คุณร้อยซ้อน Eromantic

    Ep002 : แมวจร

    “เพราะ ความรักไม่เคยถูกที่ถูกเวลา 

    ความเหงาจึงนำพาให้ผู้คนได้รู้จักกับความใคร่ 

    ในวันที่ฝนตกหนัก ฟ้าคะนอง 

    และ ปล่าวเปลี่ยวจับหัวใจ "


    30ปีที่ก่อน

    กรุงเทพมหานคร

    โรงแรมหรูย่านราชประสงค์

    ในห้องสูทราคาแพงระยับ

    เจ้าสาวนั่งร่ำไห้บนโซฟาสุดหรู

    ที่นุ่มสบายราวกับจะโอบกอดร่างบอบบางของเธอไว้ตลอดกาล

    แต่ทว่ามันกลับไม่เป็นเช่นนั้น

    เหตุเพราะเธอยังคงต้องออกไปพบปะกับผู้คนในสังคมตั้งแต่ครอบครัว ญาติผู้ใหญ่ ไปจนถึง เหล่าผู้หวังดี

    ประสงค์ร้ายที่จะคอยถามไถ่ทุกข์สุขดุจญาติมิตร

    คนสนิทก่อนจะกรีดความรู้สึกของเธอด้วยคำถามบาดหัวใจ

    เรื่องความเป็นไปของเจ้าบ่าวผู้ลึกลับที่หายตัวไปในวันแต่งงาน

    เจ้าบ่าวขัดตาทัพผู้แสนดีที่ทำให้เธอตกหลุมรักอีกครั้งอย่างหมดหัวใจก่อนจะทิ้งเธอไว้กลางงานวิวาห์

    โดยไม่บอกลา ไม่บอกเหตุผลแม้สักข้อเดียว

    ปล่อยให้เธอนั่งอยู่บนทุกข์กองใหญ่

    ตลอดเวลายี่สิบปีต่อมา


    35 ปี ต่อมา

    ย่านธนบุรี

    ห่างจากริมถนนใหญ่ไม่ถึงห้าสิบเมตร

    ชายหนุ่มร่างสันทัดผิวสีแทน

    ยืนอยู่หน้าประตูเหล็กบานใหญ่นานเกือบค่อนชั่วโมง

    ผู้คนในซอยลึกแห่งนี้ยังคงสัญจรไปมาอยู่เป็นระยะๆบางคนวิ่ง บางคนเดินจ้ำอ้าว 

    เพื่อหลบเม็ดฝนปรอยๆที่กำลังจะกลายเป็นพายุในอีกไม่นาน


    กัญ ชานนท์ 

    แขกผู้มาเยือนบ้านปากซอยที่แสนเงียบเหงาหลังนี้

    ยืนตากฝนอยู่สักพักใหญ่จึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดหมายเลขล่าสุดอีกครั้งเสียงปลายสายทำให้เขาหงุดหงิดก่อนจะเก็บโทรศัพท์แล้วหันหลังเดินจากไป


    หากใครสักคนพากเพรียรรอคอยจะพบเจ้าของบ้านในวันที่พายุฝนกระหนำ่คงมีเหตุผลอยู่ไม่กี่เรื่อง

    หนึ่งในนั้นคือ 

    เรื่องของความปรารถนา

    โดยเฉพาะ 

    ความปรารถนาที่ต้องซ่อนเร้น

    จากสังคมรอบข้าง และ ผู้คนใกล้ตัว


    ตัวผมเองน่ะมีหลายชื่อแล้วแต่ว่าอยู่ที่ไหน 

    สมัยเป็นลูกแมวในตลาดแถวเทเวศพวกป้าแม่ค้าใจดี

    เรียกผมว่า ไอ้เหมียว นับว่าเป็นชื่อที่โหลมากๆ

    สำหรับแมวๆเพราะในตลาดมี ไอ้เหมียว ที่มาก่อนหน้าผมอยู่หลายตัวทีเดียว


    ผมใช้ชีวิตเร่ร่อนมาตลอดก็มีบ้างที่ได้รับการอุ้มชูดูแลจากเหล่า ทาสนุด ทั้งหลาย

    ก็ผมมัน แมวเก้าแต้มสุดน่ารัก นี่นา

    พอไปอยู่กับมนุษย์ทีไรผมก็ได้รับชี่อใหม่ๆเสมอส่วนใหญ่ก็ไม่พ้น ไอ้เหงียว ไอ้แหงว ไอ้หง่าว 

    เท่หน่อยก็ สตีฟ แต่สุดท้ายก็วนกลับไปที่ ไอ้เหมียว เหมือนเดิม


    สำหรับคุณลุงใจดีคนนี้ก็เช่นกัน

    ผมคือ ไอ้เหมียว ของแก หรือ ไอ้แต้ม ในบางอารณ์

    ส่วนพวกชนเผ่าเร่ร่อนสี่ขามักเรียกผมว่า แต้มศักดิ์ 

    มันก็เท่ดีนะครับ แต้มศักดิ์ นักเล่านิทาน  

    ผมตกหลุมรักมันเลยทีเดียวแหละสำหรับคำว่า 

    นักเล่านิทาน 

    ที่สำคัญนิทานของผมเป็น นิทานสำหรับผู้ใหญ่ 

    เสียด้วยสิ 

    แมวตัวไหนไม่อยากฟังก็บ้าแล้วอย่าว่าแต่แมวเลยแม้แต่ทาสทั้งหลายก็คงหูผี่งหากได้ฟังนิทานของผม

    เรื่องนี้ก็เข่นกันแต่สปอยไว้ก่อนนะครับว่าเรื่องนี้วายอาจตัวใหญ่ไปสักนิดนึงแต่เชื่อเถอะว่ามันต้องฟินแน่ๆสำหรับใครบางคนพร้อมกันหรือยังครับ

    ถ้าพร้อมแล้วก็ขึ้นหลังคาตามผมมาได้เลย

    ผมจะเล่าให้ฟัง


    คืนนั้นฟ้ารั่วหนักมาก

    ผมแวะมาหาอะไรกินมื้อดีกที่บ้านปากซอยหลังนี้ตามประสาแมวคุ้นเคย

    ต้องขอบคุณสำหรับอาหารเม็ดที่คุณลุงแกเตรียมไว้ให้เสมอแม้บางวันผมจะติดธุระจนแวะมากินมื้อเย็นที่นี่

    ไม่ได้ 

    คืนนี้ก็เช่นกันเพียงแต่ฟ้าฝนไม่เป็นใจจึงต้องแวะมาหลบฝนและหาอะไรใส่กระเพาะสักหน่อย

    ไอ้ครั้นจะจับหนูแถวนี้กินพวกเขาก็เป็นมิตรเกินกว่า

    จะเป็นอาหารถึงพวกเราจะเป็นศัตรูที่ฟ้ากำหนดมา

    แต่เรื่องนับถือกันก็พอมีอยู่บ้าง

    ก็เรามันพวกเร่ร่อนเหนือนกันนี่นา


    นิมิตร รจนา 

    เจ้าของบ้านหน้าปากซอยวิ่งฝ่าสายฝนเต็มกำลังเท่าที่ชายวัยห้าสิบปลายๆจะทำได้

    เขาปลดล็อคประตูเหล็กบานใหญ่อย่างรีบร้อนก่อนจะหลบพายุฝนได้อย่างหวุดหวิดและหยุดหอบตัวโยน

    อยู่พักใหญ่ๆขณะกำลังปิดล็อคประตูด้านใน

    ทนายสูงวัยไม่ลืมทักทายแขกขาประจำของบ้านที่แสนเงียบเหงาหลังนี้


    “ ว่าไงไอ้เหมียวหายไปหลายวันเชียวนะแกวันนี้

    แค่หนีมาหลบฝนหรือมาหาอะไรกิน”


    เจ้าของบ้านผู้อารีเอ่ยปากถามไถ่ความเป็นไปของผม

    ก่อนเทอาหารแมวใส่ถ้วยไอติมพลาสติกใช้แล้วที่ทำความสะอาดมาอย่างดีเพื่อ เจ้าแต้ม ตัวนี้

    โดยเฉพาะ ผมจัดการอาหารมื้อนี้อย่างร้อนรนหลังจากไม่มีอะไรตกถึงท้องมาหลายวัน


    “ ถ้าจะหิวจัดนะแกกินเข้าไปเยอะๆคืนนี้ถ้าไม่ไปหาสาวที่ไหนก็อยู่มันซะที่นี่แหละฝนหนักขนาดนี้ เอ้านี่น้ำ "

    เขายื่นขันน้ำพลาสติกให้ผมพลางลูบหลัง และ

    เกาใต้คางด้วยความรักใคร่

    ขณะผมเพลิดเพลินกับมื้ออาหารเย็นและบริการนวดตัวจากเจ้าของบ้านผู้ใจดี

    ก็ได้ยินเสียงฝีเท้าถี่กระชั้นมาแต่ไกลพร้อมเสียงเห่าเอะอะโวยวายตามประสาฝูงลิ่วล้อขี้ประจบ

    หมาพันธุ์เล็กขี้แงจำนวนแปดตัวช่วยกันตะกุยประตูด้านในของบ้านอย่างน่าหมันไส้


    “ เฮ้ยๆหยุดส่งเสียงๆกำลังจะเข้าไปแล้วแหมๆรอสักนิดก็ไม่ได้ ”

