เมื่อยูกิโกะมาอาศัยอยู่ห้องพักใหม่ เธอเริ่มจัดแจงข้าวของที่เธอมี แต่เมื่อเธอเปิดกล่องขนมที่ทำจากโหละของเธอที่ใช้เก็บเงินนั่นก็ทำให้เธอรู้สึกแปลกใจ
ถึงแม่ยูกิโกะจะไม่เคยนับเงินในนั้นเลย แต่เธอก็เปิดมันอยู่เป็ประจำเพื่อเก็บเศษเงินของเธอ ตอนนี้ในนี้เธอรู้สึกว่ามันมีเงินมากผิดปกติ เมื่อยูกิโกะลองนึกๆดูแล้วก็ไม่น่าจะมีใครมายุ่งกับของๆเธอ เว้นแต่ว่าวันที่แม่เก็บของของเธอแล้วอาจจะใส่เงินเพิ่มเข้าไป แต่ยูกิโกะคิดว่ามันคงไม่เป็อย่างนั้นแน่ๆ แม่ที่ไม่เคยเหลี่ยวแลเธออยู่ๆวันนี้จะมาเป็ห่วงเธอ นั้นมันจะเป็จริงอย่างนั้นเหรอ
ยูกิโกะเลิกคิดมากและปิดกล่องขนมลงก่อนจะเริ่มจัดแจงข้าวของต่อไปจนเสร็จ
เมื่อยูกิโกะต้องย้ายมาอยู่คนเดียวเธอก็รู้เปล่าเปลี่ยวอย่างบอกไม่ถูก แต่อีกใจก็รู้สึกโล่งใจมากๆที่ไม่ต้องมาค่อยกังวลอะไรเกี่ยวกับเื่ที่วุ่นวายที่บ้านอีก สถานที่ที่อยู่ไปแล้วก็มีแต่เื่ทุกข์ใจ ให้ตายยูกิโกะก็ไม่อยากกลับไปในบ้านแบบนั้นอีกแล้ว
ใกล้จะสอบแล้วยูกิโกะยังคงมุ่งมั่นตั้งใจเรียนอย่างหนักดั่งเช่นเคย ถึงแม้เธอจะรู้อยู่แล้วว่าเธอจะไม่ได้เรียนต่อแล้วก็ตาม
เมื่อถึง่สอบยูกิโกะก็สอบด้วยฝีมือตัวเอง ไม่ได้คิดโกงอีก เพราะครั้งนี้เธอแค่พยายามทำให้เต็มที่ซึ่งไม่ว่าผลนั้นจะออกมายังไงมันก็ไม่มีผลอะไรกับเธออีกแล้ว
หลังจบมอปลายยูกิโกะก็ย้ายไปทำงานประจำที่ร้านสะดวกซื้อที่เดิม ส่วนทางโชคหลังเรียนจบก็เตรียมตัวเข้ามหาลัยแถวบ้านเพื่อเรียนต่ออีกสองปี
ระหว่างนี้ยูกิโกะก็ได้ขอเลื่อนไปเที่ยวไทยออกไปก่อนเพราะเธอยังมีเงินไม่มากพอและอยากเก็บเงินให้ได้มากกว่านี้ก่อน
ถึงแม้โชคจะรู้สึกเสียดายแต่่นี้ก็ยุ่งจริงๆถ้ายูกิโกะมาก็ไม่รู้ว่าจะมีเวลาพาเธอไปเที่ยวได้หรือเปล่า
ผ่านมาเกือบสองปีแล้ว ตลอดเวลาที่ผ่านมาเป็่เวลาที่รวดเร็วมากๆ นั้นอาจจะเพราะในแต่ละวันของทั้งสองคนนั้นทำแต่เื่เดิมๆวนๆซ้ำๆ
ตอนนี้โชคกำลังอยู่ในภาคเรียนสุดท้าย ซึ่งโชคก็กำลังฝึกงานกับเครือข่ายผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตรายหนึ่ง
“ จำเพื่อนฉันที่ใส่แว่นืั้มหาลัยได้ไหม ”
“ จำได้สิ ทำไมเหรอ ? ”
