ซากเทวะ [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 2 บทที่ 55 เทพปีกเงิน

           แม้แต่มนุษย์พิเศษคนอื่นๆ ก็สัมผัสได้เช่นกันต่างก็มองไปยังภูเขาลูกหนึ่ง ความวุ่นวายมาจากตรงนั้น

            เมื่อร่างกายกลายพันธุ์ หลังจากที่ความสามารถบางอย่างตื่นรู้ประสาทสัมผัสทั้งห้าของมนุษย์พิเศษล้วนเฉียบคมจะต่างกันก็แค่เพียงมากหรือน้อยเท่านั้น

            ลึกเข้าไปในเขางูขาว ครู่ต่อมาทุกอย่างก็สงบลง

            ผู้คนต่างได้กลิ่นสาบ แม้จะบางเบา หากเป็นกลิ่นสาบสางอย่างแน่นอนลอยมาจากอีกยอดเขาหนี่งที่ห่างออกไปไม่ไกลไม่ใช่กลิ่นจากคนน่าจะเป็นกลิ่นสาบสางจากสัตว์ร้าย!

            “ระวังตัวให้ดี บางทีอาจมีสัตว์กลายพันธุ์ออกมา!”ชายหนุ่มคนหนึ่งร้องเตือน

            ตั้งแต่แรกเมื่อเหล่ามนุษย์เริ่มกลายพันธุ์ ก็มีการรายงานกันอย่างไม่ขาดตอนส่วนสัตว์กลายพันธุ์นั้นย่อมมีอย่างแน่นอน หากไม่อยู่ในสายตาของผู้คน

            ไม่มีใครบอกได้ชัดเจนว่าตอนนี้มีสัตว์กลายพันธุ์มากน้อยเพียงใดเนื่องจากพวกมันต่างอยู่ในภาวะจำศีล อาศัยอยู่ในมุมมืด หรือบางตัวก็ถูกมองข้าม

            มีคนไม่มากนักที่พบเห็นสัตว์กลายพันธุ์!

            “แกรก!”

            ทันใดนั้นมีเสียงบางอย่างดังขึ้น ภูเขาลูกนั้นพลันมีเศษหินร่วงหล่นเกิดรอยแยกเป็นทาง

            ต่อมา ก้อนหินผาร่วงหล่น แรงกระแทกหนักหน่วงกระแทกจนต้นไม้ใหญ่หลายต้นหักสะบั้น

            เสียงหินลั่นดังขึ้นอีก รอยแยกที่ผาหินขยายกว้างตามมาด้วยเสียงสั่นสะเทือน หินผาก้อนมหึมาหลายก้อนร่วงหล่น

            ตรงนั้น ท่ามกลางหมอกควันที่ลอยละล่องหัวขนาดใหญ่มีเขาเดี่ยวโดดเด่นผุดโผล่ขึ้นมาจากภูเขา!

            มันเป็นหัวของสัตว์ร้ายตัวหนึ่ง ขนาดใหญ่ยักษ์ ทั่วร่างปกคลุมไปด้วยเกล็ดสีเขียวแลดูน่ากลัวอย่างยิ่ง

            “นี่มันตัวอะไรกัน?”

            ความโกลาหลเกิดขึ้นทันที ผู้คนต่างถอยหนีรวดเร็ว กลิ่นคาวคละคลุ้งกบจมูกเมื่อมันอ้าปาก เปลวไฟพลุ่งพล่าน เต็มไปด้วยกลิ่นไข่เน่าต้นไม้ใบหญ้าก้อนหินล้วนถูกเผาวอดวาย

            โครม!

            มันคืบคลานออกมาจากรอยแตก เผยให้เห็นโฉมหน้าที่แท้จริงทั่วทั้งตัวอย่างกับหลอมมาจากเหล็กสีเขียว ประกายโลหะเย็นเยียบแวววาว

            ที่มาพร้อมกับตัวของมันก็คือกลิ่นคาวคลุ้งอย่างกับว่าเป็นกลิ่นคาวเลือดของเหยื่อที่ถูกล่า สะสมมาชั่วนาตาปี

            ตัวมันยาวร่วมยี่สิบสองถึงยี่สิบสามเมตร รูปร่างหน้าตาคล้ายจระเข้เกล็ดเรียงแน่นขนัดทั่วร่าง ทว่าบนหัวกลับมีเขาเดี่ยวงอกออกมาก็เป็นเขานี้นั่นเองที่พุ่งแทงหินผาจนแตกแยกออกจากกัน

            เพียงเห็น ก็รู้ได้ว่ามันมีพลังมหาศาล เขาอันแข็งแกร่งอีกทั้งเนื้อหนังที่เหนียวหนาอย่างยิ่ง!

