ดูเหมือนสำนักเมฆาพยับจะรักษาหน้าอยู่ไม่น้อยเห็นฉินเทียนจะเดินทางไปทำภารกิจของสำนักด้วยเท้าเปล่า หากเป็ยามปกติพวกมันคงหาได้สนใจไม่ หากแต่ในคราครั้งนี้คำสั่งนั้นมาจากเบื้องบนของราชสำนักผู้ปกครองทวีปเล็กแห่งนี้ หากเกิดเหตุการณ์ล่าช้าใดๆ ขึ้นเกรงว่าสำนักเมฆาพยับจะหาได้รับไหวไม่ จึงมอบม้าหนึ่งตัวให้ฉินเทียนควบขี่ตามไป
ผ่านไปสามวัน ในที่สุดฉินเทียนและคนสำนักต่างๆ น้อยใหญ่และทหารอีกนับหมื่นก็มาถึงจุดปิดล้อม ดูเหมือนภารกิจนี้จะสำคัญมากยิ่งจริงๆ และนางมารผลึกโลหิตนี่ก็คงไม่ใช่ธรรมดาเป็แน่ เพราะนับร่วมคนจากราชสำนักและสำนักน้อยใหญ่ของดินแดนแห่งนี้ ร่วมๆ แล้วต้องเกินสี่ห้าหมื่นปลายๆ เป็แน่
และทุกคน ณ ที่แห่งนี้ก็ล้วนแต่เป็ผู้ฝึกตน ส่วนใหญ่ก็ขาวเข้มขึ้นไป ช่างเป็ภาพที่หาดูได้ยากยิ่ง
หา ณ ที่แห่งนี้มีคนธรรมดาอยู่พวกเขาคงได้ขาสั่นเดินเป็แน่ ที่ได้เห็นเหล่าผู้ฝึกตนมากมายถึงเพียงนี้ นั่นเพราะในดินแดนนี้ เหล่าผู้ฝึกตนและคนธรรมดานั้นแทบจะแยกขาดการใช้ชีวิตต่อกัน ราวกับเื่ราวของผู้ฝึกตนนั้นราวกับเป็เื่ลึกลับ หากคนใดในตระกูลมีผู้สามารถไปฝึกตนได้ ชาวบ้านทั่วไปร้านตลาดก็ดีใจกันจนแทบจะปิดบ้านฉลอง นับเป็หน้าเป็ตาแก่ตระกูลยิ่ง แต่ถึงจะเป็อย่างนั้นการที่คนคนหนึ่งจะได้เป็ผู้ฝึกตนนั้นก็ไม่ได้ง่ายเลย เส้นทางนี้มีขวากหนามมากมายยิ่ง ราวกับว่าชีวิตนี้มิได้เป็ของตัวเอง
ก็เฉกเช่นวันนี้ที่คนมากมายมารวมกัน ณ ที่แห่งนี้ ฉินเทียนได้ยินข่าวก็อกสั่นขวัญแขวนไม่น้อย ว่ากันว่าคนสามพันคนที่เข้าไปเมื่อวันก่อน มีกลุ่มหนึ่งพบกับนางมารร้าย ถูกล่าสังหารไปหนึ่งพัน
และในจำนวนหนึ่งพันนั้นก็หาใช่มีแต่ผู้บ่มเพาะตราสัญญาลักษณ์ระดับต่ำไม่ หากแต่ระดับเหลืองเข้ม และระดับสีส้มก็ยังมี
และระดับเหลืองเข้มและระดับสีส้มคืออะไร พวกเขาคือตัวแทนเทพเซียนที่แทบจะเป็ตำนานกราบไหว้ของชาวบ้านกันอยู่แล้ว เป็ที่รู้กันดีขอบเขตตราสัญลักษณ์เหลืองเข้มนั้นอายุอานามอย่างน้อยๆ ก็ต้องมีหลักร้อยสองร้อยปี ส่วนผู้ไปสู่ระดับตราสัญลักษณ์สีส้มไม่ว่าจะส้มอ่อนหรือส้มเข้มอายุห้าร้อยปีหรือหลักพันปีหาได้เป็ปกติ และระดับตาเฒ่ายายเฒ่าเก่าแก่เป็ตำนานที่มีชีวิตยังตกตายในภารกิจนี้ ฉินเทียนที่เป็แค่ตราสัญญาลักษณ์สีขาวจางหนึ่งจุดแต้มที่แทบจะเรียกได้ว่าเป็ดุจธุลีในเส้นทางของผู้บ่มเพาะจะเอาอะไรไปรอดชีวิตได้