    ผมเหลือบมองหน้าพระเอกของค่ำคืนนี้

    ด้วยแววตา แห่ง ความเข้าใจ


    “ คืนนี้ชั้นมีแขกมาเยี่ยมนะเขาเป็นคนดีดีจนชั้นอยากได้เชามาเป็นคู่รัก”

    ผมฟังไปกินไปตามมารยาท ถ้วยอาหารที่พร่องถูกเติมอีกครั้ง


    “ แต่ใครจะมารักชั้นใช่ไหมแต้มก็ชั้นทั้งแก่ อ้วน ไหนจะ ผมบางอีกต่างหากหรือแกว่าไง” ผมร้องเหมียวแทนคำตอบ 

    ความจริงผมอยากบอกว่าผมเอาใจช่วย คุณ นิมิตร แกอยู่เหมือนกันแต่ผมมันก็แค่ แมวเก้าแต้ม ตัวหนึ่งจะทำอะไรได้มากไปกว่าการรับฟัง

    โดยปราศจากข้อโต้แย้ง

    ฝูงลิ่วล้อยังคงพยายามสร้างความน่ารำคาญอย่างต่อเนื่องเสียงเห่าของพวกมันบาดประสาทหูของผมสิ้นดีถ้าไม่ติดว่าคืนนี้ฟ้าฝนโครมครามผมคงที้งอาหารแมวพื้นๆมื้อนี้แล้วออกไปสูดอากาศข้างนอกตั้งแต่หัวค่ำ

    ไม่อยู่ทนรำคาญกับเสียงหนวกหูของเจ้าแปดตัวให้เสียอารมณ์


    “ ไปแล้วๆไม่ต้องโวยวายเกรงใจเพื่อนบ้านเค้าพวกแกนี่”


    “ ชั้นเข้าบ้านก่อนนะ แกก็ตามสบายฝนตกทั้งคืนแบบนี้อย่าเที่ยวออกไปซ่าล่ะ”


    หนุ่มรุ่นใหญ่เติมอาหารและน้ำให้ผมอีกครั้งเหมือนจะบอกว่าคืนนี้เราจะอิ่มเอมไปด้วยกัน

    ผมนะอิ่มท้องแต่ นิมิตร รจนา จะอิ่มเอมความสุขหรือไม่ 

    กัญ ชานนท์ เท่านั้นที่จะให้คำตอบ

    สำหรับวันที่บรรยากาศเย้ายวนใจ

    กวักมือเรียกความเสน่หาให้มาเสพสมกัน


    16.30 น.

    ศูนย์การค้าย่านสยามสแควร์

    กัญ ชานนท์ เดินจ้ำอ้าวออกจากขบวนรถไฟฟ้ามุ่งหน้าร้านหนังสือแบรนด์ดังจากประเทศญี่ปุ่น

    เสียงโทรศัพท์ดังและสั่นระริกจนรู้สีกได้

    ที่กระเป๋ากางเกงด้านหลัง

    ชายหนุ่มรับสายด้วยความตื่นเต้นก่อนจะเก็บอาการและทักทายปลายสายด้วยน้ำเสียงเรียบง่ายสบายๆ

    แฝงความนับถืออยู่ในท่าที


    “ สวัสดีครับพี่มิตร ได้ยินผมไหมครับ สวัสดีครับ “


    “ได้ยินครับ พี่ได้ยินครับ ตอนนี้ กัญ อยู่ที่ไหน ครับ “

    หนุ่มรุ่นใหญ่ปลายสายสอบถาม


    “ ผมอยู่แถวสยามพี่มีอะไรหรือเปล่าครับ ”


    “ อ๋อ พี่จะถามว่าคืนนี้ยังว่างอยู่ไหมครับ 

    เผอิญลูกค้าพี่เค้าเลื่อนนัดเป็นวันอาทิตย์คืนนี้เลยเจอกันได้ กัญ จะว่ายังไง ” 

    หนุ่มรุ่นใหญ่สอบถามปลายสายพร้อมเม้มริมฝีปากลุ้นรอคำตอบ


    “ ผมไม่ว่าอะไรครับแต่จะให้ไปหัวค่ำเหนือนเดิมผมไม่สะดวกครับ”


    “ แล้วสะดวกกี่โมงครับเพราะพี่ก็ดึกเหมือนกันจะได้เจอกันไงครับ”


    “สักหลังสี่ทุ่มได้ไหมครับเพราะผมก็อยาก.........เจอเหมือนกัน”

    หนุ่มผิวสีแทนตอบลากคำสะกิดอารมณ์คนปลายสาย


    “ อยากเจอก็มาเจอสิเออยากเจออะไรนะเมื่อกี้พี่ได้ยินไม่ค่อยชัด” ว่าที่ชู้รักหยอดสู้


    “เจอพี่มิตรแบบวันนั้นไงครับหรือพี่ไม่ชอบแบบวันนั้นจะนอนคุยกันเฉยๆก็ได้นะครับผมจะได้ไม่จุก” หนุ่มรุ่นน้องสู้กลับ


    ด้วยตวามกระสันสะสมนานวัน เจ้านิมิตรตัวน้อย ก็ค่อยๆแข็งขันขึ้นมาไม่ทันรู้ตัว

    เล่นเอาหนุ่มรุ่นใหญ่ต้องค้อมตัวกะทันหันกลัวผู้คนมาพบเห็น


    ภาพบั้นท้ายเปลือยเปล่าท้าทายสายตาลอบเข้ามาในห้วงความคิดมันคล้ายกับเนื้อของละมุดผลใหญ่ผ่าซีกที่แน่นเต็มไม้เต็มมือไม่แพ้แอปเปิ้ลหรือลูกพลับผิวขาวครึ่งผลที่หนันแน่นด้วยเนื้อหนุ่มชวนสัมผัส

    เมื่อใช้มือแหวกสะโพกแน่นและเนียนทั้งสองฝั่งออกจากกัน นิมิตร รจนา ได้พบกับเหลีอบรูเร้นรักที่ปิดสนิทท้ายทายปลายลิ้นชุ่มฉำ่ความกระหาย

    ภาพนั้นยังคงติดตาตรึงใจเขาตลอดเเวลากือบสองเดือนที่ผ่านมา

    สองเดือนที่นานเกินทนสำหรับผู้หลงใหลความแน่นกระชับของชายหนุ่มเช่นเขา

    และนานเกินไปสำหรับชายหนุ่มที่เพิ่งได้รับรู้

    รสสัมผ้สของชายด้วยกันเป็นครั้งแรกในชีวิต


    นิมิตร รจนา ตื่นจากภวังค์สะท้านใจก่อนตอบ

    ปลายสายอย่างหมดอาย

    และ เผยความต้องการกับหนุ่มรุ่นน้องคราวลูกอย่างไม่ลังเล


    “ ถ้านอนคุยกันแล้วพี่อดใจไม่ไหวอย่าหาว่าพี่ไม่เกรงใจเรานะ ”


    “ ผมยังเหลืออะไรให้พี่ต้องเกรงใจอีกหรือครับที่พี่อยากเห็นก็เห็นไปหมดแล้วนี่ครับ”

    ชายหนุ่มสู้ไม่ถอยพร้อมกับโบกไม้โบกมือให้เพื่อนซี้ไปรอที่จุดนัดหมาย


    “ แหม.........อย่าพูดแบบนี้สิครับเหมือนพี่ทำร้ายเราเลยแค่เต็มใจให้พี่เป็นคนเปิด.......”


    “พี่มิตรก็อย่าพูดแบบนี้เลยครับผมแหย่เล่นครับคืนนี้ผมให้พี่แหย่กลับนะครับ”

    ชายหนุ่มพูดแทรกพร้อมสะกิดหนักๆ


    “ให้พี่แหย่อะไรหืออออ” นิมิตร สู้ไม่ถอยในขณะสิ่งที่อยู่ในกางเกงเยิ้มจนรู้สึกได้

    ตอนนี้หากทำได้เค้าคงเดินออกจากกางเกงไปหาหนุ่มรุ่นน้องคราวลูกเพื่อเสพสมให้หายอยาก


    “ก็แหย่แบบคนที่เค้าเล่นเสียวกันไงครับ”

    “แหม นาย กัญ นาย กัญ มาแกล้งให้คนแก่ดีใจ”


    “คนแก่อะไรครับขย่มซะผมจุกเลยแสบอีกต่างหาก”


    “เอาเถอะๆลูกค้าเรียกไปประชุมแล้วคืนนี้อยากได้อะไรอีกไหม”


    “ไม่อยากได้ครับอยากให้มากกว่าไหนๆก็ไหนแล้วครับ”


     กัญ ชานนท์ เผลอใจตอบออกไปอย่างไม่รู้ตัวเล่นเอา ผู้ด้อยโอกาสทางความรักรุ่นอาวุโส

    ถึงกับใจฟูจนมีน้ำตาเริ่มซีมเล็กๆ


    “พี่วางสายก่อนนะครับเกรงใจลูกค้าเจอกันดึกๆคืนนี้ขอบใจมากแค่นี้นะครับ”


