“อาเฉินขอบใจมาก”หลังจากลงจากเขากันมาได้แล้วกังจือก็เอ่ยออกมาหากไม่ได้เซี่ยเฉินปานนี้คงได้ลงไปนอนคุยกับรากต้นไม้แทนที่จะได้กลับบ้าน
“เื่เล็กน้อยกลับบ้านไปได้แล้วเดี๋ยวพี่สะใภ้จะคอยนาน”เซี่ยเฉินเอ่ยบอกกังจือจึงพยักหน้าแล้วกล่าวลาเดินแยกไปอีกทาง เซี่ยเฉินก็สะพายตะกร้าตรงไปที่บ้านนำเห็ดและผักที่ได้ออกมาล้างน้ำเพื่อทำเป็อาหารกินเย็นนี้เซี่ยเฉินตั้งใจจะนำผักป่ามาผัดเป็ผัดหนึ่งและนำเห็ดมาต้มเป็ซุปเห็ดเพียงแต่เขาลืมไปว่าที่บ้านไม่มีน้ำมันจึงตัดสินใจนำทั้งผักและเห็ดบางส่วนมาต้มส่วนผักที่เหลือก็จะทำเป็ผักดองและเห็ดตากแห้งเก็บไว้พอได้น้ำซุปผักต้มแล้วเซี่ยเฉินก็ลากเก้าอี้มานั่งตรงลานบ้านเหมือนดั่งเช่นเคย
เช้าวันต่อมา
เซี่ยเฉินตื่นขึ้นมาให้อาหารไก่และให้ตัวเองแล้วก็นำเมล็ดผักที่แช่น้ำไว้ตรงไปยังแปลงนาที่ไถพรวนไว้เรียบร้อยแล้วเซี่ยเฉินจัดการหยอดเมล็ดแตงโมและแตงกว่าลงที่ดินทั้งสองหมู่จนหมดแล้วก็จัดการแบกถังไปตักน้ำเพื่อมารดที่แปลงระหว่างที่เซี่ยเฉินแบกถังไปตักน้ำที่ริมแม่น้ำเซี่ยเฉินก็เห็นเด็กชายสองคนกำลังเล่นน้ำ
“อย่าว่ายไปไกล”เซี่ยเฉินะโบอกเด็กชายทั้งสองคนด้วยความเป็ห่วงซึ่งเด็กสองคนนั้นก็โบกมือมาให้คล้ายว่ารับรู้แล้ว เซี่ยเฉินที่เห็นก็ก้มตัวลงไปตักน้ำ
“พี่ชายผมให้ครับ”เด็กชายหนึ่งในสองคนว่ายเข้ามาทางที่เขาอยู่พร้อมกับยื่นปลาหลีฮื้อตัวใหญ่มาให้
“จับได้เยอะเหรอ”เซี่ยเฉินเอ่ยถามพลางยื่นถังใส่น้ำออกไปรับ
“ครับ”เด็กชายหนึ่งในนั้นตอบรับ
“ถ้าได้เยอะแล้วก็ขึ้นมาเถอะเดี๋ยวจะไม่สบายกัน”เซี่ยเฉินเอ่ยเตือนด้วยรอยยิ้มจึงทำให้เด็กชายทั้งสองรับคำแล้วพากันว่ายขึ้นฝั่งเซี่ยเฉินที่เห็นเด็กน้อยว่าง่ายกันก็เดินกลับไปที่นาของตนโดยนำถังใส่ปลาวางไว้แล้วใช้น้ำอีกถังรดลงไปยังพื้นทีที่ลงเมล็ดผักไว้และเป็เพราะว่าถังน้ำมีใช้แค่ใบเดียวเซี่ยเฉินจึงใช้เวลาไปกลับตักน้ำมารดหลายชั่วโมง
เมื่อเซี่ยเฉินรดน้ำที่แปลงผักเสร็จแล้วก็แบกถังเปล่าและถังใส่ปลากลับไปบ้านมื้อกลางวันเซี่ยเฉินตั้งใจทำปลาหลีฮื้อเปรี้ยวหวานเพียงแต่มันต้องใช้น้ำมันในการทอด เซี่ยเฉินจึงตั้งใจไปขอซื้อจากบ้านลุงถังที่อยู่ถัดจากบ้านของเขาไปไม่ไกล
