือดร้อนศิษย์พี่ทุกคนอีกแล้ว” เสียงหงอยๆ ของซิงเซี่ยนทำให้หรูซื่อกับจางหย่งจะอ้าปากว่าต้องนิ่งเงียบไป
“ตอนนี้อาการพวกข้าดีขึ้นมากแล้ว ต่อไปแค่เ้าคอยปรุงยากับถ่ายปราณเซียนให้พวกข้าก็พอ ไม่ต้องทำอาหารและอย่างอื่นอีกแล้วเดี๋ยวจะวุ่นวายหนักเข้าไปอีก” จางหย่งพูดบอกอีกคน
“แต่ท่านอาจารย์สั่งพวกข้าไว้ให้ดูแลปรนนิบัติศิษย์พี่จนกว่าจะหายดี เยี่ยงนี้จะไม่ผิดต่อคำพูดที่ให้ไว้กับท่านอาจารย์หรอกหรือ” ซิงเซี่ยนชะโงกหน้าที่หลบอยู่ด้านหลังของเฉิงอันมาถามหวังเหล่ยด้วยแววตาเศร้าๆ ตัวเค้าไม่ใช่ไม่อยากไถ่โทษที่ทำผิด แต่ทุกครั้งที่ดูแลเหล่าศิษย์พี่ทั้งสามกลับเหมือนสร้างความปวดหัวให้มากขึ้นไปอีก ถ้าแค่ปรุงยาที่เป็งานถนัดของเค้าอยู่แล้วกับถ่ายปราณเซียนคงไม่สร้างความปวดหัวให้กับใครนับว่าเป็การดีต่อทุกฝ่าย
“เื่นี้ข้าได้บอกท่านอาจารย์แล้วท่านไม่ได้ว่ากล่าวอะไร เพียงแต่เ้าอย่าสร้างปัญหาเพิ่มอย่างอื่นขึ้นมาก็พอเข้าใจหรือไม่” ชิงซานบอกคนที่แววตาเศร้าอยู่กลับกลายเป็ตาหยียิ้มหวานขึ้นมาทันที
“จริงนะศิษย์พี่ เย้ๆ ศิษย์พี่ใจดีที่สุดเลย ข้ารักพวกท่านจริงๆ” ซิงเซี่ยนวิ่งออกจากด้านหลังของเฉิงอันไปะโกอดศิษย์พี่ทั้งสามอย่างเด็กเล็ก
“ทำอย่างไงได้เ้าเป็ศิษย์น้องเล็กของพวกข้านิ” ทั้งสามพูดแล้วยิ้มให้ซิงเซี่ยน
อันที่จริงหลังจากซิงเซี่ยนออกจากห้องไป พวกชิงซานก็รู้สึกตัวว่าต่อว่าศิษย์น้องเล็กแรงไป จึงได้ให้คนออกตามหาแต่ก็ไม่พบตัว จึงส่งหิ่งห้อยิญญาไปตามหาในป่าไผ่จนกระทั่งได้ยินเสียงร้องไห้เสียใจและความในใจทั้งหมดของคนตัวเล็ก
[หิ่งห้อยิญญาเกิดจากปราณเซียนความเร็วในการบินและการสื่อสารนั้นขึ้นอยู่กับความสามารถของผู้สร้างแต่ละคน ใช้ในการสื่อสารรับส่งความในที่ห่างไกลถึงกันในแต่ละครั้งเมื่อหมดสิ้นพลังปราณเซียนก็จะสลายหายไป]
ส่วนเฉิงอันที่รับรู้ว่ามีหิ่งห้อยิญญาคอยฟังอยู่แล้วนั้นก็พูดชี้นำให้อีกฝ่ายได้รับรู้ถึงความตั้งใจดีในการรักษาที่ช่วยให้หายได้เร็วกว่าปกติของคนตัวเล็กไปด้วยทำให้คนฟังทั้งสามต่างเข้าใจ จึงไม่อยากกดดันและถือสาหาความกับคนตัวเล็กอีก
“เอาล่ะๆ เ้ากินข้าวมาหรือยัง เมื่อกี้ข้าให้พวกศิษย์น้องไปยกอาหารมาเผื่อเ้าชุดหนึ่งแล้ว” หรูซื่อพูดแล้วบอกซิงเซี่ยนให้มากินข้าวซะ
“ข้ากำลังหิวอยู่พอดีเลย กินละนะ” ซิงเซี่ยนกินข้าวอย่างเอร็ดอร่อยทั้งหันมายิ้มหวานให้กับศิษย์พี่ทั้งสี่อย่างร่าเริงเช่นเคย
.
......อาเซี่ยนน้อยตัวแสบแค่ไหนแต่ก็เป็ที่รักของทุกคนอยู่ดี...ตอนต่อไปจะเกิดเหตุวุ่นวายอะไรในแดนมนุษย์แล้วอาเซี่ยนน้อยของเราล่ะจะทำอะไรอีก...โปรดติดตามตอนต่อไป