เมื่อไลท์เดินเข้ามาเขาก็กลายเป็นจุดสนใจทันที
“ มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นงั้นหรอไลท์? ” จักรพรรดินีแฟร์ซ่าถามขึ้น
“ ข่าวดีน่ะ ” ไลท์หัวเราะก่อนที่จะบอกว่ามนุษย์เองก็ส่งกำลังทหารมามากกว่าห้าล้านคนและตัวตนระดับSSอีกห้าคน
“ นับว่าเป็นข่าวดีอีกข่าวเลยทีเดียว ” แม่ทัพอาวุโสฮูเลก้าหัวเราะออกมา ส่วนแม่ทัพคนอื่นๆเองก็พากันหัวเราะออกมาอย่างมีความสุข ไหนจะจัดการพวกปีศาจที่แฝงตัวอยู่ในค่ายไหนจะได้กำลังเสริมมาจากมนุษย์อีก
“ หลังจากนี้พวกเราจะเริ่มบุกพวกปีศาจบ้าง พวกเราจะต้องแสดงให้เห็นว่าพวกเราไม่ได้อ่อนแอไปกว่าพวกมัน ”จักรพรรดินีแฟร์ซ่าพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“ ทำไมพวกเราถึงไม่ดัดหลังพวกมันล่ะ? ” ไลท์พูดขึ้นด้วยรอยยิ้ม
แม่ทัพทั้งหมดต่างมองมาที่ไลท์ด้วยความสนใจ
“ พอดีฉันจับตัวปีศาจไว้ตัวหนึ่ง เพื่อที่จะวางกับดักพวกมัน ” ไลท์แสยะยิ้มออกมา
แม่ทัพอาวุโสฮูเลก้าลูบเคราตัวเองก่อนที่จะพูดขึ้นว่า “ ท่านไลท์ต้องการให้มันส่งข่าวลวงเพื่อล่อให้แม่ทัพปีศาจของพวกมันปรากฏตัวออกมา จากนั้นพวกเราก็ทำการสังหารแม่ทัพปีศาจสินะ ”
ไลท์พยักหน้าและพูดขึ้นว่า “ ด้วยวิธีการนี้พวกเราจะสามารถกำจัดแม่ทัพปีศาจได้สองถึงสามตัวเลยทีเดียว ซึ่งจำนวนนี้ก็ทำให้ลดแรงกดดันของพวกเราได้เยอะเลยทีเดียว ”
หลังจากนั้นไลท์ก็ได้เสนอแผนการที่จะล่อให้แม่ทัพปีศาจออกมาจากค่ายปีศาจ
ผ่านไปกว่าหนึ่งชั่วโมง
ไลท์และเฮลเฟลชก็กลับมาที่เต็นท์ของตัวเองพร้อมกับมีจักรพรรดินีแฟร์ซ่าและแม่ทัพอาวุโสฮูเลก้า พ่อบ้านซาร์ ตามมาด้วย เพื่อที่จะดูปีศาจที่ไลท์จับตัวมา
ภายในเต็นท์มีปีศาจแวมไพร์กำลังถูกล่ามโซ่อยู่พร้อมกับส่งเสียงอู้อี้ออกมาอย่างต่อเนื่อง
เป็นแวมไพร์หนุ่มในชุดของทหารเอลฟ์ผมสีแดงเพลิง ร่างกายเต็มไปด้วยบาดแผลนับไม่ถ้วน
“ ลูกพี่กลับมาแล้วหรอ? ” ไลก้าหันไปเห็นไลท์เดินเข้ามาพอดี นอกจากนี้ยังมีคนอื่นๆกลับมาด้วย
“ เป็นอย่างไรบ้าง? ” ไลท์ถามขึ้น
“ ก็อย่างที่เห็นน่ะลูกพี่ มันยังส่งเสียงอู้อี้ไม่หยุดเลยครับ ” ไลก้าตอบ
