“หลักฐานทั้งหมดที่เธอพูดเอามาให้ฉัน ฉันจะส่งเธอกับแม่ไปอยู่ต่างเซฟเฮ้าส์”พอนั่งรถออกมาจากบ้านของรัฐมนตรี วรพล นายปิยะก็พูดกับสา
“ไม่มีหรอก”สาตอบด้วยสีหน้าเศร้าๆ
“ไม่มีหรอ”คำตอบของสาทำให้นายปิยะต้องขมวดคิ้ว
“ก็เขาเอาแต่ปฏิเสธว่าฉันไม่ใช่ลูก ฉันก็เลย...”พอถึงตรงนี้สาก็เริ่มมีน้ำตาซึมออกมา
เดิมทีก่อนที่รัฐมนตรีจะมาสาก็รู้สึกแย่มากอยู่แล้วหลังจากที่ได้เห็นลูกที่เกิดจากเมียหลวงของเขาใช้ชีวิตหรูหราไม่ต้องดิ้นรนอะไร แต่เธอและแม่เขากับดูแลแบบขอไปที ทั้งๆที่เขาสามารถดูแลเธอกับแม่ให้ดีกว่านี้ก็ได้โดยท่ีเขาไม่ได้เดือดร้อนอะไรเลย แค่เจียดเงินมาให้เพิ่มอีกหน่อยเธอกับแม่ก็ไม่ต้องเครียดกับการหมุนเงินใช้แล้วแท้ๆ
ปกติเธอกับแม่ไม่ได้เรียกร้องอะไรเลยก็แค่อยากจะมีชีวิตที่ดีก็เท่านั้น พอมาได้ยินเขาปฏิเสธว่าเธอไม่ใช่ลูกต่อหน้าหลังจากที่เกิดความรู้สึกแย่ๆก่อนหน้า มันก็รู้สึกโกรธขึ้นมาเลยอยากจะทำอะไรบ้างพอรู้สึกตัวอีกทีก็โกหกออกไปแล้ว
นายปิยะได้ยินก็ถอนหายใจเขาเข้าใจว่าสารู้สึกยังไง
“พ่อเธอน่าจะตามล่าเธอแน่ๆเขาไม่คิดว่าเธอเป็นลูกอยู่แล้ว ฉันจะส่งเธอกับแม่ไปอยู่เซฟเฮ้าส์”
สาพยักหน้ารับด้วยความรู้สึกหม่นหมอง แต่เธอก็รู้ว่ามันมีโอกาสที่จะจริงสูง พ่อเธอไม่เคยรักเธออยู่แล้วเขาไม่ได้อยากให้เธอเกิดมาด้วยซ้ำ และตอนนี้เธอก็เป็นปัญหาสำหรับเขาแล้ว ต่อให้เธออยู่ในความควบคุมของนายปิยะแต่พ่อเธอก็อาจจะระแวงว่าเธอจะทำอะไรบ้าๆโดยไม่สนนายปิยะอยู่ดี
"ส่วนจูนลูกกลับไปได้แล้วหละ"
พอคุยกันเรียบร้อยแล้วรถก็จอดเพื่อให้ทั้ง3คนแยกย้ายกันไป
จูนกับสาเดินลงจากรถเพื่อเปลี่ยนคัน
จูนกลับไปหาออส นายปิยะกลับไปทำงาน ส่วนสาก็มีเจ้าหน้าที่พาตัวไปโดยไปรับแม่ของเธอก่อนแล้วจะพาไปเซฟเฮ้าส์อีกที
หลังจากนั้นนายปิยะก็ส่งคนมาคุยเรื่องที่รัฐมนตรีวรพลต้องทำ
เขาต้องการให้รัฐมนตรีทำตัวปกติไม่แสดงตัวว่าเป็นคนของอิกดราซิล แล้วคอยส่งข้อมูลให้
…
"ลูกไม่น่าไปมีเรื่องกับคนพวกนั้นเลย ถ้าตั้งใจเรียนไปดีๆก็ไม่ต้องวุ่นวายแล้วแท้ๆ"แม่ของสาพูดขณะอยู่บนรถ เธอทำใจปลงกับชีวิตมานานมากแล้ว
