บทที่ 1 วันนี้เป็วันดี
คนตายไปแล้ว เงินก็ไม่ได้ใช้ ความเ็ปที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตคงไม่มีอะไรเกินกว่านี้แล้ว
นี่คือความรู้สึกในใจของ ‘เฟิ่งซี’ หลังจากที่นางรู้ว่าตนได้เข้าไปในนิยาย
นางพยายามอย่างหนักกว่าจะบรรลุอิสรภาพทางการเงินได้ ยังไม่ทันได้เพลิดเพลินกับชีวิตดี ๆ ก็ต้องมาเข้าไปในนิยายเสียแล้ว!
นางนึกถึงคฤหาสน์หลังใหญ่ที่ยังไม่ได้อยู่แม้แต่วันเดียว นึกถึงรถสปอร์ตคันเล็กที่เพิ่งจ่ายเงินมัดจำไปเมื่อวาน และรายชื่อหนุ่มหล่อที่อยู่ในรายชื่อผู้สมัครอีกยาวเหยียด...
หัวใจของเฟิ่งซีเ็ป ปอดก็เจ็บ แม้แต่สะดือก็ยังเจ็บ!
จะไม่เจ็บได้อย่างไร?
ก็ตันเถียนของนางแตกสลายแล้ว!
นางได้เข้าไปในหนังสือเล่มหนึ่งที่มีชื่อว่า "ปลาคาร์ปเซียนตัวน้อยของเหล่าผู้บำเพ็ญ"
กลายเป็ตัวประกอบนิสัยร้ายกาจที่มีชื่อเดียวกัน และเป็ตัวประกอบที่มีชะตากรรมอันเลวร้าย มีชีวิตอยู่ไม่นานนัก
เฟิ่งซีและนางเอกในเื่ ‘เสินจื่อหลาน’ ต่างเป็ศิษย์สายนอกของสำนักฮุ่นหยวน ในการทดสอบคัดเลือกศิษย์สายในครั้งหนึ่ง นางได้พบหญ้าหลิงคงที่ลอยอยู่กลางอากาศ ซึ่งเพียงพอที่จะทำให้นางได้รับตำแหน่งศิษย์สายใน แต่ขณะที่นางต่อสู้กับสัตว์อสูรเพื่อปกป้องหญ้าหลิงคง เสินจื่อหลานก็ฉวยโอกาสเด็ดเอาหญ้าหลิงคงไปเสียก่อน
เฟิ่งซีไม่ยอมแพ้ เมื่อเรียกร้องไม่สำเร็จ นางจึงปะทะกับเสินจื่อหลาน
ผลลัพธ์ของการต่อกรนั้นไม่จำเป็ต้องกล่าวถึง นอกจากเฟิ่งซีจะไม่ได้หญ้าหลิงคงคืนมาแล้ว นางยังถูกเสินจื่อหลานทำร้ายจนาเ็สาหัส ตันเถียนของนางเต็มไปด้วยรอยแตกร้าวคล้ายใยแมงมุม พร้อมจะแตกสลายได้ทุกเมื่อ
ไม่เพียงเท่านั้น เสินจื่อหลานยังกล่าวหาเฟิ่งซีว่าทำร้ายเพื่อนร่วมสำนักและนำเื่ไปฟ้อง จนเฟิ่งซีถูกลงโทษด้วยการเฆี่ยนยี่สิบทีและถูกลดตำแหน่งเป็คนรับใช้ในสำนัก
หลังจากใช้ชีวิตในฐานะคนรับใช้กว่าหนึ่งเดือน ขณะที่เฟิ่งซีกำลังทำความสะอาดคอกสัตว์ นางถูกสัตว์วิเศษที่คลุ้มคลั่งเหยียบจนร่างแหลกและสิ้นใจตายในที่สุด
ส่วนเสินจื่อหลาน หลังจากทำร้ายเฟิ่งซีจนาเ็สาหัสแล้ว นางก็สำเร็จขอบเขตสร้างรากฐาน
ไม่เพียงเท่านั้น เมื่อเข้าสู่สำนักสายในและทดสอบรากิญญาใหม่ก็พบว่านางมีรากิญญาน้ำชั้นเลิศ ทุกคนคาดเดาว่าอาจเกิดความผิดพลาดในการทดสอบตอนเข้าสำนักเป็แน่! ไข่มุกที่หลงเหลืออยู่ในทะเลอันกว้างใหญ่ ช่างมีค่าเหลือคณานับ!
