หลายวันมานี้ถังชวนนอนน้อยมากและยังอยู่ร่วมกับดวงิญญาตลอดทั้งวัน สีหน้าจึงซีดเผือดน่ากลัวขอบตาสองข้างดำราวกับแต่งตาแบบสโมคกี้อายส์
เดิมโจวฉวินยังโมโหอยู่บ้างแต่เมื่อเห็นสภาพในตอนนี้ของถังชวนแล้ว อารมณ์โมโหก็มลายหายไปทันทีในใจก็นึกถึงเื่ที่เธอด่าเขาต่อหน้าทุกคนในครั้งนั้นขึ้นมาจึงทั้งเ็ปทั้งละอายใจ ดวงตาเผยประกายความอ่อนโยนออกมา “ทำไมเธอถึงได้มีสภาพแบบนี้ไปทำอะไรมา” เธอยื่นมือออกไปลูบผมถังชวนอย่างเห็นอกเห็นใจ
ถังชวนอยู่ใน่อายุที่กำลังเจริญเติบโตแต่ขาดสารอาหารเป็เวลานานจึงสูงแค่หนึ่งร้อยหกสิบเิเเมื่อยืนอยู่ตรงหน้าโจวฉวินก็เหมือนกับน้องชายตัวน้อยๆ คนหนึ่ง
เขากลัวว่าจะถูกโจวฉวินค้นพบว่าเขาแอบซ่อนโครงกระดูกสามโครงเอาไว้ในบ้านจึงคิดเหลวไหลไป พลางหลันหน้ากวาดตามองไปในบ้านอย่างกลัวว่าจะมีอะไรที่ยังจัดการไม่เรียบร้อยโดยไม่รู้ตัว
โจวฉวินเห็นเขาสติไม่อยู่กับเนื้อกับตัวก็เกิดความสงสัยขึ้นมาอย่างอดไม่ได้จึงปรายตามองเข้าไปด้านใน พลางเอ่ยยิ้มๆ “เหม่ออะไรน่ะ ไม่เชิญครูเข้าไปนั่งเหรอ”
ถังชวนคล้ายกับเพิ่งตื่นจากฝันรีบร้อนตอบว่า “อ๊ะ เชิญครับครูโจว!”
โจวฉวินเข้าไปก็กวาดตามองภายในตัวบ้านแวบหนึ่งและอดไม่ได้ที่จะรู้สึกอึ้ง
นี่คือห้องเดี่ยวขนาดสิบกว่าตารางเมตรในบ้านแทบไม่มีอะไรเลยนอกจากผนังสี่ด้าน
แสงไฟในห้องสลัวด้านซ้ายติดกับประตูมีเตียงเดี่ยวเก่าโทรมวางอยู่หลังหนึ่ง ข้างเตียงมีตู้เก่าๆที่สีลอกหนักมากหนึ่งตัว ใต้หน้าต่างตรงข้ามกับประตูมีโต๊ะเก่าซอมซ่อหนึ่งตัว้ามีกระเป๋าหนังสือของถังชวนวางอยู่ ดูท่าปกติแล้วเขาจะต้องอาศัยแสงสว่างจากนอกหน้าต่างในการทำการบ้านแน่นอนนาฬิกาโบราณล้าสมัยเรือนหนึ่งที่แขวนอยู่บนกำแพงสีเหลืองหม่นส่งเสียงเคลื่อนไหวของกลไกและเสียงน่าเบื่อของฟันเฟืองดังออกมาใต้นาฬิกามีตู้ทรงเตี้ยตัวหนึ่ง ้ามีตะกร้าและเขียงที่ถูกใช้งานจนเป็หลุม
เป็ดั่งเช่นซุนต้าไห่พูดเครื่องใช้ไฟฟ้าเดียวที่โจวฉวินสามารถหาได้ในบ้านอันแสนเรียบง่ายจนชวนให้ผู้คนตะลึงแห่งนี้ก็คือหลอดไฟทังสเตน[1]สีเหลืองสลัวที่เต็มไปด้วยคราบสกปรกบนเพดานห้องดวงหนึ่งโจวฉวินยื่นมือไปดึงสวิตช์เปิดปิดไฟแสงไฟมืดสลัวราวกับแสงเทียนที่ไหววูบท่ามกลางสายลม!
