ร่างที่เต็มไปด้วยเืล้มลงก่อนที่จะเข้ามาถึงตัวสองสาว
แอนนาเดินอย่างระมัดระวังเพื่อจะเข้าไปดูให้แน่ใจว่าคือใครแต่ลิซ่าฉุดมือเอาไว้เพราะกลัวว่าเ้านายจะได้รับอันตรายและเธอเองก็ไม่ได้มีทักษะการป้องกันตัวอะไรเลย ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับเ้านายสาวเธอซึ่งเป็ทั้งเลขาและเพื่อนรักจะเข้าไปช่วยออกมาได้ยังไงกัน
ลิซ่าขอให้เ้านายสาวรีบติดต่อไปยังเจสันแอนนานั้นไม่อยากทำตามสักเท่าไรแต่ทนความเซ้าซี้ไม่ไหวเลยแกล้งทำเป็ยอมไปจังหวะที่ลิซ่าปล่อยมือนั่นเอง แอนนาก็ตรงเข้าไปหาร่างที่นอนอยู่บนพื้นทันทีเมื่อเข้าไปถึง ร่างที่อาบไปด้วยเืก็คว้าข้อเท้าของหญิงสาวเอาไว้
“คุณแอนนา!” ลิซ่าพลอยใไปด้วยรีบวิ่งเข้ามาอย่างเร็วพร้อมกับเอาปืนเลเซอร์จ่อไปที่ศีรษะของร่างอันชุ่มไปด้วยเืนั้น
แต่แล้วมีเสียงพูดดังขึ้นจากร่างที่เต็มไปด้วยเื
เป็เสียงของนายทหารลูส!
แอนนารีบนั่งลงประคองร่างของนักรบหนุ่มบนร่างกายของเขามีแต่าแฉกรรจ์ เหมือนกับว่าเพิ่งไปรบมา
“เกิดอะไรขึ้นคะลูสใครทำคุณ”
ไม่มีคำตอบจากนายทหารหนุ่ม เขาสลบไปแล้ว
แอนนาลนลานรีบทำการติดต่อไปยังศูนย์กลางเพื่อขอความช่วยเหลือ แต่อยู่ดีๆ อุปกรณ์การสื่อสารของเธอกลับใช้งานไม่ได้ขึ้นมา ลิซ่าก็ด้วยแอนนาพยายามเขย่าตัวให้ลูสได้สติ แต่เขายังคงสลบแน่นิ่งบนตัวเขาที่เต็มไปด้วยาแมากมาย เืยังคงไหลไม่หยุดถ้าขืนพาไปส่งห้องพยาบาลช้า นายทหารหนุ่มมีหวังได้เสียเืจนตายแน่!
“ช่วยกันแบกเขาไปที่ห้องพยาบาลเถอะค่ะคุณแอนนา”
ลิซ่าเสนอ แต่แอนนากลับส่ายหน้าแล้วขอให้เลขาสาวไปตามเ้าหน้าที่ห้องพยาบาลมาแทนขืนเคลื่อนย้ายแบบสุ่มสี่สุ่มห้าอาจทำให้ลูสาเ็ไปมากกว่านี้ หรือโชคไม่ดีปากแผลอาจจะเปิดมากขึ้นส่งผลให้เสียเืจนหมดตัว ลิซ่าจึงไม่รอช้ารีบทำตามที่เ้านายสั่งทันที
แอนนาจ้องมองไปยังใบหน้าของชายหนุ่มที่อยู่ในอ้อมแขน บนใบหน้าของเขามีแผลเป็จากการรบอยู่หลายจุด รวมถึงาแใหม่ในครั้งนี้ด้วย
“คุณอย่าตายนะ” แอนนากระซิบที่ข้างหูของนายทหารหนุ่ม
“คุณจะต้องกลับไปกับพวกเรา”
ลูสลืมตาขึ้นมาช้าๆ พร้อมกับมองหน้าของหญิงสาว
แอนนาดีใจเป็อย่างมากที่เขาได้สติจึงรีบถามถึงเื่ที่เกิดขึ้น
“ตกลงนี่มันเกิดอะไรขึ้นคะลูสคนร้ายมันทำอะไรคุณ”
“ผมก็ไม่แน่ใจนัก...” ลูสตอบด้วยน้ำเสียงที่แ่เบา“จำได้แค่ว่ายังยืนอยู่หน้าห้องคุณกำลังคิดถึงเื่ที่คุยกันในโรงอาหารแล้วจู่ๆ ตัวผมก็ถูกกระแทกเข้ากับประตูห้อง”
“แล้วทำไมดรอยด์ถึงไม่ช่วยคุณ”
แอนนาถามต่อ แต่ว่าตอนนี้ชายหนุ่มได้หมดสติไปอีกครั้งทำให้แอนนายิ่งใจไม่ดี
ในขณะที่หญิงสาวกำลังกังวลใจกับอาการของนักรบหนุ่มสายตาของเธอเหลือบไปเห็นร่างอีกร่างหนึ่งกำลังเดินตรงเข้ามา...ดรอยด์คู่หูของลูสนั่นเอง เนื้อตัวของมันเต็มไปด้วยเื แต่ว่าหุ่นดรอยด์ไม่มีเืในตัวนอกจากสารหล่อลื่น แล้วที่อยู่บนตัวนั่นมันเืของใครกันล่ะ!
