กลับมาที่สมัยเรียน หลังจบ ม.6 ฉันสอบไม่ติด เลยตัดสินใจเรียนมหาวิทยาลัยใกล้บ้านฉันมีเพื่อนคนหนึ่งชื่อคนึงนิจหรืออุ้ม ตามคอนเซปต์แล้วฉันไม่ค่อยชอบมีเพื่อนเยอะคนเดียวนั่นแหละเหมาะกับฉันที่สุด
่ปี 1 ฉันคิดว่าเธอเป็คนปกติทั่วไป เราเรียนด้วยกันทุกคาบแต่ก็ไม่เคยไปไหนด้วยกันเพราะเลิกเรียนแล้วฉันก็รีบกลับบ้านไปช่วยแม่ทำงานทุกครั้ง แต่พอเข้าปี 2 ฉันถึงเพิ่งรู้ว่าเธอเป็พวกคลั่งไอดอลเมื่อเธอมาชวนไปงานแฟนมีตติ้งของวงเกาหลีสักวงที่ฉันจำชื่อไม่ได้แล้วพวกเขาหล่อกันมาก ขนาดว่าทำเอาฉันแสบตาไปหมด ทั้งขาว สูง ดูดี พอเห็นพวกเขาภาพของนัชก็ผุดขึ้นมา ฉันคิดว่าถ้าเขาได้ไปอยู่เกาหลีคงดังะเิแน่ๆ ก็ไม่รู้ทำไมฉันถึงคิดแบบนั้น อาจเพราะเขาขาวหล่อ เก่ง ดีไปซะหมด ยกเว้นเื่นิสัยแหละนะ
อุ้มมักชวนฉันไปงานพวกนี้บ่อยๆมันน่าแปลกตรงที่ปกติเธอเป็คนไม่ค่อยคุยกับใคร (เหมือนฉัน)แต่กลับมีเพื่อนในแชทมากมาย เธอเข้ากลุ่มแฟนคลับและนัดเจอกันอยู่เสมอทุกครั้งอุ้มก็จะชวนฉันไปด้วย บ้านเธอน่าจะรวยเพราะมีเงินซื้อของสารพัดที่วงนั้นทำออกมาขาย
ฉันรู้สึกเหมือนหลุดไปอยู่อีกโลก ทุกครั้งที่ไปกับอุ้มเธอดูเปลี่ยนเป็คนละคน ส่วนฉันก็เหมือนเป็ตัวประหลาด คุยกับใครก็ไม่รู้เื่จะปลีกตัวออกมาก็ไม่ได้ ทำได้เพียงอยู่แบบงงๆ ผู้ชายวงนั้นมีแรงดึงดูดมหาศาลขนาดว่าฉันไม่ได้สนใจอะไรแนวนี้ ยังเกือบจะหลงเข้าไปในหลุมที่พวกเขาขุดไว้ยิ่งเวลาที่พวกเขาหันมามองแล้วส่งยิ้มให้ ฉันแทบจะลอยหลุดออกนอกจักรวาล นี่สินะเหตุผลที่เธอคลั่งไคล้พวกเขาขนาดนี้แต่การหลงใหลคลั่งไคล้ใครมันไม่ใช่แนวของฉัน พอเริ่มรู้สึกตัวว่าถลำลึกเกินไปฉันก็พยายามถอนตัวออกมา
ขึ้นปี 3 ฉันบังเอิญเห็นนัชในทีวีเขาได้ออกเทปกับค่ายดังอย่างที่เคยพูดไว้จริงๆ แถมยังเป็ศิลปินเดี่ยวเสียด้วย แต่ที่มันแย่ก็คืออุ้มดันเป็แฟนคลับตัวยงของเขาเข้าเสียอีก...
กลับมาที่เื่ปัจจุบันของฉันเสียหน่อยหลังจากที่ทะเลาะกับนายดินวันนั้น ชีวิตฉันก็กลับมาสงบสุขอีกครั้ง การไม่ต้องกังวลว่าใครจะคิดยังไงมันทำให้ฉันมีความสุข
วันนี้ฉันตื่นเช้า ชงกาแฟ และมานั่งดูข่าวอย่างสบายใจจนกระทั่งเสียงเคาะประตูดังขึ้น ฉันขนลุกซู่โดยไม่รู้ตัว จริงๆแล้วหน้าห้องมีกริ่ง แต่เสียมานานแล้ว คนเดียวที่รู้เื่นี้คือก็นายดิน ดังนั้นถ้ามีคนเคาะประตู ก็คงหนีไม่พ้นเขาแน่ ๆ
ฉันไม่อยากลุกไปเปิดแต่พอลองคิดดูว่าบางทีอาจเป็คนอื่นที่พยายามกดกริ่งแล้วฉันไม่ได้ยินเลยเปลี่ยนเป็เคาะประตูแทน ฉันเลยลองเดินไปส่องที่ตาแมวดูว่าคนนั้นคือใคร...