            “ไม่ใช่จระเข้ เหมือนตัวนิ่มมากกว่า!”มีคนเอ่ยเสียงเบา

            พอเขาเอ่ยออกมา ผู้คนก็เริ่มสังเกต เออ เหมือนจริงด้วยแต่ว่าหัวของมันใหญ่โตมโหฬาร เห็นได้ว่าหลังจากที่มันกลายพันธุ์ ร่างกายของมันก็เปลี่ยนไปจนน่าตกใจ

            เมื่อสัตว์ประหลาดคืบคลานออกมาสายตาเย็นเยียบอย่างยิ่งกวาดมองดูเหล่ามนุษย์พิเศษอย่างไม่ตื่นกลัวเลยสักนิดมันยกหัวอันน่ากลัวขึ้น

             ผู้คนต่างสังเกตเห็นว่า ด้านหลังของมันมีถ้ำขนาดใหญ่ มืดมิดอย่างยิ่งไม่รู้ว่าลึกเพียงไหน และนำพาไปสู่ที่ใด

            “ไม่เสียทีที่เป็นตัวนิ่ม นิ่มสมชื่อจนมุดดินออกมาได้จริงๆ!” บางคนโห่ร้อง

            ผู้คนต่างถอยหนี ไม่ต้องการปะทะกับมันเจ้าสัตว์ประหลาดตัวนี้มีแรงกดดันอย่างหนึ่ง กลิ่นอายน่าสะพรึงกลัวแผ่ซ่านทำให้ผู้คนรู้สึกกระวนกระวาย

            บางคนถึงกับหน้าถอดสีเมื่อเห็นมันเคลื่อนไหว!

            ทุกครั้งที่กรงเล็บหนาของมันย่ำลงไม่ว่าก้อนหินข้างทางหรือต้นไม้ใหญ่ต่างก็หักร่วงพังทลาย ไม่อาจต้านทานมันได้

            แกรก!

            กลุ่มผู้ชมต่างก็เห็นกันอย่างชัดเจน ตอนที่มันเดินผ่านนั้นหินก้อนใหญ่น้ำหนักเป็นตันถูกกรงเล็บมันตะปบกระจายอะไรก็ตามที่กีดขวางทางมันเป็นเพียงแค่คำเรียกเท่านั้น ไม่อาจขัดขวางมันได้

            เป้าหมายของมันชัดเจนเป็นอย่างมาก เพียงสิ่งเดียวเท่านั้นดวงตาของมันส่องประกายแวววาวยามที่พุ่งทะยานไปยังต้นไม้พิสดารบนเขางูขาวด้วยความเร็วสูงสุด

            “ไม่ได้ กันมันไว้!” มีคนตะโกน

            มนุษย์พิเศษจำนวนมากที่อยู่ที่นี่ล้วนรอคอยให้ลูกสนเปลี่ยนเป็นสีม่วงทองโดยไม่มีการขยับเขยื้อนแล้วอยู่ๆ จะให้สัตว์เดรัจฉานมาฉกไปได้อย่างไร?

            “ปังปังปัง...”

            ตอนนั้นเอง คนของเทียนเสินเซิงอู้ก็ลงมือ หลายคนเหนี่ยวไกว่องไวใช้อาวุธหนักอย่างปืนกระบอกใหญ่ถล่มจู่โจมมันอย่างรุนแรง

            ใบหน้ามนุษย์พิเศษต่างพากันเปลี่ยนสี หากกระสุนห่านี้พุ่งเข้าใส่พวกเขาจะสามารถหลบพ้นหรือไม่ จะต้านทานได้ไหม?

            “เปรี้ยงเปรี้ยงเปรี้ยง...”