    นิมิตร รจนา ตัดใจวางสายเพราะหากคุยต่อไปเค้าคงสำลักความสุขออกมาเป็นน้ำตา


    “ เดี๋ยวครับๆผมมากินข้าวกับเพื่อรบกวนพี่ช่วยซื้อยาสวนด้วยครับแล้วก็”


    “ได้ๆพี่จัดการให้ครับพี่วางก่อนนะ”


    “ พี่ๆอย่าพี่งวางผมจะบอกว่าแบตผมอ่อนช่วยสังเกตโทรศัพท์ด้วยครับ ”


    ตู๊ดดดดดดดดดดดดดดดด ตู๊ดดดดดดดดดดดดดดดด ตู๊ดดดดดดดดดดดดดดดด


    หนุ่มผิวสีแทนถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนจะปิดโทรศัพท์แล้วเดินไปหาเพื่อนซี้

    ท่ามกลางสายตาสงสัยใคร่รุกของชายมาดละเมียดหลากหลายวัยในพื้นที่ใกล้เคียงที่แอบเขยิบมาฟังบทสนทนาสะกิดอารมณ์ใคร่ของเขากับว่าที่ชู้รักต่างวัย

    และ

    กัญ ชานนท์ ไม่รู้ตัวเลยว่าเขาอยู่ในสายตาแฝงความปราถนาของ ชายชาญ วิชัย หนุ่มใหญ่หุ่นนักกีฬา

    ผู้ที่ต่อมาจะกลายเป็นใครอีกในชีวิตของเขา

    เพียงแต่ชะตายังไม่ได้กำหนด

    และ กามยังไม่ได้รับการจัดสรรค์ให้

    ในตอนนี้เท่านั้นเอง

     

    ห้องประชุมหรูในตึกระฟ้าย่านชุมชนเก่าของกรุงเทพมหานคร

    กริช ขจัด นั่งรอแขกคนสำคัญอย่างสบายอารมณ์หลังจากผ่านคำคืนหฤหรรษ์กับเด็กหนุ่มคราวลูกทั้งสองคน

    อยู่ค่อนคืน

    กริช ในวัยปลายห้าสิบยังคงแข็งแรง ดูดื และ รำ่รวยมหาศาล จากการพลิกชีวิตครั้งสำคัญที่เปลี่ยนแปลงตัวตนของเขาไปตลอดกาลสิ่งเดียวที่ไม่เคยเปลี่ยนไปนั่นคือความนิยมในเพศรสที่ซ่อนเร้นของเขา

    เสียงเคาะประตูบานใหญ่มาพร้อมกับคำขออนุญาติจากเลขาคนสวยเพื่อนำแขกคนสำคัญเข้าพบ

    นิมิตร รจนา ก้าวเข้าสู่ห้องประชุมสุดหรู

    ก่อนจะทักทายอย่างเป็นกันเองกับสหายเก่าที่รู้ใจกันอย่างที่คนทั่วไปยากจะจินตนาการถึง


    กริช ขจัด ยื่นซองจดหมายหรูหราของบริษัทให้เพื่อนเก่าก่อนจะเอ่ยขอบคุณอย่างจริงใจ ทนายรุ่นใหญ่

    รับซองดังกล่าวไว้ก่อนเอ่ยปากขอบใจเพื่อนเก่าตามประสาคนทำธุระกิจร่วมกัน

    สำหรับทั้งคู่ธุระกิจกับเรื่องส่วนตัวถูกจับแยกจากกันโดยสิ้นเชิงตามความต้องการของ ไทคูน มาดละเมียดแม้ทนายอาวุโสจะรู้สึกไม่ค่อยสบายใจแต่ก็อดที่จะยอมรับไม่ได้ว่านี่คือกลวิธีที่ทำให้เขากับเพื่อน ไทคูนคนดังเป็นมิตรสหายที่รักใคร่นับถือกันมาจนถึงเวลานี้

    "เอาไปเปิดอ่านที่บ้านตอนสิบโมงเช้านะเพื่อนไม่เร็วกว่านั้นแล้วไม่ต้องขอบคุณกูซำ้นะ นั่นมันค่าฝีมือของ

    คุณมึงล้วนๆอีกอย่างกูอยากให้คุณมีงอยู่สบายๆกับเขาบ้างแล้วไม่ต้องบอกก็นะว่าสบายดีบ้านก็โทรมเงียบก็เงียบตัดใจจากไอ้ห่านั่นแล้วเดินหน้าต่อเถอะวะ

    คิดเสียว่าเป็นการขอร้องจากเพื่อนเหีี้ยๆอย่างกู"

    กริช ขจัด พูดพลางเทไวน์ปีลึกจากฝรั่งเศสให้เพี่อนรัก

    ทนายหนุ่มใหญ่ยกมือขึ้นปิดแก้วเป็นสัญญานว่าเขาพอแค่นี้สำหรับไวน์ชั้นเลิศที่เพื่อนผู้มั่งคั่งนำมามอมเขาตั้งแต่หัววัน

    "วันนี้ขอตัวจริงๆเพื่อนเผอิญพรุ่งนี้มีนัดลูกค้าช่วงสายๆอีกอย่างวันนี้ต้องรีบกลับบ้านหน้าฝนอย่างนี้ไม่อยากกลับคำ่วะเรียกแท็กซี่โคตรยากเลย" เขาบอกข้ออ้างลมๆแล้งๆเพื่อปฏิเสธเพราะไม่อยากให้เกินเลยเช่นทุกครั้งที่เจอหนุ่มใหญ่กามฉกาจคนนี้

    "เอาๆไม่ต่อก็ไม่ต่อสงสัยจะมีนัดแน่ๆแต่คงไม่รีบจนปฏิเสธข้าวเย็นของเพื่อนร่วมสาบานนะเว้ยไอ้เฮียมิตร"

    ทนายใจบางถึงกับสะดุ้งใจเมื่อเพื่อนซี้กล่าวถึง

    ' การร่วมสาบาน "

    สำหรับคนทั่วไปอาจพาลคิดถึงการดื่มนำ้สาบานเมื่อครั้งโบราณแต่สำหรับมิตรสหายคู่นี้คือการใช้คู่นอนร่วมกันอยู่บ่อยครั้งถือเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับผู้คนที่มีลมหายใจโลดโผนบนถนนสายชีวิตเช่น กริช ขจัด และ นิมิตร รจนา เพียงแต่ทั้งคู่สาบานกันที่จุดซ่อนรักหลังบ้านของชายหนุ่มแทนที่จะเป็นจุดเร้นรักกลีบงาม

    พราวนำ้ของหญิงสาว


    โลเร็กซ์ เดโทน่า บนข้อมือของ กริช ขจัด บอกเวลาสองทุ่มตรง

    อาหารจีนมื้อหรูถูกนำมาขึ้นโต๊ะ

    ตรงกลางโต๊ะมีหูฉลามเจ้าดังจากเยาวราชและออส่วน

    จากร้านเดียวกันอยู่ใกล้ๆ

    ของเรียกนำ้ย่อยอย่างห้อยจ๊อและแฮ่กี้นถูกแยกจานวางไว้ให้เลือกอร่อยติดกันบนโต๊ะมีหอยนางรมจำนวนหนึ่งเกินพอสำหรับสองคนพร้อมเครื่องเคียงชุดใหญ่

    เพ่ื่อเอาใจหนุ่มนักรักที่เพิ่งเสร็จสมจากรูเลี้ยวเรียวลิ้น

    และการลุหลั่งอย่างเนืองนอง โดยมีติ่มซำร้อนๆเป็นกำลังเสริมอีกจำนวนหนึ่ง


    กริช ขจัด จิบน้ำชารอเพื่อนร่วมสาบานอย่างอารมณ์ดีหนุ่มใหญ่ตัวเบาสบายเช่นทุกวันเพียงแต่วันนี้ขยับเวลาเร็วขึ้นมาสักหน่อยเมื่อมีแขกอย่าง คุณมึง นิมิตร มาเยี่ยมเยือน

    บ่อยครั้งที่พวกเขานัดมาหย่อนใจกันที่ห้องพักหรูแห่งนี้โดยมีชายหนุ่มเจนจัดเรื่องหลังบ้านมาหย่อนกายเป็นเพื่อน 

    หลายคนคุ้นเคยในฐานะขาประจำ อีกหลายคนเป็นผู้มาเยือนยามวิกาลเป็นครั้งคราวในฐานะคู่หลับนอนชั่วข้ามคืน

    เมื่อมาแล้วก็ยากจะหักห้ามใจไม่ให้หวนคืน

    กลับมาเยือนที่นี่อีกครั้งเพียงแต่จะกลับมาอีกเมื่อไหร่กริช ขจัด เท่านั้นคือผู้ให้คำตอบ


    พิชิต เตีย หนุ่มธนาคารน่าตาดี

    เจ้าของเรือนร่างบอบบางเกือบจะอ้อนแอ้น

    ช่วยหนุ่มรุ่นใหญ่แต่งตัวด้วยความเต็มใจ

    หลังจากลุหลั่งจนเปรอะเปี้อนฟูกหนานุ่มบนเตียงนอนสุดหรูเมื่อครู่ใหญ่ๆที่ผ่านมา


    หนุ่มผิวขาวเนียนอยากให้ชายแปลกหน้าต่างวัยคนนี้อยู่เสพสมกันต่ออีกสักครั้งแต่ติดตรงที่คู่เสน่หามีนัด

