ยอดพ่อครัว ข้ามพิภพ

    ตอนที่ 6 : คงคานคร

    ต้นข้าวตื่นตระหนกตกใจ ไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น เขาพยายามที่จะวางแผ่นหินลง เเละว่ายน้ำหนีกลับขึ้นมาบนฝั่ง แต่ก็ไม่สามารถทำได้ ร่างกายของเขาถูกห่อหุ้มด้วยแสงสีทองทำให้เขาขยับตัวไม่ได้ และจากนั้นเพียงเสี้ยววินาที ร่างของต้นข้าวก็หายวับไปจากใต้น้ำ...
    "มันเกิดอะไรขึ้นกันเนี่ยยย!!! นี่มันที่ไหนกัน..." ต้นข้าวตกตะลึงกับสิ่งที่เกิดขึ้น
    ทันทีที่รู้สึกตัว ต้นข้าวก็พบว่าตัวเองไม่ได้ดำอยู่ใต้น้ำเเล้ว เมื่อเขามองไปรอบๆตัวก็พบว่า ตัวเขามายืนอยู่ในทุ่งหญ้าแห่งหนึ่ง ที่เขาไม่เคยรู้จักหรือพบเห็นมาก่อนเลย เท้าทั้งสองที่เหยียบลงไปมันเต็มไปด้วยต้นหญ้าหลากสีสันต้นเล็กๆ ที่มีอาณาบริเวณเป็นลานกว้างไกลสุดลูกหูลูกตา ต้นข้าวยืนแน่นิ่งอยู่ในสภาพที่ตัวเขานั้นใส่กางเกงขาสั้นลายดอกไม้ที่ใส่เล่นน้ำตกเมื่อก่อนหน้านี้ และเส้นผมที่เปียกน้ำยังคงย้อยลงมาปกคลุมใบหน้าของเขา...หลังจากผ่านไปหลายวินาที ต้นข้าวก็เริ่มฟื้นคืนสติของตนเองกลับมา เขาพยายามหันไปมองดูบริเวณรอบๆตัวอย่างถี่ถ้วน และพยายามคิดถึงเหตุและผลของสิ่งที่เกิดขึ้นนี้ แต่ไม่ว่าจะคิดเท่าไหร่เขาก็ไม่สามารถหาคำตอบให้กับตัวเองได้เลย...
    "นี่เราจะเข้ามาในอีกมิติหรืออีกโลกหนึ่งอย่างในนิยายจริงๆหรอ?..." ต้นข้าวพึมพำกับตัวเอง
    อีกด้านหนึ่ง... ลุงหลง เห็นต้นข้าวเล่นน้ำดำน้ำมานานเเล้ว จึงได้เดินมาดูหลังจากที่ออกไปเก็บฟืนมาทำอาหารเป็นที่เรียบร้อยเเล้ว เเต่ปรากฏว่าเขาไม่พบใครเลย มีเเต่เพียงเสียงน้ำตกที่ดังก้องไปทั่วป่ากับเสื้อผ้าของต้นข้าวที่ถอดไว้บนโขดหินริมแอ่งน้ำตก...
    "พ่อหนุ่ม......... พ่อหนุ่ม........ ต้นข้าวเอ้ยยยย...... อยู่ไหนน่ะเรา อยู่แถวนี้หรือป่าวส่งเสียงตอบลุงหน่อย..." ลุงหลงพยายามร้องเรียกหาต้นข้าวที่ดูเหมือนจะไม่ได้อยู่ที่ตรงนั้น เขาพยายามมองดูและสังเกตพื้นที่โดยรอบว่ามีอะไรผิดปกติหรือไม่ แต่เเล้วเขาก็ไม่พบกับอะไรเลย...ลุงหลงจึงตัดสินใจจัดแจงถอดเสื้อผ้าเเล้วกระโดดลงน้ำ เขาดำน้ำเข้าไปในส่วนพื้นที่ลึกเพื่อดูว่าต้นข้าวเข้ามาเล่นในบริเวณนี้หรือป่าว เเต่ไม่ว่าจะดำลงไปสำรวจดูเท่าไหร่ และไม่ว่าที่ไหนๆก็ไม่พบแม้แต่เงาของต้นข้าวเลย เขาจึงออกมาตามหายังบริเวณอื่นๆ...