            สะเก็ดไฟปลิวกระจาย เรื่องที่ผู้คนหวั่นเกรงเกิดขึ้นจนได้ห่ากระสุนที่ประเคนใส่สัตว์ประหลาดนั่น ไม่ต่างกับการโจมตีใส่โลหะ กระสุนแฉลบสะเก็ดไฟกระจาย เสียงดังสนั่นแสบแก้วหู

            เกล็ดของสัตว์ประหลาดนั่นแข็งแกร่งเสียยิ่งกว่าเหล็กกล้า กระสุนไม่สามารถทะลุทะลวงผ่านไปได้พอกระทบผิวหนังก็สะท้อนประกายไฟปลิวว่อน เป็นภาพอันน่าหวาดหวั่น

            นั่นมันคือเลือดเนื้อหรือเปล่า?มันกลายพันธุ์ไปถึงระดับไหนกันหนังเหนียวขนาดกันกระสุนได้อย่างนี้มันคือความปรารถนาของมนุษย์พิเศษทั้งหลายเลยนะแต่ดันเกิดขึ้นกับสัตว์กลายพันธุ์เสียนี่

            “โฮก!”

            สัตว์ประหลาดคำรามด้วยความโกรธ มันกระโดดขึ้นด้วยความเร็วสูงสุดเร็วจนเห็นเป็นสายฟ้าสีเขียวก็ไม่ปาน

            “อ๊าก...”

            หลายคนที่ถืออาวุธปืนร้องขึ้นอย่างน่ากลัว ตามมาด้วยเสียงโหยหวนอย่างยิ่งในชั่วพริบตาเท่านั้น แม้พวกเขาคิดจะหลบยังไม่อาจหลบพ้น

            ในระยะห่างนับสิบเมตร สัตว์ประหลาดกระโจนพรวดเดียวก็ถึงตัวตะบบพวกเขาทั้งหมดอยู่ใต้ฝ่าเท้า กลิ่นคาวเลือดตลบเต็มพื้นที่เสียงกรีดร้องอย่างโหยหวนดังขึ้นแล้วเงียบไป

            หลายคนไร้ซึ่งสภาพกลายเป็นกองเนื้อเละเทะในทันที

            ดวงตาเย็นชาไร้ความรู้สึกของสัตว์ประหลาดกวาดไปทั่วทิศจากนั้นก็มองไปทางต้นไม้ต้นเล็กนั่นอีกครั้ง เหมือนกับกำลังจงใจข่มขู่พวกผู้ชมแต่แล้วก็ลงมืออย่างดุดันเหี้ยมโหด

            ทำไมมันถึงได้รวดเร็วเช่นนี้?

            ด้วยความรวดเร็วดุจสายฟ้า โจมตีทีเดียวก็ปลิดชีพ

            มันช่างไม่สัมพันธ์กับรูปลักษณ์ของมันเอาเสียเลย ไม่มีงุ่มง่ามแม้แต่น้อยมันว่องไว ดุดัน แม่นยำ สังหารในพริบตา!

            “รุมมันซะ!”

            คนของเทียนเสินเซิงอู้ร้องสั่งด้วยเสียงเย็นเยียบ สัตว์กลายพันธุ์ตัวเดียวเท่านั้นกลับทำให้พวกเขาสูญเสียมือดีไปหลายคน ไหนจะอาวุธปืนที่ทรงอานุภาพแต่สุดท้ายมือดีเหล่านั้นกลับมาตายอย่างน่าสมเพช

            “โครม!”

            บนยอดเขาหนึ่ง มีคนแบกปีนอาร์พีจีเล็งไปเบื้องล่าง เปลวไฟพวยพุ่งความเร็วขนาดทะลวงกำแพงเสียงได้ก่อให้เกิดคลื่นเสียงกึกก้อง!

            เสียงตูมดังสนั่น ลูกระเบิดพุ่งใส่ร่างของสัตว์ประหลาด!

            “ไปตายซะ!” บนยอดเขา เสียงตะโกนลั่นรอดูผลอย่างใจจดใจจ่อ

            ต่อมา บริเวณนั้นเต็มไปด้วยฝุ่นควัน สัตว์ประหลาดถูกโจมตีจนกระเด็นกลิ้งไป

            เห็นได้ว่าผิวหนังมันแตก เลือดสดๆ ไหลรินเกล็ดถลอกหลุดร่วงไปไม่น้อยหากก็ไม่ได้บาดเจ็บสาหัส มันยังคงมีชีวิตอยู่

            มันกลิ้งแล้วพลิกตัวขึ้นได้ในทันที ดวงตาสาดประกายเคียดแค้น มันแหงนหน้าร้องคำรามจากนั้นดวงตาเปลี่ยนเป็นแดงฉาน

            โครม!