อย่างว่าแต่จะหานางมารเพียงแค่เข้าเขตแดนป่าชายแดนนี้ เจอสัตว์อสูรจิติญญาทั่วไป ก็สามารถไปหาท่านยมบาลได้โดยง่ายแล้ว
แต่ด้วยความวุ่นวายในการตามหานางมารร้าย ทำให้ใน่เวลานี้คงไม่มีใครสนใจหรอกว่าคนคนหนึ่งที่จะเข้าไปในป่านั้นเป็ใคร ขอแค่ให้ครบจำนวนก็พอ การจะมานั่งตรวจตราว่าใครเก่งกล้า ใครมีความสามารถหาได้มีไม่
ในวันที่เจ็ดหลังจากมาถึงก็ถึงตาของฉินเทียนและคนในสำนักเมฆาพยับแล้ว ทุกคนจะได้รับกระบอกส่งสาร ของสิ่งนี้นับว่าเป็ของวิเศษระดับต่ำอย่างหนึ่ง เพียงแค่เปิดปากกระบอกก็จะมีสัตว์ิญญาที่แสนจะรวดเร็ววิ่งออกไปทันที มันจะไปบอกตำแหน่งที่ตั้งของตัวเอง ให้เ้าของสัตว์ิญญาได้รู้
การล้อมจับครั้งนี้จะว่าไปแล้วก็ไม่ยากอะไร พวกเขาไม่สนด้วยว่าจะมีคนตายเท่าไหร่ ขอเพียงหานางมารเจอแล้วคนที่เข้าไปเปิดปากกระบอกนี้ได้ก็เป็พอ เหล่ายอดฝีมือในตำนานระดับตราสัญลักษณ์สีส้มระดับต่างๆ จะเป็ผู้ไปล้อมจับนางมารเอง
ในวันนี้ในที่พักฉินเทียนได้ข่าวว่ามียอดฝีมือผู้ฝึกตนในตำนานมา ณ ที่แห่งนี้มากกว่าร้อยคน มือฉินเทียนได้รู้ก็ถึงกับอึ้งไม่น้อย ตัวเขาไม่คิดเลยว่าในโลกใบนี้จะมีตัวตนระดับนี้มากมายถึงเพียงนี้
.
.
.
--- 1 เดือนผ่านไป ---
ฉินเทียนได้แต่ขอบคุณที่ตัวเองเคยได้เป็ทหารรับใช้ชาติในมิติโลกเก่าก่อน หลายวันมานี้ความรู้ต่างๆ ก็ขุดใช้มาจนหมด นอกจากนั้นอิทธิฤทธิ์ของขอบเขตตราสัญญาลักษณ์ขาวจางของเขาก็ได้ถูกใช้งานอย่างเต็มที่ สิ่งนี่นับว่าสร้างความอัศจรรย์ใจแก่ฉินเทียนยิ่งนัก
เพราะแค่เพียงตราสัญญาลักษณ์ขาวจางเมื่อฉินเทียนร่ายอิทธิฤทธิ์ใส่ตัวเอง ก็พบว่าได้รับกำลังอย่างมหาศาลราวกับมีแรงเพิ่มขึ้นห้าหกเท่าไม่ค่อยหิวอาหารหิวน้ำเลยแม้แต่น้อย แต่ถึงแบบนั้นฉินเทียนก็ยังต้องกินดื่มทุกๆ 7 - 8 วันอยู่ดี
และในคราวเคราะห์เช่นนี้ก็นับว่ามีเื่ดีอยู่บ้าง ด้วยความที่ตัวฉินเทียนมีตราสัญญาลักษณ์จิติญญาเพียงสีขาวจาง ซึ่งมีระดับจิติญญาที่อ่อนแอยิ่งนัก ทำให้ตัวของมันนั้นไม่เป็ที่สนใจของผู้คนและสัตว์จิติญญาต่างๆ ในป่าแห่งนี้เท่าไหร่นัก
ก็ว่ากันตามตรง สำหรับสัตว์จิติญญาแล้ว อาหารชั้นดีก็คือจิติญญาอันกล้าแข็ง จิติญญาระดับบางเบาดุจแสงเทียนของฉินเทียนก็กลายเป็ของไม่น่าสนใจสำหรับพวกมันไปเลย ในเมื่อมีจิติญญาอันกล้าแข็งเข้ามาในป่าแห่งนี้นับหมื่นดวง เพราะแม้กำลังพลจากเขตแดนจากดินแดนของฉินเทียนที่ส่งผู้บ่มเพาะระดับต่างๆ มาก็นับว่ามีหลักหมื่นแล้ว ว่ากันว่าเขตเมืองต่างๆ ที่อยู่ติดกับป่าแห่งนี้ เหล่าผู้บ่มเพาะฝึกตนจากสำนักต่างๆ ก็ถูกส่งกันออกมาจนหมด