หุ่นดรอยด์มีท่าทางที่แปลกออกไป ตัวของมันกระตุกเหมือนกับว่าควบคุมตัวเองไม่ได้ ในมือของมันมีมีดเล่มยาวเท่ากับฝ่ามือใบมีดเงาวับสะท้อนกับแสงไฟที่ตกกระทบ และมันกำลังเดินตรงมาหาทั้งสองคนด้วยท่าทีประสงค์ร้าย
“แกจะทำบ้าอะไร!” แอนนาะโลั่น“อย่าเข้ามานะ”
ถึงจะร้องห้ามออกไปแบบนั้นแต่หุ่นดรอยด์ก็ยังคงเดินตรงเข้ามาหาเธอและลูสไม่หยุดสภาพของมันตอนนี้แทบไม่เหลือเค้าโครงเดิมแล้ว ดวงตาของมันแดงก่ำสารหล่อเย็นที่อยู่ในตัวได้ไหลเยิ้มออกมาจากปาก ิัเทียมฉีกขาดจนเผยให้เห็นโครงภายในหรือถ้าเปรียบให้เห็นภาพ ตอนนี้หุ่นดรอยด์ก็เหมือนคนที่คลุ้มคลั่งเสียสตินั่นเอง!
“แกใช่ไหมที่ทำเขา แบบนี้ไงฉันถึงไม่เคยไว้ใจพวกแก!”
ดรอยด์ไม่ตอบ ถ้าเป็หุ่นแบบปกติมันจะสามารถโต้ตอบได้แต่หุ่นในทีมของลูสไม่เหมือนหุ่นตัวอื่น มันถูกถอดระบบประมวลผลทางอารมณ์ออกไปถึงจะพูดได้ ก็คงจะไม่สามารถบอกถึงสาเหตุที่ทำลงไปให้แอนนาได้รับรู้
หุ่นคลั่งยังเดินตรงเข้ามาหาคนทั้งคู่พร้อมเงื้อมีดที่อยู่ในมือหมายจะแทงแอนนาและลูสให้ตายฆ่ามือ!
แอนนารีบลุกขึ้นแล้วพยายามลากร่างที่ชุ่มไปด้วยเืของลูสหลบให้พ้นจากเงื้อมมือของดรอยด์เพชฌฆาตแต่ว่าร่างของชายหนุ่มหนักเกินกว่าที่ผู้หญิงอย่างแอนนาจะลากเพียงคนเดียวไหว
“คุณแอนนาหมอบลง!”
เสียงะโของลิซ่าดังขึ้น แอนนารีบทำตามอัตโนมัติเป็จังหวะเดียวกับที่แสงเลเซอร์จำนวนมากระดมยิงใส่หุ่นดรอยด์ไม่ยั้ง
หญิงสาวหันกลับไปมองยังทิศที่เสียงของลิซ่าดังมาพบว่าเธอมาพร้อมกับเ้าหน้าที่ของหน่วยพยาบาลและคนในทีมของลูสที่เหลืออยู่ทุกคนกำลังระดมยิงใส่หุ่นดรอยด์อย่างไม่ยั้งมือแต่หุ่นคลั่งก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะยอมหยุด มันยังคงเดินเข้าหาแอนนาอย่างต่อเนื่อง
“หลับตาไว้!”