            การเคลื่อนไหวของมันว่องไว พุ่งทะยานไปทั่วบริเวณ เจอใครก็ฆ่าเหี้ยน

            ที่มันสังหารไปเมื่อครู่คือมือปืนธรรมดาตอนนี้มันเพ่งเล็งไปที่มนุษย์พิเศษ ผลยังคงออกมาเช่นเดิม ร่างยักษ์ไม่สะทกสะท้านต่อเสียงร้องโหยหวนมันรวดเร็วดุจสายฟ้า ทะยานครั้งเดียวเป็นระยะทางร่วมสิบเมตร ตามทางที่มันพุ่งผ่านเลือดสาดกระจายไม่หยุดหย่อน

            “อ๊าก...”

            มนุษย์พิเศษไม่น้อยร้องโหยหวน ไม่อาจต้านทานมันได้ ไม่ใช่คู่มือของมัน

            มนุษย์พิเศษผู้หนึ่ง ร่างกายใหญ่ยักษ์ ทั่วร่างเหมือนกับต้นไม้โบราณผิวกายปกคลุมไปด้วยเปลือกไม้เก่าแก่ ทั้งยังมีกิ่งก้านขนาดใหญ่งอกออกมาเป็นความสามารถอันน่าพิศวง

            เขาตัวสูงสิบกว่าเมตร เป็นมนุษย์ต้นไม้ กิ่งก้านสาขาแทงลงสู่พื้นดินเสียงระเบิดดังปัง ดินหินกระจาย พลังทำลายล้างมหาศาล

            กระนั้น มนุษย์ต้นไม้ยังไม่สามารถพุ่งแทงผ่านเกล็ดของสัตว์ประหลาดนั่นได้

            เสียงแกรกกรากดังขึ้น สัตว์ประหลาดตัวนี้กระโดดขึ้นยื่นกรงเล็บออกไปฉีกทึ้งกิ่งก้านที่เป็นเสมือนแขนของมนุษย์ต้นไม้ เลือดสาดกระจาย

            ง่ำ!

            จากนั้น สัตว์ประหลาดอ้าปากกว้างงับเข้าตรงช่วงเอวของต้นไม้แก่แล้วกัดขาดสะบั้น

            “อ๊าก!”

            มนุษย์พิเศษผู้นั้นกรีดร้อง สิ้นใจในทันที

            เหตุการณ์นี้ทำให้ผู้คนขนลุกขนพองมนุษย์พิเศษที่แข็งแกร่งอย่างยิ่งกลับมาสิ้นชีพอย่างอนาถเช่นนี้แล้วนี่จะต้านทานมันอย่างไรล่ะ?

            เป็นเพราะว่า มนุษย์พิเศษคนอื่นที่ด้อยกว่าก็ตายไปแล้วสิบกว่าคนเหตุการณ์เกิดขึ้นในชั่วพริบตาเท่านั้น สัตว์ประหลาดตัวนี้ยากจะใช้กำลังปะทะด้วย

            จะมีก็แต่มนุษย์พิเศษผู้มีความสามารถไม่ธรรมดาที่สามารถใช้วิธีลี้ลับต่างๆ ได้ แต่ว่าการเผชิญหน้ากับสัตว์ประหลาดตัวนี้กลับไม่อาจใช้พละกำลังเพียงอย่างเดียวได้

            พึ่บพึ่บพึ่บ...

            สัตว์ประหลาดว่องไวอย่างยิ่ง ร่างกายอันใหญ่โตทะลุทะลวงปราการที่ขวางกั้นมันบดขยี้ตลอดเส้นทางที่ย่างผ่าน ในชั่วพริบตาคนตายไปแล้วนับสิบ

            “หนีโว้ย!” มีคนตะโกน

            แต่ว่า คนที่รายรอบใกล้เคียงไม่อาจหนีพ้นด้วยไม่ว่องไวเท่าสัตว์ประหลาดนั่น มันกระโดดทีเดียวก็พุ่งไปสี่สิบห้าสิบเมตรการเคลื่อนไหวที่ว่องไวดุจดั่งสายฟ้าสีเขียว น่าตื่นตระหนกอย่างยิ่ง

            “อ๊าก...”