ฉินเทียนประเมินคร่าวๆ ก็คิดได้ว่าต้องมีเกินแสนแน่ๆ เพราะแค่มุมป่าฝั่งตนก็มีคนราวๆ ห้าหมื่นแล้ว ยังไม่ต้องนับเขตแดนจากส่วนอื่นๆ ที่ฉินเทียนได้รับรู้ว่ามีการส่งผู้ฝึกตนออกค้นหาอีกจำนวนมากเช่นกัน
หลายวันมานี้ ฉินเทียนขุดดินหลบหนีอยู่ตลอด ปรารถนาให้การล่านางปีศาจนี้จบเสียที แต่เหมือนมันจะไม่ง่ายดายอย่างที่คิด เพราะเมื่อ 7 วันก่อน ณ ตอนที่ฉินเทียนอยู่ในหลุมดินเขาก็ได้ยินเสียการต่อสู้ มันดังยิ่งกว่าเสียปืนใหญ่และเสียงะเิสมัยชีวิตเก่าก่อนของตัวเขาเสีย ในตอนนั้นฉินเทียนได้แต่ภาวนาในใจของให้เภทภัยการต่อสู้อย่างมาถึงหลุมดินที่ตัวมันเองขุดซ้อนตัวเลย
และในที่สุดก็ผ่านมาอีก 7 วัน จนถึงปัจจุบันนี้ ร่างกายของฉินเทียนนับว่าหิวโซเต็มที่ สำหรับคนอื่นๆ ที่เป็ระดับตราสัญญาลักษณ์ขาวเข้ม ความหิวกระหายย่อมไม่มากนัก การไม่กินดื่มเป็เดือนนับว่าไม่เป็อะไร
แต่ระดับขาวจางเช่นฉินเทียนนั้นต่างกัน จิติญญาของเขายังไม่กล้าแข็งพอที่จะหล่อเลี้ยงร่างกายแบบนั้น วันนี้จึงได้แต่ฝืนตัวออกจากหลุมดินเพื่อหาผลไม้ของป่ากิน เพราะเสบียงที่ตัวเองเตรียมมานั้นหมดแล้ว
จะว่าอย่างไรดีละ ในโลกใบนี้นั้นก็มีสิ่งที่คล้ายๆ กับแหวนมิติที่ฉินเทียนเคยอ่านจาก นวนิยายแฟนตาซีกำลังภายในออนไลน์อยู่หลอก แต่ในชีวิตนี้ตัวของมันก็ยังมิเคยััมันเลย มันถูกเรียกว่า [หนังสือจัดเก็บสมบัติ] สิ่งของต่างๆ สามารถโยนเก็บเข้าไปในสมุดหนังสือได้อย่างไม่จำกัดขึ้นอยู่กับจำนวนหน้าของหนังสือเล่มนั้นๆ หนังสือเล่มได้ถูกหลอมสร้างให้จัดเก็บสิ่งของได้เยอะก็จะยิ่งมีราคาแพง ในโลกใบนี้มีอาชีพพิเศษที่เรียกว่า "นักหลอมสร้าง" คนกลุ่มนี้คือผู้ชำนาญในการสร้างของวิเศษ
แต่ฉินเทียนก็จนใจที่จะมีของวิเศษเ่าั้ ว่ากันว่าของวิเศษระดับต่ำสุดก็มีราคานับหมื่นเหรียญเงินแล้ว ซึ่งสำหรับตัวฉินเทียนที่มีรายได้ต่อปีไม่ถึง 100 เหรียญเงิน ตัวมันจะเอาปัญญาที่ไหนไปหาของวิเศษได้
ดังนั้นตอนที่เข้าป่ามา ก็ใช้ผ้าห่อสิ่งของต่างๆ ติดหลังเดินไปเดินมา สร้างความแปลกตาให้ผู้ฝึกตนคนอื่นๆ ไม่น้อยเลย เพราะคนอื่นๆ ต่างมีแต่ของที่จำเป็ติดตัวมาทั้งนั้น คงมีแต่ฉินเทียนคนเดียวที่เตรียมอาหารจอบเสียมเครื่องขุดมา เพียงแค่เห็นก็รู้ว่าตั้งเป้าหมายจะมาทำอะไร