    เสียแล้ว

    ในคำ่คืนที่ความโหยหารุกไล่

    และ

    จู่โจเขาอย่างหนักหน่วง 

    หนุ่มร่างบอบบางคล้ายถูกทำให้อยากแล้วจากไป

    ยังไงอย่างนั้น

    เขาได้แต่หวังว่าสักวันหนึ่งจะมีโอกาสได้กลับมา

    ทาบทับและทบทวนบทสนทนาสัปดนทีหลังบ้าน

    แสนรัญจวนใจของเขาอีกสักครั้ง


    พิชิต เตีย พบตัวเองอยู่ในห้องนำ้ที่มีขนาดเกือบเท่าห้องนอนของเขาที่คอนโดมิเนียมแนวรถไฟฟ้า

    ย่านใจกลางเมืองหลวง 

    หนุ่มร่างบอบบางรู้สึกผ่อนคลายจากสายนำ้วน

    แรงกำลังเหมาะของอ่างอาบนำ้อุ่นที่ช่วยลดขนาดความงุุ่นง่านเบอร์ใหญ่ของเขาให้เบาบางลงได้

    พอสมควร


    สำหรับ พิชิต ครั้งแรกสำหรับการมาเยือนที่แห่งนี้ คือ 

    การแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเรื่องสภาพคล่อง

    แต่ไม่นึกเลยว่าจะติดใจกับรสชาติของความสบาย และหลงใหลในรสสังวาสของ กริช และ มิตรสหาย 

    แม้บางครั้งอาจดุดัน หยาบคาย และ มีความตำบอนซุกซนเกินเลยไปบ้างเขาก็ยินดี

    เพราะหลังจากโดนตักตวงความสุขจนเปรมปรีดิ์แล้ว

    อดีตนักศึกษาพ่ายรักเช่นเขาก็จะได้หลับใหลบน

    ฟูกหนานุ่มชั้นดี

    พร้อมการกินหรูอยู่แพงที่เกินกำลัง 

    และ เลยความจำเป็นไปไกลโขในอีกด้านของชีวิตจริง

    แม้เป็นเพียงเวลาหนึ่งวันค่อนคืนแต่นั่นก็เพียงพอแล้วสำหรับหนุ่มธนาคารผู้อาภัพเช่นเขา 

    พิชิต เตีย 


    หนุ่มใหญ่ปลายห้าสิบมองร่างเปลือยของตัวเองในกระจกบานใหญ่นานแต่ไหนแล้วที่เขาไม่ได้หันมามองร่างกายของตัวเองด้วยความชื่นชม

    ความร่วงโรยเป็นสิ่งที่เขาไม่อาจปฏิเสธได้

    เช่นเดียวกับความต้องการที่พุ่งพล่านมากกว่าหลายๆปีที่ผ่านมา 

    นิมิตร รจนา ยอมรับกับตัวเองและสหายผู้รู้ใจอย่าง กริช ขจัด ว่าความล้มเหลวในความรักขบวนล่าสุด

    ได้ลักพาความมั่นใจของเขาไปจนไม่เหลือเชื้อใดๆทั้งความมั่นใจที่จะดำเนินชีวิตอย่างที่ควรจะเป็น

    และความมั่นใจในเรื่องบนเตียง


    เมื่อครั้งโดนความรักทำร้ายทนายรุ่นใหญ่จมลงในความเศร้าท่ามกลางความเครียดและปัญหารุ่มเร้า

    รอบด้านบ่อยครั้งเขาเลีอกจับดับอารมณ์ด้วยการ

    มีเซ็กซ์แต่เซ็กซที่ยำ่แย่ยิ่งทำให้เขาจมดิ่งจนแทบกู่ไม่กลับ และ กดดันตัวเองจนเกีอบล้มละลาย

    โชคดีที่เพื่อนร่วมสาบานตามหาเขาจนพบ

    แผนพื้นฟูชีวิตใหม่ของทนายใจบางจึงเริ่มต้นอีกครั้งรวมไปถึงกามฟี้นฟูที่ไทคูนมาดละเมียดจัดให้เขาอยู่

    เสมอๆดังเช่นช่วงเย็นที่ผ่านมา


    นิมิตร รจนา ลูบคลำสมบัติส่วนตัวแผ่วเบาด้วยความชื่นชม

    บัดนี้น้องชายคู่ใจของเขาได้กลับมาอยู่ในจุดที่ควรจะเป็นอีกครั้งตลอดเกือบสองเดือนที่ผ่านมาหนุ่มใหญ่

    ได้กลับไปออกกำลังกายอย่างต่อเนื่องทำให้หุ่นของเขากระชับมากขึ้นกว่าหลายๆปีที่ผ่านมาบวกกับอาหารที่ดีทั้งอาหารหลักและอาหารเสริมรวมไปถึงเรื่องของกำลังใจโดยเฉพาะจาก กัญ ชานนท์ คู่เสพเสน่หาในคืนฉำ่ฝนที่กำลังจะพบกันในอีกไม่กี่อึดใจข้างหน้ายิ่งคิดยิ่งทำให้ดุ้นรักของเขาขยายตัวและเยิ้มจนหยด 

    ขณะที่เขากำลังเคลิ้มได้ที่

    เสียงโทรศัพท์ก็ดังถี่แข่งกับสายฝน

    หนุ่มใหญ่รืบวิ่งไปกดรับด้วยความลิงโลด

    อนิจจาปลายสายกลับเป็นลูกความคนสวยไปเสียได้


    " สวัสดีค่ะ คุณ นิมิตร ลูกหมี เองนะคะไม่ทราบสะดวกคุยหรือเปล่าค่ะเผอิญว่าดิชั้นจะโทรมาเรื่องนัดหมายของเราน่ะค่ะ"ปลายสายดูเครียดทำเอาทนายรุ่นใหญ่

    หดตามไปด้วย

    เขาแอบภาวนาในใจว่าสาวใหญ่ลูกความอย่าโลเลเลื่อนนัดกลับไปเป็นวันพรุ่งนี้หากเป็นเช่นนั้นความหฤหรรษ์ในคำ่คืนนี้คงลดลงอย่างหน้าใจหาย


    "ครับผม จะเลี่อนนัดเป็นวันไหนครับ "

    เขาตอบเรียบๆ


    "เป็นวันอาทิตย์เหมือนเดิมค่ะแต่เวลายังไม่แน่นอน"

    ปลายสายตอบ นิมิตร โล่งใจเบอร์ใหญ่เหลือบมอง

    นาฬิกาบอกเวลาห้าทุ่มเศษๆ


    "เพียงแต่ว่าคดีนี้สำคัญต่อเรามากๆค่ะเพราะ บลา

    บลา บลา"ลูกความสาวใหญ่ร่ายยาวบอกรายละเอียด

    เขารับฟังอย่างตั้งใจและกระวนกระวายใจมีสัญญาณสายเรียกซ้อนสองสามครั้งยิ่งเพิ่มความกังวลให้กับเขามากขึ้นตามลำดับ


    "ขอโทษนะคะที่โทรมารบกวนวันอาทิตย์เจอกันแน่นอนค่ะ ดิชั้นจะโทรมานัดเวลาอีกทีนะคะพรุ่งนี้ช่วงบ่ายๆ"


    "ครับผมยินดีครับ สวัสดีครับ ขอบคุณมากครับ "


    นาฬิกาบนผนังบอกเวลาห้าทุ่มสี่สิบห้านาที

    นิมิตร รจนา เลือนดูสายเรียกเข้าพบว่าน้องชายเขาโทรมาหาเขาถึงสี่สายจึงรีบโทรกลับไปเนื่องจากกลัวว่าทางครอบครัวอาจมีปัญหาไม่คาดฝันเกิดขึ้น


    "ไม่มีอะไรครับเฮียเจ๊ให้ผมโทรมาบอกว่าอาทิตย์นี้จะทำขนมผักกาดที่เฮียชอบไม่รู้ว่าเฮียอยู่กรุงเทพฯ

    หรือเปล่าจะให้แวะมาเอาขนมที่บ้านคลองสาน"

    น้องชายปลายสายตอบอย่างอารมณ์ดี


    "ขอบใจมากๆเรื่องแค่นี้ที่หลังฝากข้อความไว้ในไลน์ก็ได้ไม่เห็นต้องยิงยำ้ๆมาเลยเฮียคุยงานกับลูกค้าอยู่ตกใจหมด" เขาพื้นเสีย


    "แหมผมก็แค่เป็นห่วงไปหาที่บ้านตอนเย็นก็เห็นปิดประตูเงียบโทรไปหาก็ไม่รับสายเจ๊เค้าเป็นห่วงก็เลยให้โทรไปหาอีกรอบที่หลังเฮียไม่สะดวกก็ไม่ต้องโทรกลับก็ได้ " 

    ปลายสายมีอาการน้อยใจ


    " ไม่ใช่อย่างนั้นพวกเราก็อย่าคิดมากเอาเป็นว่าเฮียขอโทษแล้วกันวันอาทิตย์เฮียแวะไปเยี่ยมตอนเย็นๆ