เสียงของหนึ่งในทีมอารักขาะโบอกพร้อมกับโยนบางอย่างใส่หุ่นดรอยด์
เสียงะเิดังสนั่นเศษชิ้นส่วนของดรอยด์กระจัดกระจายตกไปทั่ว บางส่วนก็ตกลงมาบนศีรษะของแอนนาจนเธอต้องกรีดร้องออกมา แล้วรีบปัดมันทิ้งไปด้วยความสยดสยอง
สมาชิกในทีมคุ้มกันพร้อมเ้าหน้าที่พยาบาลรีบเข้ามาดูอาการของทหารหนุ่มก่อนที่จะพาเขาไปยังห้องพยาบาลประจำยานอย่างเร่งด่วนเนื่องจากลูสเสียเืค่อนข้างมากและอาการอยู่ในขั้นวิกฤตแอนนาขอตามไปที่ห้องพยาบาลด้วย แต่ทางหน่วยแพทย์ไม่อนุญาตเพราะถ้ามีคนที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปวุ่นวายในนั้น การรักษาจะทำได้ค่อนข้างลำบาก เมื่อตามลูสไปไม่ได้ เธอจึงขอให้คนในทีมของเขาช่วยพาตัวเธอและลิซ่ากลับไปยังห้องพักและขอให้พวกเขาช่วยอยู่คุ้มกันอีกสักพักเพื่อความสบายใจซึ่งทุกคนในทีมอารักขาก็ไม่ปฏิเสธคำขอแถมยังจะสลับเวรกันมาดูแลทั้งสองสาวจนกว่าเพื่อนของตนจะหายดี
หลังจากที่แอนนาและลิซ่าพากันกลับมาถึงห้องพัก อาบน้ำและเปลี่ยนเสื้อผ้ากันเรียบร้อยสองสาวก็ไม่รีรอกลับไปที่หน้าห้องพยาบาลอีกครั้งเพื่อติดตามการรักษาของลูสอย่างใกล้ชิดโดยมีคนในทีมอารักขาคอยประกบไม่ห่างและเป็่เวลาเดียวกันกับที่เจสันได้ทราบเื่ที่เกิดขึ้นรีบมาดูลูสด้วยเช่นกันทั้งสองจึงได้เผชิญหน้ากันอีกครั้ง
เป็เจสันที่ชิงเปิดประเด็น“ไปก่อเื่อะไรอีกล่ะครับ หมอนั่นถึงได้ปางตายขนาดนั้น”
“ชักจะมากไปแล้วนะเจสัน!”
แอนนาฉุนขาด เดินเข้าไปกระชากคอเสื้อของชายร่างเตี้ย
“ก่อนจะว่าคนอื่นหัดดูแลความปลอดภัยบนยานให้ดีก่อนเถอะ!”
“ใครอยู่ใกล้คุณมันก็เจอแต่เื่ซวยทั้งนั้น!” เจสันของขึ้นเช่นกัน“ขนาดลูสเพิ่งจะรู้จักกับคุณแท้ๆ”
“หยุดพูดจาล่วงเกินคุณแอนนาเดี๋ยวนี้เลยนะคะคุณเจสัน”
นี่เป็ครั้งแรกที่ลิซ่าขึ้นเสียงกับคนอื่นปกติเธอจะไม่ค่อยโมโหใครง่ายๆ จะยิ้มให้กับทุกคน แต่ว่าครั้งนี้ลิซ่ายอมไม่ได้จริงๆที่เ้านายซึ่งเป็ถึงเพื่อนรักของเธอถูกต่อว่าและดูิ่ต่อหน้าทุกคนที่สำคัญแอนนาพูดถูกความปลอดภัยบนยานลำนี้เป็หน้าที่หลักที่เจสันต้องดูแล!
