ตอนที่ 6 ความสุขของน้อง
เหตุการณ์ก่อนหน้า ่ที่แม่ทั้งสองท่านพูดคุยกันโดยมีเฮียกล้า พราวมุก และเฮียสิงห์อยู่เป็พยานด้วยส่วนขุนพลกับตะวันจูงมือกันหายไปไหนแล้วก็ไม่รู้
"ฉันขอพูดเข้าเื่เลยแล้วกัน"
"รอไอ้สองคนมันมาก่อนดีมั้ยครับแม่" ต้นกล้ามองไปทางประตูไม่เห็นเ้าตัวต้นเื่จึงแย้งขึ้น
"ไม่เป็ไร ให้เขาสองคนคุยกันไปก่อนเถอะ ที่มาวันนี้ฉันตั้งใจมาขอโทษแม่แทนลูกชายของฉันที่ล่วงเกินหนูตะวันค่ะ"ประโยคนี้แม่ประนอมหันมาพูดกับแม่รำเพย
"เื่นี้พวกเราไม่ได้ติดใจเอาความอะไรแค่ให้เ้าพลมาขอโทษคนเดียวก็พอแล้ว ที่จริงแม่ไม่ต้องลำบากมาด้วยตัวเองหรอกค่ะ"แม่รำเพยพูดขึ้นอย่างเกรงใจถึงแม้ว่าเื่นี้ลูกสาวของท่านจะเป็ฝ่ายเสียหายแต่คนผิดก็คือตะวัน
"ไม่ลำบากๆ ที่ฉันมาวันนี้ไม่ได้จะมาขอโทษอย่างเดียวแต่ตั้งใจมาแสดงความรับผิดชอบด้วยค่ะ"
"แสดงความรับผิดชอบ...ยังไงคะ"
"ไหนๆเื่มันก็เกิดขึ้นแล้ว ฝ่ายหญิงคงเสียหายไม่มากก็น้อยวันนี้ฉันจึงถือโอกาสมาสู่ขอและขอหมั้นหนูตะวันให้ลูกชายฉันค่ะ"แม่ประนอมพูดขึ้นพร้อมกับหยิบกล่องกำมะหยี่สีแดงออกมาจากกระเป๋าแล้วยื่นให้แม่รำเพยเพื่อแสดงความจริงใจ
"หมั้นเหรอคะ"แม่รำเพยเบนสายตาไปมองหน้าลูกๆของท่านที่นั่งฟังอยู่ด้วยกัน
"ตอนนี้ตาพลก็ไม่ได้มีใคร หนูตะวันก็ด้วยฉันก็เลยตั้งใจมาสู่ขอหนูตะวันให้กับลูกชายของฉันค่ะหวังว่าแม่จะไม่รังเกียจที่ตาพลอายุมากเกินไปหน่อย" เื่อายุไม่ได้สำคัญสิ่งสำคัญมันอยู่ที่ว่า ฝ่ายชายจะยินดียอมรับตะวันเป็ภรรยาจริงๆเหรอ
"เื่อายุมันไม่ใช่ปัญหา แต่ทั้งสองคนยังไม่เคยเรียนรู้นิสัยใจคอกันเลยจะอยู่ด้วยกันได้เหรอคะ" ตะวันเป็ผู้หญิงเก่งก็จริงแต่ความเก่งของเธออาจจะทำให้สูญเสียความน่ารักไปบ้างถ้าไม่รู้จักนิสัยใจคอกันจริงๆ แม่รำเพยเกรงว่าฝ่ายชายจะอึดอัด
"สำหรับเื่นี้ ฉันในฐานะแม่ขอรับปากว่าจะดูแลหนูตะวันให้เป็อย่างดีเหมือนลูกสาวแท้ๆที่บ้านไม่ได้มีใคร บ้านสองหลังมีกันอยู่แค่สามคนเพิ่มหนูตะวันมาอีกคนคงดีไม่น้อย"
"เพราะอะไรเ้าพลถึงตัดสินใจจะแต่งคะ ถ้าแค่อยากรับผิดชอบเื่กอดนั่นฉันคิดว่ามันมากเกินไป"
"ไม่ใช่ค่ะ ฉันอยากให้ตาพลมีครอบครัว แล้วก็เล็งเห็นว่าหนูตะวันเหมาะสมส่วนเ้าตัวไม่ได้คัดค้านอะไร แสดงว่าเต็มใจค่ะ" จบประโยคของแม่ประนอมแม่รำเพยมีสีหน้าครุ่นคิด ท่านกำลังคิดถึงคำพูดของลูกสาวที่บอกว่าแอบชอบขุนพลมานาน
