ไคน์ยืนหรี่ตาอย่างสงบนิ่งอยู่บนโขดหินั์ก้อนหนึ่ง มันตั้งอยู่ระหว่างผาหินทั้ง 2 ในโซนที่ 3 จากที่มันยืนอยู่ในตอนนี้สามารถมองเห็นเหตุการณ์ที่อยู่บนผาหินในโซนที่2 ได้ถนัดตา ไคน์มองเห็นมอนสเตอร์ 2ตัวที่น่าจะเป็แม่ทัพ ถูกครอบด้วยกรงนกขนาดใหญ่สีทอง ในขณะที่เ้านายของตัวเองบินกลับไปที่ลานโล่งในช่องเขาอีกครั้ง
“ไคน์...นายท่านจะเป็ไรไหม” เวียร่าถามขึ้นหลังจากที่ละสายตาบนผาหินในโซนที่ 2 ซึ่งเธอก็มองดูอยู่เช่นกัน
“ยายบ๊อง....เ้านายแข็งแกร่งกว่าเราอีกไม่ต้องห่วงหรอกนา...”
เวียร่าพยักหน้าอย่างยอมเข้าใจ ก่อนจะใช้มือซ้ายกระตุกที่ชายเสื้อยืดสีแดงของไคน์เบา ๆ
“ไคน์...พวกมันมาแล้ว” ผู้ถูกสะกิดขยับร่างกายเล็กน้อยเพื่อรอจังหวะ แล้วะโลงจากโขดหินที่ยืน พลางเดินอ้อมไปข้างหลังของเวียร่า
“เ้าเตรียมใช้อาณาเขตของตัวเอง...ส่วนข้าจะลองใช้ทักษะลับเผ่าพันธุ์ที่ได้มา” ไคน์บอกกับเวียร่า
มันมองเห็นฝูงมอนสเตอร์โครงกระดูกอยู่ไม่ไกล และในฝูงนั้นก็มีโกเลมธาตุดินอยู่ 4-5 ตัว
“อืม” เวียร่าตอบรับแค่นั้น แล้วเริ่มแผ่พลังเวทย์ไปโดยรอบช้า ๆ
ทักษะลับเผ่าพันธุ์ อาณาเขตจันทร์เต็มดวง
ไคน์ชิงเปิดใช้ทักษะลับของตัวเองก่อน มันมีความสามารถทำให้ตัวของไคน์ กลายร่างเป็ครึ่งคนครึ่งหมาป่าเป็เวลา 30 นาที ซึ่งเพิ่มทั้งพลังโจมตีและพลังป้องกันเป็เท่าตัวเวลาใช้ทักษะโจมตีศัตรู
“อ๊ากกก!!”
ไคน์ร้องเสียงหลง เมื่อร่างกายของตัวเองค่อย ๆ ขยายใหญ่ขึ้น มันเริ่มมีขนสีเงินวาวงอกขึ้นทั่วร่าง ใบหน้าของไคน์ในตอนนี้บิดเบี้ยวไม่ได้รูปก่อนจะมีเสียงดังกร๊อบเหมือนกระดูกหัก พร้อมกับมีปากยื่นออกมาช้า ๆ มันเต็มไปด้วยฟันแหลมยาวแสยะออกพร้อมกับน้ำลายยืดอย่างน่าสยดสยอง