    "เอ...หรือว่าเขาจะเดินไปสำรวจป่ารอบๆนี้กัน ไม่สิ เขาไม่น่าจะกล้าออกไปคนเดียวในป่าที่เขาไม่เคยชินเช่นนี้ เอาล่ะ ยังไงก็คงต้องเดินไปตรวจดูรอบๆสักหน่อยเเล้วกัน ถ้ายังไม่เจออีก งานนี้สงสัยคราวซวยได้มาเยือนฉันเเล้วจริงๆ..." ลุงหลงพูดออกมาอย่างเป็นกังวล เเล้วรีบเดินออกไปตรวจหาร่องรอยของต้นข้าวในบริเวณรอบๆทันที...
    กลับมาที่อีกโลกหนึ่ง... ต้นข้าวกำลังเดินย่ำไปข้างหน้าอย่างไร้ทิศทาง พืชพันธุ์ธรรมชาติของที่นี่ล้วนดูแปลกตา และมีสีสันสวยงาม บางต้นมีสีสันอย่างกับรุ้งกินน้ำ บางต้นก็เรืองเเสงอ่อนๆออกมา บางต้นก็มีสีดำสนิท ฯลฯเขาเดินท่องไปอย่างระมัดระวัง จากทุ่งหญ้าโล่งๆ จนเข้ามาในอาณาบริเวณที่เป็นชายป่า ต้นไม้ต้นสูงใหญ่มีขนาดหลายคนโอบมีให้เห็นมากมายจนมองเเล้วดูเหมือนจะเป็นเรื่องปกติหากอาศัยอยู่ที่นี่ เเต่ไม่ใช่กับต้นข้าว ยิ่งเขาเดินเข้าไปใกล้เท่าไหร่ ความรู้สึกที่เปรียบเสมือนมดตัวน้อยๆก็บังเกิดขึ้นมากเท่านั้น ความรู้สึกที่ว่าป่านั้นยิ่งใหญ่สามารถใช้กับที่นี่ได้เป็นอย่างดีเลย...
    "อะไรมันจะใหญ่โตขนาดนี้ นี่คงจะเติบโตผ่านเวลามาเป็นร้อยๆพันๆปีเเน่ๆ..." ต้นข้าวอุทานออกมาพร้อมกับมองไปยังต้นไม้ใหญ่ในผืนป่าที่เขามาถึง...
    "เราจะทำยังไงดี?..." ต้นข้าวพึมพำกับตัวเอง เขาชักจะเริ่มสติแตกซะเเล้ว เพราะเขาไม่พบเจอกับอะไรเลยนอกจากต้นไม้ใบหญ้าในระหว่างทางที่เดินมานี้...
    "โฮกก....!!!" เสียงของสัตว์ดังขึ้นมาผ่านโสตประสาทการรับรู้ของต้นข้าว เขาสะดุ้งตกใจพลันหันไปมองตามทิศทางของเสียง...
    "ตัวอะไรวะเนี่ยยย!!!" ต้นข้าวทำหน้าเหวออย่างกับเห็นผี เพราะสิ่งที่ยืนจ้องมองเขาอยู่นั้นไม่เหมือนกับสัตว์ที่เขาเคยเรียนรู้หรือพบเจอมาเลยในโลกของเขา มันมีสีดำเป็นเงางาม มีหูเล็กเเหลมเรียวยาว ขาทั้งสี่ข้างมีกรงเล็บที่แหลมคม กระดูกสันหลังมีหนามงอกออกมาเล็กๆ ลำตัวที่ดูแข็งเเรงบึกบึนสูงประมาณหนึ่งเมตรครึ่ง เเละมีหางที่เรียวยาว มองเเล้วดูน่าหวั่นเกรงยิ่งนัก...
    "ไปสิเจ้าหนู ออกไปไป๊ อย่ามากินฉันเลย เนื้อไม่อร่อยหรอกน่า เเถมฉันมีเเต่กระดูก กินเข้าไปมันจะไปทิ่มกระเพาะของเเกเปล่าๆนะ..." ต้นข้าวพยายามสื่อสารกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า เเต่ดูเหมือนว่ามันจะไร้ผล มันแยกเขี้ยวน้ำลายย้อยออกมาเป็นสาย พร้อมกับมองจ้องเขม็งมาที่เขาอย่างไม่วางตา...