"ถ้าแม่รับปากว่าจะรักและดูแลตะวันให้เหมือนลูกสาวแท้ๆฉันยอมยกลูกสาวให้ก็ได้ค่ะ" ในที่สุดแม่รำเพยก็ตัดสินใจยอมยกตะวันให้ขุนพลทันใดนั้นเองใบหน้าของแม่ประนอมก็ค่อยๆคลี่ยิ้มกว้างออกมาท่าทางดูมีความสุขพร้อมกับยื่นกล่องทองหมั้นให้แม่รำเพยไป
"นี่ค่ะ ทองหมั้น เอาไปก่อนสิบบาทส่วนค่าสินสอดอยากได้เท่าไหร่ก็เรียกมาได้เลย ทางเรายินดีจ่ายให้สมน้ำสมเนื้อแน่นอนค่ะ"จากนั้นแม่ทั้งสองท่านก็พูดคุยกันต่ออีกนิดหน่อย ตะวันก็วิ่งเข้ามาพอดี
@บ้านสวน
#ตะวัน
หลังจากที่ฉันได้พูดคุยกับแม่และพี่ชายทั้งสองคนของฉันเรียบร้อยแล้วซึ่งทุกคนก็โอเคเห็นด้วย แต่ฉันยังมีพี่ชายอีกหนึ่งคน ที่ฉันรักและแคร์เขามากๆถึงเขาจะชอบดุแต่สำหรับเื่นี้ยังไงฉันก็ต้องไปพูดด้วยตัวเองให้เฮียผาเข้าใจ
ฉันเดินหาเฮียผาอยู่พักใหญ่สุดท้ายก็เจอเขากำลังคุมคนงานทำงานอยู่ในสวน
"เฮีย..." ฉันร้องเรียกเฮียผาดังมาแต่ไกลเขาหันมามองหน้าฉันนิ่งๆก่อนที่จะเดินเข้ามาหา
"มีอะไร"
"หนูมีเื่จะปรึกษาเฮียหน่อยค่ะ"
"นั่งลงก่อนสิ มีเื่อะไร"พูดจบเฮียผาก็นั่งลงไปบนพื้นหญ้าใต้ต้นไม้ใหญ่ ฉันจึงนั่งลงไปข้างๆเขาแล้วเริ่มพูดเข้าเื่ทันที
"เฮียยังโกรธหนูอยู่หรือเปล่า"น้ำเสียงและท่าทางของฉันพยายามออดอ้อนให้ได้มากที่สุด ในใจของฉันอยากให้เฮียผาเห็นด้วยและโอเคกับเื่ที่ฉันกำลังจะแต่งงานซึ่งฉันคิดว่าเฮียผายังไม่รู้เื่นี้
"โกรธแล้วทำอะไรได้ เฮียได้ข่าวมาว่าเราชอบไอ้พลนั่นเหรอ"
"ค่ะ หนูแอบชอบเขามาตั้งนานแล้ว เขาหล่อ ดูดี สะอาดสะอ้าน ตัวหอม"ประโยคสุดท้ายคนเป็พี่ชายเริ่มรับไม่ได้
"พอเลยๆ ไม่ต้องมาชมให้ฟัง ไม่ได้อยากรู้"
"เมื่อกี้เฮียพลพาแม่เขามาที่บ้านของเราแล้วนะคะ"
"มาขอโทษแล้วก็หายกันสินะ" น้ำเสียงฟังดูเรียบๆแต่คำพูดเหมือนยังไม่หายโกรธ
"เปล่าค่ะ เขามาแสดงความรับผิดชอบ"
"รับผิดชอบยังไง"
"เขามาสู่ขอหนูค่ะ"
"ห๊ะ!" เฮียผารู้สึกใกับสิ่งที่ตะวันพูดออกมา
"แม่ยกหนูให้เขาไปแล้วด้วย"
"ห๊ะ!!" ใครั้งแรกยังไม่ทันได้หายใจก็ต้องใกับประโยคต่อมาของน้องสาว ทำเอาความดันคนแก่แทบขึ้น!
"หนูก็เลยรีบมาบอกเฮีย กลัวเฮียโกรธเพิ่ม"ฉันซบใบหน้าลงไปที่หัวไหล่ของเฮียผาด้วยท่าทางออดอ้อน
"ไม่ต้องมาทำเป็อ้อน อยากแต่งสินะ" เขามองออก พี่ชายฉันฉลาด!