ดวงตาของไคน์เริ่มเปลี่ยนไปจากั์ตาดำขลับ กลายเป็สีแดงเข้มที่วาวโรดไปด้วยความกระหายเื มือและเท้าเองก็เริ่มมีเล็บงอกยาวคมกริบ จากนั้นทุกอย่างในการแปรเปลี่ยนร่างก็หยุดลง พร้อมกับเสียงหอบน้อย ๆ ของเ้าตัว โชคดีว่าเสื้อผ้าที่เ้านายให้มันมา สามารถขยายปรับขนาดตามผู้ใส่ได้ ดังนั้นจึงไม่ต้องห่วงเื่ฉีกขาด
“เวียร่า พร้อมนะ” ไคน์ถามด้วยเสียงที่เปลี่ยนไป มันคำรามต่ำและดูน่ากลัว
เวียร่าพยักหน้าแทนคำตอบ แล้วกัดฟันกรามแน่นขึ้นทุกขณะ เธอมองดูมอนสเตอร์ที่หลุดรอดมาจากการโจมตีของโซนที่2 อย่างแน่นิ่ง พวกมันใกล้จะมาถึงแล้วอีกนิดเดียวเท่านั้น
ทักษะเผ่าพันธุ์ อาณาเขตศูนย์องศา
ห่างออกไปไม่มากแทซอนมองเห็นเหตุการณ์ที่อยู่ในโซน3 ทั้งหมด เขาเห็นฝูงมอนสเตอร์ที่เข้าผ่านมาในอาณาเขตวงแหวนเวทย์สีฟ้าของเวียร่า แล้วถูกแช่แข็งไปทีละตัวอย่างรวดเร็ว ซึ่งในระหว่างนั้นไคน์ก็ใช้ร่างครึ่งคนครึ่งหมาป่า กระโจนใส่ร่างของมอนสเตอร์ที่ถูกแช่แข็ง แทซอนเห็นไคน์ทั้งทุบ ทั้งข่วน และชก จนร่างที่เป็น้ำแข็งนั้นแตกออกเป็ชิ้น ๆ ก่อนจะถลาหามอนสเตอร์เคราะห์ร้ายที่กลายเป็ก้อนน้ำแข็งก้อนต่อไปอย่างรวดเร็ว
กระนั้นพวกที่รอดจากอาณาเขตของเวียร่าก็ยังพอมีอยู่ แต่มันไม่สามารถออกพ้นไปจากปากทางของช่องเขาได้ ซึ่งนั่นแทซอนพอเข้าใจว่าเป็ผลจากอาณาเขตที่ดร.เนวันสั่งให้จีเอ็มมาสร้างแน่นอน
“ไปกันเถอะเซฟ...ถึงตาเราแล้ว” แทซอนบอกกับผู้ติดตามของตัวเองที่ยืนอยู่ข้าง ๆ
เซฟออกจากที่หลบแดดแล้วมาหาเขาได้ครู่หนึ่งแล้ว มันกางปีกค้างคาวทีใหญ่โตของตัวเองออกก่อนจะกระพือแรง แล้วลอยตัวขึ้นสูง จากนั้นแทซอนก็ใช้มือเกาะที่ข้อเท้าของผู้ติดตาม และพวกเขาทั้งสองก็บินตรงดิ่งไปสู่ลานโล่งกว้างตรงสุดทางช่องเขาด้านใน
แทซอนปล่อยมือออกจากการเกาะกุม เมื่อเห็นว่าถึงที่หมายกำหนด เขาร่วงลงสู่โขดหินก้อนหนึ่งที่ตั้งอยู่บนผาหินอันล้อมรอบลานโล่งนี้ จากที่เขาอยู่แทซอนสามารถมองเห็นมอนสเตอร์ ที่ยังรอการเดินทางออกสู่ข้างนอกอยู่เป็จำนวนมาก แต่เขามองไม่เห็นแม่ทัพของพวกมัน ซึ่งนั่นก็หมายความว่าเควินน่าจะจัดการตามแผนไปได้แล้ว
