"เคย์เป็อะไรไหม ถ้าไม่ชอบพี่จะปฏิเสธให้เอง"
พี่อย่าเปรี้ยวตัวเองเป็แค่บารอน คนนั้นเขาดยุก อำนาจมันต่างกัน!
แม้จะขอบคุณท่านพี่อย่างเป็ล้นพ้นทว่าเคยะรู้ดีว่าชนชั้นมีความสำคัญต่อเซตติ้งโลกในนิยายนี้เป็อย่างมาก บารอนที่เป้นตำแหน่งปลายแถวไม่อาจขัดคำสั่งของดยุกได้ แถมดยุกผู้นั้นยังเป็ประยูรญาติห่างขององค์จักรพรรดิอีกด้วย ผู้ที่ต่ำต้อยกว่าขัดขืนอำนาจของผู้มีอำนาจแม้ในโลกปัจจุบันที่มีความห่างชั้นของชนชั้นยังตายอนาถมานัดต่อนัด แต่จะให้เขาไปเป็เหยื่อให้ฆ่าง่ายๆก็ใช่ที่ดังนั้นสิ่งที่ชายหนุ่มทผู้หลงเข้ามาในโลกยุ่งเหยิงคิดได้คือการเอาน้องชายตัวเองไปเป็ของเซ่นสังเวย
นายเอกของเกมเชียวนะ ท่านนักบุญผู้ใสซื่อบริสุทธิ์น่าเจี้ยะยังไงละ เอาไปแนะนำตัวให้ท่านดยุกเผื่อจะเกิดอีเว้นจีบนายเอกอยากทะลวงพรหมจรรย์เสียหน่อย
“ท่านพี่ข้าพาน้องเล็กไปได้หรือไม่? งานเลี้ยงของดยุกย่อมไม่มีโอกาสง่ายพาเขาไปเปิดหูเปิดตาเสียหน่อย”
“ได้สิ” น้องชายคนรองผู้เก็บตัวมาเนิ่นนานหลังจากป่วยหนักจนนอนซมไปเกือบอาทิตย์กลับยอมออกงานถึงสองครั้งพาให้ผู้เป็พี่ได้แต่เลิกคิ้วรู้สึกยินดีที่อีกฝ่ายยอมเปิดโลกจึงได้อนุญาติโดยไม่ได้มองริมฝีปากของน้องชายที่กระตุกขึ้น
"อีเทอร์อยากไปงานเลี้ยงกับพี่ไหม?" เพื่อชีวิตตัวเองเคยะคิดว่าเขาจะเอาอีเทอร์ไปขาย เพราะดยุกดิลุคฆ่าพี่ชายจึงในตอนท้ายของเกมทั้งคู่จึงไม่ได้ลงเอยกัน ดังนั้นถ้าทำให้ดยุกหลงใหลน้องชายน่าจะมีพลังแห่งรักปล่อยเขาไปก็ได้
ไปๆไอ้น้องชายไปโดนเขาเยเพื่อพี่ชายหน่อยนะ นายแค่เสียประตูหลังแต่พี่เสียชีวิตนะ
**************************************
บางครั้งโชคชะตาก็เล่นตลกกับเขาเสมอ เคยะคิดเช่นนั้นนับั้แ่เขาถูกส่งมายังโลกใบนี้ด้วยความบังเอิญเขาไม่เคยทำอะไรตามแผนที่วางเอาไว้แม้สักนิด ..
"คุณชายเคย่าเป็ที่เลื่องลือในเื่คารมคมคายหยอกล้อให้สตรีหลงใหลพอมาได้พบตัวจริงถึงคิดว่าไม่ได้เกินไปเลย" บุรุษผู้ที่งดงามราวกับอิสตรีตรงหน้ากำลังชมเชยเขา ใบหน้าได้รุปั์ตากลมโตเรือนผมสีแดงสดเข้ากับสีทับทิมที่หรี่ลงแม้จะสวยงามทว่ามันก็น่ากลัวเหลือเกิน เคยะรู้ได้ว่านิ้วที่จับแก้วชามันชาเสียจนสั่น
เหมือนกับหนูที่โดนเหยี่ยวนักล่าจับจ้อง
เขาคือเหยื่อและคนตรงหน้าคือคนล่า...