แล้วมันก็เป็คนที่ฉันคิด...คนที่ไม่อยากจะเห็นหน้า ฉันถอนหายใจเฮือกหนึ่งก่อนจะเปิดประตูออกไป
“มีอะไรอีกคะคุณหัสดิน”
“ผมปวดท้องอ่ะคุณ”
“ปวดท้องก็ไปหาหมอสิคะมาหาฉันทำไม”
“คุณช่วยพาผมไปหาหมอทีสิผมกลัว”
“โทรเรียกญาติหรือครอบครัวดีกว่าไหมคะวันนี้วันศุกร์ ฉันมีสอนนะ”
ฉันปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย ใครจะไปลืมเื่วุ่นที่เขาทำไว้
นายดินเดินกลับห้องไปท่าทางดูจะปวดท้องหนักมากเอามือกุมท้องไว้ตลอดเวลา (หรือจะเป็เื่ใหญ่จริง ๆนะ) ฉันเริ่มคิดไปต่าง ๆ นานา เกิดเขาเป็อะไรขึ้นมาจะทำยังไงถ้าพรุ่งนี้พาดหัวข่าวออกว่า
“สาวใจดำปล่อยหนุ่มโสดปวดท้องจนตาย ไม่ยอมช่วยเหลือ’”
คิดแล้วก็ขนลุกซู่ไม่อยากโดนสังคมประณามจนต้องไปออก
”รายการปีนกระแส” สุดท้ายฉันเลยต้องรีบแต่งตัวแล้วเดินไปที่ห้องเขา
ฉันกดกริ่งหลายครั้งแต่ก็ไม่มีใครออกมาพอลงไปดูที่ร้านดอกไม้ข้างล่างก็ไม่เจอ คิดว่าอาการเขาคงหนักแน่แล้วจึงตัดสินใจโทรเรียกกู้ภัยให้มาช่วย เพื่อนบ้านแถวนั้นต่างพากันออกมามุงดู
กู้ภัยช่วยกันงัดประตูเข้าไป พบนายดินนอนหมดสติอยู่บนพื้น เขาคงทนความเจ็บไม่ไหวฉันใมากเมื่อเห็นสภาพนั้น กู้ภัยรีบนำตัวเขาส่งโรงพยาบาลทันที
“ญาติคนไข้ไปด้วยนะครับจะได้ให้รายละเอียดกับหมอ”
ฉันจำใจต้องนั่งรถตามไปกับเขาในใจก็ได้แต่ภาวนาขอให้อย่างเป็อะไรมาก พอไปถึงโรงพยาบาล เ้าหน้าที่ก็รีบเข็นเขาเข้าห้องฉุกเฉินทันทีฉันนั่งรอนานหลายชั่วโมง จนกระทั่งหมอพาตัวเขาออกมาพักฟื้น
“คนไข้เป็ไส้ติ่งอักเสบครับโชคดีที่มาส่งทันเวลา”
“ตอนนี้ปลอดภัยแล้วใช่ไหมคะ”
“ครับผ่าตัดเรียบร้อยแล้วครับ”
ฉันเดินตามเข้าไปเยี่ยมนายดินในห้องพักรวมสี่เตียงพอดีกับที่เขาเริ่มรู้สึกตัวฟื้นขึ้นมาพอดี
“เป็ไงบ้างคุณหายเจ็บหรือยัง”
“ตอนนี้ชาไปหมดเลยกระดิกขาแทบไม่ได้...ว่าแต่ทำไมคุณถึงมาอยู่ที่นี่ได้ล่ะ”
“ก็ว่าจะพาคุณโรงพยาบาลแต่เรียกเท่าไหร่ก็ไม่ยอมเปิดประตู เห็นท่าไม่ดีเลยต้องโทรเรียกกู้ภัยพอเปิดห้องเข้าไปก็เห็นคุณนอนสลบอยู่บนพื้นแล้ว”
“ใจร้ายจังนะคุณาาวดีผมอุตส่าห์ไปขอให้ช่วย ถ้าผมตายไปจะไปหลอกคุณเป็คนแรกแน่ๆ”
“อ๋อฉันไม่กลัวผีอยู่แล้ว เชิญมาได้เลย ถ้านายตายจริงๆ อ่ะนะ”
“นิคุณเกลียดผมขนาดนั้นเลยเหรอผมแย่ขนาดนั้นเชียว”
“ฉันว่าคุณต่างหากที่เกลียดฉันั้แ่เลิกกับแฟนไป คุณก็คอยหาเื่แขวะฉันอยู่เรื่อย รู้ไหมว่าฉันต้องปิดร้านและพลาดเงินค่าสอนไปตั้งสองพันบาทเพราะต้องมานั่งเฝ้านายเนี่ย”
นายดินยิ้มแหย่ๆ
“อย่างนั้นเหรอ....เอาไว้เดี๋ยวผมหายดีแล้วจะชดใช้ให้ก็แล้วกัน”