ทักษะเผ่าพันธุ์ เงามืดโครงกระดูก
ร่างของแทซอนค่อย ๆ เลือนหายกลายเป็กลุ่มหมอกสีดำจางๆ นี่เป็ทักษะพรางตัวของเผ่าพันธุ์เขามันสามารถทำให้กลมกลืนได้ในที่มืดและเสริมพลังป้องกัน10% แต่ตอนนี้เขาไม่ได้้าจะใช้คุณสมบัติเ่าั้ ที่แทซอนเรียกใช้ก็เพราะจะให้มันเป็ที่สังเกตน้อยต่างหาก
“เซฟรออยู่ตรงนี้นะ พวกข้างล่างระดับมันสูงไป...นายสู้ไม่ไหวหรอก” แทซอนหันมาสั่งกับผู้ติดตามของตัวเอง จากนั้นก็ไถลตัวตามทางลาดบนผาหิน
เขาค่อยๆ ทิ้งตัวเองลงสู่เบื้องล่างอย่างเงียบกริบ เป้าหมายของเขาตอนนี้คือร่างที่ถูกขึงอยู่บนไม้กางเขน มันตั้งอยู่บนแท่นหินใจกลางลานกว้าง และเขาจะต้องไปให้ถึง ดังนั้นทุกย่างก้าวของแทซอนนั้นต้องระวังมากเป็พิเศษ เพราะจะให้มอนสเตอร์ตัวไหนรับรู้ไม่ได้ ถ้าไม่เช่นนั้นพวกมันเป็อันแห่มาที่เขาหมดแน่
ตอนนี้แทซอนค่อยๆ ย่องเลียบไปตามผนังดินอย่างช้า ๆ ก่อนจะหาจังหวะโอกาสแทรกตัวเข้าไปตามฝูงมินะทอร์ ที่พากันเบียดเสียดเพื่อเดินไปทางช่องเขาวันเดล แทซอนใช้โอกาสที่พวกมันไม่สนใจอันใด บวกกับร่างของเขาในขณะนี้ก็ดูไม่ต่างจากกลุ่มหมอกสีดำ พยายามเล็ดลอดจนไปถึงแท่นหินที่อยู่ใจกลางจนได้
“ดราก้อนฟิช มีสติอยู่ไหม” ผู้ที่ถูกเรียกค่อยปรือตาขึ้นช้า ๆ แต่ก็ไม่เห็นสิ่งใดนอกจากกลุ่มควัน ที่ตัวเองดูยังไงก็ไม่น่าจะพูดได้ลอยอยู่ตรงหน้าตัวเอง
“คะ...ใคร” อีกฝ่ายพยายามจะเปล่งเสียงถามอย่างยากเย็น
“ผม...แทซอนไง...ตอนนี้อย่าเพิ่งถามมากผมมาช่วยคุณ”
ทักษะเผ่าพันธุ์ ทัณฑ์์
สิ้นคำพูดของแทซอนอะไรบางอย่างถูกยิงมาจากด้านซ้ายของเขา เมื่อหันไปมองก็พบว่ามันเป็ลำแสงสีทองกำลังพุ่งตรงมาราวกับเลเซอร์ เขาเบิกตากว้างกับการโจมตีที่ไม่ทันตั้งตัว ดังนั้นแทซอนจึงทำได้เพียงแค่ผนึกพลังออร่าไว้เต็มกำลัง แล้วยกมือต้านรับ
ตูมมม!