“ พอดีบ้านเขาทำเครื่องประดับเครื่องเงินน่ะ ฉันว่าจะสั่งทำเครื่องประดับให้เธอสองสามชิ้น เลยจะขอไซส์รอบแขน รอบนิ้ว รอบหัว ”
“ รอบหัวด้วยเหรอ ? ”
“ สำหรับทำหมวกน่ะ ”
“ เข้าใจแล้ว แต่ไม่ต้องก็ได้นะ ”
“ เื่เล็กน้อย อย่าเกร็งใจเลย ”
“ ฉันยังไม่รู้ไซส์เลย เอาไว้วัดแล้วจะเขียนสรุปไปให้อีกที ”
อีกไม่กี่เดือนข้างหน้าทั้งสองก็จะได้เจอกันแล้ว ซึ่งจริงๆยูกิโกะเองก็ได้ตั๋วล่วงหน้าแล้วด้วย เป็วันที่สามกรกฏาคมที่จะมาถึง
ยูกิโกะเอง่นี้ก็ตื่นเต้นมาก แต่คนที่ตื่นเต้นยิ่งกว่าก็หนีไม่พ้นโชค ถึงแม้ภายนอกจะไม่แสดงอาการอะไรมากเพราะเดี๋ยวยูกิโกะจะดูออก แต่ภายในใจตอนนี้คิดถึงแต่เื่ที่ยูกิโกะนั้นจะเดินทางมาหา
และเมื่อจบการศึกษาโชคก็ได้รับงานต่อจากงานที่ไปเป็่ฝึกงาน ซึ่งก็นับว่าเป็เื่ที่ดีมาก ได้ทำงานใกล้บ้าน เงินเดือนก็ดี
อีกแค่เดือนเดียวทั้งสองก็จะได้มาพบเจอกันแล้ว แค่คิดว่าตัวเองจะต้องเห็นตัวเองเหมือนมองกระจกอยู่แค่นั้นก็ทำให้รู้สึกประหลาดใจมากแล้ว โชคนึกไม่ออกเลยว่าถึงตอนนั้นแล้วจะทำตัวยังไงดี
ถึงแม้โชคกับยูกิโกะจะคุยกันตลอด แต่การโทรคุยกันนั้นมีน้อยครั้งมากๆ อาจจะด้วยเื่ภาษาที่เวลาคุยกัน ผ่านข้อความแล้วมันมีเวลาให้คิดทบทวนมากกว่า พอจะมาคุยกันผ่านเสียงสนทนาก็ทำให้คุยกันได้ไม่นานเท่าไร
โชครู้ดีว่าเื่ภาษาของตนกับยูกิโกะนั้นอยู่ระดับไหน ไม่รู้เวลาเจอกันจริงๆแล้วจะเหมือนอย่างที่คิดหรือเปล่า เราทั้งสองคนจะสื่อสารกันรู้เื่ตลอดทางไหม
แต่อย่างไรก็ดี ไม่ว่าจะเื่ไหนก็ไม่สำคัญเท่ากับการได้พบกัน ระหว่างสองคนที่อยู่ๆวันหนึ่งต้องมาใช้การมองเห็นร่วมกันมาตลอดหลายปี ไม่มีใครรู้เหรอว่าสิ่งนี่เกิดขึ้นได้ยังไง แต่สิ่งนี้มันคือความจริงที่มีแค่เขาสองคนเท่านั้นที่รู้
่นี้โชคพยายามทบทวนภาษาญี่ปุ่นพื้นฐานอย่างหนัก ยูกิโกะที่เห็นก็ได้แต่อมยิ้มในใจ
“ เธอไม่ต้องทำขนาดนั้นก็ได้นะ ฉันคิดว่าเราน่าจะพอคุยกันด้วยภาษาอังกฤษได้ อย่างแย่ที่สุดก็ใช้มือถือแปลภาษา ”
“ ฉันเข้าใจ แต่จะดีกว่านี้ถ้าฉันรู้จักภาษาของเธอเพิ่มอีกสักหน่อย ”