“ เอาที่อุดปากมันออก ” ไลท์พูดขึ้น
ไลก้าพยักหน้าก่อนที่จะดึงที่อุดปากออกมา
“ ไอพวกสารเลวพวกแกจะต้องตายทั้งหมด ” แวมไพร์ตะโกนขึ้นด้วยน้ำเสียงโกรธเกรี้ยว
“ งั้นหรอ แต่น่าเสียดายนะพวกที่ต้องตายคือพวกแก ” ไลท์หัวเราะออกมาก่อนที่จะจับไปที่หัวของแวมไพร์และดูความทรงจำของแวมไพร์ตัวนี้ทันที
ไม่นานแววตาของไลท์ก็แสดงถึงความเย้ยหยันออกมา
จากนั้นไลท์ก็ทำการกรีดเลือดของแวมไพร์ออกมาก่อนที่จะใช้ทักษะบางอย่างทันที
ไม่นานเลือดของแวมไพร์ก็ค่อยๆลอยเข้าปากของแวมไพร์
“ นี้แกทำอะไรกับข้ากันแน่!! ” แวมไพร์ตะโกนออกมาด้วยความตกใจและมองไปที่ไลท์ด้วยแววตาหวาดกลัว
“ ไม่มีอะไรหรอกฉันก็แค่จะทำอะไรนิดๆหน่อยๆเท่านั้นแหละไบโอลาส ” ไลท์หัวเราะก่อนที่จะดีดนิ้วหนึ่งที
ไบโอลาสคือชื่อของแวมไพร์ตัวนี้
ทันใดนั้นไบโอลาสก็หยุดชะงักก่อนที่จะกลายเป็นเหม่อลอยเลยทันที
ไลท์จับหัวของไบโอลาสก่อนที่จะพึมพำออกมา
ไบโอลาสหยิบเครื่องมือสื่อสารออกมาก่อนที่จะติดต่อไปหาหัวหน้าของมัน
“ หัวหน้านี้ผมเอง ไบโอลาส ”
“ ใช่ครับหัวหน้าพวกมันส่งแม่ทัพประมาณห้าคนออกไปข้างนอกจริงๆ จากที่สืบมาได้ยินมาว่าแม่ทัพเอลฟ์เหล่านั้นต้องการที่จะทำลายค่ายย่อยๆของพวกเราทั้งหมดเพื่อเป็นการตัดกำลังของพวกเราครับ ”
“ ใช่ครับหัวหน้า…เข้าใจแล้วครับหัวหน้า ”
ไม่นานไบโอลาสก็วางสายไป
ตลอดการพูดคุยของไบโอลาสกับหัวหน้า ไลท์ก็พึมพำตลอดเวลาคล้ายกับเป็นคนพูดคุยด้วยตัวเอง
ทุกคนๆต่างก็มองมาที่ไลท์ด้วยความตกใจและเต็มไปด้วยความไม่อยากเชื่อว่าไลท์จะมีทักษะอะไรแบบนี้ด้วย
“ หัวหน้าเดี๋ยวนี้ชักจะน่ากลัวเกินไปแล้วนะ ” เวโรนิก้าพูดด้วยน้ำเสียงหยอกล้อ
ส่วนคนอื่นๆเองก็หัวเราะออกมาเช่นกัน
ไลท์เองก็หัวเราะออกมาเหมือนกัน ทักษะนี้คือหนึ่งในทักษะชั่วร้ายของพวกลัทธิปีศาจของโลกผู้ฝึกตน
ทักษะนี้จะสามารถควบคุมคนอื่นได้ตามที่เราต้องการ ซึ่งทักษะนี้ได้สร้างความวุ่นวายมานับไม่ถ้วนให้กับโลกผู้ฝึกตนมาแล้ว