ร่างของผู้ที่ได้รับฉายาว่าเงามืดสังหาร ปลิวไปติดกับผาหินแล้วไถลครูดลงมา ตอนนี้ร่างของแทซอนคืนกลับมาเป็สภาพเดิมแล้ว ซึ่งนั่นทำให้มอนสเตอร์ที่ยังอยู่ในลานกว้างเริ่มหันมาสนใจ แล้วค่อย ๆ กรูกันเข้ามา
“นี่มันเหยื่อของข้า...พวกเ้ารีบๆ ไปถล่มเมืองเริ่มต้นซะ”
แทซอนเห็นผู้ที่ลงมือกับเขาเมื่อครู่ตวาดใส่มอนสเตอร์ที่กำลังกรูกันเข้ามาหาเขา
พวกมันผวากับเสียงตวาดแล้วเริ่มผละห่าง จากนั้นก็เดินไปทางช่องเขาเหมือนเดิม ทิ้งให้ร่างของแทซอนต้องกระอักเืออกมาหลายครั้งด้วยสถานะอาการบอบช้ำ แต่เพียงไม่นานเขาก็เห็นร่างของผู้ลอบทำร้ายเหาะมายืนอยู่ตรงหน้าของตัวเอง พร้อมกับกางมือออกเหนือใบหน้าของเขาไป
“กะแล้วเชียวว่านี่ต้องเป็แผน…แต่มาได้แค่นี้แหละไอ้ผู้เล่นเฮงซวย”
ทักษะเพลงดาบปัญจวชิรา ชี้ทางมาร
ใน่เวลาที่แม่ทัพเผ่าพันธุ์เทวดากำลังจะสังหารแทซอน เกลียวดาบสังหารนักร้อยก็หมุนโค้งเป็ทางยาวจากปลายดาบของผู้ใช้ ก่อนจะพุ่งปะทะเข้ากับร่างของมันอย่างจัง ส่งร่างของเทวดาตนนั้นให้เซถลาไปด้านข้างหลายก้าว
ผมกัดฟันกรอดเมื่อเห็นผลการโจมตี มันทำเพียงเท่านั้นเพราะไม่สามารถสร้างาแหรือลดพลังชีวิตของมอนสเตอร์ระดับพิเศษชั้นขุนนางตัวนี้ได้เลยแม้แต่ขีดเดียว นี่ขนาดผมไม่ได้ออมแรงเลยนะ
“คู่ต่อสู้ของแกอยู่ตรงนี้ ไอ้เทวดากิ๊กก๊อก” ผู้ถูกเรียกว่าเทวดากิ๊กก๊อก หันขวับไปตามเสียงก็พบร่างของผู้ที่มาท้าทายมัน กำลังกอดอกแล้วลอยนิ่ง ๆ ด้วยปีกไฟอยู่เหนือตัวเองขึ้นไป
“แม่ทัพสองคนนั่นล่ะ”
“อ่อนแอจะตาย เสร็จข้าไปแล้วล่ะ ก็บอกแล้วไงว่าให้รุมกันมาทีเดียว 3 ตัวน่ะ”
“โอหังนัก...ข้าไม่เชื่อหรอก เ้าต้องทำอะไรบางอย่างแน่ ๆ ”
“งั้นก็มาลองสู้เองสิ” ทันทีที่ผมพูดจบร่างของแม่ทัพเผ่าเทวดาก็พุ่งพรวดขึ้นมาจากพื้นดิน แล้วลอยนิ่ง ๆ อยู่ตรงหน้าผมห่างไปเพียงไม่กี่เมตรเท่านั้น ผมใช้โอกาสนี้หลิ่วตาให้เป็สัญญาณกับแทซอน
อีกฝ่ายพยักหน้าเข้าใจก่อนจะรีบคลานไปหาดราก้อนฟิชเพื่อช่วยเป้าหมายสำคัญ
“เข้ามาเลย” ผมกลอกตากลับมาที่เดิมแล้วเริ่มพูดท้าทาย
ทักษะเผ่าพันธุ์ หมื่นลำแสง์
ปรากฏดวงแสงสีทองขนาดเท่ากำปั้นกว่าร้อยลูก ผุดลอยอย่างสงบนิ่งอยู่ตรงหน้าของแม่ทัพเผ่าพันธุ์เทวดา อีกฝ่ายกำลังแสยะยิ้มอย่างน่าเกลียด ก่อนที่มันจะยิงลำแสงเลเซอร์สีทองนับร้อยเส้นพุ่งเข้าหาผมอย่างรวดเร็ว
ทักษะเพลงดาบปัญจวชิรา กงล้อธรรม
ชั่วพริบตานั้นผมวาดดาบในมือสร้างปราณดาบที่แผ่เป็วงกว้างขึ้นมาต้านรับ ทว่ากระแสพลังโจมตีของฝ่ายกลับดูเหมือนจะเหนือกว่า และมันไม่ใช่แค่เหนือกว่าธรรมดา แต่เหนือกว่าราวกับเป็คนละชั้น…
ตูมมมม!
