
หลังม่านกำมะหยี่สีแดงสด...
เสียงเคาะค้อนไม้ประมูลดัง ปัง! เป็สัญญาณสิ้นสุดการ
เฉินมู่จ่ายตั๋วเงินแลกทองคำปึกใหญ่ให้แก่ผู้จัดการหอประมูลชาวเปอร์เซียอย่างไม่เสียดาย ท่ามกลางสายตาอิจฉาริษยาของเหล่าเศรษฐีเฒ่าที่จำใจต้องเดินคอตกกลับไป
"เชิญทางนี้ขอรับนายท่านเฉิน... แม่เสือสาวของท่านกำลังรออยู่"
ผู้จัดการหอผายมือด้วยรอยยิ้มประจบประแจง นำทางเฉินมู่และจางเหว่ยเข้าไปยังห้องรับรองส่วนตัวด้านหลังเวที
ภายในห้องนั้นอบอวลไปด้วยกลิ่นน้ำมันหอมระเหยที่รุนแรงกว่าภายนอก ผสมกับกลิ่นอายคาวป่าเถื่อนของ "สินค้า" ที่ถูกกักขัง
กรงเหล็กดัดลวดลายวิจิตรตั้งอยู่กลางห้อง ภายในนั้น... ยาสะ กำลังนั่งหอบหายใจหนักหน่วง ร่างกายชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อกาฬที่ไหลอาบไล้ไปตามร่องกล้ามเนื้อหน้าท้องและเนินอกอวบอัด ทำให้ผิวสีน้ำผึ้งของนางดูมันวาวดุจขนมหวานเคลือบน้ำตาล
เมื่อเห็นเฉินมู่เดินเข้ามา ั์ตาสีอำพันคู่นั้นก็ลุกวาวด้วยไฟแค้น นางแยกเขี้ยวขู่ในลำคอราวกับแมวป่าที่จนตรอก
"กรอด..."
เฉินมู่โบกพัดจีบในมือเบาๆ เดินเข้าไปหยุดยืนหน้ากรงเหล็ก กวาดสายตาสำรวจเรือนร่างของนางั้แ่ศีรษะจรดปลายเท้า... ไม่ใช่ด้วยสายตาโลมเลีย แต่ด้วยสายตาประเมินค่า
"เปิดกรง" เฉินมู่สั่งเสียงเรียบ
"ตะ... แต่ว่านายท่าน" ผู้จัดการหน้าซีด "นางดุร้ายมากนะขอรับ ฤทธิ์ยาผ่อนคลายกล้ามเนื้อเริ่มหมดแล้ว เกรงว่า..."
"ข้าบอกให้เปิด" เฉินมู่ปรายตามอง "หรือเ้าคิดว่าผู้คุ้มกันของข้าเป็เพียงท่อนไม้ทื่อๆ?"
ผู้จัดการกลืนน้ำลาย รีบไขกุญแจกรงอย่างทุลักทุเล เสียงโซ่ตรวนกระทบพื้นดัง เคร้ง! ประตูเหล็กเปิดอ้าออก
ทันใดนั้น!
ฟวับ!
ไวเท่าความคิด ร่างเพรียวระหงของยาสะพุ่งทะยานออกมาจากกรงดุจะุปืนใหญ่ นางไม่ได้คิดหนี... แต่คิดฆ่า!
เป้าหมายคือลำคอขาวซีดของเฉินมู่
ท่อนขาเรียวยาวที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อตวัดเตะสูง แหวกอากาศเสียงดังวูบ หากโดนเข้าไปคอคงหักสะบั้น
เฉินมู่ยืนนิ่งไม่ขยับแม้แต่ปลายเล็บ รอยยิ้มมุมปากยังคงเดิม
ปึก!
ฝ่ามือหนาใหญ่ข้างหนึ่งยื่นเข้ามาคว้าข้อเท้าของนางไว้อย่างแม่นยำและมั่นคง
จางเหว่ย รับลูกเตะนั้นไว้ด้วยมือเดียว สีหน้าเรียบเฉยราวกำลังรับลูกบอลผ้า
"เร็วดี..." จางเหว่ยวิจารณ์หน้าตาย ขณะที่ยาสะพยายามกระชากขาคืนแต่ไม่เป็ผล แรงบีบของจางเหว่ยเหมือนคีมเหล็ก "แต่จุดศูนย์ถ่วงไม่ดี...