ที่ไลท์สามารถใช้ทักษะนี้ได้ก็เพราะจักรพรรดิสวรรค์เทียนตี้อู๋หลงได้ลักลอบขโมยวิชานี้มาจากพวกลัทธิปีศาจก่อนที่จะทำการปรับแต่งให้มันไม่อันตรายเกินไปต่อผู้ที่ถูกควบคุม
“ เอาล่ะตอนนี้แผนการพร้อมแล้วต่อไปก็เป็นถึงการลงมือทำแล้วล่ะ ” ไลท์พูดขึ้น
จักรพรรดินีแฟร์ซ่าและแม่ทัพอาวุโสฮูเลก้าพยักหน้าก่อนที่จะออกไปเตรียมตัวกันทันที
วันต่อมา
แม่ทัพเอลฟ์หลายคนได้หายตัวไปอย่างลับๆโดยที่ไม่มีทหารคนไหนสังเกตเห็น
ไลท์และเฮลเฟลชเองก็หายตัวไปด้วยเช่นกัน
บนท้องฟ้านอกค่ายทหาร
จักรพรรดินีแฟร์ซ่าและแม่ทัพเกือบทั้งหมดในค่ายทหารอยู่ที่นี้แล้ว ในตอนนี้ที่ค่ายทหารมีแม่ทัพเอลฟ์เฝ้าอยู่เพียงแค่สามคนเท่านั้น
“ ฮูเลก้าฝากที่เหลือไว้กับพวกท่านด้วย ” จักรพรรดินีแฟร์ซ่าพูดขึ้น
“ เข้าใจแล้วองค์จักรพรรดินี โปรดวางใจกระหม่อมได้ ” แม่ทัพอาวุโสฮูเลก้าพยักหน้ารับก่อนที่จะพาแม่ทัพเอลฟ์อีกสี่คนบินตรงไปที่ค่ายปีศาจแห่งหนึ่ง
ส่วนทางด้านจักรพรรดินีแฟร์ซ่าและคนอื่นๆก็ค่อยๆบินไป
เมื่อมาถึงค่ายย่อยของปีศาจ พวกเขาก็เห็นแม่ทัพฮูเลก้ากำลังปะทะกับแม่ทัพปีศาจอย่างดุเดือด แม่ทัพปีศาจมีทั้งหมดสามตัวด้วยกัน
แม้ว่าทุกคนจะเห็นว่าเกิดการต่อสู้กันแล้วพวกเขาก็ไม่ได้รีบร้อนที่จะไปช่วย เพราะพวกเขาต้องการให้แม่ทัพฮูเลก้าไปปะทะกับแม่ทัพปีศาจก่อนให้นานกว่านี้ก่อนเพราะพวกเขาต้องการดูว่ามีแม่ทัพปีศาจที่แอบซ่อนตัวอยู่แถวนี้หรือไม่
การต่อสู้ผ่านไปกว่าสิบนาที แม่ทัพปีศาจก็เริ่มเสียเปรียบเล็กน้อยเพราะแม่ทัพเอลฟ์ที่กำลังต่อสู้อยู่คือแม่ทัพเอลฟ์ที่แข็งแกร่งอันดับต้นๆของทวีปเอลฟ์
ในขณะที่แม่ทัพปีศาจกำลังเป็นฝ่ายเสียเปรียบอยู่นั้น จู่ๆก็มีแม่ทัพปีศาจอีกสามตัวบินขึ้นมาจากด้านล่าง และเริ่มทำการรุมแม่ทัพเอลฟ์ทันที
“ ดูเหมือนว่าแผนการของนายจะได้ผลนะไลท์ ” จักรพรรดินีแฟร์ซ่าพูดด้วยรอยยิ้ม ทันใดนั้นเธอก็ส่งแม่ทัพอีกสิบคนเข้าไปโจมตีแม่ทัพปีศาจทั้งหมด โดยที่เธอยังเหลือแม่ทัพคอยเฝ้าระวังเผื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดขึ้น