“ลุงถังครับลุงถัง”เซี่ยเฉินะโเรียกอยู่หน้าบ้าน ชายวัยกลางคนที่ได้ยินเสียงก็เดินออกมาพร้อมกับไม้เท้าประจำตัว
“นั่นใคร”ชายวัยกลางคนผู้มีสีผมดอกเลาแซมเล็กน้อยเอ่ยถามออกมา
“ผมเองครับเซี่ยเฉิน”เขาเอ่ยบอกออกมาเซี่ยเฉินตั้งใจมาขอซื้อน้ำมันจากคนตรงหน้าเพราะจากความทรงจำลุงถังหรือชื่อจริงถังซือห้านนั้นมักจะเจี่ยวน้ำมันเก็บไว้คราวละมากๆ
“เสี่ยเฉินเองเรอะกลับมาแล้วสินะ”ลุงถังพูดด้วยรอยยิ้มอย่างที่ไม่เคยยิ้มให้ใครมาก่อนเซี่ยเฉินเองก็ยิ้มรับ
“ผมมาขอซื้อน้ำมันจากลุงได้ไหมครับ”เซี่ยเฉินเอ่ยเข้าเื่ที่มาหา
“ไม่ต้องซื้อหรอกน้ำมันลุงมีเยอะ เดี๋ยวลุงเข้าไปตักมาให้”ลุงถังพูดจบก็ยันไม้เท้ากลับเข้าไปในบ้านเซี่ยเฉินมองท่าทางของชายวัยกลางคนแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจ เพราะเขาเป็คนที่น่าสงสารคนหนึ่งเลยก็ว่าได้ในวัยหนุ่มเป็ทหารผู้องอาจต่อสู้กับข้าศึกนับร้อยได้อย่างไม่เกรงกลัวแต่เพราะได้รับาเ็กลับมาบ้านก็ถูกภรรยาทิ้งแถมยังเอาเงินที่ได้จากการปลดประจำการไปทั้งหมดอีกด้วยเ้าของร่างในวัยเด็กเองก็มาคอยช่วยชายตรงหน้าไม่น้อยแม้ตนเองจะมีเงินไม่มากแต่หากที่บ้านทำสิ่งใดกินก็จะนำมาให้อีกฝ่ายกินด้วยเขาในฐานะแม่ทัพก็อดนึกถึงชะตากรรมสหายร่วมรบคนอื่นไม่ได้
“น้ำมันได้แล้ว”ชายวัยกลางคนถือโถที่ใส่น้ำมันออกมายื่นให้เขา
“ลุงถังครับถ้าผมจะพาลุงเข้าไปตรวจในเมือง”เซี่ยเฉินรับโถมาถือก่อนจะเอ่ยบางอย่างออกมาแต่ชายวัยกลางคนกลับโบกมือ
“ไม่ต้องหรอกอย่าเปลืองเงินเปลืองทองไปเลย”ชายวัยกลางคนพูด เซี่ยเฉินได้แต่ถอนหายใจผู้เฒ่าผู้แก่ที่นี่เห็นเงินสำคัญกว่าชีวิตกันทั้งนั้นเ็ปเล็กน้อยก็เพียงเก็บสมุนไพรมาต้มกินไม่ยอมไปหาหมอที่โรงพยาบาลซึ่งเซี่ยซ่งเว่ยพ่อบุญธรรมของเขาก็เป็หนึ่งในนั้น เจ็บป่วยก็ต้มยาสมุนไพรกินเองจนเ็ปทนไม่ไหวหมอก็พบว่าเป็ระยะที่สามแล้ว เ้าของร่างที่รู้เื่ก็โทษตัวเองว่าไม่ยอมดูแลพ่อให้ดีไม่ยอมขัดขืนพามาหาหมอั้แ่แรกเริ่มที่มีอาการจวบจนพ่อบุญธรรมจากไปเซี่ยเฉินก็ยังไม่เลิกโทษตัวเองและเพราะเหตุนี้จึงไม่เคยกลับมาดูบ้านเก่าแห่งนี้เลย