"กลัวเฮียไม่เห็นด้วยมากกว่า"
"แม่ยกให้เขาไปแล้ว เฮียจะไปทำอะไรได้เป็แค่พี่ชายไม่ใช่พ่อสักหน่อย" คำพูดและน้ำเสียงของเฮียผาเหมือนเขากำลังงอน
"เฮีย...เฮียไม่เห็นด้วยเหรอคะ"
"จะแต่งเมื่อไหร่"
"เดือนหน้าค่ะ"
"รักเขามากขนาดที่ไม่ต้องศึกษาดูใจกันก่อนเลยเหรอแล้วไอ้นั่นมันจะรักน้องสาวเฮียจริงมั้ย"
"เื่นี้หนูก็ไม่รู้ แต่หนูจะทำให้เขารักหนูเองค่ะ"เฮียผาส่งสายตามองมาที่ฉันประมาณว่า...มึงไปเอาความมั่นใจที่ไหนมาพูด!ฉันก็เลยหัวเราะแก้เขินไป
"แล้วถ้าทำไม่ได้ล่ะ"
"ก็กลับมาอยู่กับแม่กับเฮียเหมือนเดิมไงคะ"
"ตะวัน...เฮียใจหาย" น้ำเสียงของเฮียผาดูเบาลงอย่างเห็นได้ชัดเขากำลังเป็ห่วงฉัน
"ถ้าไม่ใช่ไอ้พล เฮียคงคิดว่าผู้ชายคงตั้งใจมาเกาะน้องสาวเฮียแน่ๆแต่เป็ไอ้พลเฮียก็ไม่รู้จะคิดยังไง" ฐานะของเฮียพลจัดว่าร่ำรวยอยู่อันดับต้นๆของจังหวัดแถมความใจดีของแม่ประนอมใครๆก็รู้จักท่านเป็เ้าของร้านขายเบเกอรี่ชื่อดังของจังหวัดไม่มีใครไม่รู้จักท่าน
"หนูไม่รู้หรอกว่าวันข้างหน้าจะเกิดอะไรขึ้นแต่หนูจะไม่เสียใจที่ได้ตัดสินใจแต่งงานครั้งนี้ หนูแค่อยากมาบอกเฮียว่าไม่ต้องเป็ห่วงหนูจะดูแลตัวเองให้ดี"
"อือ...ตกลงไปแล้วนี่ แถมน้องสาวของเฮียก็ชอบเค้าเฮียคงต้องพูดว่า...ขอให้เอ็งโชคดี"
"ขอบคุณค่ะ หนูรักเฮียนะ"
"เฮียก็รักเอ็งนะตะวัน เอาเป็ว่าถ้ามีปัญหา...ต้องรีบมาฟ้องเฮียให้ไวเดี๋ยวเฮียจะไปจัดการให้"
"จะดีเหรอคะ"
"ดี...เอาตามนี้แหละ"
"นาราล่ะคะ" ฉันถามหาพี่สะใภ้
"อยู่ในบ้าน ป่ะไปหานารากัน"
"แหม...จะแอบอู้งานกลับเข้าบ้านไปหาเมียก็พูดมาเถอะ" รู้ทัน!
"อย่ารู้ทันสิ เฮียแค่เป็ห่วง กำลังท้องกำลังไส้ ชอบทำโน่นทำนี่ทั้งวันบอกให้พักก็ไม่ค่อยเชื่อ จะขยันอะไรนักหนาก็ไม่รู้"อ้าว...อยู่ๆก็มาบ่นเมียให้ฉันฟังซะอย่างนั้น!
"พี่สะใภ้หนูขยัน" ฉันพูดยิ้มๆในขณะที่เราสองคนพี่น้องกำลังเดินกลับเข้าบ้าน
"เฮียแพ้ความดีของเธอ" ประโยคนี้เฮียผากำลังจะบอกอะไรฉันหรือเปล่านะ
"หนูจะทำให้เฮียพลแพ้ความดีของหนูบ้างค่ะ"
"ในบางครั้งผู้ชายก็ไม่ได้ชอบผู้หญิงเรียบร้อยเกินไป"
"เฮียกำลังจะบอกอะไรหนูแน่ๆ" ฉันพูดยิ้มๆเข้าใจความหมายที่เฮียผา้าจะสื่อ
"คิดเอาเองสิโตแล้ว"
"หนูยังเด็กอยู่เลย"
"แก่แดดขนาดนี้ ช่างกล้าพูดว่ายังเด็ก"
"ขอบคุณที่ชมค่ะ"
????????????????????