โจวฉวินก็เป็ลูกคนเดียวเหมือนกันแต่ฐานะทางบ้านของเธอดีเยี่ยม ไม่เคยได้รับความลำบากอะไรจะสามารถจินตนาการภาพครอบครัวหนึ่งที่ยากจนข้นแค้นที่กระทั่งวิทยุ เครื่องซักผ้าและโทรทัศน์รุ่นโบราณที่สุดก็ยังไม่มีออกมาได้อย่างไร!
โจวฉวินถูกทำให้ตะลึงเธอมองถังชวนแวบหนึ่งอย่างรู้สึกเศร้าใจและปวดใจ
เธอไม่สามารถจินตนาการได้เลยว่าปกติแล้วเด็กหนุ่มใช้ชีวิตในบ้านนี้ได้อย่างไร
ถังชวนยืนอยู่หลังโจวฉวินเมื่อเห็นเธอพิจารณามองตัวบ้าน ตนเองก็มองด้วยแวบหนึ่ง ทุกแห่งล้วนซอมซ่อและเละเทะเขาอับอายจนหน้าแดง ยืนอยู่ด้านหลังเธออย่างทำอะไรไม่ถูก แล้วกัดฟันเงียบไม่พูดอะไรสักคำ
โจวฉวินลอบถอนหายใจในใจมีใจคิดจะช่วยอะไรถังชวนสักหน่อย แต่กลับไม่รู้ว่าจะเอ่ยปากอย่างไรเธอกลัวว่าตนเองจะใช้คำไม่เหมาะจนทำร้ายเด็กหนุ่มที่หยิ่งในศักดิ์ศรีคนนี้อีก
เธอหันกลับไปมองถังชวนแวบหนึ่งก็เห็นว่าใบหน้าของเด็กหนุ่มแดงก่ำ เขาก้มหน้าแววตาดื้อรั้นนั้นเผยให้เห็นถึงความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจอันรุนแรง
โจวฉวินระวังทุกการกระทำของตนเองเพราะเกรงว่าจะทำร้ายถังชวนเข้า เธอยิ้มแล้วกดลงบนเตียงเล็กน้อย “ไม่เลวเลยเตียงสบายมากนะ!” เอ่ยจบก็นั่งลงไปเพื่อแสดงให้เห็นถึงอารมณ์สบายๆ ของตนเอง
เมื่อเธอนั่งเตียงสปริงก็ยวบลงทันทีจึงกดทับถูกโครงกระดูกสองโครงที่อยู่ใต้เตียงจนเกิดเสียงกรอบแกรบของกระดูกที่ถูกบีบอัดออกมา
โจวฉวินใสะดุ้งรีบลุกขึ้นแล้วหันไปมองดูว่าใต้เตียงมีอะไร
ถังชวนเกือบิญญาหลุดออกจากร่างใจนร้องเสียงดัง “ครูโจวครับ!!” เสียงดังจนตัวเขาเองยังใสะดุ้งโจวฉวินยิ่งมองเขาอย่างตะลึงด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความไม่เข้าใจ
ถังชวนรีบลากม้านั่งตัวเล็กๆหน้าโต๊ะที่ตนเองใช้ทำการบ้านเป็ประจำออกมาจากนั้นก็กึ่งดึงกึ่งเหวี่ยงโจวฉวินให้นั่งลงบนม้านั่ง ใบหน้าเขากระตุกเล็กน้อยก่อนจะเค้นรอยยิ้มออกมา “ครูโจว บ้านผมจน เตียงพังแล้ว นั่งไม่ได้ครับ!”