ยูกิโกะที่เห็นความพยายามของโชคเธอเองก็ไม่อยากจะไปขัดขวางอะไร เอาจริงๆหลายปีมานี้ทั้งคู่ก็พยายามศึกษาภาษาของแต่ละฝ่ายมาพอสมควร ขาดเพียงแค่ใช้งานจริงเท่านั้น
เหลืออีกไม่ถึงอาทิตย์ทั้งคู่ก็จะได้เจอกันแล้ว วันนี้ขณะที่โชคกำลังออกไปตรวจสอบเครือข่ายที่มีปัญหานอกสถานที่ แต่แล้วก็เกิดอุบัติเหตุขึ้น โชคตกจากเสาไฟแต่ก็ไม่ได้สูงมากนัก เพื่อนร่วมงานที่เห็นก็เป็ห่วงเพราะเห็นว่าโชคเจ็บเท้าเดินลำบากก็เลยรีบพาโชคนำส่งโรงพยาบาล
อีกคนที่เป็ห่วงมากตอนนี้ก็คือยูกิโกะ เมื่อยูกิโกะเห็นว่าโชคประสบอุบัติเหตุเธอก็เป็ห่วงโชคมากๆ ก่อนจะรีบส่งข้อความไปถามอาการโชคอย่างต่อเนื่อง
“ เป็ยังไงบ้าง, เจ็บมากไหม ”
“ คิดว่าไม่น่าจะเป็อะไรมาก เจ็บแค่นิดเดียว ”
“ นี่เธอไม่ได้พูดให้ฉันสบายใจใช่ไหม ”
“ ฉันพูดจริงๆ มันไม่ได้เจ็บมาก ”
และเมื่อโชคมาถึงโรงบาลหมอก็เข้ามาตรวจอาการก่อนจะพูดกับโชคครู่หนึ่งแล้วเดินจากไป
“ หมอว่าไงบ้าง ”
“ คือว่า… ”
“ เธอจะกวนฉันทำไม ฉันเป็ห่วงเธอจริงๆนะ ”
“ หมอว่าฉันกระดูกร้าว ต้องพักฟื้นโรงพยาบาลประมาณหนึ่งเดือน ฉันคงไปรับเธอที่สนามบินไม่ได้แล้ว เธอจะเดินทางคนเดียวได้ไหม ”
ยูกิโกะเมื่อรู้อย่างนี้ก็นิ่งไปพักหนึ่ง ซึ่งโชคเองก็รู้และเห็นอยู่ว่ายูกิโกะกำลังคิดหนักอยู่ตอนนี้
“ ได้ เดี๋ยวฉันจะเดินทางไปหาเธอเอง ดูแลตัวเองให้ดีๆก็แล้วกัน ”
โชคยิ้มออกมาอย่างมีความสุข เพราะสิ่งที่พูดไปนั้นเป็เพียงเื่ที่แต่งขึ้น
“ ฉันล้อเล่นหรอกน่ะ หมอบอกแค่ข้อเท้าแพลงเพียงเล็กน้อย วันนี้ก็ได้กลับบ้านไปดูอาการแล้ว ”
“ นายนี่มันบ้ามาก ฉันเป็ห่วงแทบแย่ ไหนจะเื่ที่ต้องกังวลในการเดินทางอีก ”
“ ขอโทษ ถึงวันนั้นต่อให้ฉันขาหักฉันก็จะไปรับเธออยู่ดีนั้นแหละ ”
ประโยคพอจะทำให้ยูกิโกะอารมณ์ดีขึ้นมาบ้าง แต่ก็ยังต่อว่าโชคไปอีกหลายชุด
โชคใจเต้นมากๆเพราะพรุ่งนี้ก็จะได้เจอกับยูกิโกะแล้ว ตอนนี้โชคนั่งเครื่องบินไปยังกรุงเทพและหาที่พักใกล้ๆเพื่อไปรอรับยูกิโกะในวันพรุ่งนี้
เวลานี้ไม่มีอะไรหยุดความคิดเื่ของวันพรุ่งนี้ได้เลย โชคไม่อยากจะเชื่อจริงๆว่าวันนี้จะมาถึง ั้แ่เกิดเื่มาก็ห้าหกปีแล้ว และแล้วก็ใกล้ถึงเวลาที่จะได้เจอคนที่อยู่เคียงข้างกันด้วยตลอดเวลาผ่านดวงตาข้างซ้ายดวงนี้