    หลังเสร็จงานตกลงตามนี้นะ " มิตรวางสายพร้อมถอนหายใจเฮือกใหญ่


    เสียงเจ้ากุ๊กกรูออกมาร้องบอกเวลาเที่ยงคืน 

    นิมิตร รจนา เดินเปลือยไปอาบนำ้พร้อมกับหลงลืม

    เรื่องราวสำคัญของค่ำคืนนี้ไปชั่วขณะ


    ผมกินอิ่มและเผลองีบไปตอนไหนไม่รู้มาตกใจตื่นอีกทีก็ตอน ลุงมิตร แกวิ่งกระวีกระวาด

    ไปเปิดประตูบานใหญ่ก่อนวิ่งถอดเสื้อฝ่าพายุอ่อนๆไปปากซอย


    ร่างสันทัดของ กัญ ชานนท์ เดินเอื่อยๆฝ่าสายฝนด้วย

    ความผิดหวังเขากำลังคิดว่าจะหารถประจำทางแล้ว

    นั่งชมเมืองก่อนกลับบ้านในคืนที่กรุงเทพฯฉำ่ฝน

    วาบความคิดของเขาถูกทำลายลงเมื่อข้อมือด้านขวาถูกคว้าเอาไว้ชายหนุ่มหันกลับไปมองพบว่าเป็น

     นิมิตร รจนา ว่าที่คู่เสน่หาในคำ่คืนนี้นั่นเอง


    "พี่ขอโทษเผอิญมีลูกค้าโทรมาเรื่องคดี"

    หนุ่มใหญ่เอ่ยปาก


    "ไม่เป็นไรครับ ก็เราเจอกันแล้วนี่นา "

    นิมิตร จะเอ่ยปากแต่ชายหนุ่มห้ามไว้ก่อน

    "อย่าพี่งคุยกันเลยครับไปหลบฝนในบ้านพี่ก่อนดีกว่า

    ซอยนี้คนผ่านไปผ่านมาตลอดครับ "


    ทนายรุ่นใหญ่ปล่อยมือจากข้อมือของชายหนุ่ม

    ก่อนเดินนำหน้าไปเปิดประตูบ้าน

     

    กัญ ชานนท์ เดินตามห่างพอประมาณ

    เมื่อมีคนในซอยกางร่มเดินตามหลังมาเขาชลอฝีเท้าให้หนุ่มสาวในร่มคันใหญ่เดินผ่านไปก่อน

    จนเมื่อคนเข้าออกในซอยลับตาแล้วจึงรีบวิ่งเข้าไปในบ้านของ นิมิตร

    หลังประตูเหล็กใต้กันสาดหลังคากระเบื้อง

    กัญ ชานนท์ ทักทายผมอย่างเป็นกันเอง

    "เจอกันอีกแล้วนะแต้มคราวนี้ชั้นเอาฝนมาฝากด้วย"

    พลางเอามือมาลูบหัวผมด้วบความเอ็นดู

    ผมทำท่าประจบตามประสาแมวอยู่เป็น

    "เข้าบ้านไปอาบนำ้อาบท่าก่อนดีกว่าเดี๋ยวจะไม่สบาย"

    เจ้าของบ้านเป็นห่วง

    "ครับๆ สวัสดีครับพี่มิตรไม่เจอกันนานเลยครับ "

    ชายหนุ่มล่างสันทัดยกมือไหว้พร้อมสังเกตุเห็นความผิดปรกติตรงเป้ากางเกงกีฬาของหนุ่มรุ่นพ่อ 

    เขาถอดเสื้อที่ชุ่มนำ้ออกพร้อมบิดให้สะเด็ดนำ้ำ

    ก่อนจะสะบัดแล้วนำมาพาดบ่าเดินตามเจ้าของบ้านอย่างว่าง่าย 


    มิตร รจนา ไขประตูบ้านพร้อมหันมาเรียกแขกคนสำคัญเข้าไปพักผ่อนหนุ่มรุ่นลูกเดินเข้ามาประชิดตัว

    ก่อนจะสบตาอย่างมีความหมายแล้วบรรจงประกบ

    ริมฝีปากแลกลิ้นกับเขาอย่างร้อนแรง

    แม้จะไม่นานแต่คล้ายยาวนานชั่วนิรันดร์สำหรับหนุ่มรุ่นใหญ่

    เขาโอบกอดเรือนร่างสันทัดสีแทนเย็นยะเยือกก่อนจะกระชับวงแขนตามดีกรีที่ร้อนแรงขึ้น

    คู่สวาทคราวลูกถอนริมฝีปากก่อนจะหันหลังจูงแก่นกายที่อยู่ในกางเกงกีฬามาใกล้ประตูใหญ่พอสมควร

    แต่ไกลพอที่จะไม่มีใครสังเกตุเห็น 

    นิมิตร รจนา จ้องหน้าสงสัย 

    กัญ ชานนท์ ใช้จูบเป็นคำตอบ

    ก่อนจะดึงกางเกงกีฬาตัวบางชุ่มนำ้ฝนของคู่สวาทออกไป

    ชายหนุ่มดันมือเย็นเฉียบสวนทางกับลำแกร่งแท่งสวยด้วยความเนิบช้าเขาสบตากับว่าที่ชู้รักต่างวัย

    แล้วบรรจงจุมพิตตรงส่วนปลายของดุ้นเนื้อที่บานใหญ่

    และหยาดเยิ้มก่อนจะครอบริมฝีปากบางได้รูปดูดดุนอย่างเมามันท้าทายสายฝน

    และ ไม่ใส่สนใจสายตาของแมวเก้าแต้มตัวนี้

    นานหลายนาทีที่ 

    นิมิตร รจนา ถูกหยอกเย้าด้วยชิวหาพาเพลิน 

    บางครั้งตกใจเมื่อมีคนมาหยุดหลบรถยนตร์

    ที่เข้าออกตรงหน้าประตู บางครั้งระแวงที่แสงจากรถยนต์พุ่งผ่านเหล็กดัดมากระทบร่างเขาทั้งสอง

    ช้า เร็ว ดูดดุนรุนแรง โลมเลียแผ่วเบา 

    ล้วนทำให้ชายวัยปลายห้าสิบต้องเผลอครวญคราง

    และเขย่งเปลายท้าจิกพื้นด้วยความเสียวซ่านที่ค่อยๆไต่ระดับไปถึงขั้วหัวใจ

    หลังจากโดนเร้าด้วยริมฝีปากเร็วแรงสลับเน้นหนักอยู่หลายครั้ง

    เมื่อ กัญ ชานนท์ ถอนปากออกมาก่อนจะไปฉกดูด

    อย่างรุนแรงที่ถุงใบเขื่องใกล้หว่างขา 

    นิมิตร รจนา พบความสุขเสียวเกินต้านทานจึงปล่อยนำ้รักระลอกใหญ่เต็มบ่าหนุ่มคราวลูก

    หยดเหนียวขาวขุ่นไหลผ่านหัวไหล่ลงไปที่หลังของเขา

    มีบางส่วนไปหยุดที่ขอบกางเกงชั้นใน

    นิมิตร รจนา ดึงตัว กัญ ชานนท์ ลุกขึ้นยืนก่อนจะโอบกอดกันเข้าสู่ตัวบ้านด้วยความอิ่มเอมละคนแปลกใจ


    ชั้นสองของบ้านเสียงลิ่วล้อดังมาจากชั้นสามเหมือนรู้ว่า

    มีคนแปลกหน้ามาเยือน นิมิตรเปิดประตูห้องนอน

    ต้อนรับผู้มาเยือนก่อนจะเดินไปหยิบผ้าเช็ดตัวมาส่งให้ ระหว่างเช็ดหัวและเช็ดตามตัวที่เปียกฝน 

    กัญ ชาชนนท์ พบกับความเป็นระเบียบของ

    ห้องนอนที่ดูสะอาดตา และ มีกลิ่นหอมอ่อนๆไปทั่ว

    ทั้งห้อง ภายในห้องนำ้อุปกรณ์ต่างๆถูกจัดวางอย่างเป็นระเบียบนับว่า นิมิตร เป็นผู้ใหญ่ที่พอครบหาได้คนหนึ่ง

    หลังจากได้พูดคุยเปิดใจกันในวันแรกที่พบเจอ

    หนุ่มรุ่นพ่อเปลี่ยนไปมากมายรูปร่างที่ดีขึ้น

    ความท้อแท้ขาดความมั่นใจที่มีอยู่นิดๆถูกเติมเต็มด้วย

    ความมีอารมณ์ขันและอารมณ์ใคร่ร้อนแรง

    นับว่าเขาตัดสินใจไม่ผิดที่ตกลงใจยอมให้ชายสูงวัยผู้นี้เปิดจุดเร้นรักของเขาเป็นคนแรกความภูมิใจที่ได้ครอบครองตัวเขาในฐานะชายคนแรกกลายเป็นพลังผลักดันให้มิตรต่างวัยคนนี้เปลี่ยนแปลงตนเองตลอดสองเดือนที่ผ่านมา