เซี่ยเฉินกลับมาถึงบ้านก็จัดการฆ่าขอดเกล็ดและควักเครื่องในออก ล้างน้ำสะอาดให้เรียบร้อยก็จัดการบั้งปลาตามแนวขวาง3-4ครั้ง ใส่เกลือและซีอิ๊วทาให้ทั่วทั้งตัวทิ้งให้ส่วนผสมเข้าไปอยู่ในเนื้อปลาในระหว่างนั้นก็มาเตรียมหั่นขิงต้นหอมและสับกระเทียม พอเห็นว่าเนื้อปลาได้ที่ก็นำมาคลุกแป้ง ตั้งกระทะเทน้ำมันรอจนน้ำมันเดือดก็นำปลาที่คลุกแป้งลงไปทอด ทอดจนทั้งสองด้านเปลี่ยนเป็สีเหลืองก่อนจะยกขึ้นมาพักไว้จากนั้นก็เทน้ำมันออกตามด้วยใส่กระเทียม ขิง ต้นหอม ต้นหอมซอยผัดกับซอสมะเขือเทศน้ำตาล น้ำส้มสายชูจนส่วนผสมทั้งหมดเริ่มข้นก็นำขึ้นราดลงบนตัวปลาเป้นอันเสร็จเรียบร้อย
เซี่ยเฉินที่ทำกับข้าวเสร็จแล้วก็เดินถือชามข้าวและกับข้าวมาวางลงบนโต๊ะนั่งลงกินอย่างเงียบๆกินจนอิ่มเขาก็เตรียมหาพื้นที่ปลูกผักที่เหลืออย่างมะเขือเทศและผักบุ้งและสถานที่ที่ถูกเลือกก็คือหลังบ้านนั้นเอง เซี่ยเฉินจึงแบกจอบไปขุดและยกร่องพื้นทันทีเมื่อทำในสิ่งที่้าเสร็จแล้วและเห็นว่าแสงอาทิตย์ยังไม่ลับขอบฟ้าเซี่ยเฉินจึงนำอุปกรณ์และไม้ออกมานั่งแกะสลักเพราะสิ่งของบางอย่างยังไม่มีเขาจึงต้องทำเพิ่ม
“เสี่ยวเฉินทำอะไรอยู่หรือ”เสียงของผู้ใหญ่บ้านอย่างผู้เฒ่าหวังเอ่ยถามขึ้นมาจากรั้วบ้าน
“ก็นั่งแกะไปเรื่อยเปื่อยครับตาหวังมีอะไรหรือเปล่าครับ”เซี่ยเฉินเอ่ยถามเมื่อเห็นสีหน้าอันหนักอึ้งของอีกฝ่ายเขาเห็นแล้วว่าน่าจะมีเื่ทุกข์ใจจึงไปเปิดประตูรั้วให้ตาหวังได้เข้ามา
“เฮ้อ เสี่ยวเฉินอาทิตย์หน้าจะมีนักธุรกิจใหญ่มาที่หมู่บ้านของเรา”ตาหวังเอ่ยขึ้นมา
“ก็ดีแล้วไม่ใช่เหรอครับตาหนักใจเื่อะไร”เขายังคงเอ่ยถามต่อ
“ตาก็เป็ห่วงหลายเื่นั่นล่ะเสี่ยวเฉิน ถือว่าตาขอร้องนะ อาทิตย์หน้าช่วยคอยดูแลแขกคนนั้นได้ไหมทั้งหมู่บ้านของเรามีเพียงเ้านี่หล่ะที่ออกไปเห็นโลกภายนอก”เสียงตาหวังพูดอย่างหมดหนทางคงเป็พวกทายาทรุ่นสองล่ะมั้งและในฐานะคนหนึ่งในหมู่บ้านการช่วยเหลือชาวบ้านย่อมเป็สิ่งที่ดี
“ได้ครับ”เซี่ยเฉินรับปากอย่างแข็งขันตาเฒ่าหวังที่มีสีหน้าเคร่งเครียดก็ดุผ่อนคลายลงมามาก
“ขอบใจมาก ขอบใจมากจริงๆ”ตาเฒ่าหวังพูดพอสบายใจตาเฒ่าก็ชวนคุยสัพเพเหระจนเย็นย่ำจึงได้ขอตัวกลับบ้านไปซึ่งเซี่ยเฉินก็เป็คนเดินไปส่งด้วยตัวเอง