โจวฉวินอยากถามมากว่าปกติเขานอนที่ไหน แต่ก็กลัวว่าถังชวนจะคิดมาก จึงอดกลั้นไม่ถามออกไปเพียงแต่ตนเองก็เอ่ยยิ้มๆ ว่า “ทำไมหลายวันมานี้ถึงไม่ไปเรียนและไม่ยอมขอลาหยุดด้วย” เธอเอ่ยจบก็รู้สึกว่าน้ำเสียงตนเองแข็งไปหน่อยจึงเอ่ยเสริมอีกประโยคด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลว่า “มีเื่ลำบากอะไรหรือเปล่า”
ความคิดในหัวของถังชวนล้วนเกี่ยวกับการทำอย่างไรถึงจะให้โจวฉวินกลับไปโดยเร็วที่สุดจะให้เธอรู้ไม่ได้เด็ดขาดว่า เขาซ่อนโครงกระดูกสามโครงไว้ในบ้าน
เขาก้มหน้าแววตาไหววูบ ปลายเท้าถูไปกับพื้นด้วยอาการใจลอยยิ่ง แต่เมื่อสภาพเช่นนี้ของเขาตกอยู่ในสายตาของโจวฉวินกลับกลายเป็ความเด็ดเดี่ยวที่ยอมให้ตนเองได้รับความลำบากแต่ไม่ยอมบอกคนอื่นแทน
โจวฉวินถอนหายใจพลางเอ่ยว่า “ถังชวนเอ๋ย เธอยังโกรธเื่ที่ครูพูดกับเธอตอนอยู่ในพิพิธภัณฑ์ครั้งนั้นใช่ไหม”
ถังชวนเงยหน้าแปลกใจเขาส่ายหน้าแล้วก้มหน้าลงไปอีก
โจวฉวินเอ่ย“ครูรู้ว่าตอนนั้นครูวู่วามไป ไม่ควรจะพูดแบบนั้นกับเธอเธอก็มีความลำบากใจและจุดที่ยากจะเอ่ยปากออกมาของตัวเอง ครูกลับไปคิดมากมายก็รู้สึกว่าสมควรจะขอโทษเธอเธอจะยกโทษให้ครูได้ไหม” เอ่ยจบ เธอก็ลุกขึ้นแล้วโค้งตัวให้ถังชวนด้วยความจริงใจ
ถังชวนถูกครูโจวพูดเสียจนทำให้หน้าแดงก่ำเขารีบโบกมืออย่างลนลาน “ครูโจวครับ อย่าทำอย่างนี้เด็ดขาด ครูหวังดีกับผมในใจผมรู้ดี ครูอย่าทำแบบนี้ ผมรับไม่ไหว!”
โจวฉวินพยายามเอ่ยต่อว่า“อย่างนั้น เธอจะไม่ยอมยกโทษให้ครูเหรอ”
ถังชวนส่ายหน้า“ครูโจว ผมรู้ว่าครูดีกับผม วันนั้นเป็ผมที่ไม่รู้จักดีชั่วเองผมไม่ได้โกรธครูด้วยซ้ำ ครูอย่าทำแบบนี้เลยครับ ผม...ผมจะรู้สึกทุกข์ใจมาก”
โจวฉวินยิ้มเล็กน้อย“ก็ได้ พวกเราถอยกันคนละก้าว ในเมื่อครูขอโทษเธอแล้ว เธอจะบอกครูได้ไหมว่าทำไมหลายวันมานี้เธอถึงไม่ไปเรียนครูกับเพื่อนๆ เป็ห่วงเธอมากนะ!”
ถังชวนอึ้งไปเล็กน้อยพอนึกถึงเื่ที่เกิดขึ้นในหลายวันมานี้ เขาก็รู้สึกอยากมีใครสักคนที่สามารถแบ่งปันความลับของตนเองได้มากไม่อย่างนั้นเขาก็คงไม่ยอมรับกูเตริโอได้อย่างง่ายดายขนาดนั้น แต่ว่า เื่ที่เกิดขึ้นในหลายวันมานี้เป็เื่ที่ทำให้ผู้คนทั่วโลกต้องใพิลึกน่ากลัวเกินไป ตอนนี้เมื่อหวนคิดดูแล้วก็ยังรู้สึกว่าทั้งหมดนั่นเหมือนกับฝันตื่นหนึ่ง
เขายืนนิ่งอยู่กับที่ดวงตามีแววยากจะเข้าใจวาดผ่าน
โจวฉวินเอ่ยว่า“เสี่ยวชวนจื่อเอ๋ย เธอเป็เด็กที่รู้ความและว่าง่ายคนหนึ่งถ้าครูมีน้องชายแบบเธอสักคนจะต้องภูมิใจมากแน่ๆ หากว่าเธอมีความลำบากอะไรก็สามารถพูดกับครูได้ ครูจะช่วยเธอ ดีไหม”
ถังชวนได้ยินโจวฉวินเรียกชื่อเล่นเขาก็อดตะลึงไม่ได้ เขาเงยหน้าขึ้นก็เห็นดวงตางดงามคู่หนึ่งที่มองมาทางเขาอย่างอ่อนโยน ถังชวนรู้สึกอบอุ่นใจและพยักหน้าโดยไม่รู้ตัว
โจวฉวินรู้สึกว่าอาจเป็เพราะการมาถึงของตนเองทำให้ถังชวนอึดอัดเลยไม่ยอมพูดจึงเป็ฝ่ายหาหัวข้อสนทนาแทน “เธอรู้สึกว่าครูเป็ครูของเธอดังนั้นจึงรู้สึกไม่สบายใจ และเขินอายที่จะต้องพูดใช่ไหม”
ถังชวนเงยหน้าเอ่ยยิ้มๆ ว่า “ไม่ใช่ครับ ปกติครูโจวให้ความใกล้ชิดสนิทสนมมากและดีกับพวกเรามากด้วย...”