    นับเป็นเรื่องที่ดีและคุ้มค่าที่จะปล่อยใจไปลิ้มลอง

    รสเสน่หาที่ต้องซ่อนเร้นแบบนี้เพราะในมุมมองของ

    กัญ ชานนท์ นี่ไม่ใช่แค่การร่วมรักสำเร็จความใคร่ให้กันและกันแต่มันยังเติมพลังชีวิตในบั้นปลาย

    ให้คู่เสน่หาอีกด้วยหากใครไม่เปิดใจกว้างมากๆ

    คงฟันธงว่าหนุ่มผิวแทนร่างสันทัดสมส่วนคนนี้คงหลงใหลได้ปลื้มกับเพศเดียวกันเหมือนกับที่เห็นอยู่ทั่วไปในสังคมปัจจุบันแต่สำหรับหนุ่มรุ่นน้องคราวลูกของ นิมิตร รจนา คนนี้เขาไม่ได้มีใจสมัครรักใคร่ทนายหนุ่มใหญ่แต่อย่างใดเขาเพียงแต่อยากลองรสรักใหม่ๆเติมความกระจ่างในความสงสัยใคร่รู้ให้กับชีวิต ออกผจญภัยในดินแดนหฤหรรษ์ลำ้จินตนาการที่ยังไม่เคยค้นพบ

    และยากเกินกว่าใครจะเข้าใจตัวตนที่แท้จริงของเขา แม้แต่ นิมิตร รจนา

    ที่นั่งดูหนุ่มผิวแทนคนนี้ถอดเสื้อผ้าออกตากที่ราวใกล้ห้องนำ้ยังแคลงใจในความรู้สึกของหนุ่มคนนี้

    เพียงแต่มันข้ามเส้นมาไกลเกินจะถามไถ่ใดๆเพื่อค้นหาความจริงที่อยู่หลังความต้องการของคู่เล่นสวาทคราวลูก


    มันมีด้วยหรือยินดีให้ร่วมรักแต่ไม่ต้องการสิ่งตอบแทน

    มันมีจริงหรือที่ยินดีเสพสุขโดยไม่ต้องรักใคร่อุ้มชู

    เป็นคู่รักกัน

    ในช่วงชีวิตห้าสิบกว่าปีของเขายังไม่เคยพบเห็น

    หรือที่อยู่ตรงหน้าของเขาคือความฝัน ความงุนงงสงสัย

    ของชายวัยปลายห้าสิบปีอันตธานไปสิ้นแล้ว

    หลังรสรักชิวหาพาเพลินเมื่อสักครู่ใหญ่ที่ผ่านมา

    ณ.เวลาต่อจากนี้จะมีเพียงโลกส่วนตัวของพวกเขา

    ทั้งสองคนที่ซ่อนเร้นอยู่ท่ามกลางความใคร่จะยาวนาน หรือ

    เพียงชั่วข้ามคืนเขาล้วนยินดียอมรับ

    เพื่อตักตวงความสุขนั้นให้มากที่สุดเท่าที่ชายหนุ่มต้องการและร้องขอให้เขานำทางพาไปส่งยั่งอีก

    ฟากฝั่งของความสุข


    "พี่มิตรเป็นอะไรครับนั่งเหม่อเชียว"

    หนุ่มรุ่นน้องคราวลูกเอ่ยปากถาม


    "อ๋อแค่เผลอคิดอะไรเพลินไปหน่อยครับ"

    หนุ่มรุ่นใหญ่ตอบ


    "อย่าคิดเพลินจนลืมผมล่ะครับ วันนี้ผมตั้งใจมา

    ให้พี่ซ้ำนะครับ " หนุ่มคราวลูกหยอดก่อนจะเดิน

    มาสวนกอดและจุมพิตที่หว่างคิ้ว


    " ผมคิดถึงพี่มากๆเลยครับหลังจากวันนั้น แต่พี่ไม่ว่างตรงกันสักทีครับ " พูดพลางเอามือไปซุกซนตรงหว่างขาหนุ่มรุนพี่คราวพ่อก่อนจะลุกขึ้นคลานข้ามเตียงไปเปิดหน้าต่างเพื่อรับลมฝนจากพายุที่อ่อนกำลังลง


    "คืนนี้เราเปิดหน้าต่างเถอะครับพี่ดูท่าฝนจะไม่สาดเข้ามาผมอยากได้กลิ่นฝนและลมอ่อนๆพี่ว่าไงครับ"

    ชายหนุ่มขอความเห็น


    " ได้สิถ้าเราชอบพี่นึกว่า กัญ ชอบให้เปิดแอร์ซะอีก "

    หนุ่มคราวพ่อตอบเอาใจพลางเหลวมองดูสะโพกของชายหนุ่มที่กำลังคุกเข่ากึ่งโก้งโค้งอยู่ริมหน้าต่าง

    สะโพกกลมกลึงเรียบเนียนแก้มก้นปิดสนิทบงบอกถึง

    ความสดใหม่ในทะเลกามที่ต้องซ่อนเร้นในหมู่ชายนิยมชายผิวแทนอ่อนๆตัดกับฉากหลังสีดำของท้องฟ้าหลังฉำ่ฝนสะกิดอารมณ์มักมากของ นิมิตร รจนา 

    ให้ลุกโชนอีกครั้ง 

    ชายหนุ่มยกตัวเอามือเท้าขอบหน้าต่างๆเหมือนขยับหนีคู่สวาทต่างวัยโดยไม่ตั้งใจ 

    หนุ่มใหญ่เอื้อมมือลูบปั้นท้ายเนียนแน่นด้วยความย่ามใจก่อนใช้นิ้วกลางสอดแทรกระหว่างหนั่นเนื้อสองข้างพร้อมก้มลงไปขบเบาๆที่หัวไหล่ก่อนซุกไซร้ที่ซอกคอสูดดมกลิ่นถ่านไหม้ไฟอ่อนๆของนำ้หมอราคาแพงที่ยังหลงเหลืออยู่ 

    นิ้วกลางของอีกฝ่ายทำงานอย่างซุกซนก่อนที่จะเตลิดไปไกลก่อนเวลาอันควรชายหนุ่มจึงขอตัวไปอาบนำ้และไม่ลืมที่จะมอบหน้าที่บุรุษพยาบาลให้รุ่นพี่ที่นับถือ

    เขานั่งลงบนตักของ นิมิตร ก่อนบดเบียดสะโพกแน่นหนันเนื้อกับแก่นกายที่เมื่อสองเดือนก่อนเคยสร้างความเจ็บปวดยาวนานหลายนาทีก่อนจะส่งมอบความ แสบสันต์แนนตึง และ สุขเสียวเล็กๆในตอนท้าย

    ก่อนเหลือความคันยิบยับๆทิ้งไว้ให้ในเวลาต่อมา

    ความคันนี้กำเริบทุกครั้งที่เขาคิดถึงเจ้าของตักแข็งแรงและดุ้นเนื้อขนาดกำลังอิ่มสุขด้านล่าง


    กัญ ชานนท์ ลุกขึ้นยืนพร้อมกับยื่นที่สวนทวารให้กับ

    นิมิตร รจนา ชายหนุ่มโก้งโค้งในท่าเก็บสบู่เผยให้เห็น

    กล้มเนื้อมัดน้อยๆสีนู้ดอ่อนๆขยับยุบยิบยวนใจ

    ทนายหนุ่มใหญ่ฉกาจเกมส์กามบรรจงแหย่อุปกรณ์สีเขึยวอ่อนสดใสเข้าสู่เหลือบรูตรงหน้าก่อนจะแยกย้ายกันไปชำระร่างกาย


    " กัญ ไปอาบนำ้ด้านบนนะครับมีผักบัวจะได้อาบสบายๆ เดี๋ยวพี่จะขึ้นไปดูพวกตัวเล็กแล้วจะมาอาบนำ้ข้างล่างจะได้ไม่รบกวนเรา"

    หนุ่มใหญ่รุ่่นพี่แนะนำก่อนจะเดินไปส่งเขาที่ห้องนำ้ชั้นสามเสียงเหล่าลิ่วล้อเห่าแข่งกันเหมือนเป็นการต้อนรับชายหนุ่มรีบแจ้นเข้าห้องนำ้เพื่อปลดทุกข์กองใหญ่

    เขาได้ยินเสียง นิมิตร ดุเจ้าพวกลิ่วล้อก่อนทุกอย่างจะเงียบราวกับไม่มีพวกมันอยู่ในบ้านหลังนี้เสียงฝีเท้าเบาๆเดินผ่านห้องนำ้ลงไปชั้นล่างหนุ่มใหญ่รุ่นพี่คงลงไปจัดการกับตัวเองและเตรียมเครื่องนอนให้เขา หลังเสร็จธุระร้อนที่โถชักโคก หนุ่มกัญ ไม่ลืมที่จะแง้มประตูห้องนำ้ทิ้งไว้อย่างรู้งาน เขามีความสุขใต้สายนำ้อุ่นกำลังดีหลังตัดสินใจปล่อยวางทุกเรื่องราวในชีวิตรวมถึงเรื่องของหัวใจที่กำลังหมิ่นเหม่กับคำว่าอกหัก

    คำ่คืนต่อจากนี้เขาตัดสินใจแล้วว่าจะปล่อยกายใจไปกับวิถีแห่งรักที่จำต้องซ่อนเร้นของ นิมิตร รจนา ในแบบสุดลิ่มทิ่มประตู