            ตอนนี้เอง บนยอดเขาที่ห่างออกไปไม่ไกล คนที่แบกปืนอาร์พีจีส่งเสียงร้องโหยหวนทันควัน

            “เกิดอะไรขึ้น?”

            “พระเจ้า มีสัตว์ประหลาดอีกตัว!”

            ผู้คนพลันเห็นว่า โพรงถ้ำในตอนแรกนั้นมีสัตว์ประหลาดอีกตัวคืบคลานออกมายังคงมีหน้าตาคล้ายตัวนิ่มเหมือนกับตัวแรก อย่างนี้ชัดเลยว่าเป็นตัวผู้กับตัวเมีย

            สัตว์ประหลาดตัวที่มาทีหลังเคลื่อนไหวฉับไว มันขยี้ป่าไม้อย่างโหดเหี้ยมแล้วกระโจนขึ้นยอดเขาสังหารคนที่แบกปืนอาร์พีจีตรงนั้นจนเกลี้ยง

            ตึง!

            นาทีต่อมา มันกระโดดลงมาจากยอดเขา กระแทกพื้นดินหนักหน่วงมนุษย์พิเศษหลายคนที่อยู่ตรงนั้นถูกทับกลายเป็นกองเนื้อเละเทะ

            เกล็ดของสัตว์ประหลาดทั้งสองตัวนี้แข็งเป็นอย่างยิ่งไม่เกรงกลัวต่ออาวุธปืนแม้สักนิด อีกทั้งยังทรงพลัง ว่องไวอย่างยิ่งไม่อาจจัดการได้อย่างง่ายดาย พวกมันรวมตัวกันแล้วพุ่งไปทางต้นไม้พิสดาร

            ผู้ชมต่างสงสัย มันดูเหมือนกับสัตว์ร้ายในตำนานโบร่ำโบราณหากเทียบกับพวกเทาเที่ย1 เถาอู้2 ฉยงฉี3 ไม่รู้ว่าห่างชั้นกันแค่ไหน

            โฮก!

            สายฟ้าสีเขียวสองสายพุ่งปราด เพียงพริบตาก็มาอยู่ด้านหลังแล้วสองข้างทางคือมนุษย์พิเศษร่วมแปดสิบชีวิตที่ถูกพวกมันสังหาร

            ภาพที่เห็นคือมันต้องการเข้าใกล้ต้นไม้ต้นเล็กนั่น บนต้นคือลูกสนใหญ่ขนาดกำมือผู้ใหญ่มีสีม่วงทองเป็นประกาย ส่งกลิ่นหอมสดชื่นขจรขจายไปไกล

            ผู้คนไม่น้อยต่างแตกตื่นหรือจะกลายเป็นว่าลูกไม้วิเศษจะตกเป็นของเจ้าสัตว์ประหลาดสองตัวนี้?

            มนุษย์พิเศษจำนวนมากมายที่เร่งรุดมา ทำได้แค่มองดูตาปริบๆ อย่างนั้นหรือ?คนจำนวนมากล้วนไม่ยินยอม หากก็ไม่กล้าเดินหน้าเข้าใกล้มีแต่เลือดนองเต็มพื้นส่งกลิ่นคาวคลุ้ง

            มนุษย์พิเศษเกือบแปดสิบคนเชียวนะ ทั้งยังแข็งแกร่งอย่างยิ่งแต่กลับตายเกลี้ยงอย่างอเนจอนาถซากศพเกลื่อนกลาดก็ไม่ได้อยู่ในสภาพที่ดูดีสักเท่าไร

            ไอ้สัตว์ประหลาดสองตัวนี้มันร้ายกาจขนาดไหนกัน?ไม่สามารถประเมินได้จริงๆ!

            “ไปให้พ้น!”