แต่ก็โชคดีเพราะเป็ผู้มีตราสัญญาลักษณ์สีขาวจางหนึ่งจุดแต้ม คนต่างๆ ที่เห็นก็คงเข้าใจ ชีวิตเล็กจ๋อยแบบนี้ใครๆ ก็คงขี้คร้านจะสนใจในตัวมัน
ณ ตอนนี้ฉินเทียนปรับลมหายใจและค่อยๆ เดินในป่าทึบอย่างระมัดระวัง แม้เหล่าสัตว์จิติญญาจะไม่ค่อยสนใจตัวมันซักเท่าไหร่แต่นั่นก็ไม่ใช่เหตุผลที่ฉินเทียนจะไม่ประสบอันตราย คาดหมายได้ว่าหากสัตว์จิติญญาเกิดหิวขึ้นมา มันเห็นอะไรก็คงต้องกินสิ่งนั้น เนื้อสดๆ อุ่นๆ อย่างไรก็ดีกว่าใบไม้แห้งๆ เป็แน่
นอกจากฉินเทียนจะระมัดระวังตัวในการเดินหาของป่าแล้ว 700 เหรียญเงินที่ได้มาฉินเทียนก็ได้เอาไปใช้เกือบหมดแล้ว ส่วนใหญ่ก็มิได้เอาไปซื้อของวิเศษอะไร หากแต่เอาไปซื้อหินธาตุที่มักจะเอาไว้ใช้สร้างค่ายกล แต่ฉินเทียนก็มิได้เอาไปใช้สร้างค่ายกฎอะไร
แต่ตั้งใจเอามาใช้ในการปิดซ่อนจิติญญา หลายปีมานี้ฉินเทียนอยู่ในสำนักเมฆาพยับนั้นก็หาได้อยู่เปล่าๆ ปี้ๆ แม้หนังสือตำราวิชาฝึกยุทธ์จะห้ามศิษย์ทั่วไปอ่าน แต่ตำราอื่นๆ นั้นมิได้หวงห้าม ฉินเทียนก็เลยได้ศึกษาเื่ราวต่างๆ ของโลกใบนี้ไม่น้อยเลย
นอกจากนั้นยังได้ศึกษาเื่ของการใช้ของวิเศษต่างๆ อย่างเช่นหินธาตุเหล่านี้ที่มักจะเอาไว้ใช้สร้างค่ายกล ที่มันสามารถนำมาประยุกต์ใช้ซ้อนพลังิญญาได้ เดิมทีฉินเทียนก็มีจิติญญาเบาบางอยู่แล้ว พอได้หินธาตุเหล่านี้ช่วยเสริม พลังิญญาที่สถิตในร่างกายของตัวมันก็แทบจะไม่หลุดออกมานอกระยะจนคนหรือสัตว์ภายนอกสังเกตเห็นได้เลยแม้แต่น้อย แต่ก็อนิจจาเหรียญเงินในถุงน้อยๆ ของตัวมันฉินเทียนก็เหลือเพียงยี่สิบกว่าเหรียญเท่านั้น
แต่ก็เพราะการใช้เงินซื้อหินธาตุเหล่านี้มาทำให้ผ่านไป 30 วันในป่าแห่งนี้ฉินเทียนก็ยังรักษาชีวิตได้อยู่ คาดหมายได้ว่าถ้าไม่บังเอิญเจอนางมารผลึกโลหิตอะไรนั้น หรือเจอสัตว์ิญญา หลังจบภารกิจนี้ก็พอจะนำชีวิตน้อยๆ ของตัวมันเองกลับไปได้
เวลาล่วงผ่าน ณ ตอนนี้ก็เริ่มค่ำมืดแล้วฉินเทียนถือว่าวันนี้เดินออกมาไกลกว่าจุดพักที่ตัวเองขุดหลุดดินเอาไว้มากนัก ปัญหาส่วนหนึ่งก็น่าจะมาจากเมื่อเจ็ดวันก่อนที่เกิดเสียงการต่อสู้ดังเลือนลั่นดุจ์ถล่ม ทำให้บริเวณโดยรอบนี้เปลี่ยนไปมาก หลุมบ่อไม้ล้ม ซากสัตว์ิญญาน้อยใหญ่ที่ตกตายโดยไม่รู้อีโหน่อีเหน่มีมากมาย ฉินเทียนเห็นเช่นนี้ก็ใจหายวาบ แต่เหตุใหญ่ใจความที่ทำให้ฉินเทียน ณ ตอนนี้ยังไม่กลับเข้าหลุมดินไปหลบซ่อน ก็คงมีเพียงเหตุผลเดียว
