เมื่อรถจอดลงหน้าโรงแรมที่ ลูคัส พักอาศัยอยู่
“ตื่นได้แล้วคนขี้เซา” ลูคัส กล่าวเรียก เวทิดา ที่ยังนอนหลับั้แ่ขึ้นรถมาจนถึงโรงแรมก็ยังไม่ยอมตื่น
“อื้ออ! ไม่เอาจะนอน” เวทิดา พูดพึมพำเหมือนคนละเมอ เมื่อหญิงสาวไม่มีทีท่าว่าจะตื่น
ลูคัส จึงตัดสินใจยกอุ้มร่างบางเดินเข้าไปในโรงแรม ซึ่งเ้าหน้าที่ต่างพากันใที่เห็นว่าชายหนุ่มอุ้มหญิงสาวเข้ามา
“มีอะไรหรือเปล่าครับ? คุณผู้หญิงเป็อะไรไปหรือครับ?” พนักงานต้อนรับของโรงแรมเอ่ยถาม ลูคัส ทันทีที่เห็นชายหนุ่มอุ้ม เวทิดา เข้าโรงแรมมา
“เปล่าหรอก แฟนผมเขาหลับน่ะ ผมไม่อยากกวนก็เลยอุ้มเธอ” พนักงานถึงบางอ้อเลย ชายหนุ่มจึงพา เวทิดา ขึ้นห้องพัก และพอถึงห้องนอนชายหนุ่มก็วางหญิงสาวไว้บนเตียงนอนแล้วดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมให้จนถึงคอ
“ขนาดพามาถึงห้องยังไม่ตื่นเลย ขี้เซาขนาดหนักนะเรา” ว่าแล้วชายหนุ่มก็กดจูบลงบนหน้าผากนูนเนียนใส แล้วลุกขึ้นเดินเข้าห้องทำงานไป
“ทำไมเรามาอยู่ที่นี้ได้ล่ะ?” เมื่อ เวทิดา ตื่นมาแล้วก็งงกับสถานที่ที่เธอนอนอยู่
“ตื่นแล้วเหรอทูนหัว” ลูคัส เข้ามาในห้องนอนและทันเห็น เวทิดา ตื่นขึ้นมาพอดีจึงกล่าวทักทาย
“ฉันมาอยู่ที่นี้ได้ไงคะ?” เวทิดา ถามอย่างสงสัย เพราะเธอความจำล่าสุดของเธอคือเธอนั่งอยู่บนรถ
“ผมอุ้มขึ้นมาเองแหละ” ชายหนุ่มบอก
“หา! อุ้มขึ้นมา แล้วทำไมไม่ปลุกล่ะคะ?” หญิงสาวถามอีก
“ผมปลุกแล้วแต่คุณไม่ตื่น” ชายหนุ่มตอบยิ้มๆ
“สงสัยฉันคงเพลียมากน่ะ” เวทิดา พูดอย่างอายๆ เพราะเธอไม่เคยนอนขี้เซาได้ขนาดที่ ใครปลุกแล้วไม่ตื่นเหมือนอย่างวันนี้เลย
“งั้นฉันกลับคอนโดก่อนแล้วกันนะคะ” หญิงสาวลุกขึ้นจัดเสื้อผ้าแล้วเดินจะออกจากประตูห้อง ชายหนุ่มขวางทางไว้
“ผมยังไม่ได้บอกว่าจะให้คุณกลับ” ลูคัส กล่าวขึ้น
“นี่! คุณลูคัส ฉันหมดเวลางานแล้ว และฉัน้ากลับบ้าน คุณจะมากักขังกันอย่างนี้ไม่ได้” เวทิดา กล่าวขึ้นด้วยความโมโห
“ผมก็ไม่ได้กักขังนี่ แต่ผมไม่ให้คุณกลับ เพราะเรายังมีเื่จะต้องคุยกัน แต่ตอนนี้ไปหาอะไรกินกันก่อนดีกว่า ผมหิวแล้วและคุณก็คงหิวเหมือนกัน เพราะไม่ได้กินอะไรั้แ่เที่ยง” ว่าแล้วชายหนุ่มก็เข้ามาดึงมือเรียวเล็กจับจูงให้เดินตามไป
“อยากกินอะไร?” ลูคัส เอ่ยถาม เวทิดา ขณะอยู่ในรถ