“เงียบไปเลยลิซ่า”
เจสันปัดมือของลูกสาวเ้านายออกจากคอเสื้อของตน
“เอาเป็ว่าผมขอโทษที่พูดจาล่วงเกินก็แล้วกัน”
ลิซ่ากำหมัดแน่นแต่ไม่อยากจะทำให้เ้านายต้องพลอยเดือดร้อนไปกับเธอด้วยจึงต้องรีบสงบจิตใจตัวเองให้เย็นลงเร็วที่สุดเพื่อไม่ให้สถานการณ์บานปลายไปมากกว่านี้
“นี่ตกลงว่าพวกคุณเป็เด็กกันหรือยังไงครับ” ชายร่างใหญ่ศีรษะโล้น...หนึ่งในทีมอารักขาเอ่ยขึ้นขัดจังหวะการทะเลาะ
“ผมเห็นเจอกันทีไรก็ทะเลาะกันเป็เด็กๆทุกที”
คำพูดของเขาทำให้บรรยากาศผ่อนคลายลงมาบ้างเล็กน้อย
“แล้วมันเกิดเื่บ้าแบบนี้ได้ยังไงกัน” เจสันหันไปถามลูกทีมของลูส “ใครจะให้คำตอบกับผมได้บ้าง”
สมาชิกในทีมอารักขาต่างมองหน้ากัน ก่อนยกให้ชายร่างใหญ่ศีรษะโล้นคนเดิมเอ่ยตอบรูปร่างของเขาสูงใหญ่กว่าทุกคน หน้าตาก็ฉายแววดุดัน แต่กลับแฝงไปด้วยความอบอุ่น
“พวกเราก็ไม่รู้อะไรมากนักหรอกครับลูสแค่แจ้งมาว่าเกิดเื่ขึ้น ้าความช่วยเหลือด่วนก่อนสัญญาณการสื่อสารจะขาดหายไป เราพยายามหาพิกัดของเขาแต่อุปกรณ์ติดตามของพวกเราก็ดันใช้การไม่ได้”
“ของฉันก็เหมือนกัน” แอนนายื่นแขนไปให้ดู“นี่ไง”
หญิงสาวกดอุปกรณ์ที่ข้อมืออีกครั้งเพื่อให้ทุกคนดูแต่ว่ามันกลับมาใช้งานได้ปกติตามเดิมแล้วเหมือนกับว่าไม่เคยมีปัญหาแต่อย่างใดทำให้แอนนางงเป็อย่างมาก
“ตอนนั้นอาจจะกดปุ่มผิดก็ได้ครับ” ชายร่างใหญ่เอ่ยขึ้น
“ของแบบนี้เวลาใมันก็เกิดขึ้นได้”
แอนนายืนกดปุ่มที่อุปกรณ์กลับไปกลับมาอุปกรณ์ก็ยังทำงานได้ปกติ เธอจึงเงยหน้าขึ้นมาพร้อมกับยิ้มให้ทุกคนแก้เขินเป็่เวลาเดียวกันกับที่หน่วยแพทย์ได้เดินออกมาจากในห้องพยาบาลพอดี
แอนนารีบตรงเข้าไปถามอาการของลูส “เขาเป็ยังไงบ้าง”
“ถ้าช่วยช้ากว่านี้ก็คงไม่รอดครับ” เ้าหน้าที่หน่วยพยาบาลตอบ
“าแเหมือนกับว่าไปเจอกับสัตว์ประหลาดมาอย่างนั้นแหละ”
