ตอนที่ 4 ภาคจุดกำเนิดก่อเกิดรัก (21)
หนานิจวินกำลังพิจารณา แต่ตงไห่จวินกลับเคลื่อนไหวต่อ ฉุดแขนเสื้อของสือหนิงและเหลียนเชวี่ยแล้วเร่งเร้า “ต้องรีบกันหน่อย เซียนชั้นสูงขั้นมหายานกลายเป็มารหาใช่เื่เล็ก พวกเ้าอย่าเอาชีวิตไปทิ้งเปล่าดีกว่า”
สือหนิงกำลังลังเล เหลียนเชวี่ยก็ไม่อยากไปเช่นกัน กล่าวว่า “พวกเราไม่ไป จะไปกับหนานิจวิน”
ตงไห่จวินกระทืบเท้าอย่างร้อนใจ “พลังปราณอย่างพวกเ้าจะทำอะไรได้ อยู่ข้างๆ ยังต้องให้หนานิจวินปกป้องพวกเ้า เกะกะมือเท้าเปล่าๆ”
เหลียนเชวี่ยยิ่งร้อนรน สะบัดมือหมายจะโต้แย้ง แต่หนานิจวินกดมันไว้เบาๆ แล้วกล่าวว่า “เช่นนั้นรบกวนตงไห่จวินดูแลศิษย์เหล่านี้ของข้าด้วย” เหลียนเชวี่ยยังคงไม่ยินยอม ทว่าหนานิจวินกลับหมุนตัวหายไปจากเบื้องหน้ามันอย่างรวดเร็ว
ยามที่หนานิจวินมาถึงตำหนักหลักเหล่าเซียนกำลังร่วมแรงกันวางข่ายอาคมปิดล้อมเซียนที่กลายเป็มารไว้แล้ว แต่การร่วมมือกันเฉพาะหน้าไม่มั่นคงอย่างมาก ทันทีที่คนในข่ายอาคมส่งเสียงคำราม แสงทองสายหนึ่งพุ่งปราด สี่คนที่อยู่มุมข่ายอาคมล้มคว่ำไปสามคนทันที ประกายแสงที่วางข่ายอาคมเลือนหายไป หนานิจวินมองเห็นข้างในชัดเจน กลับพบว่าข้างในมีสี่คน เสื้อผ้ารูปลักษณ์ของหลิงฉีจวินสามารถแยกออกได้ชัดเจน ส่วนคนที่เหลือไม่คุ้นเคยกันเป็ทุนเดิมอยู่แล้ว หลังจากกลายเป็มารจุดอิ้นถัง[1] เริ่มดำ เสื้อผ้าเกี้ยวประดับไม่เรียบร้อย จำไม่ได้สักนิดว่าเป็ใคร
ขณะที่กำลังสนเท่ห์ เสียงตำหนิของชื่อเฉิงจวินก็ดังขึ้นกึกก้อง “เหตุใดจึงมาช้าขนาดนี้! เซียนที่กลายเป็มารมากขึ้นเรื่อยๆ จัดการยากขึ้นทุกทีแล้ว! ต้องวางข่ายอาคมจิตพิสุทธิ์ชลาธารหยก เ้าไปอุดช่องโหว่ฝั่งตะวันตก!”
“ช้าก่อน!” หนานิจวินคว้าชื่อเฉิงจวินที่เตรียมจะออกไป “เซียนที่กลายเป็มารมากขึ้นเรื่อยๆ หมายความว่าอย่างไร”
ชื่อเฉิงจวินหมดความอดทนอีกครั้ง แต่ฝืนข่มอารมณ์ไว้และอธิบายว่า “คันฉ่องบาปอยู่ในมือเหมี่ยวซือจวิน เดิมนั่นก็เป็ของที่ง่ายต่อการเรียกมารในใจอยู่แล้ว ยังมีคนเล่นกลใส่ในนั้นอีก ผู้ที่ถูกของสิ่งนั้นส่องสะท้อนซ้ำร้ายจิตใจยังไม่บริสุทธิ์ก็จะกลายเป็มารได้ง่าย พวกโอหังฟุ่มเฟือยหลงตัณหาล้วนติดกับแล้ว ข้ารู้เพียงเท่านั้นแหละ เ้ารีบไปอุดช่องโหว่ฝั่งตะวันตกเร็วเข้า!”