ปราณดาบของผมแตกออกพร้อมกับลำแสงก็พุ่งทะลุผ่านเข้ามา ผมเบิกตากว้างแต่ก็ยังมีสติพอพลิกหลบขึ้นไป้า ปล่อยให้ลำแสงยิงผ่านแผ่นหลังของตัวเองไปอย่างเฉียดฉิว กระทบเข้ากับผาหินข้างหลังจนะเิตูมสนั่น กลายเป็เศษหินร่วงหล่นสู่พื้นเป็จำนวนมาก
“นี่เหรอผู้เล่นที่เอาชนะ แม่ทัพชั้นขุนนางทั้งสองได้” ดูเหมือนมันจะเยาะเย้ย ซึ่งนั่นทำให้ผมเกิดฮึดขึ้นมาทันใด
ทักษะเผ่าพันธุ์ กายาเพลิง
ทักษะเผ่าพันธุ์ ไฟทมิฬ
ผมเปิดใช้ทักษะของเผ่าพันธุ์ตัวเองทีเดียวสองทักษะ ทำให้ร่างกายของผมตอนนี้ลุกท่วมไปด้วยเปลวไฟสีดำ มันโชด่ดูน่าเกรงขาม กระนั้นมันกลับไม่ได้ทำให้อีกฝ่ายใเลยแม้แต่น้อย
ผมตัดสินใจะเิพลังออร่าเป็วงกว้าง เตรียมฟาดฟันกับมันด้วยทักษะขั้นรุนแรง
“นี่เหรอพลังของเ้า” แม่ทัพเผ่าเทวดากล่าวเบา ๆ ดูเหมือนมันเริ่มจะััได้ถึงความแข็งแกร่งที่ผมมีแล้ว แต่ทำไมไอ้ท่าทางสบาย ๆ นั้น มันถึงดูขัดตานักล่ะ
“แค่นี่ก็เกินพอสำหรับแกแล้ว ไอ้เทวดาตก์”
ทักษะเพลงดาบมหนภา ผ่ากิเลน
บรรยากาศรอบข้างของผมเริ่มบิดเบี้ยว พร้อม ๆ กับคลื่นพลังลูกหนึ่งก็แผ่เป็วงกว้างจากรอบตัวของผมทันใด และในพริบตานั้นเอง ดาบัพิโรธในมือก็ฟาดส่งคลื่นพลังไฟทมิฬใส่ร่างของแม่ทัพเผ่าเทวดาอย่างเต็มแรง
ทักษะเผ่าพันธุ์ โล่์ศักดิ์สิทธิ์
บังเกิดโล่สีทองลายใบหน้าราชสีห์โผล่ขึ้นตรงหน้าของคู่ต่อสู้อย่างฉับพลัน ผมถึงกับถลึงตาใเพราะโล่นั่นมันต้านพลังโจมตีของเพลงดาบที่ผมใช้ได้อย่างชะงัก
นี่น่ะเหรอพลังของมอนสเตอร์ระดับพิเศษ
แต่ว่าผมไม่เชื่อหรอกว่าจะไม่สามารถทำอะไรมันได้
“เอานี่ไปกิน”
ทักษะกางเขนดาบ
ผมดีดตัวเองให้ถอยหลังเล็กน้อยแล้วเร่งพลังออร่าให้ถึงขีดสุด พลางพลิกดาบขึ้นเหนือศีรษะก่อนจะผ่าลงแล้ววาดตัดขวางทับ ปล่อยลำแสงรูปกางเขนพุ่งทะลวงเข้าหาโล่ที่มันสร้างอย่างรุนแรง
ตูมมม!