เ้าสำนัก ‘ไป๋หลี่มู่เฉิน’ ได้ประกาศรับเสินจื่อหลานเป็ศิษย์คนสุดท้าย หลังจากนี้จะไม่รับศิษย์อีก และได้จัดพิธีรับศิษย์ขึ้นเป็พิเศษ
วันนี้เป็วันมงคลสำหรับพิธีรับศิษย์พอดี แเื่มาถึงหน้าประตู บรรยากาศคึกคักยิ่งนัก
ไป๋หลี่มู่เฉินรู้สึกพึงพอใจ ใบหน้าเปี่ยมด้วยรอยยิ้ม
บนที่นั่งชมพิธี ผู้คนมากมายต่างยิ้มแย้ม แต่ในใจกลับรู้สึกอิจฉาริษยา เพราะรากิญญาน้ำชั้นเลิศนั้นหาได้ยากยิ่ง สำนักฮุ่นหยวนช่างโชคดีเสียจริง!
เมื่อคนเรารู้สึกไม่สบายใจย่อมอยากหาเื่ จึงมีคนกล่าวถึงเฟิ่งซี เพื่อโจมตีเสินจื่อหลาน
"เ้าสำนักไป๋หลี่ พร์ในการบำเพ็ญนั้นสำคัญ แต่หากคุณธรรมมีตำหนิก็ต้องพิจารณาให้ดีเสียก่อน"
ไป๋หลี่มู่เฉินรู้ดีว่าคนพวกนี้ไม่พอใจ จึงให้ศิษย์คนที่สอง ‘ลู่ซิวหาน’ ไปเรียกเฟิ่งซีมา เพียงเฟิ่งซีเอ่ยปากชี้แจงความจริง เื่นี้ก็จะจบลง
…
ลู่ซิวหานพูดด้วยสีหน้าเ็ากับเฟิ่งซีว่า "เฟิ่งซี วันนี้เป็พิธีรับศิษย์ของจื่อหลาน ข้าไม่อยากให้มีเื่ไม่น่ายินดีเกิดขึ้นแต่เริ่ม เป็จื่อหลานที่พบหญ้าหลิงคงก่อน แต่เ้ากลับมีจิตใจคดโกงและคิดจะแย่งชิง จื่อหลานจึงต่อสู้กับเ้าเพื่อป้องกันตัว
ทั้งหมดนี้ล้วนเป็ผลจากการกระทำของเ้าเอง หากเ้าตอบคำถามดี ๆ ข้าจะให้เ้าได้ทำงานที่สบายขึ้น เข้าใจหรือไม่?"
คำพูดของเขาขัดจังหวะความคิดของเฟิ่งซี นางยิ้มน้อย ๆ และเข้าใจอย่างถ่องแท้
ก็แค่ล้างมลทินให้เสินจื่อหลานเท่านั้นเอง!
ในนิยาย เฟิ่งซีไม่กล้าขัดคำสั่ง จึงพูดตามที่ลู่ซิวหานบอก น่าเสียดายที่ผลลัพธ์กลับไม่ใช่การปฏิบัติที่ดีจากสำนักฮุ่นหยวน แต่เป็การรังแกที่รุนแรงขึ้น
ลู่ซิวหานเห็นเฟิ่งซีไม่ส่งเสียงก็กำลังจะเร่งเร้า แต่อีกฝ่ายกลับเงยหน้าขึ้นมาพอดี ใบหน้าเล็ก ๆ ที่ซีดขาวปรากฏรอยยิ้มขมขื่น
"ข้าเข้าใจแล้ว ตอนนี้ถูกผิดไม่สำคัญอีกต่อไป ชื่อเสียงของสำนักฮุ่นหยวนของพวกเราสำคัญกว่า ข้าจะคำนึงถึงภาพรวมเป็หลัก"
ลู่ซิวหานไม่รู้สึกประหลาดใจกับคำตอบของเฟิ่งซี เพราะแม้แต่คนโง่ก็ยังรู้ว่าควรทำเช่นไร
หลังจากพิธีรับศิษย์เสร็จสิ้น นางก็ไม่จำเป็ต้องมีชีวิตอยู่อีกต่อไป เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาในอนาคต
ศิษย์น้องจื่อหลานต้องหลั่งน้ำตามามากมายเพราะเื่นี้ เมื่อเฟิ่งซีตาย นางก็จะสามารถปลดเปลื้องความกังวลใจนี้ได้เสียที
เฟิ่งซีไม่พลาดประกายความโหดร้ายที่วาบผ่านดวงตาของเขา ดูเหมือนว่าความตายในหนังสืออาจไม่ใช่อุบัติเหตุ แต่เป็การวางแผนลอบสังหาร
นางไม่สามารถอยู่ในสำนักฮุ่นหยวนได้แล้ว เพราะหากยังอยู่ต่อไป มีแต่จะนำไปสู่ความตายเสียเปล่า ๆ
นางกระอักกระอ่วนเล็กน้อยขณะกล่าวกับลู่ซิวหานว่า "ศิษย์พี่ลู่ หลังจากที่ข้าถูกลดตำแหน่งเป็คนรับใช้ ข้าก็มีเงินติดตัวน้อยลง ท่านให้ข้ายืมหินิญญาได้หรือไม่? ไม่ต้องมากมายหรอก แค่ห้าร้อยก้อนก็พอแล้ว"
ลู่ซิวหานแทบไม่อยากเชื่อหูตัวเอง "เ้าจะมายืมหินิญญาจากข้า? แล้วยังจะยืมถึงห้าร้อยก้อน?"