    แล้วมาดูกันว่าหลังปลายทางแห่งความสุขนี้

    จะเป็นเช่นไร


    เข้าวันใหม่ไม่เกินครึ่งชี่วโมงฝนเบาบางลงมากแล้ว

    แต่ก็วางใจไม่ได้สำหรับนักท่องราตรีอย่างผม

    เสียงฟ้าร้องเป็นระยะๆและประกายฟ้าแลบนานๆครั้งคือเครื่องยืนยันว่าพายุยังไม่จากกรุงเทพฯไปไหนและพร้อมเสมอที่จะกลับมาทำงานหนักอีกครั้งในช่วงเวลาอีกไม่นานต่อจากนี้

    ผมเอาแต่ตามส่องพฤติกรรมของว่าที่ชู้รักต่างวัยทั้งสองจนเกือบลืมนัดสำคัญแถวๆตึกร้างไม่ใกล้ไม่ไกล

    จากบ้านปากซอยหลังนี้จึงต้องขออนุญาติไปทำธุระตามที่ตั้งใจไว้โดยจะปล่อยให้เรื่องราวเร้นรักซ่อนสุข

    ของว่าที่คู่ขา นิมิตร รจนา กับ กัญ ชานนท์ 

    เป็นหน้าที่ของคนทั้งคู่ที่จะมาบอกเล่า

    เรื่องราวสุดลิ่มทิ่มประตูต่อจากนี้ของพวกเขาด้วยตัวเอง

    แล้วเราจะพบกันใหม่ ไปก่อนครับผม

    แต้มศักดิ์ นักเล่านิทาน ( ผู้ใหญ่ )


    ใต้ฝักบัวผมกำลังเพลิดเพลินกับแชมพูสระผมกลิ่นแข็งแรงโดนใจขณะล้างฟองที่อยู่บนหัวผมต้องสะดุ้งสุดตัว

    เมื่อมีมือของใครบางคนมาลูบไล้ทั่วลำตัวก่อนจะโอบ

    กอดและช่วยผมชำระล้างทุกส่วน

    ที่พึงจะเป็นพื้นที่เสพสุขในช่วงเวลาต่อจากนี้ไป

    ดุ้นเนื้อของเราทั้งคู่แข่งขันกันขยายตัวแสดงความเป็นชายที่พร้อมจะสอดแทรกสมสู่ใครสักคน

    น้องชายของผมถูกล้อเล่นจากมือที่หยาบพอประมาณของชายผู้มีอาชีพหมอความในขณะที่ประตูหลังบ้านคล้ายถูกเคาะถี่ๆและพยายามรุกลำ้ก่อนเวลา

    ที่เหมาะสม

    เราเล้าโลมกันใต้สายนำ้ระหว่างล้างฟองออกจากร่างกายจนเหลือไว้แต่กลิ่นพึงประสงค์ตลอดลำตัว

    ตั้งแต่หัวจรดปลายเท้าผมผละจากห้องนำ้เนื่องจากความหนาวเริ่มมาเยือนแต่ไม่ลืมที่จะหันไปจูบปากขอบคุณว่าที่ชู้รักชายคนแรกของผมก่อนเดินตัวสั่นลงมาที่ห้องนอน

    บนเตียงมีชุดนอนง่ายๆอย่างเสื้อยืดสีขาววางอยู่

    ผมสังเกตุเห็นหมอนอีกสองสามใบที่เพิ่มขึ้นมาและผ้าห่ม จึงจัดเรียงให้อยู่บริเวณหัวนอนก่อนจะนำเสื้อไปใส่ไม้แขวนไว้ที่มือจับตู้เสื้อผ้า

    ผู้ชายคนนั้นยังคงไม่ลงมาจากชั้นบนคงจัดการตัวเองและสั่งเสียลิ่วล้ออยู่

    สายลมอ่อนๆและกลิ่นของสายฝนทำเอาผมอยากหลับตรงนี้ทั้งคืนแต่คงเสียมารยาทมากๆ

    สำหรับคำ่คืนแบบนี้เอาเป็นว่าผมพักสายตารอว่าที่ชู้รักพลางๆก่อนแล้วกัน


    ในห้องนอนของผมไฟทุกดวงถูกปิด

    แสงจากนอกหน้าต่างที่เปิดออกรับลมฝน

    ผ่านมุ้งลวดบานเก่าโลมเลียร่างเปลือยสมส่วน

    ที่กำลงกวักมือเรียกผมให้เดินออกจากกางเกง

    เข้าไปหาสะโพกเนียนแน่นสนิทบนเตียง


    ฝนเริ่มเทลงมาอีกครั้งพร้อมกับความเสน่หาที่เพิ่มขึ้นตามแรงกำหนัด

    ผมก้มลงจุมพิตสะโพกพึงใจที่อยู่ตรงหน้า

    พร้อมคลุกเคล้าจมูกสูดดมกลิ่นกายพบกลิ่นหอมสะอาดสะอ้านของครีมอาบนำ้

    ใจหนึ่งก็อยากจะล้วงลึกเข้าสู่ถ้า้ลึกลับของหนุ่มคนนี้

    อีกใจหนึ่งก็อยากชื่นชมร่างสันทัดแกร่งกำลังดีร่างนี้ให้ชื่นใจเหมือนเป็นคู่รักที่รู้ใจเสพสมกันมานานปี

    เจ้าของร่างหนุ่มกำลังแน่นบดเบียดร่างกายโต้ตอบและครางเบาๆ

    ขณะที่ผมจูบไซร้โลมเลียซอกหูและขยับกายเบือ้งล่างถูไถชนิดเนื้อแนบเนื้อ

    หยาดใสๆที่ปลายดุ้นเนื้อถูกละเลงทั่วสะโพกแน่นและเนียนในขณะที่มือซุกซนก็จับคว้าท่อนลำซึ่งกันและกัน

    อย่างสนุกสนาน


    นิมิตร รจนา จับหนุ่มชู้รักนอนหงายก่อนจุมพิต

    ร้อนแรงและซุกไซร้อย่างหื่นกระหาย

    ทั่วร่างกายของชายหนุ่มถูกดูดดุนและขบกัดอย่างเมามันหน้าอกทั้งสองข้างถูกยั่วล้อด้วยปลายลิ้นกระด้างว่องไวน้องชายเกร็งแข็งถูกกำแน่น

    สลับชักขึ้นลงอย่างรุนแรงหยาดแห่งความงุ่นง่านเหนียวเหนอะเต็มมือของทนายรุ่นใหญ่

    ผู้ฉกาจเกมส์กามซ่อนเร้น


    กัญ ชานนท์ รู้สึกตกใจและพึงใจในเวลาเดียวกันกับพฤติกรรมหฤห่ามของ นิมิตร ที่ร้อนแรงและแตกต่างจากคราวแรกอย่างสิ้นเชิงหรือนี่คือตัวตนที่แท้จริงของหนุ่มต่างวัยคนนี้

    ขณะที่ตื่นเต้นกับความเปลี่ยแปลงของ นิมิตร 

    ชายหนุ่มถึงกับสะดุ้งสุดตัวกับการงับอย่างแรง

    ที่หน้าท้อง 

    " โอ้ย " กัญ ชานนท์ อุทานเมื่อความเจ็บแล่นไปทั่วร่างกาย

    เขาต้องบิดตัวเร่าๆอีกครั้งเมื่อลิ้นของ นิมิตร

    โลมไล้ผ่านสะดือก่อนที่หน้าท้องอีกด้านจะถูกกัดทึ้ง


    สายฝนกระหนำ่ ท้องฟ้าคำรามกึกก้อง ไม่ได้อยู่ในความสนใจของคนทั้งคู่อีกต่อไปคล้ายๆกับว่าโลกนี้มีเพียงเขาทั้งสองคน

    เป็นทั้งสองคนที่กำลังจะมีกามกิจลำ้เส้นจินตนาการของผู้คนทั่วไป ผู้ชายทั่วไป


    กัญ ชานนท์ บัดนี้มีควาสุขอย่างประหลาด

    เมื่อความเจ็บปวดที่หน้าท้องจากแรงทึ้งของว่าที่ชู้รักค่อยๆหายไปถูกแทนที่ด้วยการเลียเบาๆสลับไปมาของ นิมิตร รจนา

    กัญ ชานนท์ เพลิดเพลินอย่างประหลาด


    ผมรู้สึกประหลาดในความเชี่ยวชาญของฝ่ายตรงข้ามอย่างยิ่งริมฝีปากที่เพิ่งโกนหนวดมาใหม่ๆกลิ่นอาฟเตอร์เชฟยังแตะเเรงๆที่จมูกขึ้นมาประกบจูบผมอีกครั้งคราวนี้ไม่ร้อนแรงแต่กลับนิ่มนวลชวนเคลิบเคลิ้มเป็นรสจูบที่แตกต่างกับของผู้หญิงอย่างสิ้นเชิง