แอนนานึกถึงหุ่นดรอยด์ขึ้นมาทันที สภาพที่มันคลุ้มคลั่งก็คงไม่ต่างอะไรกับสัตว์ประหลาดเพราะด้วยพละกำลังที่มีมากกว่าคนปกติ ทำให้มันสามารถฆ่าคนได้อย่างไม่ยากเย็นแต่ลูสเองก็สุดยอดที่สามารถหนีเอาตัวรอดออกมาจากเงื้อมมือของหุ่นกระป๋องแบบนั้นได้แม้ว่าจะออกมาในสภาพปางตายก็ตามที
“แล้วเขาจะต้องพักฟื้นอีกกี่วันคะ” ลิซ่าถามแทนเ้านาย
“อันนี้ก็ตอบยากครับขึ้นกับสภาพร่างกายของแต่ละบุคคล”
เ้าหน้าที่หน่วยพยาบาลตอบคำถามจบก็ขอตัวไปทำงานต่อปล่อยให้ทุกคนยืนคุยกันอยู่ตรงนั้นตามสบาย
แอนนาอยากเข้าไปดูชายหนุ่มใจแทบขาดด้วยความเป็ห่วงแต่ดูเหมือนทุกคนจะรู้ทันพากันห้ามไม่ให้เข้าไปเพราะตอนนี้ลูสอยู่ในห้องปลอดเชื้อและยังไม่ได้สติ ถึงเข้าไปก็คงไม่ได้ความอะไรแอนนาเลยตัดสินใจชวน ลิซ่ากลับห้องพัก แต่ก่อนไปเธอนึกอะไรบางอย่างขึ้นได้เปลี่ยนใจหันมาทางเจสัน
“ั้แ่เกิดเื่ทำไมคุณถึงยังไม่ล้มเลิกภารกิจแล้วเดินทางกลับ”
“เราลงแรงกันไปเยอะแล้วนะครับ” เจสันอธิบาย “แล้วก็ออกกันมาไกลแล้วด้วยอีกไม่นานก็ถึงดาวเป้าหมายแล้ว คุณจะกลับเพราะเื่แค่นี้น่ะเหรอ”
“เื่แค่นี้?” แอนนาเสียงสูง“ฉันเกือบตายเนี่ยนะ”
“ทุกงานย่อมมีความเสี่ยงครับ” เจสันเบือนหน้าไปทางอื่น
“ในสัญญาว่าจ้างก็มีบอกอีกอย่าง คุณเองก็คงไม่อยากกลับไปมือเปล่าใช่ไหมล่ะครับไม่อย่างนั้นคงสั่งยกเลิกไปั้แ่โดนลอบยิงที่จูร่าแล้ว”
แอนนาหันไปมองลิซ่าเหมือนจะถามว่าที่เจสันพูดเป็เื่จริงหรือ ไม่ เลขาของเธออ่านสายตาออกจึงพยักหน้าเป็การตอบกลับไป
“ไม่รู้ละ” แอนนาหันมาพูดกับเจสันต่อ“ถ้าคุณยังยืนยันไปต่อ...ก็ช่วยดูแลพวกเราให้ปลอดภัยจนกว่าจะกลับถึงเรนต้าด้วย”
ชายร่างเตี้ยไม่สนใจเขาเดินแยกไปอีกทางโดยปล่อยให้แอนนายืนเสียหน้าอยู่คนเดียว
“จำไว้เลยนะเจสัน!” แอนนาะโไล่หลัง“สักวันฉันต้องได้จัด การนายด้วยมือของฉันเอง”
“เชิญตามสบายครับ”
เจสันะโตอบกลับมา แล้วเดินเลี้ยวหายลับไปตรงทางแยก
แอนนาเห็นเช่นนั้นก็ยิ่งโกรธจัดหน้าแดงก่ำเนื้อตัวยังสั่นไม่หยุด
แบบนี้สินะที่เรียกกันว่าโกรธจนเนื้อเต้น!