คลื่นลำแสงกางเขนปะทะกับโล่จนมันแตกร้าว ตอนนี้ผมมองใบหน้าที่ไม่อยากเชื่อของมันอย่างสะใจ แน่นอนว่าผมไม่ปล่อยโอกาสที่มันเผลอนี่ให้หลุดรอดไปอย่างง่ายดายแน่ๆ
ทักษะเพลงดาบมหนภา หงส์จิกเหยื่อ
คลื่นพลังสามสายถูกปล่อยออกมาจากการวาดดาบอย่างแรงของผม แต่มันแตกต่างออกไปจากตอนก่อนหน้าที่ใช้ เพราะครั้งนี้ผมใช้ออกด้วยทักษะเผ่าพันธุ์ เลยทำให้พลังโจมตีของมันถูกแฝงด้วยพลังทำลายของไฟทมิฬ
ตูม!
ร่างของแม่ทัพเผ่าเทวดาถูกกระแทกโดยพลังสามสาย ที่พุ่งมากันอย่างพร้อมเพรียง ส่งร่างนั่นให้ลอยละลิ่วปลิวไปติดกับผาหิน แต่แทนที่จะชนจนะเิหินผา แม่ทัพนั่นกลับใช้ปลายเท้าสะกิดหินข้างหลังต่างแท่นสปริงส่งร่างของตัวเองพุ่งกลับมา พร้อมกับผนึกพลังออร่าไว้เต็มกำปั้นหมายจะชกผมแบบเพียวๆ
ทักษะท่าเท้าข้ามภพ ก้าวพริบตา
ร่างของผมหายไปเมื่อศัตรูอยู่ในระยะของทักษะ ก่อนจะโผล่พรวดอีกทีของด้านหลังของคู่ต่อสู้ แม่ทัพเผ่าเทวดาชะงักความเร็วทันควัน แล้วหันขวับกลับมาพร้อมกับสวนหมัดอย่างรวดเร็ว
พลั่ก!
หมัดอันทรงพลังเสยเข้าที่แก้มผมอย่างจัง กระนั้นผมกลับเหวี่ยงดาบออก และผลักตัวเองให้พ้นแนวโจมตีของหมัดที่ 2 ก่อนจะฟาดดาบลงมาด้วยทักษะคลื่นลมดาบให้มันปะทะเข้ากับร่างของอีกฝ่ายแทน ทว่าก็ต้องใเพราะศัตรูตรงหน้าไม่ได้รับผลกระทบอะไรเลย และคลื่นลมดาบที่ถูกฟาดไปนั่นก็ผ่านตัวมันไปราวกับลมหอบหนึ่ง
ทักษะลับเผ่าพันธุ์ ฝ่ามือพิพากษา
จู่ ๆร่างของคู่ต่อสู้ตรงหน้าก็เรืองแสงสีขาวนวล พร้อมกับปรากฏปราณฝ่ามือขนาดใหญ่สีทองอร่าม พุ่งออกมาปะทะร่างของผม แล้วดันจนกระแทกติดกับผาหินอย่างรุนแรงและหนักหน่วง
“อั่ก” ผมกระอักเืทันที นี่เป็ครั้งแรกที่ผมเสียเปรียบ
บ้าเอ้ย…แข็งแกร่งเกินไปแล้ว แบบนี้จะโจมตีมันได้ไงมองหาจุดอ่อนไม่เจอเลย...
...อย่าใช้สายตามอง ใจเท่านั้นที่แข็งแกร่งและมองทะลุทุกสิ่ง จงเคลื่อนพลังออร่าให้ทั่วร่างและผนึกมันลงที่ใจ...