"มิได้ รูปโฉมของท่านดยุกนั้นเลื่องลือไกลจนข้านั้นรู้สึกอิจฉาไม่น้อยเลย ท่านดยุกช่างเลอโฉมเสียจริง" เมื่อยามนั้นมืดนักทำให้เคยะไม่ได้พิจารณาอย่างบถี่ถ้วน แม้จะรู้ถึงบทบรรยายของเกมมาแล้วทว่าเมื่อได้พบอย่างใกล้ชิดก็อดถอนหายใจกับรูปโฉมของดยุกผู้นี้ไม่ได้ สมแล้วที่ได้ชื่อว่า ‘รูปงาม’
นักบุญอีเทอร์ผู้เป็นายเอกนั้นถูกบรรยายไว้ด้วยเอกลักษณ์ ‘น่ารัก น่าเอ็นดู ‘ทว่าในเกมนี้คนที่มีรูปลักษณ์จนถูกบรรยายว่า ‘งดงาม’ นั้นมีเพียงแค่สองคน และมีเพียงสองคนที่ถูกบรรยายด้วย ‘รูปงาม’ คือเดนสเลฟและดิลุค
ขนาด’ รูปงาม’ ยังสวยขนาดนี้เคยะชักนึกอยากเห็น ‘งดงาม’ เสียแล้ว
"ครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่เราพบกันสินะท่านชาย?" ทับทิมแสนงดงามนั้นหรี่ลงเคยะวางแก้วน้ำชาลงแม้มันจะรสกลมกล่อมแค่ไหนก็ตาม ....นิ้วมือเอื้อมไปแตะตักของน้องชายคนเล็กที่กินขนมราวกับหนุแฮมเตอร์แสนน่าเอ็นดู
บัดซบหัวใจอย่ากระเด้งออกมานอกอกนะ ....
อ๊า ...ทำไมนายเอาแต่จ้องฉัน นายไม่มองนายเอกบ้างหรือไง...ดูสิน่ารักน่าเอ็นดูขนาดนี้มองหน่อยสิแล้วตกหลุมรักอยากเอานายเอกไปซะ
"ฮะ ฮะ ฮะ ท่านดยุกก็พูดเกินไปหากพบท่านที่เลอโฉมจนหัวใจหวั่นไหวขนาดนี้ข้าจะลืมลงได้อย่างไร?" เคยะไม่อยากกลายเป็เหยื่อให้สัตว์นักล่าจับจ้องมากนักเขาหันไปโอบไหล่ของเด็กหนุ่มข้างเคียงนิ้วเรียวเช็ดขนมที่ติดพวงแก้มน้อยอดไม่ได้ที่จะเกลี่ยความเกลี้ยงเกลานั้น “นี่บุตรคนที่สามเขาชื่อ อีเทอร์ อัลเบอริช ข้าคิดว่าท่านคงรู้จักเขาอยู่แล้ว”
ใช่ จะไม่มีใครไม่รู้จักท่านชายคนที่สามผู้น่ารักของบ้านเรากันเล่า ไม่อยากอวดแต่อีเทอร์นะหัวกระไดไม่เคยแห้งเลยนะ
“ขอบคุณท่านมากที่ชวนมาที่แสนสวยงามที่นี่” เด็กหนุ่มคลี่ยิ้มอย่างน่ารักจนเคยะคลี่ยิ้มตามั์ตาสีฟ้าที่มีดวงดาราประทับหันไปมองในสวนตามสายตาของอีเทอร์ มันเป็สวนที่ตกแต่งได้สวยงามรุปปั้นประดับและดอกเซซิเลียนั้นชวนให้อดมองตามทุ่งดอกสีอ่อน พวกเราอยู่ในเรือนกระจกที่ล้อมรอบด้วยทะเลของดอกไม้เป็สถานที่สุดแสนโรแมนติกที่เหล่าตัวเอกในมังงะแฟนตาซีย้อนยุคมักใช้ในการพลอตรัก
ใช่แล้วมันเป็สถานที่ดีถ้าไม่ใช่เพราะกำลังหวาดกลัวเคยะคงได้ดื่มด่ำกับสุนทรีย์รมณ์นี้
“ข้าคิดว่าเ้าคงรู้จักข้าอยู่แล้ว” ผู้เป็ดยุกเพียงแค่หรี่ตามองเด็กหนุ่มเบื้องหน้า ไม่ใช่เขาไม่รู้จักเพราะชื่อเสียงของบุตรคนที่สามของตระกูลนี้นั้นโด่งดังพอกับผู้นำตระกูลเสียแต่ข่าวของบุตรคนที่สองกลับมีน้อยนิดสามารถสรุปได้ในแค่กระดาษเดียวตอนที่คนสนิทนำข้อมูลมาให้
คนผู้นี้อยู่อย่างเงียบเชียบราวกับไร้ตัวตนมาตลอด...