ชื่อเฉิงจวินกล่าวจบก็ไปทันที แล้วมีเซียนคนอื่นๆ เข้ามาอย่างต่อเนื่อง ทุกคนต่างสอบถามสถานการณ์กับเซียนที่ตนรู้จักมักจี่ จากนั้นเข้าประจำตำแหน่งว่างที่สัมพันธ์กัน ข่ายอาคมจิตพิสุทธิ์ชลาธารหยกเริ่มมั่นคงขึ้นเรื่อยๆ อาณาเขตหดเล็กลงทุกที แต่เหล่าเซียนที่ประลองกับหลิงฉีจวินในข่ายอาคมก็เสียหายอย่างหนักเช่นกัน บ้างก็ตาย บ้างาเ็ ที่มากยิ่งกว่าคือถูกกลืนเป็มาร เซียนกลายเป็มารมากขึ้นทุกขณะ หมายจะใช้ข่ายอาคมจิตพิสุทธิ์ชลาธารหยกมาชำระไอมารก็เริ่มยากขึ้นเรื่อยๆ
หากตามความคิดของหนานิจวินคือสังหารเหมี่ยวซือจวินและหลิงฉีจวินก่อน ป้องกันไม่ให้มีคนถูกกลืนเป็มารอย่างต่อเนื่องจึงจะเป็แผนรับมือที่ดีที่สุด แต่คนอื่นๆ ดูเหมือนจะตัดใจสังหารคนร่วมมรรคาโดยไม่มีที่มาที่ไปเช่นนี้ไม่ได้ ขอให้ไว้ชีวิตกันทุกคน ฝากความหวังไว้ว่าข่ายอาคมจิตพิสุทธิ์ชลาธารหยกจะสามารถชำระไอมารบนตัวเหล่าเซียนได้ แต่ตอนนี้ดูจากความเร็วในการชำระล้างของข่ายอาคมนี้ไหนเลยจะสู้ความเร็วที่ฝูงชนถูกกลืนเป็มารได้
“ข้าจะไปช่วยในข่ายอาคม” หนานิจวินเอ่ยบอกคนรอบข้างเสร็จก็คิดจะเข้าสู่ข่ายอาคม กลับนึกไม่ถึงว่าจะถูกคนกำข้อมือเบาๆ เขาเหลียวมอง และสบสายตากับคนที่อยู่ข้างหลัง
คนผู้นั้นกล่าวว่า “มุมค่ายกลทางตะวันตกถูกทำลายหลายต่อหลายครั้งแล้ว หนานิจวินไม่อยู่พวกเรากลัวว่าจะปกป้องไม่ไหว”
คนผู้นั้นกล่าวจบ มือยังคงคว้าข้อมือของหนานิจวินไม่ยอมปล่อย ตนนึกเอะใจรู้สึกว่ามือของคนผู้นี้ค่อนข้างเย็น เสียงก็คุ้นหูอยู่บ้าง แต่หนานิจวินไม่รู้จักเขา พอย้อนคิดโดยละเอียดอีกครั้ง คนผู้นี้โผล่มาหลังจากหนานิจวินมาถึงมุมข่ายอาคมได้ไม่นาน ไม่เคยปราศรัยกับหนานิจวิน มาถึงก็ทำเพียงถ่ายพลังิญญาเข้าสู่ข่ายอาคมจิตพิสุทธิ์ชลาธารหยกเงียบๆ
เป็มิตร...
หรือเป็ศัตรู
พันหมื่นความคิดแวบผ่านชั่วพริบตา คนด้านข้างกำลังจะหันหลัง แวบแรกรับรู้ถึงแสงขาวสายหนึ่งส่องสะท้อนที่หางตา แวบต่อมาเหลียวมองก็มองเห็นลิ่มเืสายหนึ่งพุ่งตรงเข้ามาข้างหน้า ตามด้วยมือข้างนั้นที่วางบนข้อมือของหนานิจวินเมื่อครู่พลันหมุนติ้วขึ้นกลางอากาศพร้อมโลหิตสดสาดกระเซ็น ก่อนตกลงมาที่พื้น
“หนาน...” เซียนชั้นล่างที่เหลียวหลังคนนั้นยืนตะลึงอยู่ที่เดิมด้วยสภาพเืสาดเต็มหน้า ส่วนหนานิจวินและคนแขนขาดผู้นั้นกระเด็นออกมาหลายสิบหมี่อย่างฉับพลัน และเริ่มต่อสู้ฟาดฟันกันดุจลมคลั่งฝนคะนอง
คนอื่นๆ ก็หันหลังอย่างต่อเนื่อง พวกเขามองไม่เห็นการเคลื่อนไหวของสองคนที่ต่อสู้กัน แต่ััได้อย่างแจ่มแจ้งว่า ‘ท่านเซียน’ ที่ไม่รู้ชื่อแซ่คนนั้นกลายเป็มารแล้ว ไอมารเข้มข้นแผ่ลามไปกลางอากาศพร้อมกับกลิ่นคาวเื
พวกเขาอยากไปช่วยเหลือ แต่มือเท้ากลับขยับไม่ได้ พลังิญญาภายในกายยังคงไหลรินไปสู่ข่ายอาคมจิตพิสุทธิ์ชลาธารหยกที่อยู่เบื้องหน้าไม่ขาดสาย...
เชิงอรรถ
^ จุดที่อยู่ระหว่างหัวคิ้วทั้งสอง เป็นจุดพิเศษที่ไม่สังกัดเส้นลมปราณใดๆ แต่สรรพคุณมากมาย สามารถรักษาอาการปวดหัว เวียนหัว นอนไม่หลับ คลายเครียด