ในทันทีที่แม่ทัพเอลฟ์โผล่มาอีกสิบคนก็ทำให้แม่ทัพปีศาจพากันตกใจและพยายามที่จะฝ่าวงล้อมเพื่อที่จะหนีออกมาให้ได้ เพราะในตอนนี้พวกมันรู้แล้วว่าถูกหลอก
หลายนาทีผ่านไปแม่ทัพปีศาจตัวหนึ่งก็ถูกฆ่าตาย ในตอนนี้ทำให้แม่ทัพปีศาจที่เหลือพากันหวาดกลัวและรีบหาทางหนีออกมาให้ได้ แต่ก็น่าเสียดายที่พวกมันไม่สามารถหนีออกมาได้แม้แต่ตัวเดียว
หกแม่ทัพปีศาจถูกสังหารในเวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง
หลังจากนั้นจักรพรรดินีแฟร์ซ่าก็สั่งให้แม่ทัพทั้งหมดทำลายค่ายทหารแห่งนี้ซะและห้ามไม่ให้มีปีศาจตัวไหนหลุดลอดไปได้
ผ่านไปกว่าครึ่งชั่วโมง ทหารปีศาจกว่าหนึ่งล้านตัวก็ถูกสังหารจนเกลี้ยงแน่นอนว่าด้วยจำนวนที่มากขนาดนี้ย่อมทำให้มีปลาที่หลุดจากแห แต่แน่นอนว่ามันไม่ใช่จำนวนที่มากมายอะไรนัก แค่ไม่กี่ร้อยตัวเท่านั้น
เมื่อเห็นว่าทำลายค่ายย่อยปีศาจแห่งนี้เสร็จแล้วจักรพรรดินีแฟร์ซ่าก็ออกคำสั่งให้ตรงไปยังค่ายย่อยของทหารปีศาจอีกแห่งทันที
ค่ายทหารปีศาจที่ล้อมค่ายหลักมีอยู่ทั้งหมดสองค่าย ซึ่งเป็นค่ายทางซ้ายและค่ายทางขวาที่อยู่ห่างจากค่ายหลักประมาณหนึ่งร้อยกิโลเมตร
แม้ว่าหนึ่งร้อยกิโลเมตรจะเป็นระยะทางที่ไกลแต่สำหรับตัวตนระดับSSแล้วเพียงแค่ไม่ถึงสิบนาทีก็บินมาถึงแล้ว
เมื่อมาถึงจักรพรรดินีแฟร์ซ่าก็สั่งให้แม่ทัพทั้งหมดบุกโจมตีทันที แม้แต่เธอเองก็ใช้มหาเวทย์ทันที
แม่ทัพคนอื่นๆก็พากันใช้มหาเวทย์ที่กินพื้นที่กว้างเพื่อสังหารทหารปีศาจให้ได้มากที่สุด
ทันใดนั้นแม่ทัพปีศาจอีกสามตัวก็บินออกมาจากค่ายด้วยแววตาโกรธเกรี้ยวแต่เมื่อมันเห็นว่าแม่ทัพฝั่งเอลฟ์มากกว่าสิบคนบุกมาโจมตีค่ายก็แสดงสีหน้าตกใจออกมาและรีบหนีทันทีแต่ทว่าสายไปแล้ว ทันทีที่แม่ทัพปีศาจโผล่ออกมามันก็ถูกล็อคเป้าไว้ทันที
“ ฆ่าแม่ทัพปีศาจซะ ” จักรพรรดินีแฟร์ซ่าตะโกนขึ้นก่อนที่แม่ทัพเอลฟ์ทั้งหมดจะพุ่งไปที่แม่ทัพปีศาจทั้งสามตัวทันที
ไม่นานแม่ทัพปีศาจทั้งสามก็ตายไปถึงสองตัวและอีกตัวที่อยู่ในสภาพบาดเจ็บสาหัส
“ ไอพวกเอลฟ์สารเลว ” แม่ทัพปีศาจคำรามด้วยความโกรธก่อนที่จะบินใส่แม่ทัพเอลฟ์สองคนที่อยู่ด้านหน้า