            ตอนนั้นเอง มีเสียงหนึ่งตะโกนก้องมาจากกลางฟากฟ้าชายหนุ่มผู้หนึ่งร่อนลงรวดเร็วจนแทบจะกลายเป็นแถบแสงสีเงินสว่างเจิดจ้าไปทั่วนภากาศ

            เสียงของเขาไม่ดังนัก แต่ทรงพลังดั่งฟ้าฟาดดึงสัตว์ประหลาดสองตัวให้หยุดอยู่กับที่

            แสงสีเงินเจิดจ้าพุ่งเข้ามาหยุดตรงหน้าอย่างรวดเร็วชายหนุ่มผู้หนึ่งยืนอยู่กลางอากาศ

            “เทพปีกเงิน!”

            คนไม่น้อยเงยหน้าขึ้นมาเห็นภาพนี้อดไม่ได้ที่จะโห่ร้องด้วยความยินดีเป็นล้นพ้นอย่างไม่มีอะไรจะเปรียบ

            เป็นหนุ่มน้อยคนหนึ่ง ร่างกายกำยำ ทั่วร่างเปล่งแสงสีเงินประหนึ่งเทพยดาประทับอยู่กลางเวหา

            แสงสีเงินสว่างเจิดจ้าดั่งดวงจันทร์เมื่อเต็มดวงโอบล้อมชายหนุ่มไว้ตรงกลางอย่างโดดเด่นเป็นสง่า

            “โฮก!”

            บนพื้นดิน สัตว์ประหลาดตัวหนึ่งคำรามจากนั้นพุ่งทะยานขึ้นไปสูงร่วมสิบเมตร กางกรงเล็บแหลมคม แสยะเขี้ยวพุ่งเข้าใส่ชายหนุ่ม

            มันว่องไวอย่างยิ่ง แค่กะพริบตาก็ถึงตัวประหนึ่งสายฟ้าสีเขียวฟาดมาจากฟากฟ้า ผู้คนต่างพากันฮือฮาอย่างแตกตื่น

            แควก!

            ทันใดนั้น แสงสีเงินสั่นไหว ชายหนุ่มหายตัวไปจากตำแหน่งเดิมหลบพ้นคมเขี้ยวทันควัน

            จากนั้น เงาร่างของเขาก็ขยับอีกครั้ง เปล่งพลังอันรุนแรงปีกสีเงินที่กลางหลังคลี่ออก สาดประกายแห่งเทพเรืองรอง ส่องสว่างกระจ่างฟ้า!

            จากนั้น เขาพุ่งดิ่งลงโจมตีช่วงกลางลำตัวของสัตว์ประหลาด!

            แสงสีเงินเริงแรงระเบิดจนผู้คนไม่อาจลืมตาได้รู้สึกเหมือนกับว่าตรงนั้นมีดวงอาทิตย์สีเงินกำลังแผดแสงอยู่กลางท้องฟ้าเจิดจ้าไร้ขอบเขต

            ปุ!

            ฝนเลือดสาดกระจายจากกลางอากาศไปเป็นบริเวณกว้าง

            สัตว์ประหลาดกรีดร้องโหยหวนยาวนานตัวมันขาดเป็นสองท่อนแล้วร่วงหล่นจากกลางอากาศ

            วินาทีนั้น ทุกคนล้วนสั่นสะท้าน!

            นี่มันความแข็งแกร่งระดับไหนกันเนี่ย?

            สัตว์ประหลาดที่กระสุนปืนอาร์พีจียังฆ่าไม่ตายร่างกายที่ไม่อาจทะลุทะลวงได้สุดท้ายมันกลับถูกหนุ่มน้อยผู้เปล่งประกายสีเงินที่อยู่กลางอากาศฟันขาดสองท่อน!

            บางคนเห็นอย่างชัดเจนในจังหวะที่ชายหนุ่มทิ้งตัวดิ่งปีกคู่กลางหลังเปล่งแสงสีเงิน ประหนึ่งดาบสวรรค์สะบั้นร่างของสัตว์ประหลาดทั้งเป็น

            ภาพอันชวนสั่นสะท้านนี้ ก่อให้เกิดความตื่นตระหนกแก่ทุกคน

            ชายหนุ่มเยาว์วัยยืนอยู่กลางเวหา

            เขามีเส้นผมสีเงิน ยาวถึงบั้นเอว ใบหน้าหล่อเหลางดงาม  ดวงตาทั้งคู่เปล่งแสงสีเงิน ท่าทางเย็นชา หากก็เห็นได้อย่างชัดเจนว่าปีกคู่สีเงินนั้นอยู่เบื้องหลังทั่วร่างส่องแสงเรืองรอง ปานเทพยดาจุติสู่แผ่นดิน

            คนผู้นี้โดดเด่นเกินไปแล้ว!