    ไม่ทันให้ได้คิดมันก็พุ่งกระโจนเข้าใส่ต้นข้าวอย่างรวดเร็ว เห็นดังนั้นต้นข้าวก็พลิกตัวหันกลับพร้อมกับใส่เกียร์หมาวิ่งหน้าตั้งอย่างไม่คิดชีวิตเข้าไปในป่า ณ วินาทีนี้เขาไม่สนเเล้วว่าข้างหน้าจะมีอะไรหรือต้องพบเจอกับอะไรอีก เพราะถ้าไม่ก้าวออกไปจากตรงนี้ ก็มีเเต่ยมบาลเท่านั้นที่รอเขาอยู่...เเต่ด้วยความแข็งเเกร่งของสัตว์ในโลกนี้ ต้นข้าวที่ไม่ใช่นักกีฬาวิ่งโอลิมปิคมีหรือจะหนีพ้นได้ เขาพยายามเเล้วแต่มันคงยังไม่ดีพอ เจ้าสัตว์สีดำตัวใหญ่นี้ก็ได้วิ่งมาทันเขาจากด้านหลังจนได้ พร้อมกับเงื้ออุ้งมือหมายจะตะครุบเหยื่อของมัน ต้นข้าวเองก็หันข้างชำเลืองมองออกไปและถอนหายใจเฮือกใหญ่พลางคิดในใจว่า...
    "จบสิ้นกันแล้วสินะ ชีวิตของฉัน...."
    ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง ก่อนที่กรงเล็บอันเเหลมคมของสัตว์ร้ายนั้นจะโดนตัวของต้นข้าว ก็ได้มีลูกธนูสีเงินระยิบระยับส่องเเสงเป็นเส้นสายวิ่งตรงแหวกอากาศพุ่งเข้าใส่บริเวณคอของเจ้าสัตว์ร้ายตัวนี้เข้าอย่างจัง...
    "ฉึกก...!!!""กร๊าซซซซ....." สัตว์ร้ายโดนลูกธนูปลิวกระเด็นไปไกลพลางส่งเสียงร้องออกมาก่อนจะเเน่นิ่งลงไป...
    "เอ็งมิเป็นไรใช่มั๊ยเพื่อน" เสียงของชายหนุ่มนิรนามดังก้องเข้ามาในหูของต้นข้าว
    ต้นข้าวที่กำลังหลับตาลงยืนนิ่งรอรับชะตากรรมของตน ก็ได้สะดุ้งตกใจกับน้ำเสียงที่ดังเข้ามาในโสตประสาทการรับรู้ของเขา พร้อมกับลืมตาขึ้นมาแล้วดูไปยังซากศพของสัตว์ร้ายที่นอนอยู่ไม่ไกลจากตัวเขา...
    "ห๊ะ! เรายังไม่ตายหรอ นี่เรายังไม่ตายจริงๆด้วย ฮ่าๆๆๆ ขอบคุณสวรรค์ ขอบคุณสวรรค์..." เมื่อได้สติเขาก็ร้องอุทานออกมาพร้อมกับกระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจสุดขีด จนลืมไปว่าข้างๆมีคนที่เอ่ยถามเขาก่อนหน้านี้ยืนดูเขาอยู่ด้วยความแปลกอกแปลกใจพร้อมกับนึกขันในท่าทางของต้นข้าว...ชายคนนี้มีรูปร่างอวบอ้วนนิดหน่อย หน้าตาหล่อเหลาไม่มากนัก เขาใส่เสื้อคอปกยกสูงสีเทาเเขนยาวกับนุ่งผ้ากางเกงดั่งนุ่งโจงกระเบนสีน้ำตาลเข้ม ที่เอวมีผ้าคาดเอวที่ผูกฝักดาบไว้ข้างตัว...
    "อะเเฮ่ม..." ชายนิรนามกระแอม เป็นเชิงเตือนสติของต้นข้าว
    "อ๊ะ! เอ่อ ขอโทษทีครับ พอดีผมดีใจมากไปหน่อย ต้องขอขอบคุณคุณจริงๆครับที่ได้ช่วยชีวิตผมไว้ หากมีอะไรที่ผมพอช่วยได้ผมยินดีจะช่วยเต็มที่เลยครับ ต่อให้บุกน้ำลุยไฟก็ยอม..." ต้นข้าวกล่าวขอบคุณพร้อมกับให้คำมั่นออกไป...