จริงๆแล้วแม่ของสาแค่อยากให้สาเรียนจบและหางานทำได้ไวๆจะได้ไม่ต้องไปพึ่งเงินของวรพลอีก เธอเรียนไม่จบก็เพราะท้องก่อนทำให้ไม่สามารถหางานดีๆทำได้การจะเลี้ยงสานั้นเลยต้องพึ่งเงินจากเขา ถ้าสาเรียนจบเธอก็จะตัดขาดจากเขาได้ทันที
แต่ก็ดันเกิดเรื่องนี้ขึ้นมาก่อน
"ขอโทษค่ะ"สาเองก็รู้สึกผิดเธอแค่อยากจะเรียกร้องความสนใจจากคนเป็นพ่อเลยก่อนเรื่องไปเรื่อยไม่คิดว่าวันนึงจะต้องมาจบแบบนี้เหมือนกัน
"ช่างเถอะรอผ่านเรื่องนี้ไปได้เราไปเริ่มกันใหม่ เราก็เรียนเก่งหาที่ใหม่เรียนก็ได้ แต่ลูกคงต้องทำงานพิเศษด้วยเพราะหลังจากนี้เราคงพึ่งเงินพ่อไม่ได้แล้ว"แม่ของสาพูด
เธอเองก็ตั้งใจจะตัดขาดกับสามีอยู่แล้ว สาเองก็โตแล้วถึงจะยังเรียนไม่จบแต่ก็ไม่ได้ต้องพึ่งพาอะไรเขาขนาดนั้นเพราะงั้นก็ถือซะว่าจบกันเลยก็แล้วกัน
คนขับรถเหลือบมองสองแม่ลูกที่นั่งอยู่ข้างหลังแล้วก็ได้แต่ส่ายหน้า
พวกนี้ยังคิดว่าจะได้กลับไปใช้ชีวิตปกติอีกหรอ
ทางรัฐมนตรีก็คงจะไม่ปล่อยพวกนี้เอาไว้เพราะกลัวความจะแตกถึงอิกดราซิลจะทำให้เขาอยู่ในตำแหน่งได้ แต่ครอบครัวก็อาจจะพินาศอยู่ดี
"นี่พวกคุณจะพาเราไปไหนกันแน่"แม่ของสาถามชายที่ขับรถอยู่
สาได้ยินแม่พูดก็หันไปดูรอบๆแล้วก็พบว่าตอนนี้สองข้างทางมีแต่ป่า
"คิดว่าเซฟเฮ้าส์ของคนอย่างพวกคุณจะเป็นบ้านหรูริมหาดหรือไง บ้านโง่ๆในป่านี่แหละรับรองไม่มีใครหาเจอ"คนขับตอบ
พอได้ยินสากับแม่ก็มีสีหน้าที่ไม่ค่อยดีนัก แปลว่าต้องอยู่ลำบากแน่ๆ แต่ก็นะพวกเธอไม่ได้ต่างอะไรจากนักโทษเลยตอนนี้เพราะงั้นทางนั้นก็คงจะไม่ต้องดูแลดีๆหรอก จะหนีก็ไม่ได้เพราะอาจจะโดนทางวรพลตามฆ่าอยู่ดี
"เอาหละถึงแล้ว...ลงไป"เขาหันมาสั่ง ข้างหน้าเป็นบ้านไม้หลังไม่ใหญ่นัก
สากับแม่มองหน้ากันด้วยความรู้สึกหดหู่ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากเดินลง
พอพวกเธอลงไปคนขับรถก็ขับรถกับโดยไม่อธิบายอะไรเลย