            “เทพปีกเงิน!”

            เวลาเหมือนหยุดนิ่งไปช่วงสั้นๆ จากนั้นคือเสียงโห่ร้องของผู้คนฝีมือระดับที่ทำให้ผู้คนแตกตื่น พิฆาตสัตว์ร้ายที่น่าหวาดกลัวได้อย่างง่ายดายสิ่งนี้ทำให้ผู้คนสั่นสะท้าน

            “ไม่เสียทีที่เป็นคนที่ยืนอยู่บนปลายยอดของพีระมิด แข็งแกร่งสุดยอดไร้ซึ่งคำครหาจริงๆ” มีคนโห่ร้องชื่นชม

            โดยเฉพาะมนุษย์พิเศษที่เป็นหญิงสาว ต่างก็กรีดร้องชื่นชมร้องเรียกเทพปีกเงินกันไม่ขาดสาย

            ส่วนทางโพธิจีนส์ นางฟ้าแห่งปวงประชา ติงซือถง ก็เพ่งมองมาดวงตางดงามไหววูบ การโจมตีเมื่อครู่มนุษย์พิเศษทุกคนล้วนมองออกว่าเป็นการโจมตีที่ไร้เทียมทาน

            “ติงซือถง นางฟ้าของฉัน มองมาทางนี้หน่อยสิ เค้าอยู่ทางนี้!” โจวเฉวียนหน้าไม่อาย ฉวยโอกาสอันวุ่นวายนี้ไปยืนอยู่บนยอดเขาตะโกนบอกติงซือถงลั่นๆ

            ในฐานะที่เป็นมนุษย์พิเศษ ประสาทสัมผัสทั้งห้าจะฉับไวอย่างยิ่ง

            ติงซือถงได้ยินจริงๆ เธอหมุนตัว ชายตามองมาทางนี้ชั่วแวบ พอเห็น “ทอเรน”สามคนเข้า ก็ชะงักไปทันที จากนั้นก็ยกมือขาวผ่องขึ้นปิดปากยิ้มน้อยๆแลดูมีออร่าอย่างยิ่ง

            โจวเฉวียนเนื้อเต้น ทั้งกระโดดทั้งตะโกน

            หวงหนิวทนดูไม่ได้ หงุดหงิดจนแทบจะแจกกีบถีบเขาตกเขาไป

            ฉู่เฟิงครุ่นคิด วิเคราะห์ความสามารถในการต่อสู้ของเทพปีกเงิน

            การโจมตีครั้งนั้นน่ากลัวอย่างยิ่ง สะบั้นตัวของสัตว์ประหลาดขาดในทันทีปีกคู่นั้นมันเฉียบคมแค่ไหนกันนะ? ขนาดกระสุนปืนอาร์พีจียังทะลวงมันไม่ได้แต่เขากลับเฉือนมันได้อย่างง่ายดาย!

     

    ***********************

    1 เทาเที่ยหนึ่งในสี่สัตว์ร้ายในตำนาน มีคำเล่าว่าเทาเที่ยสามารถอ้าปากกลืนท้องฟ้าได้ความหมายของชื่อคือตะกละตะกลาม ใช้หมายถึงพวกละโมบโลภมาก ไม่รู้จักพอสมัยโบราณมักจะสลักหน้าของเทาเที่ยเป็นลวดลายบนติ่ง

    2 เถาอู้หนึ่งในสี่สัตว์ร้ายในตำนาน มีลักษณะเป็นเสือหน้าคน ผสมหมูป่า มีเขี้ยวยาวและหางยาว ใช้เปรียบเทียบคนดื้อรั้นหัวแข็ง ไม่กลับตัวกลับใจ

    3 ฉยงฉีหนึ่งในสี่สัตว์ร้ายในตำนาน ลักษณะเหมือนเสือ มีปีก ชอบกินคนใช้เปรียบเทียบคนตระบัดสัตย์ เชื่อถือไม่ได้