พุ่งมาทั้งตัวแบบนี้ ถ้าข้าบิดข้อมือทีเดียว เอ็นเข่าเ้าขาดแน่"
ยาสะเบิกตากว้าง นางมั่นใจในพละกำลังของตนที่เป็นักรบหญิงแห่งเผ่า แต่กลับสู้แรงของั์ปักหลั่นผู้นี้ไม่ได้เลย
"ปล่อยนาง อาเหว่ย" เฉินมู่สั่ง
จางเหว่ยสะบัดมือเบาๆ ร่างของยาสะก็เซถลาไปกระแทกโซฟาบุกำมะหยี่ จังหวะที่นางล้มลง เสื้อเอวลอยตัวจิ๋วเลิกขึ้นจนเห็นยอดอกสีเข้มวูบหนึ่ง
ก่อนที่นางจะรีบตะกายลุกขึ้นตั้งท่าสู้ เหงื่อหยดลงมาจากปลายคาง ไหลผ่านร่องอกลึกหายเข้าไปในกางเกง
ภาพนั้นช่างงดงาม ยั่วยวน และอันตรายในเวลาเดียวกัน
เฉินมู่เดินเข้าไปหานางช้าๆ ยาสะถอยหลังกรูดจนชิดกำแพง นางหอบหายใจแรง หน้าอกกระเพื่อมขึ้นลงอย่างรุนแรงตามจังหวะหัวใจ
"จะทำอะไร..." นางพูดภาษาจีนกระท่อนกระแท่น เสียงแหบพร่า "อย่า... เข้ามา..."
เฉินมู่หยุดยืนตรงหน้านาง ระยะห่างเพียงคืบ กลิ่นเหงื่อเปรี้ยวๆ ผสมกลิ่นเครื่องเทศจากกายนางลอยแตะจมูก
เขาเอื้อมมือออกไป... ยาสะหลับตาปี๋ เตรียมรับััหยาบโลนเหมือนชายคนอื่นๆ
ทว่า...
เฉินมู่กลับใช้นิ้วชี้จิ้มไปที่ "หน้าท้อง" ของนางเบาๆ
จึ๊ก... จึ๊ก...
"แข็งเป๊กเลย..." เฉินมู่หันไปพูดกับจางเหว่ยหน้าตาเฉย "อาเหว่ย เ้าพูดถูก กล้ามเนื้อหน้าท้องนางแข็งแรงมาก ยืดหยุ่นดีเยี่ยม เหมาะแก่การ..."
ยาสะลืมตาโพลง งงเป็ไก่ตาแตก
"...เหมาะแก่การเป็โล่เนื้อชั้นดี" เฉินมู่สรุป "แถมสะโพกใหญ่ ทรงตัวดี น่าจะฝึกวิชาตัวเบาได้ไม่ยาก"
"ใช่ครับนายน้อย" จางเหว่ยเสริมอย่างจริงจัง สายตาจับจ้องไปที่ต้นขาของนาง "ดูน่องนั่นสิ... กล้ามเนื้อเป็มัดๆ เหมือนม้าศึกชั้นดี ถ้าให้วิ่งส่งข่าวคงเร็วกว่าม้า แถมโครงสร้างกระดูกเชิงกรานกว้างแบบนี้..."
จางเหว่ยหยุดคิดครู่หนึ่ง
"ถ้าจับมาฝึกท่านั่งม้า สักสามเดือน รากฐานคงมั่นคงดุจภูผา ใครก็ชนไม่ล้ม"
ยาสะอ้าปากค้าง ความโกรธและความกลัวหายไปครึ่งหนึ่ง แทนที่ด้วยความสับสน
ไอ้ผู้ชายสองคนนี้มันเป็บ้าอะไรกัน? ไม่สนใจหน้าอกข้า แต่มาวิจารณ์น่องกับกระดูกเชิงกรานข้าเนี่ยนะ?