“ต้องขอขอบคุณท่านดยุกแรควินเดอร์มากทีได้เชิญเรามางานเลี้ยงในครานี้ ต้องขอโทษแทนผู้นำตระกูลที่ติดงานจนไม่อาจปลีกตัวมาร่วมทำความเคราพท่านได้ “ชายหนุ่มสีครามรับรู้ได้ว่าเขาอยู่ในดงของศัตรูหากไม่รีบขอตัวลาจะต้องเพลี้ยงพล้ำ โชคดีที่ร่างกายได้ร่ำเรียนมารยาทของชนชั้นสูงมาบ้าง
"ท่านชายเคย่ามีลักษณะที่แตกต่างจากคนอื่นอย่างชัดเจนหากได้พบสักครั้งคงไม่มีทางลืม" ดยุกสีเืผู้นั้นกระตุกยิ้มที่มุมปากมันทำให้ใบหน้าของเขาดูดีจนน่าหลงใหลสองมือประสานไว้บนตักพาให้เคยะเกือบเคลิ้ม
แม่งเอ้ย เขาไม่เชื่อหรอกไกลขนาดนั้นจะเห็นได้ยังไงตาทิพย์หรือไงฟะ
"แหม ข้าเองไปงานเลี้ยงเช่นกันท่านดยุกคงจะเคยเห็นจากงานเลี้ยงที่ไหนสักที่มากกว่า"
“เช่นงานเลี้ยงของเคาส์อารอนสินะ”
“โอ้ใช่ งานนั้นข้าเองก็ไปเช่นกันเพื่อไปเต้นรำกับคู่หมั้นของข้า” การเล่นบทบาทสมมุติและสวมใส่หน้ากากนั้นคืองานของเขา ในฐานะแฟนเช่าแล้วเขาจะต้องเป็ผู้ชายทุกแบบที่หญิงสาวอยากให้เป้น
"ใช่แล้วท่านพี่คาย่านะเป็คนที่โดดเด่นมาก" อีเทอร์ผู้น่ารักพูดทั้งยังจิบชาและทานขนมท่าทีเหมือนแฮมเตอร์นั้นทำให้เคยะอยากบีบกะโหลกสักที
อย่าเพิ่งขายพี่ไอ้น้อง ...แม้ใบหน้าจะแย้มยิ้มแต่เหงื่อซึมหลังไปหมดเขาชอบการที่มีของสวยงามรายล้อมแต่แบบนี้น่ากลัวเกินไป พวกเขาพูดคุยด้วยความน่าหวาดหวั่นกันไปเพียงครู่เดียวเคยะเห็นว่าถึงเวลาสมควรแล้วถึงได้แสแสร้งปวดศีรษะ อย่างไรเสียท่านชายเคย่าก็เพิ่งจะฟื้นจากอาการป่วยเื่นี้คือเื่ที่รู้ทั่วไปดังัน้นการจะแกล้งสำออยนิดหน่อยเพื่อให้ได้รอดจากกรงเล็บของเหยี่ยวแสนสวยคงไม่เกินกำลัง
“เช่นนั้นข้าคงไม่รั้ง ...หวังว่าพวกเราจะได้พบพูดคุยกันอีก “ชายหนุ่มแห่งทับทิมผายมือในเมื่อวันนี้ไม่สามารถจับเหยื่อได้จึงต้องปล่อยไปแม้จะเสียดาย “ข้าจะไปส่ง”
“พวกเราไม่ต้องให้ท่านดยุกแรควินเดอร์ เดินมาส่งเองหรอกขอรับ” ท่านชายคนที่สองแห่งตระกูลอัลเบอริชโค้งตัวอย่างสง่างามเขาเป็คนที่มีรุปร่างเพรียวสูงยามที่สวมใส่ชุดสีขาวกลับเป็การขับให้สีผิวและสีผมโดดเด่น ทว่าสิ่งที่ตราตรึงเมื่อมองคราแรกคือดวงตาที่ไม่เหมือนใครคู่นั้น