    "ดูเเล้วเอ็งคงไม่เป็นอะไรมาก มิเช่นนั้นคงไม่กระโดดดั่งผีบ้าได้เยี่ยงนี้" หนุ่มนิระนามกล่าวออกมา
    "ไม่เป็นอะไรมากหรอกครับ เเค่จิตหลุดไปช่วงหนึ่งได้ คิดว่าตัวเองต้องมาตายซะเเล้ว..." ต้นข้าวตอบพลางสำรวจตัวเองว่ามีอะไรผิดปกติบ้าง...
    "เอ็งเป็นใครกัน เเล้วไฉนเลยใส่ผ้าแปลกตาเยี่ยงนี้ แล้วมาที่นี่ได้เยี่ยงไร ในป่าแห่งนี้มันอันตรายมิรู้หรือ?" ชายนิรนามเอ่ยถามคำถามกับต้นข้าว...
    "เอาจริงๆผมก็ไม่ทราบว่าผมมาที่นี่ได้อย่างไร กำลังเล่นน้ำดำน้ำอยู่ดีๆ ก็มาโผล่ที่นี่เเล้ว เเล้วสถานที่แห่งนี้มันคือสถานที่ใดกัน?..." ต้นข้าวตอบพร้อมกับถามกลับด้วยความสงสัย...
    "น่าเเปลก มาได้เยี่ยงไรก็ไม่รู้ เเถมมิรู้ว่าที่นี่คือที่ใดอีก เอ็งเป็นบ้าหรือป่าววะ? ข้าจะบอกให้ ที่นี่คือเมืองคงคานคร เป็นเมืองหนึ่งในอาณาจักรจันทราเทวะ..." ชายนิรนามอธิบายตอบ พร้อมกับทำท่าทำทางมองดูพิจารณาต้นข้าวตั้งเเต่หัวจรดเท้า พลางคิดว่าชายหนุ่มคนนี้มันบ้าหรือป่าว หรือว่าผีป่าเข้าสิงมันไปเเล้วกัน...
    "ผมไม่ได้บ้า เเต่ผมไม่รู้จริงๆว่ามาที่นี่ได้อย่างไร พูดไปก็คงไม่มีใครเชื่อสินะเนี่ย" ต้นข้าวพูดพลางถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่...
    "เอาล่ะๆ ไม่บ้าก็ไม่บ้า ถ้าเอ็งมิรู้ว่าต้องไปที่ใด ก็มากับข้าก็เเล้วกัน ก็ดีเหมือนกัน ข้าจะได้ให้เอ็งช่วยแบกเนื้อของสัตว์นี่กลับไปที่บ้านของข้า" ชายนิรนามกล่าวพลางชี้ไปยังร่างของสัตว์ร้ายที่นอนอยู่บนพื้น...
    "มันคือตัวอะไรหรอครับ?" ต้นข้าวเอ่ยถามอย่างสงสัย...
    "มันคือจิ้งจอกศิลา มันค่อนข้างดุร้ายเเละพาลพบได้มิยากเย็นนัก เนื้อของมันเอามาทำอาหารกินอร่อยอย่างยิ่ง และเนื้อของมันยังช่วยเพิ่มพลังกายของร่างกายมิใช่น้อย" ชายนิรนามพูดพลางเอามือเช็ดน้ำลายที่ริมฝีปาก...
    "ชื่อของสัตว์ที่นี่ก็แปลกประหลาดไปด้วยหรอนี่ เเถมเนื้อของมันยังให้พลังกายกับร่างกายอีก นี่มันจะเป็นนิยายมากไปหน่อยหรือป่าวเนี่ย..." ต้นข้าวได้ฟังคำตอบก็อดคิดอยู่ในใจไม่ได้...
    "เเล้วคุณมีชื่อว่าอะไรหรอครับ ผมมีชื่อว่าต้นข้าว จะเรียกผมว่า ข้าวเฉยๆก้ได้ครับ"
    "คุณ? คุณมันคืออะไรกันรึ เอ็งนี่พูดจาแปลกๆ สงสัยจะอยู่เเต่กับผีป่านานเกินไป ฮ่าๆๆ เเต่ก็ยังพอเข้าใจที่กล่าวออกมาล่ะนะ ข้าชื่อว่า โมคิน เป็นนักดาบขั้นหนึ่ง ของสำนักวิชาดาบของครูทองแท้..."
    "อ่อ มีขั้นการฝึกวิชากันด้วย เยี่ยม! นี่มันนิยายชัดๆ" ต้นข้าวได้ฟังดังนั้นก็ขำไม่ออก ชิวิตจริงยิ่งกว่าในนิยายไปซะเเล้ว...