"ทางนี้ครับ"ชายคนนึงเดินออกมาจากบ้านหลังนั้นแล้วร้องเรียกสองแม่ลูก ซึ่งพอเห็นแบบนั้นก็เดินเข้าไปหา
พอเดินเข้าไปใกล้ๆก็ต้องตัวแข็งทื่อใบหน้าซีดขาว เพราะข้างๆบ้านไม้เก่าๆหลังนั้นมี2หลุมที่ขุดเอาไว้พอให้คนลงไปนอนได้
"สาวิ่ง"คนแม่หันไปตะโกนใส่ลูกสาวเสียงดังแล้วพยายามผลักออกไปแต่ไม่ทันแล้ว พอหันมาก็พบว่าชายคนที่เรียกเธอกับลูกยกปืนขึ้นมาแล้ว
ปัง ปัง “อัก”
เสียงปืนดังขึ้น2นัดสองแม่ลูกตาเบิกกว้างด้วยความกลัวสุดขีด
กระสุนนัดนึงเจาะกลางลำตัวของสาเธอทรุดลงไปกับพื้นเจ็บจนร้องไม่ออก พอหันหน้าไปก็พบมารดาที่ตาเปิดค้างอยู่ เธอตายแล้วกระสุนเจาะเข้ากลางหัวตายทันที
“แม่ หนูขอโทษ”ตอนนี้สาพูดออกมาทั้งน้ำตาถ้าเธอไม่ทำอะไรโง่ๆอย่างการกลั่นแกล้งพลอยก็คงไม่ต้องมาจบแบบนี้
“โทษทีนะ แม่เธอผลักก็เลยยิงพลาดฉันตั้งใจไม่ให้ทรมานแท้ๆ”มือปืนเดินเข้ามาใกล้ก่อนจะยกปืนขึ้นเพื่อจบเรื่อง
ปัง
นายปิยะไม่คิดจะเก็บสองคนนี้เอาไว้ตั้งแต่แรกแล้ว เขาแค่ขอตัวสาจากออสมาเพื่อเอาไว้ข่มขู่รัฐมนตรีคนนั้นเพื่อจะควบคุมเขาก็เท่านั้น พอทำเสร็จแล้วจะเก็บเอาไว้ก็มีแต่ปัญหา
ตอนนี้นายวรพลนั้นเข้าใจว่านายปิยะกุมความลับและหลักฐานของ2แม่ลูกนี้เอาไว้แล้ว เขาแค่ทำให้2แม่ลูกนี่หายไปซะ ทางนั้นก็จะเข้าใจว่านายปิยะพาตัว2คนนี้ไปซ่อน ซึ่งระดับอิกดราซิลสามารถพา2คนนี้ไปซ่อนที่ไหนก็ได้อยู่แล้วจะพาออกไปต่างประเทศก็ทำได้สบายมากเพราะงั้นต่อให้หาไม่เจอก็ไม่มีทางรู้เลยว่ายังอยู่หรือตาย
ถ้าวันนึงรัฐมนตรีทำอะไรโง่ๆ เขาแค่สร้างหลักฐานปลอมก็พอแล้วเพราะตอนนี้ทางนั้นเชื่อว่าเขามีหลักฐานอยู่ไม่รู้เลยว่าสาโกหก เพราะงั้นถ้าวันนึงเขาปล่อยหลักฐานปลอมออกไปทางนั้นก็ต้องเชื่อว่ามันจริง หรือถ้าทางนั้นคิดจะไม่ทำตามแล้วจริงๆเขาก็คงจะสั่งเก็บให้มันจบๆไปเพราะถ้าควบคุมไม่ได้ก็ไม่รู้จะคอยขู่ให้ทำตามทำไมหาคนใหม่มาทำงานให้ง่ายกว่า
เพราะงั้นเลยไม่มีความจำเป็นอะไรต้องเก็บ2แม่ลูกนี่ไว้ให้เป็นปัญหา ซวยๆวันนึงเอาเรื่องไปแฉว่าไม่มีหลักฐานอะไรที่สาพูดไปก็แค่บัฟเฉยๆมันจะมีเรื่องปวดหัวตามมาเปล่าๆ