ดวงตาอันเป็เอกลักษณ์ที่จะมีได้เพียงสายเืของตระกูลอัลเบอริชเท่านั้น ...ไม่ใช่ทุกคนที่มีสายเืของตระกูลจะสามารถครอบครัวมัน ...ดวงดาราที่ประดับบนธงของตระกูลนั้นจะก่อเกิดบนั์ตาของลูกหลานบางคนเท่านั้นแม้แต่คนในตระกูลก็ไม่รู้ว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไรในยุคสมัยนี้มีเพียงบุตรชายคนโตและคนรองเท่านั้นที่สืบทอดมัน
ดวงตาที่พิเศษ...สิ่งนั้นทำเอาดิลุคเผลอขยับยิ้ม
“จริงสิ พวกเ้ามีท่านหญิงตัวน้อยอยู่คนหนึ่งไม่ใช่หรือเอาขนมเค้กกลับไปให้นางทานด้วยสิ” ดยุกแรควินเดอร์ผายมือให้เอลเซอร์พ่อบ้านเชื้อเชิญเด็กหนุ่มผู้น่ารักส่วนตัวเขาคว้าข้อมือของบุตรชายคนรองที่กำลังเดินสวนกลับ มันใช้เวลาเพียงเสี้ยววินาทีเท่านั้นใน่เวลาที่เด็กหนุ่มกำลังสนใจการนำขนมกลับบ้านพี่ชายคนรองและดยุกก็เลือนหายไปเสียแล้ว
เคยะกำลังสับสนทุกอย่างมันเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วเกินกว่าที่เขาจะร้อง ในจังหวะที่กำลังเดินตามหลังน้องชายตัวน้อยข้อมือกลับถูกคว้าเอาไว้ อีกฝ่ายโอบเอวยกเขาขึ้นด้วยมือเดียวมืออีกข้างปิดปากก่อนที่แผ่นหลังจะประทะกับลำต้นไม้ใหญ่เขาถูกลากเข้ามาด้านหลังของต้นไทรใหญ่ั์ตาที่ประดับด้วยดวงดาราเบิกกว้างมองเห็นสีหน้าเรียบเฉยของดยุกสีเื
งดงามทว่าอันตราย
“เ้าจำไม่ได้งั้นหรือ?” น้ำเสียบราบเรียบดังขึ้นเสียงนั้นทำให้เคยะมือสั่นเขากัดริมฝีปากก่อนจะจ้องตาอีกฝ่ายแสแสร้งว่ากำลังโกรธ
ใช่แล้วแทนที่จะกลัวคนที่ไม่รู้จักกันควรจะโกรธที่อีกฝ่ายกระชากตัวมากระแทกต้นไม้
“ท่านสนใจน้องชายของข้าใช่หรือไม่?” ทันที่ที่ริมฝีปากเป็อิสระเคยะจึงเริ่มพูดเรื่อยเปื่อย “น้องชายของข้านั้นเป็ดอกไม้งามที่ไม่ว่าชายใดก็ล้วนหมายปองหากท่านสนใจไม่ต้องใช้กำลังข้าย่อมสนับสนุน”
“อืม “ั์ตาสีชาดนั้นหรี่ลงมันกรอกมองสำรวจคนตรงหน้าหนึ่งรอบก่อนที่ริมฝีปากบางจะระบายบนใบหน้ารูปงามของดยุก “ข้าคิดว่าข้าสนใจเ้ามากกว่าน้องของเ้าเสียอีก”
“ท่านก็ล้อเล่นไปแล้ว ข้ามีคู่หมั้นอยู่แล้ว คงไม่มีใครหลงมาชอบพอกับบุตรชายคนรองที่ไม่โดดเด่นเช่นนั้นใช่หรือไม่?” เคยะเหงื่อตกในเกมนี้คนที่รอดจากการวังวนวายนั้นมีแค่เดนเสลฟและเคย่า