“ เหอะในเมื่อวันนี้ข้าต้องตาย ข้าก็ต้องลากพวกแกไปด้วย ” แม่ทัพปีศาจคำรามด้วยความบ้าคลั่งพร้อมกับเร่งพลังให้สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
แม่ทัพเอลฟ์ที่อยู่รอบๆพากันตกใจและรีบบินหนีทันทีเพราะพวกเขารู้ดีว่าแม่ทัพปีศาจตัวนี้ต้องการที่จะระเบิดตัวเอง
การระเบิดตัวเองของตัวตนระดับSSนั้นมีความรุนแรงกว่ามหาเวทย์ของระดับSSบางคนเสียอีก
ตู้มมมมมมมมมมม
เสียงระเบิดดังขึ้นพร้อมกับคลื่นพลังที่ซัดให้ทุกๆอย่างในระยะหนึ่งกิโลเมตรโดนทำลายไปด้วย
ไม่นานเมื่อฝุ่นควันหายไปทุกคนๆก็รีบบินไปหาแม่ทัพเอลฟ์สองคนที่อยู่ใกล้กับแม่ทัพปีศาจที่ระเบิดตัวเองตายไป
“ พิคอรัส เอ็มสโนว์ ” แม่ทัพคนอื่นๆพากันตะโกนเรียก
ก่อนที่จะมีเสียงตะโกนตอบกลับมาว่า “ ฉันไม่เป็นไร ”
“ เสียงของพิคอรัส? ” แม่ทัพคนหนึ่งตะโกนขึ้นด้วยความยินดี
จากนั้นก็มีเสียงของเอ็มสโนว์ดังขึ้น
เมื่อฝุ่นจางไปแม่ทัพเอลฟ์ทั้งหมดก็เห็นว่ารอบๆตัวของแม่ทัพพิคอรัสและแม่ทัพเอ็มสโนว์มีม่านพลังป้องกันเอาไว้อยู่
แม้ว่าตอนนี้ร่างกายของแม่ทัพทั้งสองจะอยู่ในสภาพที่บาดเจ็บสาหัสไปหน่อยก็ตามแต่ก็ยังโชคดีที่รอดมาได้
“ ว่าแต่ม่านพลังนี้เป็นของใครกันทำไมฉันถึงไม่เคยเห็นมาก่อน” แม่ทัพเอลฟ์คนหนึ่งประหลาดใจและสงสัย
ทันใดนั้นม่านพลังก็สลายไปอย่างรวดเร็ว
จักรพรรดินีแฟร์ซ่ามองไปที่ไลท์ด้วยแววตาประหลาดใจ เพราะยิ่งรู้จักกับไลท์มากเท่าไหร่ก็เขาก็ยิ่งทำให้เธอรู้สึกประหลาดใจได้มากเท่านั้น ไหนจะทักษะที่สามารถดูความทรงจำของคนอื่น ทักษะที่ควมคุมคนอื่นได้ และไหนจะมีทักษะที่สามารถป้องกันการโจมตีของระดับSSได้อีก
แต่ในขณะที่พวกไลท์กำลังจะกลับ จู่ๆก็มีออร่าที่ทรงพลังจำนวนมากบินตรงมาที่พวกไลท์อยู่
“ เอาแล้วไงทีนี้ ” ไลท์พึมพำออกมา เขาคาดเดาได้เลยว่าไอพวกที่บินมาคือเหล่าแม่ทัพปีศาจ
และก็เป็นอย่างที่ไลท์คิดจริงๆ แม่ทัพปีศาจทั้งหมดเก้าตัวกำลังพุ่งมาด้วยความโกรธ