"เ้าชื่อยาสะสินะ..." เฉินมู่เชยคางนางขึ้น บังคับให้สบตา
คราวนี้เขามองลึกเข้าไปในดวงตา ไม่ใช่กล้ามเนื้อ
"ข้าไม่ได้ซื้อเ้ามาเป็นางบำเรอ..." เฉินมู่เอ่ยเสียงนุ่มทุ้มแต่น่าเกรงขาม "ข้ามีเงินมากพอจะซื้อนางโลมที่สวยกว่าเ้า นุ่มนิ่มกว่าเ้า และตัวหอมกว่าเ้าได้เป็ร้อยคน"
"ที่ข้าซื้อเ้า... เพราะแววตาคู่นี้"
เฉินมู่ใช้นิ้วหัวแม่มือไล้ไปที่ริมฝีปากล่างที่แตกแห้งของนางเบาๆ ัันั้นวาบหวามจนยาสะขนลุกซู่
"แววตาที่อยากจะกัดคอคนทั้งโลก... ข้าชอบมัน"
"ข้าจะให้ทางเลือกเ้า สองทาง"
เฉินมู่ชูสองนิ้ว
"หนึ่ง... รับเงินค่าเดินทาง แล้วไสหัวกลับทะเลทรายไปซะ ไปตายดาบหน้า"
"สอง... อยู่กับข้า เป็ดาบอีกเล่มของข้า แลกกับอาหารดีๆ ที่นอนนุ่มๆ และโอกาสที่จะได้..."
เฉินมู่โน้มหน้าเข้าไปกระซิบข้างหูนาง ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอ
"...โอกาสที่จะได้ฆ่าคน อย่างถูกกฎหมาย"
ยาสะตัวสั่นสะท้าน ข้อเสนอทั้งสองช่างเย้ายวน แต่สิ่งที่เย้ายวนที่สุดคือกลิ่นอายอำนาจจากตัวเด็กหนุ่มผู้นี้
นางเป็ทาสมานาน ถูกกดขี่มาตลอด... นี่เป็ครั้งแรกที่มีคนยื่น "ดาบ" ให้นาง แทนที่จะยื่น "โซ่ตรวน"
นางเงยหน้ามองเฉินมู่ ความดุร้ายในแววตาเปลี่ยนเป็ความสนใจและความภักดีแบบสัตว์ป่าที่เพิ่งเจอจ่าฝูงที่แข็งแกร่งกว่า
"ข้า..." นางกลืนน้ำลาย "ข้าจะ... ฆ่า..."
"ดี" เฉินมู่ผละออก ยิ้มกว้างอย่างพอใจ
"อาเหว่ย... หาเสื้อผ้าดีๆ ให้นางใส่หน่อย ข้าไม่อยากให้ใครมองสินค้าของข้าฟรีๆ" เฉินมู่ปรายตามองหน้าอกที่ล้นทะลักของนางแวบหนึ่ง ก่อนจะหันหลังเดินออกจากห้อง
"แล้วก็... สอนนางใช้อาวุธแบบชาวฮั่นด้วย พรุ่งนี้เรามีงานใหญ่"
จางเหว่ยถอดเสื้อคลุมตัวนอกของตนโยนให้ยาสะ เสื้อตัวใหญ่โคร่งคลุมร่างนางจนมิดชิด
"ใส่ซะ" จางเหว่ยสั่งเสียงห้วน "แล้วตามมา... อย่าคิดหนี ข้าวิ่งเร็วกว่าม้าที่เ้าเคยขี่แน่นอน"
ยาสะกระชับเสื้อคลุมที่มีกลิ่นเหงื่อจางๆ ของจางเหว่ยแน่น นางมองแผ่นหลังกว้างของชายร่างั์ และแผ่นหลังที่ดูบอบบางแต่ทรงอำนาจของเฉินมู่
จากกรงขังหนึ่ง... สู่อีกกรงขังหนึ่ง
แต่นางรู้สึกว่า กรงทองแห่งนี้... อาจจะไม่เลวร้ายอย่างที่คิด