นั้นคือเหล่าซากศพของเหล่าผู้ฝึกตนที่นอนเสียชีวิตกันบริเวณนี้ แน่นอนบนตัวคนเหล่านี้แม้อย่างต่ำก็คงมีเหรียญเงินเหรียญทองอยู่ไม่น้อย ยิ่งหากเป็ผู้ฝึกตนระดับสูงก็อาจจะมีสมบัติวิเศษอยู่ไม่น้อย เมื่อฉินเทียนคิดได้ดังนั้นจึงพยายามเดินทางออกค้นหา แต่จนแล้วจนรอดฉินเทียนก็ไม่พบซากศพของเหล่าผู้ฝึกตนสักคน ตัวมันเองจึงได้แต่ทอดถอนใจ "ชีวิตข้านี้ช่างอับโชคนักแม้แต่จะหาสมบัติจากคนตายยังมิอาจจะทำได้ เหตุใดเหล่าพระเอกในนวนิยายขายดีทั้งหลายจึงโชคดีนัก เกิดใหม่ก็มีของวิเศษบ้างก็อยู่ดีๆ ก็มีเมียสวยสตรีงดงามมาชมชอบ หากแต่ถึงไม่มีสิ่งเหล่านี้ ไม่ว่ายามใดพวกมันได้ออกไปสู้รบก็เห็นมีแหวนมิติห่าเหวอะไรนั้นติดมือหลายสิบวงกันตลอด บางครั้งบางคราพวกมันก็ยังได้สมบัติวิเศษในแหวนอีก ส่วนตัวข้าช่างอับโชคแท้แค่หวังถุงเงินเล็กๆ สักถุงยังไม่มีเลย"
และในขณะที่ฉินเทียนจะเดินกลับตัว ตัวมันกลับได้ยินเสียงหอบหายใจเบาๆ ในป่าที่เงียบงันเช่นนี้เสียงนี้จึงพอได้ยินชัดอยู่บ้าง
หากแต่ฉินเทียนก็ไม่กล้าประมาท มันก้าวย่างอย่างเชื่องช้าไปตามเสียงนั้นด้วยความอยากรู้อยากเห็น เมื่อไปถึงก็เห็นร่างของสตรีชราผมขาว ิัเหี่ยวย่น สวมใส่ชุดเสื้อผ้าของผู้ฝึกตนสีขาวคาดม่วงดูก็รู้ว่าเป็เสื้อผ้าชั้นดีมีราคาเป็แน่ หากแต่บัดนี้หลายส่วนของชุดมันกลับชุ่มไปด้วยโลหิตที่ไหลริน
เมื่อฉินเทียนเห็นเช่นนั้นจึงรีบวิ่งเข้าไปช่วยนางในทันที โดยที่ตัวมันลืมไปเลยว่าความตั้งใจที่จะใช้ชีวิตอยู่ในป่าแห่งนี้ของตนคืออะไร มันคือการใช้ชีวิตไปวันๆ และรอฟังเสียงหมื่นลี้ที่ประกาศจบการตามล่านางมารร้ายอย่างไรเล่า
หากแต่นิสัยมีเมตตาจิตที่มารดาในชาติภพนี้เฝ้าสั่งสอนมันดูเหมือนมันจะซึมลึกเข้าไปในจิติญญาของตัวมันแล้ว การเห็นคนเดือดร้อนและตัวมันไม่ช่วย ฉินเทียนย่อมรู้สึกว่าตนนั้นประพฤติผิดต่อดวงิญญาของมารดาตน ที่แม้แต่ก่อนจะตายจากไปก็ยังอบรมสั่งสอนตัวมันให้เป็คนดีมีเมตตาและคุณธรรม ซึ่งฉินเทียนก็อยากถามมารดาตัวมันเองเหลือเกินว่าเมตตาและคุณธรรมในความหมายของมารดาคืออะไร