โดยแม่ทัพปีศาจที่นำหน้ามาก็คือแม่ทัพปีศาจที่มีรูปร่างเหมือนกับเอลฟ์แต่ทว่ามีร่างกายที่เป็นสีเทาๆ สวมชุดเกาะสีเงินหรูหราอย่างมาก แน่นอนว่าแม่ทัพผู้นี้คืออัสโมเดียส แม่ทัพแห่งเผ่าดาร์กเอลฟ์ที่แข็งแกร่งที่สุดในบรรดาแม่ทัพทั้งหมดของแม่ทัพปีศาจที่เข้าร่วมสงครามในครั้งนี้
“ เหริมเกริมจริงๆเจ้าพวกเอลฟ์ ” แม่ทัพปีศาจตัวหนึ่งตะโกนออกมาด้วยความโกรธ มันคือแม่ทัพแวมไพร์ในชุดคลุมสีแดงดำ และนอกจากนี้มันยังเป็นหัวหน้าของไบโอล่าที่ถูกไลท์จับไว้อีกด้วย
“ ไม่ต้องพูดมากให้เสียเวลา ฆ่าพวกมันซะ ” อัสโมเดียสพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา เพราะตอนนี้มันได้เสียแม่ทัพปีศาจไปถึงเก้าตัวไปแล้วและเมื่อรวมในตอนแรกเป็นจำนวนถึงสิบสองตัว
แม่ทัพปีศาจระดับSSสิบสองตัวนับว่าเป็นขุมพลังอันแข็งแกร่งของเผ่าปีศาจมันแต่เวลานี้กลับถูกฆ่าไปแล้ว แล้วมันที่เป็นผู้บัญชาการสูงสุดแบบนี้จะไม่ให้มันโกรธได้อย่างไง
เมื่อแม่ทัพปีศาจได้รับคำสั่งก็พากันบินใส่แม่ทัพเอลฟ์ทันที
ส่วนตัวมันก็มองไปที่จักรพรรดินีแฟร์ซ่าด้วยแววตาเย็นชา
“ แฟร์ซ่าเจ้ายังคงอ่อนแออยู่เหมือนเดิมเลยนะ ” อัสโมเดียสพูดขึ้น
“ อย่าพูดมากเลยอัสโมเดียส ครั้งเจ้าต้องตายที่นี้และข้าจะต้องช่วยลูกสาวของข้ากลับคืนมาให้ได้ ” จักรพรรดินีแฟร์ซ่าพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาคล้ายกับรู้จักอัสโมเดียสอย่างดี
อัสโมเดียสและจักรพรรดินีแฟร์ซ่าเคยเจอกันมาก่อนแต่ทั้งสองไม่ได้สู้กัน แต่ถึงอย่างนั้นจักรพรรดินีแฟร์ซ่าก็รู้ดีว่าอัสโมเดียสนั้นแข็งแกร่งกว่าเธอ เพราะเผ่าปีศาจนับถือคนที่แข็งแกร่งและตัวตนอย่างแม่ทัพปีศาจอัสโมเดียสจำเป็นต้องเหยียบย่ำปีศาจตัวอื่นๆเพื่อขึ้นมาสู่ตำแหน่งนี้
ทำให้อัสโมเดียสมีประสบการณ์การต่อสู้มากกว่าเธอแต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ไม่คิดที่จะยอมแพ้ เพราะถึงอย่างไรสงครามครั้งนี้ก็เกี่ยวพันถึงตระกูลเมลเทียร์และทวีปเอลฟ์ทั้งหมด เพราะฉะนั้นเธอจะไม่สามารถพ่ายแพ้ให้กับอัสโมเดียสได้
ทันใดนั้นสงครามที่รุนแรงก็ได้เริ่มต้นขึ้น
แม่ทัพฝั่งเอลฟ์ทั้งหมดสิบห้าคน ปะทะ แม่ทัพฝั่งปีศาจทั้งหมดหกตัว