หลังจากนั้น...ฉันก็ต้องกลับคอนโดมาเอาเอกสารพวกบัตรประชาชนและเสื้อผ้าของนายดินไปให้เขาที่โรงพยาบาลอีกรอบเดินสำรวจห้องพักของเขาแล้วก็แปลกใจห้องดูเป็ระเบียบเรียบร้อยแถมยังมีดอกไม้ปักแจกแจกันไว้อีก ดูเหมือนห้องผู้หญิงมากกว่าห้องฉันเสียอีกฉันถือวิสาสะเดินดูรอบๆ เปิดตู้เสื้อผ้าแอบส่องดูบ้างเพราะเขาเคยบอกว่าฉันชอบสีพาสเทลฉันก็เลยอยากรู้เหมือนกันว่าผู้ชายแบบเขาชอบสีอะไร (นายชอบโทนสีดำสินะ)
นายดินนอนพักฟื้นที่โรงพยาบาลแค่คืนเดียวหมอก็อนุญาตให้กลับบ้านได้วันต่อมาฉันนั่งทำงานอยู่ในร้านแล้วมองเห็นเขานั่งแท็กซี่กลับมาคนเดียวโดยไม่มีใครมารับ(ไม่มีญาติหรือเพื่อนคอยดูแลเลยเหรอนายคนนี้)พอมาถึงเขาก็เดินตรงมาที่ร้านฉันทันที
“คุณาาวดีช่วยผมหน่อยสิ ผมเดินขึ้นชั้นสองไม่ไหว มันไม่มีลิฟต์”
“จะให้ฉันอุ้มขึ้นไปรึไงคะ”
“คุณนี่ก็เ็าเกินไปแล้วช่วยพยุงหน่อยสิ เกิดผมพลาดตกบันไดลงมา อาการมันจะหนักกว่าเดิมนะ”
ฉันก็ต้องยอมช่วยพยุงเขาขึ้นบันไดไปส่งที่ห้องนิติเคยเอาโซ่มาคล้องประตูห้องเขาไว้เพื่อความปลอดภัยตอนที่ไม่อยู่โดยฝากกุญแจไว้ที่ฉัน ซึ่งก็ไม่รู้ทำไมเหมือนกันถึงยอมรับฝากไว้พอมาถึงฉันก็คืนกุญแจให้แล้วพยุงเขานั่งลงบนโซฟา นายดินก็เริ่มทำท่าโอดครวญทันที
“นี่รู้มั้ยฉันเห็นคนท้องผ่าคลอดเขายังเดินขึ้นบันไดได้คล่องกว่าคุณอีกแผลนิดเดียวทำท่าจะเป็จะตายไปได้”
“เอาไว้คุณเคยผ่านการผ่าคลอดเองแล้วค่อยมาว่าผมนะ...ว่าแต่เมื่อไหร่คุณจะมีข่าวดีเื่ท้องล่ะเนี่ย”
พอนายคนนี้หายดีนิสัยกวนประสาทก็เริ่มกลับมาทันที ไม่รู้ทำไมเราถึงคุยกันดีๆ ไม่ค่อยได้ฉันเลยตัดสินใจเดินหนีกลับร้านตัวเองทันทีเพราะไม่อยากต่อปากต่อคำด้วย
ตกเย็น จู่ๆฉันก็เกิดความรู้สึกเป็ห่วงขึ้นมาว่านายดินจะได้กินอะไรตกถึงท้องบ้างหรือยังเลยแวะไปที่ร้านเจ๊กุล สั่งข้าวของตัวเองแล้วเผื่อสั่งข้าวต้มให้เขาด้วย
“ดินเป็ไงบ้างชาเห็นว่าผ่าไส้ติ่งเหรอ”
เจ๊กุลหันมาถาม
“ใช่ค่ะแต่คงไม่เป็ไรมากหรอก สำออยมากกว่า”
“เนี่ยชาก็ช่วยดูแลเขาหน่อยแล้วกัน ั้แ่เลิกกับแฟนไปเขาก็ไม่ค่อยดูแลตัวเอง ดูซึมๆปลงๆ ชีวิตตัวคนเดียวญาติพี่น้องเพื่อนฝูงก็ไม่ค่อยมีเจ๊เองก็เป็แค่คนมาเช่าพื้นที่ค้าขาย อยู่ห้องใกล้กันก็ต้องพึ่งพาอาศัยกันไว้เผื่อวันข้างหน้าเราอาจจะเดือดร้อนแล้วเขาจะได้ช่วยเราได้บ้าง”
ฉันพยักหน้ารับคำของเจ๊กุลในใจก็คิดว่าจะมีอะไรที่ผู้ชายคนนี้ช่วยฉันได้บ้างนะบางทีอาจจะมีวันที่ฉันล้มป่วยขึ้นมาก็ได้เพราะตัวฉันเองก็ไม่มีเพื่อนหรือพี่น้องเหมือนกันถึงวันนั้นอาจจะจำเป็ต้องพึ่งพาเขาจริงๆ ก็ได้... เพื่อนเหรอ? พอนึกถึงคำนี้ฉันก็หวนคิดถึงเื่เก่าๆ...ทำไมฉันถึงไม่มีเพื่อนกับเขาเลยนะ
*¨**¨*•.¸❤︎¸.•*¨**¨*