หญิงสาวจึงได้หันขวับกลับไปมองทันที ซึ่งก็เป็เวลาเดียวกับที่รัชพงษ์ได้นำจานผัดผักไปวางไว้บนโต๊ะใกล้ๆนั้นแล้วหันมายิ้มให้แต่เธอกลับแยกเขี้ยวใส่เขาทันที
“นายเข้ามาในบ้านของฉันได้ยังไง”
หญิงสาวถามเสียงเขียวปั๊ด ท่าทางบอกชัดว่าไม่ญาติดีด้วยแน่นอน
“อ้าว ผมมีขานะคุณไม่เห็นเหรอ ถ้าเห็นแล้วก็น่าจะเดาได้ว่าต้องเดินเข้ามา”
แม้ไม่มีเจตนาจะกวนประสาทแต่ปากของชายหนุ่มก็โต้ตอบออกไปอย่างยียวนจนได้ นิสัยนี้ของเขาแก้ไม่หายจริงๆ
“ไสหัวออกไปจากบ้านของฉันเดี๋ยวนี้น่ะ”
หญิงสาวสั่งเสียงเข้มพร้อมกับควงตะหลิวปรี่เข้าหาเขาอย่างเอาเื่
“โอ๊ย คุณ อย่าทำอะไรบ้าๆอย่างนี้น่ะ มันถึงตายได้นะคุณ”
ชายหนุ่มร้องห้ามเสียงดังเอะอะ
“ถ้ายังไม่อยากตายก็รีบออกไปจากบ้านของฉันสิ”
หญิงสาวเข้ามาหยุดขู่กรรโชกเขาในระยะห่างประมาณหนึ่งเมตรซึ่งมันไม่ใช่ในระยะที่ปลอดภัยสำหรับชายหนุ่มเลย ถ้าหากเธอคิดจะเล่นงานเขาด้วยตะหลิวในมือ
“ไม่ เพราะผมมีธุระที่จะต้องพูดกับคุณ”
ชายหนุ่มประกาศเจตนารมณ์แน่วแน่อย่างลูกผู้ชายชาติทหารตัวจริง แม้ศึกครั้งนี้เขาจะมีแต่ทางเสียเปรียบอยู่ทุกประตูก็ตาม
“แต่ฉันไม่้าที่จะฟังอะไรจากคุณ”
หญิงสาวกล่าวพร้อมกับขยับอาวุธในมือซึ่งก็คือตะหลิวนั้นอยู่ตลอดเวลาอย่างไม่น่าไว้ใจ
“หัดมีเหตุผลเสียบ้างสิคุณ มันเื่อะไรจะต้องเอาแต่ใจตัวเองอย่างนี้ ไม่ใจแคบไปหน่อยเหรอ”
“นี่นาย”
เหมือนคำพูดของชายหนุ่มไปสะกิดเส้นใยที่เหลือเพียงบางๆที่ฉุดดึงหญิงสาวไว้อยู่นั้นให้ขาดผึงลง แล้วร่างของเธอก็จู่โจมเข้าเล่นงานเขาทันที อาวุธในมือของเธอฟาดใส่เขาอย่างไม่ยั้ง ชายหนุ่มที่วิ่งหนีไม่ทันจำต้องยกท่อนแขนขึ้นรับเพื่อปกป้องศีรษะของตัวเอง ทำให้โดนฟาดเข้าที่แขนไปหลายทีแต่ก่อนที่เขาจะบอบช้ำไปมากกว่านั้น เสียงห้ามของหญิงชราก็ดังขึ้นที่ปากประตู
“หยุดน่ะ ยัยกานต์ นั้นหลานกำลังทำอะไร”
เสียงนั้นทำให้หญิงสาวต้องหยุดชะงัก เปิดโอกาสให้ชายหนุ่มที่กำลังถูกทำร้ายได้วิ่งเข้าไปหลบอยู่ข้างหลังของหญิงชราอย่างรวดเร็ว
“ช่วยด้วยครับคุณยาย ช่วยผมด้วย”
“ยายถามว่าหลานกำลังทำอะไรยันกานต์”
คุณยายถามย้ำกับหลานสาวด้วยน้ำเสียงเข้มงวด
“ไล่ผู้ชายคนนี้ออกไปจากบ้านของเราไงค่ะ”
หญิงสาวตอบพร้อมอาการหอบเล็กน้อยซึ่งเกิดจากการพยายามเล่นงานเขานั้นเอง
“ทำไมถึงทำกับเพื่อนอย่างนั้น”
คุณยายตำหนิหลานสาว
“เพื่อน”
หญิงสาวทวนคำอย่างแปลกใจสุดซึ้ง
“ก็เขาเป็เพื่อนของเราไม่ใช่เหรอ”
คำพูดของหญิงชราทำให้หญิงสาวหันขวับไปจ้องหน้าผู้ชายตัวโตคนนั้นอีกทันที
“นายมีความผิดเพิ่มขึ้นมาอีกกระทงแล้ว ที่บังอาจหลอกคุณยายของฉัน”
หญิงสาวคำรามก่อนปรี่เข้าหาชายหนุ่มอีกครั้งเมื่อเดาสาเหตุที่เขาสามารถเข้ามาเดินปร๋ออยู่ในบ้านของเธอได้อย่างนี้
“โอ๊ย คุณ อย่าสิ”
ชายหนุ่มร้องพร้อมกับวิ่งหนีไปรอบๆตัวของคุณยาย โดยที่มีหญิงสาวไล่ตามอย่างไม่ลดละ
“หยุดเดี๋ยวนี้นะยัยกานต์ ยายบอกให้หยุด”