ไยท่านจึงต้องใช้ชีวิตอย่างอยากลำบาก ไยท่านถึงถูกคนเอารัดเอาเปรียบ ไยท่านจึงทำเพื่อลูกตัวน้อยเช่นตัวมันมากมายถึงเพียงนี้ จนถึงวันนี้ตัวมันฉินเทียนก็เลยเสมือนหนึ่งเป็คนมีภาระทางใจ อยากจะเป็คนแบดๆ เลวๆ แต่ก็ไม่สามารถทำได้เสียที วันไหนจะคิดชั่วทำชั่วก็เห็นหน้ามารดาลอยมาจนทำไม่ลงเสียทุกที
ฉินเทียนเมื่อเข้าไปตรวจสอบพบว่าพลังจิติญญาในร่างของนางนั้นปั่นป่วนยิ่ง เป็ตายมีโอกาสเท่ากัน หากแต่าแภายนอกโชคดีที่ไม่ถูกอวัยวะสำคัญสามารถรักษาได้ โชคดีที่ฉินเทียนเตรียมหยูกยารักษาโรคและาแมาครบถ้วนแม้จะไม่มีโอสถวิเศษราคาแพงแบบคนอื่นเขา แต่อย่างน้อยความรู้หลายปีในห้องตำราก็ทำให้รู้ว่าสมุนไพรตัวใดใช้รักษาโรคอะไร สมุนไพรตัวใดใช้สมานแผล
ฉินเทียนฉีกเศษผ้าจากชุดของตัวเอง ก่อนจะเอาสมุนไพรจากย่ามของตัวเองออกมา ก่อนตัวมันจะเริ่มบดทุบสมุนไพรโดยใช้หินบ้าง ใช้หลังมีดของตัวเองบ้างด้วยความไม่ชิน หากแต่สุดท้ายก็จบที่ก้อนหินก้อนหนึ่งที่ถนัดมือ เมื่อบดสมุนไพรจนได้ที่ ฉินเทียนก็รีบเอาไปประคบที่าแของหญิงชราทันที
แต่ในระหว่างที่ปะป้ายประคบยาสมุนไพรนั้น ฉินเทียนก็พบว่าแผลที่ตัวมันเห็นอาจจะยังไม่ใช่ทั้งหมด เมื่อสังเกตดีๆ ก็พบว่าที่หน้าท้องด้านซ้ายของหญิงชรามีแผลลึกอยู่ าแนี้ไม่อาจจะปะป้ายและประคบยาสมุนไพรได้ ปากแผลเปิดกว้าง โชคดีฉินเทียนเป็คนสองชาติภพ แผลแบบนี้แม้ฉินเทียนจะไม่ใช่หมอโอสถของดินแดนนี้ หากแต่ความรู้เก่าก่อนในชีวิตเดิมมาตรว่าดูหนังซีรี่ย์มาเยอะ ก็พอเดาได้ว่าต้องทำอย่างไร โชคดีที่ตัวฉินเทียนมักพกเข็มกับด้ายติดตัวเสมอ ก็ไม่ใช่เพราะอะไร เพราะเสื้อผ้าชุดฝึกฝนของสำนักเมฆาพยับของตัวมันฉินเทียนนั้นมีเงินซื้อเพียงชุดเดียว ใส่ซ้ำๆ มาหลายปี ตัวที่ได้ใส่ในปัจจุบันก็ไม่ใช่ชุดใหม่ หากแต่มีศิษย์พี่คนหนึ่งสงสารเมตตาเอาชุดเก่าเก็บของมันที่เหลือใช้มาให้ฉินเทียน แม้มันจะโทรมบ้างขาดบ้างแต่ก็นับว่าพอดีตัวฉินเทียน ฉินเทียนก็ใส่ชุดนี้ขาดก็ซ้อมเลอะก็ล้างแบบนี้มาโดยตลอด
ดังนั้นเข็มกับด้ายจึงเป็ของขาดไม่ได้ของฉินเทียน
ฉินเทียนคิดในใจโชคดีหญิงชราคนนี้ไม่ได้สติ ไม่งั้นการเย็บเนื้อหนังของคนจริงๆ เช่นนี้ฉินเทียนก็คงไม่กล้าลงมือเช่นกัน เหตุผลก็เพราะแม้มันจะเป็ผู้ฝึกตน หากแต่ใน่ชีวิตนี้และ่ชีวิตที่แล้วมันเคยฆ่าคนมือเปื้อนเืที่ไหน อย่าว่าแต่ฆ่าคนเลยไก่สักตัวมันก็มิเคย อาทิตย์ลับขอบฟ้า ดวงจันทร์ท่อแสงกลางนภา ฉินเทียนก็ยังดูแลหญิงชราผู้นี้ไม่ห่างกายมัน ในหลุดขุดดินที่มีเพียงแสงจันทร์ที่รอดผ่านมาเล็กน้อย