เมื่อได้ยินนักเรียนของตนเองเอ่ยชมตนเองต่อหน้าด้วยความจริงใจแบบนี้โจวฉวินก็อารมณ์ดีมาก จึงยิ้มตาหยี “ถ้าอย่างนั้นเธอยังจะกังวลอะไรอีกมีความลำบากอะไรก็บอกกับครู อืม ไม่ถูกต้อง บอกกับพี่สาวฉันที่อายุเท่านี้เป็พี่สาวเธอก็ไม่ถือว่าเอาเปรียบหรอกเนาะ ฮ่าๆ ...”เธอยิ้มพลางลูบผมถังชวน
โจวฉวินเขยิบร่างเข้ามาใกล้เล็กน้อยถังชวนได้กลิ่นหอมจางๆ ของเพศหญิงจากร่างโจวฉวิน ในใจก็รู้สึกคล้ายกับมีขนนกสะกิดเล็กน้อยจนคันยุบยิบทั้งยังรู้สึกแปลกๆ และไม่รู้ว่าเป็ความรู้สึกแบบใด
โจวฉวินสวมเสื้อเชิ้ตตัวบางจึงปิดความอวบอิ่มและตั้งตระหง่านของทรวงอกเธอไม่ไดู้เานูนสูงสองลูกอยู่ไม่ไกลจากตรงหน้าเขา คล้ายกับูเาหิมะสูงชันทำให้ถังชวนพลันนึกถึงคืนนั้นขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว ความมืดที่ไร้ขอบเขตท่ามกลางโลหิตจากอเวจี มีหญิงสาวเปลือยครึ่งร่างเผยให้เห็นปทุมถันสีขาวหิมะคู่หนึ่งนอนอยู่ท่ามกลางแสงจันทร์บริสุทธิ์
ถังชวนพลันจิตใจฟุ้งซ่านความคิดสับสนวุ่นวายไปชั่วครู่...
โจวฉวินเห็นการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ของถังชวนในสายตาก็เม้มปากยิ้มเล็กน้อย ในใจก็คิดว่า “เ้าเด็กที่ปกติเ็าเหมือนหินก้อนหนึ่งก็เขินอายเป็ด้วยเหรอ”
เธอเอ่ยยิ้มๆ“ในเมื่อเธอไม่โกรธครูแล้ว อย่างนั้นจะบอกครูได้ไหมว่าทำไมสามวันนี้เธอถึงไม่ไปเรียน มีเหตุผลหรือความลำบากอะไรก็พูดออกมา เธอไม่พูดครูก็อธิบายกับทางโรงเรียนได้ไม่สะดวกเหมือนกัน บอกครู ครูขอสาบานด้วยนามของเติ้งเหยียเยีย[2]เลยว่าจะไม่โกรธและไม่ซักถามเด็ดขาด!” เธอเอ่ยจบก็ยกมือขึ้นข้างหนึ่งพลางกะพริบตาปริบๆ ใส่ถังชวนสองสามครั้ง
ถังชวนเผยสีหน้าเขินอายที่เห็นได้น้อยในยามปกติออกมาอย่างไม่ตั้งใจต่อหน้าโจวฉวินส่วนโจวฉวิน ไหนเลยจะไม่เผยนิสัยขี้เล่นที่ยังไม่หลุดพ้นวัยสาวน้อยของตนเองออกมาก็มีเพียงแค่เวลานี้เท่านั้นที่ทั้งสองคนซึ่งมักมีช่องว่างจากความสัมพันธ์ของศิษย์อาจารย์จะเผยด้านที่แท้จริงของตนเองออกมา