เฟิ่งซีพยักหน้า "หากไม่มีหินิญญา ข้าคงรู้สึกไม่สบายใจ และเมื่อไม่สบายใจ ข้าก็อาจจะพูดอะไรผิด ๆ ได้"
ลู่ซิวหานสีหน้าเคร่งขรึม "เ้ากำลังข่มขู่ข้าหรือ?"
เฟิ่งซียิ้มอย่างหวานซึ้ง "อืม"
ลู่ซิวหาน "......"
นางเป็เพียงบ่าวรับใช้ที่ตันเถียนเสียหาย กล้าขู่เขาผู้เป็ศิษย์ตรงของสำนักหรือ?
นางคงเบื่อชีวิตแล้วกระมัง?!
เขาคิดจะสั่งสอนเฟิ่งซี แต่ก็ต้องอดกลั้นเอาไว้ เพราะยังมีผู้คนจากสำนักอื่น ๆ รอสอบถามอยู่ หากตอนนี้เขาทำร้ายหรือสังหารเฟิ่งซี ก็จะไม่มีทางชี้แจงความจริงให้ศิษย์น้องจื่อหลานได้ ศิษย์น้องเป็ผู้บริสุทธิ์ มีจิตใจที่เมตตา ไม่อาจมีรอยด่างพร้อยเพียงเล็กน้อยได้
ส่วนเื่การทดสอบก่อนหน้านี้ นางก็มิได้ตั้งใจ แต่เป็เพราะเฟิ่งซีผู้นี้กดดันนาง นางจึงต้องตอบโต้เพื่อปกป้องตนเอง หากจะโทษก็ต้องโทษเฟิ่งซีที่ไม่รู้จักเกรงใจผู้อื่น!
สิ่งที่นางอยากได้ก็แค่หินิญญาไม่ใช่หรือ? เช่นนั้นให้นางไปเถิด!
อย่างไรเสีย หลังจากพิธีรับศิษย์ก็ต้องกำจัดนางอยู่แล้ว เมื่อถึงเวลานั้นหินิญญาย่อมกลับมาเป็ของเขาอีกครั้ง!
เมื่อคิดเช่นนั้น เขาจึงหยิบหินิญญาห้าร้อยก้อนออกมาจากแหวนเก็บของและมอบให้อีกฝ่าย
เฟิ่งซีเก็บหินิญญาไว้อย่างดี ก่อนจะยิ้มกว้างยิ่งกว่าเดิม
"ศิษย์พี่ผู้ใจดี ข้ายังอยากได้โอสถชำระิญญาสักเม็ด"
โอสถทุกชนิดล้วนมีพิษตกค้าง เพียงแต่มากหรือน้อยเท่านั้น ผู้ที่มีพลังิญญาสูงสามารถใช้พลังิญญาขับพิษออกได้
ส่วนผู้ที่มีพลังิญญาต่ำจำเป็ต้องกินโอสถชำระิญญา ดังนั้นโอสถชำระิญญาจึงเป็ของหายาก
ในสำนักฮุ่นหยวนมีเพียงศิษย์ที่ได้รับการถ่ายทอดโดยตรงเท่านั้น ที่จะได้รับโอสถชำระิญญาหนึ่งเม็ดทุกเดือน
ลู่ซิวหาน “…”
ศิษย์พี่ผู้ใจดี? นางคิดว่าข้าเป็คนโง่หรือ!