เจสันกลับมายังห้องพักเขายังคงหัวเสียกับการปะทะคารมกับแอนนาเมื่อครู่แต่ทำได้แค่เก็บมันเอาไว้ ยังไงแอนนาก็เป็ถึงลูกของเ้าของบริษัทถ้าขืนเขามีปากเสียงกับอีกฝ่ายมากไปกว่านี้ ไม่แอนนาก็ลิซ่าอาจหาทางติดต่อกลับไปหาคาลอสแล้วบอกเื่ทุกอย่าง ทำให้การเดินทางครั้งนี้อาจต้องยุติลงนั่นย่อมส่งผลกระทบต่อแผนการที่เขาวางเอาไว้
“ช่วยติดต่อคนของลูสที่เป็ชาววาสให้ผมหน่อย”
เจสันสั่งงานผ่านอุปกรณ์บนข้อมือไปยังศูนย์กลางรอแค่เพียงอึดใจนายทหารชาววาสก็ติดต่อกลับมา
“ครับคุณเจสัน” ภาพนายทหารชาววาสถูกฉายขึ้นจากเครื่องโฮโลแกรมบนอุปกรณ์“มีอะไรด่วนหรือเปล่าครับ”
“เปล่าหรอก” เจสันตอบ
“ผมแค่อยากจะถามถึงเื่ที่ฝากให้คุณทำน่ะ”
“ถ้าเื่นั้นละก็...” ภาพของนายทหารชาววาสจู่ๆก็หายไป
เจสันรีบกดปุ่มติดต่อกลับไปยังศูนย์กลางอีกครั้งแต่อุปกรณ์ไม่ทำงานทำให้เขาต้องเดินออกจากห้องแล้วตรงไปยังศูนย์กลางของการควบคุมยาน เมื่อมาถึง เจสันรีบถามถึงสาเหตุของการที่อุปกรณ์ใช้การไม่ได้ทันทีซึ่งทางเ้าหน้าที่ควบคุมสัญญาณอ้างว่าระบบขัดข้อง กำลังเร่งทำการแก้ไขระบบอยู่เจสันเลยกำชับให้เ้าหน้าที่รีบทำให้เสร็จโดยเร็ว
“แล้วเื่ของไฟล์ภาพที่หน้าห้องคุณแอนนาล่ะ” เจสันถามกับเ้าหน้าที่ผู้ดูแลเื่ข้อมูล “ผมสั่งไปนานแล้วนะ”
“เราหาทั้งระบบจัดเก็บแล้วครับแต่มันไม่มีจริงๆ เหมือนมันไม่ได้ถูกบันทึกไว้ั้แ่แรกครับ”
เจสันขมวดคิ้วเล็กน้อยกับคำรายงานนั้นแต่เขาไม่ได้สนใจอะไรกับเื่นี้มากนักเพราะฆาตกรที่เป็ดรอยด์ก็ถูกจัดการไปเรียบร้อยแล้ว
“งั้นก็ช่างมันเถอะ” เจสันถอนหายใจ
“คราวหน้าก็เช็กระบบให้ดีแล้วกัน”
“อีกสองวันเราก็จะเข้าสู่เมฆอวกาศแล้วนะครับ...” คราวนี้เป็เ้าหน้าที่ควบคุมเส้นทางรายงาน “มีคำสั่งอะไรเป็พิเศษหรือเปล่าครับ”
ชายร่างเตี้ยนิ่งไปชั่วครู่ ก่อนตอบ
“คงเส้นทางเดิมไว้นั่นแหละ ไม่น่าจะมีผลต่อตัวยานหรอก”
“รับทราบครับ” เ้าหน้าที่ตอบแล้วหันกลับไปทำหน้าที่ของตนเองตามเดิม
ระหว่างนั้นเจสันยังคงยืนคิดบางอย่างอยู่ในใจเงียบๆไม่มีใครรู้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ ผ่านไปสักพักเขาจึงเดินออกไปจากห้องควบคุม
ทางด้านดาวเรนต้า
คาลอสซึ่งอยู่ที่สำนักงานใหญ่ของบริษัทคาลอสเอนเนอร์จีเพียงผู้เดียวไม่ได้มีลูกสาวสุดที่รักมาคอยช่วยงานเหมือนเช่นทุกวันทำให้่นี้ประธานใหญ่อย่างเขางานรัดตัวเป็ที่สุดแต่ก็ไม่ลืมที่จะดูแลตัวเองด้วยการรับประทานอาหารให้ตรงเวลาและนอนแต่ละคืนไม่ต่ำกว่าหกชั่วโมงเขาออกกำลังกายตามที่แอนนาทำตารางไว้ให้ด้วยเพราะไม่อยากให้ลูกสาวกลับมาเจอเขาอยู่ในสภาพโทรมเนื่องจากทำงานหนักวันนี้คาลอสเลยอยากจะพักบ้าง