“อะไรก็ได้ค่ะ” เวทิดาตอบ
“เขามีขายด้วยเหรออะไรก็ได้น่ะ?” ชายหนุ่มถามกลับแบบกวนประสาทที่สุด เวทิดา หันมองชายหนุ่มแล้วยิ้มยั่ว
“อยากกินอาหารไทยอีกไหมคะ คุณลูคัสขา” หญิงสาวถามแบบยั่วๆ
“หึหึ! แสดงว่าวันนั้นคุณแกล้งผมจริงนั้นแหละ” ชายหนุ่มว่าพลางหรี่ตามองหญิงสาว
“ใครใช้ให้คุณกินเผ็ดไม่ได้เองล่ะ” หญิงสาวเอ่ยยอมรับ
ชายหนุ่มจึงดึงร่างบางเข้ามาในอ้อมแขนแกร่ง
“อื้ออ!..” กดจูบปากบางจิ้มลิ้มทันที ชายหนุ่มสอดลิ้มสากเข้าไปในโพรงปากบาง ตวัด ต้อนดึงดูดลิ้นเล็ก จนหญิงสาวอ่อยระทวยงวยงงไปกับรสจูบที่เขาปรนเปรอให้อย่างแบบปัจจุบันทันด่วนนี้
“นี่คือการลงโทษ ที่แกล้งผม” ลูคัส กล่าวขึ้นหลังจากถอนริมฝีปากออกจากปากบางจิ้มลิ้ม
“ทานอาหารไทยอีกก็ได้แต่ไม่เอาเผ็ดมากอย่างคราวก่อน และถ้าคุณแกล้งผมอีก จะไม่ลงโทษแค่จูบแต่จะมากกว่านั้น ทูนหัว” ลูคัส กล่าวตัดสินใจเลือกอาหารที่จะทานตามที่หญิงสาวเอ่ยมา
พอถึงร้านอาหารไทย พนักงานก็พาไปนั่งยังโต๊ะที่ว่าง
“คุณเลือกอาหารเลยครับ แต่ถ้าแกล้งผมอีกรู้นะว่าจะเกิดอะไรขึ้น” ชายหนุ่มยิ้มเ้าเล่ห์ส่งมาให้ ทำให้ เวทิดา ส่งค้อนให้กลับ แล้วหันมาดูรายการอาหารในเมนู
“ขอห่อหมกกุ้ง, แกงเขียวหวานไก่, ไข่ยัดไส้, ข้าวเปล่า 2 และก็น้ำเปล่า 2 ค่ะ” เวทิดา แจ้งรายการอาหารที่้ากับพนักงานเสิร์ฟ เมื่อพนักงานเสิร์ฟรับออเดอร์แล้วก็ไปดำเนินการทันที
“คุณมีอะไรจะคุยกับฉันคะ?” เวทิดา เอ่ยถามอย่างเป็งานเป็การ
“ผมจะต้องกลับพรุ่งนี้” ลูคัส กล่าวสิ่งที่อยากจะบอก เวทิดา รู้สึกเหมือนถูกสายฟ้าฟาดลงมากลางหัวใจ
‘เขากลับก็ดีแล้วนี่ เราจะได้มีชีวิตปกติของเราสักที’ ความคิดของหญิงสาวบอกว่าอย่างนั้น แต่หัวใจสิกลับร้อนรุ่ม ทุรนทุราย เหมือนมีใครมาบีบมันไว้จนเธอรู้สึกเ็ปรวดร้าวไปทั่วหัวใจ
“แต่ผมจะกลับมาอีกอย่างแน่นอน ผมสัญญา” ชายหนุ่มวางมือใหญ่ลงบนมือเรียวเล็ก โอมกุมไว้เพื่อให้ความอบอุ่น
“คืนนี้คุณอยู่กับผมนะ ผมขอร้อง” ลูคัส กล่าวอ้อนวอนหญิงสาวตรงหน้า
‘อยู่กับเขาอีกสักคืนจะเป็ไรไปล่ะ ไหนๆ เขาก็จะกลับแล้ว’ เวทิดาคิด
“ก็ได้ค่ะ” เวทิดา ตอบรับคำขอของชายหนุ่ม
“ขอบคุณครับ” ชายหนุ่มยิ้มพร้อมกับกล่าวขอบคุณหญิงสาวออกมาอย่างดีอกดีใจ
๓๓๓๓๓๓๓๓๓๓๓๓๓๓๓๓๓๓๓๓๓๓๓๓๓๓๓๓๓๓๓๓๓๓๓๓๓๓๓๓๓๓๓๓๓๓๓๓