เขาอยากจะบีบคอเฟิ่งซีให้ตายเสียเดี๋ยวนั้น แต่เมื่อนึกถึงเหล่าผู้าุโจากสำนักต่าง ๆ ที่อยู่ในพิธี เขาจำต้องกัดฟันแล้วมอบโอสถชำระิญญาให้เฟิ่งซีหนึ่งเม็ด
รอให้พิธีรับศิษย์จบลงก่อน แล้วค่อยจัดการนางก็ยังไม่สาย!
เฟิ่งซีเก็บขวดกระเบื้องเล็ก ๆ ที่บรรจุโอสถชำระิญญาไว้อย่างดี แล้วะโโลดเต้นไปยังพิธีรับศิษย์
ลู่ซิวหานคำนับแล้วกล่าวว่า "อาจารย์ ศิษย์นำตัวคนรับใช้เฟิ่งซีมาแล้วขอรับ!"
ไป๋หลี่มู่เฉินโบกมือ สั่งให้ลู่ซิวหานถอยไปด้านข้าง จากนั้นจึงกล่าวว่า "เฟิ่งซี จงเล่าเื่ในวันนั้นที่เ้ากับจื่อหลานทะเลาะกันเพราะหญ้าหลิงคงให้ละเอียด ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่!"
เฟิ่งซีก้มหน้านิ่งเงียบไม่พูดจา
ไป๋หลี่มู่เฉินแอบขมวดคิ้วเล็กน้อย จนแทบไม่สังเกตเห็น "เฟิ่งซี เ้า..."
ยังพูดไม่ทันจบ เฟิ่งซีก็เงยหน้าขึ้น บนใบหน้าเล็ก ๆ ที่ซีดขาวมีน้ำตาไหลอาบ "อาจารย์ ข้าสามารถพูดความจริงได้หรือเ้าคะ?"
ไป๋หลี่มู่เฉินใจหายวาบ เขามีลางสังหรณ์ว่าเหตุการณ์เริ่มยากจะควบคุมแล้ว
ก่อนที่เขาจะพูดต่อ ‘เซียวไป่เต้า’ เ้าสำนักเสวียนเทียนก็รีบพูดขึ้นก่อน "แม่นางน้อย เ้าพูดความจริงเถิด อย่าได้กังวลไป แม้เ้าสำนักของพวกเ้าจะไม่ให้ความเป็ธรรม แต่พวกข้าจะไม่นิ่งดูดาย"
ไป๋หลี่มู่เฉินยิ้ม พลางกล่าวว่า “เ้าสำนักเซียวล้อเล่นแล้ว เฟิ่งซีพูดมาเถิด แต่เ้าต้องพูดตามความเป็จริงเท่านั้น"
คำว่า ‘พูดตามความเป็จริง’ ถูกเน้นเสียงเป็พิเศษ
เฟิ่งซีไม่ได้มองไปที่ไป๋หลี่มู่เฉิน แต่กลับมองไปทางเซียวไป่เต้า
"เ้าสำนักเซียวยินดีจะตัดสินแทนข้าจริง ๆ หรือ?"
เซียวไป่เต้าชะงักไปครู่หนึ่ง เขาอยากจะกล่าวว่า ข้าแค่อยากดูความสนุกสนาน พูดไปตามอารมณ์เท่านั้น ท่านยังจะคิดจริงจังอีกหรือ?
แต่ภายใต้สายตาของผู้คนมากมาย เขาได้แต่กล่าวว่า "เอ่อ... เ้าไม่ใช่ศิษย์ของสำนักเสวียนเทียนของพวกข้า ข้าไม่ควรก้าวก่ายมากเกินไป"
"แต่หากมีเื่ไม่เป็ธรรมใด ข้าก็สามารถช่วยเ้าได้"
จากนั้นเขาก็เห็นดวงตาที่เปล่งประกายของเฟิ่งซี
"เ้าสำนักเซียว ตอนนี้ข้าเป็เพียงคนรับใช้ของสำนักฮุ่นหยวน ไม่นับว่าเป็ศิษย์อะไร เพียงแค่จ่ายค่าไถ่ตัวก็สามารถออกจากสำนักได้แล้ว
เช่นนั้น ท่านจะรับข้าเป็ศิษย์ของสำนักเสวียนเทียนได้หรือไม่?"
"เพียงแค่เป็ศิษย์สายนอกก็ได้ ข้าไม่เื่มากหรอก"
"เช่นนั้นแล้ว ข้าก็จะกลายเป็ศิษย์ในสำนักของท่าน ท่านสามารถแทรกแซงได้ตามใจชอบ!"
เซียวไป่เต้า "......"
เ้าคงเกิดปีวอกกระมัง? ช่างปีนป่ายได้คล่องแคล่วเหลือเกิน!