ผ่านไปแค่ครึ่งวันเท่านั้นประธานใหญ่แห่งคาลอสเอนเนอร์จีก็ออก มาจากบริษัทเขาสั่งห้ามไม่ให้ผู้ติดตามตามไปด้วย เพราะอยากออกไปข้างนอกตามลำพัง
“ไปไหนครับท่าน”
สมองกลภายในยานเอ่ยถามขณะคาลอสขึ้นนั่งบนยานเรียบร้อย
“เชื่อมข้อมูลกับยานที่แอนนาใช้บ่อยๆได้ไหม ฉันอยากรู้ว่าลูกสาวของฉันไปเที่ยวที่ไหนบ้าง”
“โปรดรอสักครู่ครับท่าน” สมองกลตอบและเงียบไปครู่หนึ่งก่อนที่จะเอ่ยขึ้น“ทำการเชื่อมข้อมูลเรียบร้อยครับ”
คาลอสเอนหลังกับเบาะของยาน แล้วออกคำสั่งกับสมองกล
“ไปยังจุดที่แอนนาไปครั้งล่าสุด”
ตัวยานลอยขึ้นเหนือพื้นแล้วเคลื่อนตัวอย่างช้าๆก่อนเพิ่มความเร็วขึ้นเพื่อที่จะเดินทางออกจากบริษัทคาลอสเอนเนอร์จีแห่งนี้ตามคำสั่งของประธานใหญ่
ระหว่างการเดินทาง คาลอสมองไปยังสองข้างทางที่ยานเคลื่อนตัวผ่านใน่แรกยังคงเป็ย่านธุรกิจของดาวเรนต้า ที่มีบรรดาอาคารของบริษัทต่างๆตั้งอยู่มากมายซึ่งเป็ภาพที่เขาคุ้นชินอยู่แล้ว...ผ่านไปไม่นานยานก็เดินทางออกจากย่านธุรกิจมุ่งตรงสู่ย่านชานเมือง
ยานเริ่มชะลอความเร็วลงแล้วก็หยุดนิ่งทำให้คาลอสรู้ว่าได้ถึงจุด หมายของตนแล้วกลิ่นของเสียลอยมาปะทะจมูกของเขาอย่างจังทันทีที่ก้าวลงจากยานจนทำให้เกือบจะอาเจียนเอาอาหารเช้าออกมา
คาลอสจำได้ว่าลูกสาวเคยสารภาพว่าแอบหนีมาเที่ยวกับลิซ่าในที่แบบนี้แต่สำหรับชายวัยห้าสิบเศษอย่างเขา มองไปทั่วย่านชุมชนนอกเมืองแล้วไม่เห็นว่าจะมีอะไรที่น่าสนใจสักนิดมันทั้งดูรกและสกปรกไปหมด หนำซ้ำยังมีกลิ่นเหม็นและมีน้ำสีคล้ำไหลออกมาจากท่อแตกๆไม่หยุดหย่อน ไม่เข้าใจว่าคนที่นี่ทนอยู่ในสภาพแบบนี้ไปได้ยังไงกัน
“คุณคาลอสใช่ไหมครับ” เสียงของผู้ชายดังขึ้นด้านหลัง“คุณมาทำอะไรในที่ซอมซ่อแบบนี้”
ประธานใหญ่แห่งคาลอสเอนเนอร์จีหันหลังกลับไปมองสายตาของเขาเห็นชายแก่รูปร่างผอม ผมยาวสีขาวโพลน ยืนอยู่ไม่ห่างนักแต่คาลอสจำไม่ได้ว่าเคยรู้จักคนคนนี้ที่ไหน แล้วชายแก่ผู้นี้คือใครทำไมต้องมาทนอยู่ในที่อันสุดแสนจะเหม็นและสกปรกแบบนี้
“คุณจำผมไม่ได้จริงๆหรือครับ” ชายแก่ยิ้ม
“งั้นมานั่งในบ้านผมก่อนดีกว่าถ้าไม่รังเกียจ”
พูดจบ ชายแก่คนนั้นก็เดินนำคาลอสเข้าไปในตึกเก่าหลังหนึ่งที่มีทั้งน้ำเสียและกลิ่นที่ไม่ค่อยจะโสภานัก