ความสัมพันธ์ค่อยๆดีขึ้นอย่างช้าๆ ถังชวนยิ้ม แต่ในใจกลับครุ่นคิดแม้ว่าโจวฉวินจะแสดงความจริงใจโดยการรับรองว่าจะไม่ซักถามเื่ที่เขาโดดเรียนแต่จะพูดความจริงกับเธอได้เหรอ ที่สำคัญก็คือ พูดออกมาแล้วใครจะเชื่อ
อย่าล้อเล่นน่ะเพียงแค่เอ่ยสักประโยค โจวฉวินก็จะโมโหแล้วสะบัดแขนเสื้อจากไปทันที
คุณครูมาเยี่ยมเพราะเป็ห่วงเธอแต่เธอกลับพูดเื่ผีสางเทวดากับฉัน เชื่อไหมว่าฉันเป็เ้าแม่กวนอิมที่อวตารลงมาเกิดบนโลกมนุษย์เป็พระยูไลกลับชาติมาเกิดใหม่ สะบัดมือตบทีหนึ่งก็ทำให้เด็กโง่อย่างเธอกระเด็นไปไกลได้ไม่สิ ตบสักทีคงยังไม่หายแค้น ต้องจัดสักหมื่นครั้ง อีกหมื่นครั้ง แล้วก็อีกหมื่นครั้ง!
ถังชวนไม่ใช่คนโง่เขาไม่ได้ถูกะุเคลือบน้ำตาล[3]ทำให้สับสนเขาก้มหน้าเอ่ยเสียงเบาว่า “ความจริง...ความจริงแล้ว ผมป่วยครับ...”
ไม่ต้องบอกก็ดูออกว่าด้วยสภาพรอบดวงตาที่ทั้งลึกโหลทั้งดำคล้ำสองข้าง โหนกแก้มที่ตอบของเขา และสภาพร่างกายที่ผอมแห้งขั้นสุดในตอนนี้ของเขาเหมือนกับคนป่วยที่อาการเกินเยียวยาจริงๆ
โจวฉวินได้ยินดังนั้นก็รีบเข้าไปลูบหน้าผากเขา พลันรู้สึกได้ถึงความหนาวเย็นดั่งน้ำแข็งเย็นะเืทันทีมีใครที่อุณหภูมิร่างกายเป็แบบนี้บ้าง
เธอใสะดุ้งรีบจับมือเขาเอาไว้ แล้วเอ่ยเสียงดังว่า “ไปทำอีท่าไหนมาทำไมอุณหภูมิร่างกายถึงได้ต่ำแบบนี้ ทำไมไม่ไปหาหมอ”
โจวฉวินเห็นถังชวนเหมือนน้องชายของตนเองและเป็นักเรียนของตนเองด้วยเช่นกันจึงไม่ได้หลบเลี่ยง ร่างแทบจะแนบอยู่บริเวณทรวงอกของถังชวนมือของเธอทั้งอบอุ่นและนุ่มนิ่ม กลิ่นหอมอ่อนๆ จากเรือนผมยิ่งยั่วยวน ในใจถังชวนยิ่งสับสนวุ่นวายมากขึ้น
[1] หลอดไฟทังสเตน (tungstenfilament lamp) มีลักษณะคล้ายหลอดไฟธรรมดา แต่ใช้ไส้หลอดเป็โลหะทังสเตนเมื่อใช้กระแสไฟฟ้าผ่านเข้าไป ลวดทังสเตนจะถูกเผาให้ร้อนและเปล่งแสงออกมาใน่320 – 2500 nm
[2] เติ้งเหยียเยีย หรือเติ้งเสี่ยวผิงเป็ผู้นำที่ยิ่งใหญ่ของสาธารณรัฐประชาชนจีน
[3] ะุเคลือบน้ำตาล หมายถึงวิธีในการล่อลวงผู้อื่นให้ร่วมทำสิ่งไม่ดี