    เป็นเสน่ห์ที่ผมแสวงหาอยากลิ้มลอง

    เพื่อเปลี่ยนบรรยากาศที่จำเจและถูกความสัมพันธ์ทำร้ายหัวใจ


    กัญ ชานนท์ สบตา นิมิตร รจนา ด้วยแววตาที่ยอมจำนน 

    จำนนต่อความต้องการของตัวเอง 

    จำนนต่อรสรักแปลกใหม่ที่อีกฝ่ายมอบให้


    ชายหนุ่มเขินอายเงยหน้ามองเพดานเป็นการยอมรับกลายๆว่าหนุ่มใหญ่ที่เล้าโลมเขาอยู่ตรงหน้า

    บัดนี้ขยับสถานะเป็นมากกว่าคู่นอน


    หนุ่มใหญ่รับรู้ในภาษากายของอีกฝ่ายจึงจูบเบาๆ

    ที่หน้าผากของชู้รักต่างวัยก่อนจะก้มลงใช้ปากทำรัก

    ให้หนุ่มคราวลูก 


    กัญ ชานนท์ ครางเบาๆเป็นระยะๆแข่งกับเสียงฝน

    ที่เทลงมาไม่ขาดเม็ด 

    นิมิตร รจนา ยังคงพูดคุยกับน้องชายที่เกรี้ยวกราดของเขาด้วยริมฝีปากและปลายลิ้น

    ขณะเพลิดเพลิดอยู่นั้นสะโพกของเขาถูกยกขึ้นจนลอยเด่นก่อนจะถูกแหวกจนเห็นกล้ามเนื้อมัดน้อยๆ

    ที่ขยับยุบยับเพราะความเสียวกระสัน

    ปลายจมูกสัมผัสกลิ่นครีมอาบนำ้อ่อนๆผสมกลิ่นกายเฉพาะตัวของหนุ่มผิวสีแทน


    เขาบรรจงลงลิ้นอย่างสุดฝีมือกับรูเลี้ยวที่อยู่ตรงหน้า

    ในขณะที่ตนเองก็พร้อมเต็มที่แล้วสำหรับการร่วมรัก

    สะโพกถูกขบกัดเบาๆสลับกับร่องรักที่ถูกเลียจนชุ่มโชกหนุ่มใหญ่ใช้หัวแม่มือกดนวดช่องทาง

    ก่อนจะสอดนิ้วมือเข้าไปทีละนิ้วทักทายช่องสวาท

    ของชู้รักต่างวัยชายหนุ่มปิดตัวเร่าๆกัดริมฝีปากพร้อมส่งเสียงครางอยู่ในลำคอ


    นิมิตร รจนา รับรู้ถึงภาษากายที่ไม่เคยโกหกเช่นนี้เป็นอย่างดี

    ก่อนจะกระซิบข้างหูหนุ่มชู้รักคนใหม่

    พร้อมหยิบซองพลาสติกที่หัวเตียงแต่ไม่คิดว่าชู้รักต่างวัยจะทำในสิ่งที่เขาคาดไม่ถึงราวกับรู้ใจกัน

    " พี่ปลอดภัยใช่ไหมครับ " ชายหนุ่มถามเสียงสั่นเพราะฤทธิ์กำหนัด

    "ใช่ครับ" เขาตอบเรียบๆพร้อมลมหายใจถี่กระเส่า


    ผมมองลึกเข้าไปถึงนัยของตาเขาเพื่อจะค้นหาความจริงก่อนจะดูดปากแลกลิ้นแทนคำยินยอมพร้อมใจ

    ขาทั้งสองข้างของชู้รักถูกให้ลอยขึ้น 

    ผมจับขาตัวเองตามสัญชาตญาณ

    หมอนถูกนำมาหนุนสะโพกให้ลอยเด่นท้าทายคู่เสพสุข

    เขาบรรจงลงลิ้นเปิดทางอีกครั้งก่อนส่งน้องชายขนาดพอดีความสุขสู่จุดเร้นรักของผมทีเดียวมิดลำ 


    กัญ ชานนท์ ผวาสุดตัวจากความเจ็บปวดที่พุ่งเข้าหาหนุ่มใหญ่เจนสังเวียนกามหยุดเคลื่อนไหว

    ก่อนจะบดเบียดสะโพกสดใหม่โดยใช้เส้นขนที่หัวเหน่าทำงาน


    ผมจูบไซร้ทั่วไปใบหน้าคมเข้มเพื่อออดอ้อนเอาใจ

    ในขณะที่ใช้มือช่วยผ่อนคลายหนุ่มคนใหม่ด้านล่าง

    เขาคงรู้สึกถึงความคับแน่นที่ดูจะหนักหนา

    กว่าครั้งแรกอยู่พอสมควรจนเผลอบีบต้นแขนของผมอยู่เป็นระยะๆ

    เมื่อผมค่อยๆขยับตัวเข้าออก

    เงี่ยงเนื้อที่บานพองามเป็นเหมือนพื้นที่พิเศษที่คอยเกาะเกี่ยวภายในร่องรูให้ตื่นตัวผ่อนคลายความ จุก เจ็บ

    เมื่อเขาเริ่มผ่อนคลายความเจ็บปวดเหลือบรูจึงเริ่มตอดรัดผมยังไม่เร่งปิดเกมส์ทั้งๆที่ตัวเอง

    ก็ใกล้ทำนกแตกเต็มทน

    ทั้งนี้เพราะผมเองก็อยากเก็บรสชาติกำซาบหัวใจนี้ไว้

    ในความทรงจำ

    และ

    เป็นการเพิ่มรสชาติรื่นรมย์ให้ฝังไว้ในหัวใจ

    ของหนุ่มกัญ

    ความสุขเสียวเนิ่นนานเพิ่มความเอร็ดอร่อยซาบซ่านถึงใจให้กับเราทั้งคู่ 

    ผมเผลอร้องครางเสียงหลงร่างกายโยกคลอนตามจังหวะกระแทกกระทั้นความเขินอายของผมโดนความเสียวซ่านแปลกใหม่ลักพาไปนานแล้ว 

    ขาแข็งแรงของผมยกขึ้นโอบรัดเอวหนุ่มรุ่นใหญ่อย่างกลัวว่าจะแยกจากกันก่อนเวลาอันสมควร

    แขนทั้งสองข้างโอบรัดต้นคอของเขาพร้อมดึงลงมา

    แลกนำ้ลายอย่่างร้อนเรง

    ในขณะที่อีกฝ่ายก็บดขยี้สะโพกด้วยเชิงกาม

    ที่ฉกาจฉกรรจ์หมายสยบหนุ่มผมให้สิโรราบ

    ในฐานะผู้ชายของเขา


    นานแค่ไหนแล้วที่ผมไม่ได้ร่วมรัก

    โดยปราศเครื่องป้องกันบางเฉียบ

     นานขนาดไหนแล้วที่ผมไม่ได้เปิดบริสุทธิ์หนุ่มคู่ขา อ่อนวัย และ 

    เมื่อไหร่กันที่ผมเสร็จสมพร้อมกับชู้รัก


    นิมิตร รจนา สูบฉีดความใคร่ระลอกใหญ่

    เข้าไปในตัวของหนุ่มคนใหม่อย่างรุนเเรงและยาวนาน

    ทั้งคู่แทบจะครางออกมาดังๆพร้อมกันแข่งกับเสียงฝน


    กัญ ชานนท์ ลุหลั่งแทบจะพร้อมๆกับชู้รักรุ่นใหญ่


    ผมรู้สึกได้ถึงความเสียวซ่านที่ไล่ขึ้นมาจากปลายเท้า

    ไปจนถึงศีรษะก่อนจะกลับมาที่ท้องน้อย

    และขับหยาดหยดแห่งความใคร่ออกมาอย่างมากมาย 

    ขนทั้งร่างกายคล้ายลุกตั้งชันไปหมดผมรู้สึกหมดแรงในทันทีทันใด

    อีกทั้งยังรู้สึกได้ถึงความอุ่นที่ไหลรินอยู่ในเหลือบรู้เร้นรักหลังบ้าน


    ผมหลับไหลสิ้นเรี่ยวแรงในอ้อมแขนของชายคนแรกพร้อมกับเม็ดเหงี่อที่พราวไปทั้งตัว

    ความแสบที่ตรงนั้นยังมีอยู่ 

    และ 

    หลักฐานของความยินยอมพร้อมใจโดยไม่มีเงื่อนไขใดๆของผมก็ยังแสดงตัวอยู่ทั้งในร่างกายและรินรดพื้นที่นอน

    นิมิตร รจนา แอบมอง กัญ ชานนท์ ในขณะหลับไหลด้วยความเอ็นดู

    เขายอมรับในความจริงใจของชายหนุ่ม

    และ

    ยินดีกับความสุขสำเร็จที่เพิ่งผ่านไปไม่นาน


    ลมฝนด้านนอกยังคงพัดแรงแม้ใกล้รุ่งสาง

    หอบเอาไอดินกลิ่นฝนของเมืองหลวงมาแตะจมูก

    ไอเย็นของพระพิรุณยังคงทำหน้าที่อย่างแข็งขัน

    และเป็นไอเย็นที่เขาพึงใจอย่างยิ่ง


    นิมิตร รจนา 

    ปล่อยให้ไอเย็นโลมเลียเรือนร่างของเขา

    และหนุ่มข้างกาย

    ก่อนจะหลับไหลอย่างมีความสุข

    ความสุขที่เขาจะไม่ลืมไปจนวันตาย