“เ้าเองก็งดงามไม่หยอก” ดิลุคคลี่ยิ้มจับจ้องเหยื่อตรงหน้ามือเชยคางได้รูป เขาไมได้โป้ปดแม้สักนิดเพราะว่าท่านชายเคย่านั้นมีรูปโฉมที่จัดว่างดงาม ผิวสีน้ำผึ้งเข้าคู่กับเส้นผมสีน้ำเงินดูแปลกตาและโดดเด่น ใบหน้าได้รูปั์ตางดงามเป็ประกายราวกับอัญมณีแสนงาม เสียแต่ตอนนี้พวกเขาอยู่ในสถานะผุ้ล่าและผู้ถูกล่า
“ท่านก็ล้อเล่นแรงไป” เคยะแนบตัวติดแทบจะผสานกับลำต้นของต้นไม้เรือนร่างที่ดูคล้ายบอบบางนั้นทาบทับลงมาเขาเอื้อมมือไปผลักไหล่นั้นมันให้ความรู้สึกเหมือนกับการผลักก้อนหินขนาดใหญ่สักก้อนหนึ่งไม่ว่าจะออกแรงแค่ไหนอีกฝ่ายก็ไม่ขยับสักนิด
“ข้าสนใจเ้า ...ดังนั้นช่วยไม่ได้หากสายตาของข้าจะจับจ้องอยู่เพียงเ้า” เสียงทุ้มดังอยู่ข้างหูเคยะััได้ถึงลมหายใจอุ่นที่เป่ารดคอของเขาจนขนลุก จมูกได้กลิ่นกายคุกกรุ่นมันเป็กลิ่นคล้ายกับไวน์องุ่นหอมหวานแต่ก็ร้อนแรง มือสีขาวราวหิมะช้อนเส้นผมสีน้ำเงินก่อนที่จะแนบริมฝีปากได้รุปลงไป ั์ตาราวกับเืนั้นช้อนขึ้นท่วงท่าที่พาให้หลงใหลนั้นน่ากลัวจับใจเมื่ออีกฝ่ายคลี่ยิ้ม
เขากำลังถูกเตือนให้รู้ถึงสถานะ นักล่ารับรู้ว้าเขาคือเหยื่อยและตราสัญลักษณ์เพื่อรอคอยวันที่จะปลิดลมหายใจ
กลัว...แต่ว่า
“เช่นนั้นก็น่าเสียดายหน่อยนะเพราะข้ากับคู่หมั้นยังรักกันดี” เขาไม่รู้ว่าตอนที่พูดออกไปเสียงนั้นสั่นหรือไม่ทว่าเอวกลับถุกโอบดิลุคใช้มือเพียงข้างเดียวดึงรั้งอีกฝ่ายขึ้นมา ประคองตัวตนอีกฝ่ายไม่ให้ล้มไป
“เช่นนั้นไว้พบกันอีก” มือของนักล่าปล่อยเ้าเหยื่อตัวน้อยั์ตาสีชาดมองแผ่นหลังบอบบางก่อนจะเอ่ยปากกับพ่อบ้าน “หาข้อมูลของตระกูลอัลเบอริชมาให้หมด”
“ขอรับ” เอลเซอร์มองดูนายท่านยืนมองสองพี่น้องตระกูลอัลเบอริชจากห้องทำงานชั้นสองเขาไม่รู้ว่านายท่านกำลังคิดอะไรอยู่เมื่อมองดูสองคนนั้นขึ้นรถม้า
“อีกอย่าง...หาของขวัญส่งไปให้ด้วย”
“นายท่านจะให้ส่งสิ่งใดขอรับ”
“ข้าไม่รู้ว่าตอนนี้ผู้คนกำลังชมชอบสิ่งใด เ้าก็เลือกไปให้แล้วกัน..”
ในตอนนี้นักล่าทำได้แค่เพียงรอคอยเหยื่อในมุมมืด..