แว่วเสียงที่คุ้นเคยดังผ่านมากับสายลม แม้ว่าจะแ่เบาจนเป็เหมือนกระซิบ แต่ผมก็ได้ยินมันชัดเจนราวกับอยู่ที่ริมหูของตัวเอง เสียงนั่นผมจำได้ดีแม้อาจจะลืมเลือนไปนานแล้ว หากว่าในตอนนี้ผมกลับคุ้นเคยมันราวกับเพิ่งจะเกิดขึ้นเมื่อวาน
“เข้าใจแล้วครับอาจารย์เมคิน”
ผมค่อย ๆ หลับตาลงทั้งที่ร่างของตัวเองยังฝังอยู่กับผาหิน จากนั้นจึงเริ่มไหลพลังออร่าไปทั่วกายช้า ๆ ก่อนจะผนึกมันเข้ากับส่วนต่างๆ ของร่างกายทีละส่วน แล้วคลายออกเคลื่อนไปเรื่อย ๆ จากมือสู่แขน จากแขนสู่ท้องน้อย จากท้องน้อยสู่เข่า จากเข่าสู่ปลายเท้า แล้ววกขึ้นมาที่ท้องน้อยอีกครั้ง แล้วไหลไปที่แขนอีกข้าง
ตอนนี้ผมรู้สึกว่าร่างกายตัวเองเบาโหวง ผมค่อย ๆ เคลื่อนพลังออร่าจากแขนให้ไหลมาที่หัวใจช้า ๆ แล้วผนึกมันทันที...
‘ผู้เล่นเควินบรรลุเงื่อนไขของทักษะวิถีเซียน สามารถเข้าถึงการโคจรพลังออร่าเพื่อใช้ความสามารถของเซียน
ทักษะมโนเซียน ถูกปลดผนึกค่ะ’
ทักษะวิถีเซียน มโนเซียน
ไม่รอช้าผมรีบเปิดใช้ทักษะใหม่ที่ได้รับมาทันที ร่างกายของผมกระตุกวาบครั้งหนึ่ง ก่อนจะมีแสงสีขาวเรืองรองรอบกายที่ลุกโชนเป็ไฟสีดำของผม ทักษะที่เรียกใช้ไปคงจะช่วยให้ผู้ใช้เพิ่มพลังออร่าได้อย่างที่้าแน่นอน เพราะความรู้สึกตอนนี้ของผมมันเหมือนกับมีพลังอะไรบางทะลักออกมาไม่หยุดยั้ง
ผมพุ่งออกจากผาหินอย่างรวดเร็วแล้วถลาบินเข้าหาศัตรูอีกครั้ง ตอนนี้มันคงกำลังหยั่งเชิงดูผมอยู่ เพราะไม่งั้นตอนที่ผมติดกับผาหินมันคงโจมตีซ้ำไปแล้ว
ทักษะเพลงดาบปัญจวชิรา ประทับตรามาร
ผมฟาดปราณดาบโปร่งแสงขนาดใหญ่ใส่ร่างของคู่ต่อสู้โดยทันที ทว่าดูเหมือนมันจะรู้ว่าผมต้องตอบกลับ เลยใช้ทักษะป้องกันเดิมสร้างโล่รูปหน้าราชสีห์ขึ้นมาอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ไม่เหมือนกับตอนแรกที่ต้านการโจมตีของผมอยู่ เพราะปราณดาบของผมปะทะกับโล่จนแตกละเอียดในทันที ยังผลความใไปให้มันอย่างมาก
แบบนี้นี่เองทักษะมโนเซียนนอกจากจะเพิ่มพลังออร่าแล้ว ยังเพิ่มพลังโจมตีด้วยทักษะอีกสินะ ทำไมผมไม่นึกถึงทักษะวิถีเซียนมาก่อนนะว่ามันจะใช้ได้ดีขนาดนี้ ถ้าเป็อย่างนั้นล่ะก็...
ทักษะวิถีเซียน โสทประสาทเซียน
ทักษะวิถีเซียน จักษุเซียน
“เปิดใช้มันให้หมดไปเลย”